รุมจวกระบอบอากง ปชน.ตามขยี้อุ้มศักดิ์สยาม ‘ส้ม-ฟ้า’ ชี้หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก / โค้งแรกชัชชาตินำ โด่ง

"นิด้าโพล" เผยโค้งแรกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" ยังนำโด่ง ร้อยละ 67.30 ด้าน "ชัชชาติ" โต้ปมผอ.คุกคามทางเพศเป็นเรื่องพฤติกรรมบุคคลไม่เกี่ยวระบบกทม. ท้า "จิรายุ" เปิดหลักฐานชัดเจน ยัน "ระบอบอากง-ใช้ IO" ไม่มีอยู่จริงเป็นเพียงวาทกรรม "ดร.โจ-อนุชา" ประสานเสียงระบอบอากง-ส่วย กทม. "ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก" เตือนอย่าประเมิน ปชช.ต่ำไป “มัลลิกา” จ่อยื่น กกต.ตรวจสอบป้ายหาเสียงผิดกฎหมายเลือกตั้ง "เทพไท" จับตากระแส “ระบอบอากง” หากขยายผลจน ปชช.เชื่ออาจพลิกเกมเลือกตั้งได้

เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “โค้งแรกสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 69” ระหว่างวันที่ 2-4 มิถุนายน 2569 จากประชาชนที่มี อายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต จำนวน 2,000 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับแนวโน้มของคนกรุงเทพฯ ในการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) 

เมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพฯ ในการเลือกผู้ว่าฯกทม. พบว่าอันดับ 1 ร้อยละ 67.30 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) อันดับ 2 ร้อยละ 10.20 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ อันดับ 3 ร้อยละ 8.20 ระบุว่าเป็น นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (พรรคประชาชน) อันดับ 4 ร้อยละ 7.30 ระบุว่าเป็น นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข (อิสระ) อันดับ 5 ร้อยละ 3.10 ระบุว่าเป็น นายอนุชา บูรพชัยศรี (พรรคประชาธิปัตย์) อันดับ 6 ร้อยละ 1.55 ระบุว่าเป็น หม่อมหลวงกรกสิวัฒน์ เกษมศรี (อิสระ) อันดับ 7 ร้อยละ 1.05 ระบุว่า กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)” และร้อยละ 1.30 ระบุอื่นๆ

เมื่อถามถึงแนวโน้มของคนกรุงเทพฯ ในการเลือก สก.พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 29.10 ระบุว่า อิสระ อันดับ 2 ร้อยละ 26.50 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน อันดับ 3 ร้อยละ 18.35 ระบุว่า ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 4 ร้อยละ 11.50 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์ อันดับ 5 ร้อยละ 6.05 ระบุว่าเป็น กลุ่มเพื่อไทย Life ลงตัว และทีมคนทำงาน ในสัดส่วนที่เท่ากัน อันดับ 6 ร้อยละ 1.15 ระบุว่า กาช่อง “ไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote No)” และร้อยละ 1.30 ระบุอื่นๆ ได้แก่ ทีม Better Bangkok พรรคเศรษฐกิจ และไม่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (No Vote)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.10 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน มาถึงบริเวณตลาดปัฐวิกรณ์ เพื่อเดินหาเสียงและพบปะประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่ ท่ามกลางบรรยากาศหลังฝนตก พร้อมแจกแผ่นพับแนะนำนโยบาย 250+ นโยบาย     

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลนิด้าโพล โค้งแรกสนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ที่พบว่านายชัชชาตินำโด่ง ร้อยละ 67.30 นายชัชชาติกล่าวว่า เรื่องโพลก็ต้องขอบคุณที่ให้กำลังใจ ผลโพลไม่ได้สะท้อนเรื่องการหาเสียง แต่โพลสะท้อนผลงานที่ทำ เพราะประชาชนรู้สึกว่าชีวิตเขาดีขึ้นตลอด 4 ปีที่ผ่านมา

"การเดินหาเสียงผมว่าไม่มีผลเท่าไหร่เลย นอกจากการลงมือทำและเห็นผลจริง ผลที่ออกมาเป็นคะแนนที่ดี แต่ผมก็ประมาทไม่ได้ เพราะว่าเกมการเมืองทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้" นายชัชชาติกล่าว

ส่วนกรณีที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โพสต์ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับผู้อำนวยการเขตรายหนึ่งในประเด็นการคุกคามทางเพศ นายชัชชาติกล่าวว่า หากมีข้อมูลหรือหลักฐานที่ถูกต้องชัดเจน ขอให้เปิดเผยออกมาได้เลยเพื่อเอาคนไม่ดีออกไป  และพร้อมให้ฝ่ายบริหารชุดใหม่หรือปลัด กทม.ดำเนินการทันที

“เราประกาศเสมอว่าเราไม่ยินยอมต่อการคุกคามทางเพศ ที่ผ่านมาถ้ามีเรื่องร้องเรียนเราจัดการทุกเคส อย่างในโรงเรียนก็เคยมีคำสั่งไล่ออกไปแล้ว แต่ในระดับผู้อำนวยการเขตตอนนี้ยังไม่มีข้อมูล ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพฤติกรรมของตัวบุคคล ไม่เกี่ยวกับระบบของ กทม.แต่อย่างใด” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า กทม.เพิ่งได้รับรางวัลเหรียญทองด้านความเท่าเทียมและสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าหน่วยงานภายนอกประเมินระบบการดูแลสิทธิมนุษยชนของ กทม.ไว้ค่อนข้างดี

ส่วนข้อกล่าวหาที่ระบุว่ามีการใช้ IO เพื่อตอบโต้ทางการเมืองหรือไม่นั้น นายชัชชาติกล่าวปฏิเสธพร้อมยืนยันไม่มีการทำ IO อย่างแน่นอน 100% นโยบายของทีมงาน คือการสื่อสารข้อเท็จจริง และแนวทางการทำงานอย่างสร้างสรรค์ ไม่มีการกล่าวร้ายหรือทำลายคู่ต่อสู้ แต่อาจจะมีแฟนคลับบางส่วนที่ไปโจมตีคนอื่น ซึ่งตนก็อยากขอร้องว่าอย่าไปทำเลย ให้ดูที่ผลงานของเราเป็นหลักดีกว่า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสวิจารณ์เรื่อง “ระบอบอากง” หรือข้อครหาเรื่องการใช้เส้นสายในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ กทม. นายชัชชาติชี้แจงว่า ระบบดังกล่าวไม่มีอยู่จริง และมองว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมา การแต่งตั้งโยกย้ายในทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนที่สมหวังและไม่สมหวังเป็นเรื่องธรรมดา คนที่ไม่พอใจก็อาจจะกล่าวหาว่าระบบไม่ดี  โดยไม่ได้ย้อนดูความสามารถของตนเอง ยืนยันว่าแนวปฏิบัติของทีมชัชชาติตลอดมาคือการเลือกคนดี คนเก่ง และเน้นความซื่อสัตย์สุจริตอย่างโปร่งใสที่สุด

นายชัชชาติกล่าวเพิ่มว่า สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ สก.จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. ขอเชิญชวนประชาชนออกมากใช้สิทธิ ซึ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก.จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตหรือนอกราชอาณาจักร จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนบริหารจัดการเวลา เพื่อมาร่วมกันแสดงพลังบริสุทธิ์ในระบอบประชาธิปไตย

หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก

ที่ตลาด อ.ต.ก. นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีระบอบอากงว่า เราต้องยอมรับว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่ง การทุจริตมีมาในทุกยุคทุกสมัย ซึ่งเรื่องเหล่านี้ทางพรรคปชน.ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง การทุจริตงบประมาณ การทุจริตซื้อขายตำแหน่ง ต้องใช้เจตนาอันแน่วแน่ รวมถึงมีระบบป้องกันที่จะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นภายใต้การบริหารของตน

"ปัญหาเหล่านี้พูดได้เลยว่า ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก เพราะฉะนั้นเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ทางพรรคประชาชนขอโอกาสจากชาว กทม. เพื่อจะแสดงให้เห็นว่าการบริหารแบบที่มีเจตจำนงอันแน่วแน่ ในการไม่ให้เกิดทุจริตคอร์รัปชันเป็นไปได้จริง" นายชัยวัฒน์กล่าว

ส่วนผลสำรวจ “นิด้าโพล” โค้งแรกอันดับที่ 1 คือ นายชัชชาติ อันดับที่ 2 ยังไม่แน่ใจ ขณะที่ตนอยู่อันดับที่ 3 จะทำอย่างไรให้คะแนนตีตื้นขึ้นมา นายชัยวัฒน์ระบุว่า คิดว่าโพลที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดคือวันที่ 28 มิถุนายน ตนและผู้สมัครสก.ทุกคนจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ดีที่สุด นำเสนอแนวทางนโยบายและการทำงานของเราต่อ กทม.อย่างตรงไปตรงมา  ซื่อสัตย์สุจริต เพื่อให้ประชาชนให้โอกาสเข้าไปทำงาน ซึ่งต้องทำทุกวันให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า ส่วนคนที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร มั่นใจหรือไม่ว่าจะทำให้คนกลุ่มนั้นหันมาเลือกเรา นายชัยวัฒน์กล่าวว่า เป็นส่วนที่เราคาดหวัง และหวังว่าจะทำให้กลุ่มคนที่ยังไม่ตัดสินใจเล็งเห็นว่าการให้โอกาส ปชน.จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตของ กทม.ที่แตกต่างจาก 4 ปีที่ผ่านมา เป็นสิ่งที่เราอยากขอโอกาส

ถามว่าในช่วงท้ายจะมีแคมเปญออกมาให้ประชาชนว้าวหรือไม่นั้น นายชัยวัฒน์กล่าวว่า ขอให้ช่วยติดตาม เราจะมีแคมเปญในแต่ละเฟสออกมาเรื่อยๆ ผ่านการสื่อสารในรูปแบบต่างๆ

ที่ตลาดวัดแขก เขตบางรัก นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข 5 พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค คณะผู้บริหารพรรค อาทิ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค นายธนากร ลิ้มวาทะรส ผู้สมัคร สก. เบอร์ 1 เขตบางรัก ลงพื้นที่หาเสียง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีโอกาสเข้าไปเป็นผู้ว่าฯ เรื่องคอร์รัปชันจะจัดการอย่างไร นายอนุชากล่าวว่า เป็นหนึ่งในนโยบายของเราคือ ตรวจสอบได้ แต่ตอนนี้ถ้าไม่พูดถึงก็ไม่ได้ เพราะเป็นเรื่อง มีข้าราชการ กทม.หลายคนมีการส่งสัญญาณมาถึงตน จะพูดว่าไม่มีก็เป็นไปไม่ได้ ตามที่หลายคนพูดกันมา คำพูดที่เข้าใจง่ายคือ “ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก” เขาบอกเองว่า กทม.มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่การหาใบเสร็จเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่หาประโยชน์และผู้สมประโยชน์ เขามีวิธีการที่จะเลี่ยงอยู่แล้ว เรื่องใบเสร็จเป็นไปไม่ได้ที่จะหามา เพียงแต่ว่าผู้บริหารซึ่งตอนนี้หมดวาระไปแล้ว จะออกมาพูดความจริงเมื่อไหร่ เห็นกันอยู่ว่าเป็นอย่างไร

อย่าประเมิน ปชช.ต่ำไป

”จริงๆ คน กทม.เขารู้กันหมดว่า ผู้ว่าฯ ที่เป็นอิสระจริงหรือเปล่า หรือเป็นทีมเดียวกัน ไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะหลายคนรอไปเลือกตั้งอย่างเดียว ว่าสิ่งที่เขาได้รับทราบเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ อย่าประเมินประชาชนต่ำไป เขารู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด แต่ทั้งหมดคิดว่าประชาชนเข้าใจแล้วตัดสินใจได้” นายอนุชากล่าว

หลังจากนั้น นายอนุชาและคณะลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน โดยนายอนุชากล่าวว่า ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เขตตลิ่งชัน มีหลายส่วนที่เราจะสามารถปรับปรุงเพิ่มเติมได้ เช่น เรื่องของการประชาสัมพันธ์ จะทำให้คนมาเที่ยวจับจ่ายใช้สอยได้มากขึ้น แต่เราจะใช้ประชาสัมพันธ์แบบเหมือนเดิมไม่ได้ เพราะบางทีเราตามเฟซบุ๊กมา เราใช้แพลตฟอร์มหรือแอปต่างๆ เข้ามาในพื้นที่ ต้องระบุว่ามีตลาดน้ำแล้ว มีร้านดัง แต่เมื่อเป็นจุดทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เรื่องของความสะอาดก็เป็นจุดหนึ่งที่สามารถทำได้มากกว่านี้ ในการนำคนมาจัดเก็บ และเรื่องที่ทิ้งขยะ ตรงนี้ กทม.จะสามารถเข้ามาจัดการได้ทันทีเลย

จากนั้นนายอนุชาลงพื้นที่ตลาดวังหลัง ช่วยนายนภาพล จีระกุล ผู้สมัคร สก.เบอร์ 1 เขตบางกอกน้อย หาเสียง

ขณะที่นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.ในนามอิสระ เบอร์ 14 ลงพื้นที่ตลาด อ.ต.ก.หาเสียง  ภายหลังที่นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เดินหาเสียงในพื้นที่เดียวกันไปเมื่อช่วงเช้า โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดต่างทักทายนางมัลลิกา พร้อมขอถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง

นางมัลลิกากล่าวถึงกรณีการพบป้ายหาเสียงผิดกฎหมายว่า ผู้สมัคร สก.หลายคนส่งเรื่องเข้ามาให้ เบื้องต้นอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบ 2 เรื่องที่ไม่ถูกต้องตามกติกาการเลือกตั้ง คือป้ายหาเสียงที่ติดตามรถไฟฟ้าขนาดเกินกฎหมายกำหนด และป้ายที่ติดบนรถเมล์ มีความกว้าง ความยาว ความสูง เกินกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้ มีหลักฐานแล้วว่าวิ่งทั่วกรุงเทพฯ คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ได้ข่าวว่าเป็นอดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และออกมาให้สัมภาษณ์ว่าเป็นคนติดเองบนรถเมล์ ขอฝากเลขาฯ กกต.และประธาน กกต.ว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายเลือกตั้ง

เมื่อถามว่า จะตรวจสอบทันก่อนเลือกตั้งหรือไม่ นางมัลลิกากล่าวว่า เป็นหน้าที่ กกต.จะต้องลงพื้นที่ในเวลานี้  และเมื่อตนได้รับเรื่องร้องเรียนมานั้น มีพยานและหลักฐานจากผู้สมัคร สก.หลายคน เก็บหลักฐานไว้ทั้งหมด จะส่งข้อมูลให้ กกต.ภายในวันนี้

นางมัลลิกากล่าวถึงผลนิด้าโพลที่ตนเองได้อันดับ 4 ว่า ผลสำรวจอันดับที่ 1 ก็ไม่รู้ว่าข้อมูลจะใช่หรือไม่ ส่วนอันดับที่ 2 ยังไม่ตัดสินใจ เมื่อถึงเวลาแล้วจะตัดสินใจหรือไม่ ส่วนคนที่อยู่อันดับ 3 ก็ไม่รู้ว่าจะไปดึงคะแนนอันดับ 1 หรืออันดับไหนมาเป็นของตนเอง ส่วนตนมาอันดับ 4 เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แล้ว ถือว่ายุทธศาสตร์ไม่ได้ผิดพลาด เดินมาถูกต้อง โค้งสุดท้ายหลังจากนี้ ตนจะคิดว่าเป็นโค้งสุดท้ายในทุกวัน แล้วจะพยายามทำให้ประชาชนรับรู้อย่างมีตรรกะและเหตุผลอย่างถูกต้อง และรับรู้ว่า ดร.มัลลิกามีความตั้งใจมากแค่ไหน มีประสบการณ์อย่างไร และรับรู้ว่านโยบาย 14 แผนทำได้จริงๆ มี How to และแผนปฏิบัติการรองรับทั้งหมด โดยนโยบายที่พูดและมีแผนรองรับทั้งหมดสามารถเห็นหน้าเห็นหลังได้

"ถ้าคนกรุงเทพฯ รู้ว่าจะหาใครเป็น Super Woman ก็ต้องเลือกเบอร์ 14 ยักษ์เขียวตัวเล็กนิดเดียว ถ้าจะล้มก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นต้องเริ่มต้นจากตัวผู้นำ และดิฉันจะไม่ทอดทิ้งประชาชน จะต้องเข้าถึงสวัสดิการอย่างเท่าเทียม" นางมัลลิกากล่าว

'ระบอบอากง' จุดติดพลิกเกมได้

นางมัลลิกากล่าวอีกว่า ยังมีประชาชนอีก 2 ล้านคนที่สถิติระบุว่าไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งเลยทั้งชีวิต โดยนางมัลลิกายกมือไหว้พร้อมระบุว่า "พี่คะ คุณพี่ 2 ล้านคนที่ไม่ยอมไปลงคะแนน รอบนี้ถ้าคุณพี่ไม่รู้ว่าจะกาใคร ขอให้กาเบอร์ 14 นั่นคือสิ่งที่โพลทุกโพลไม่เคยสำรวจคุณพี่ นั่นคือสิ่งที่โพลทุกโพลไม่เคยมองเห็นคุณพี่ นั่นคือผู้ว่าฯ ทุกยุคทุกสมัยไม่เคยรู้ว่าคุณพี่มีตัวตน ดังนั้นขอให้คุณพี่ไปแสดงพลัง 2 ล้าน แสดงให้กาเบอร์ 14 อย่าปล่อยให้สิทธิของเราทิ้งน้ำ" นางมัลลิกากล่าว

วันเดียวกัน นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายชัชชาติยังมีจุดอ่อนแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งแรก เนื่องจากในอดีตยังไม่มีผลงานให้ถูกนำมาเปรียบเทียบ และสามารถสร้างภาพลักษณ์ “สุภาพบุรุษที่แข็งแรงที่สุดในปฐพี” จากการใช้ชีวิตเรียบง่าย หิ้วถุงแกง สวมกางเกงกีฬา และรองเท้าแตะ จนเกิดกระแสตอบรับอย่างกว้างขวาง แต่การลงสมัครสมัยที่ 2 ย่อมมีทั้งจุดอ่อน ข้อบกพร่อง และผลงานที่ถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงถูกทวงถามถึงผลงานที่สร้างความประทับใจให้ชาวกรุงเทพฯ

นายเทพไทกล่าวว่า หากนายชัชชาติจะสูญเสียคะแนนนิยม หรือทำให้กระแสความนิยมลดลงจากการเลือกตั้งครั้งก่อน น่าจะมาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ประเด็นข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สังคมไม่ยอมรับ โดยขณะนี้เริ่มมีการเปิดโปงและขยายผลในหลายประเด็น ทั้งเรื่อง “ระบอบอากง” การซื้อขายตำแหน่ง การใช้เต้าไต่ การเก็บหัวคิว รวมถึงข้อกล่าวหาว่าใช้ตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.เป็นทางผ่านสู่ตำแหน่งทางการเมืองที่สูงกว่า

“ถ้ากระแสระบอบอากงจุดติดในหมู่ประชาชนกรุงเทพฯ ซึ่งเสพข้อมูลจากโซเชียลมีเดียอย่างเข้มข้น และนายชัชชาติ ไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ ก็อาจทำให้เสียสมาธิและคะแนนนิยมลดลง จนเกิดการพลิกผันทางการเมืองได้” นายเทพไทกล่าว

ส่วนปัจจัยที่สองคือ ความประมาทจากการมีคะแนนนำในผลสำรวจ โดยเตือนว่าแม้โพลจะชี้ว่าชนะขาดลอย แต่ทีมงานไม่ควรชะล่าใจหรือมองข้ามคู่แข่ง พร้อมยกนิทานอีสปเรื่อง “กระต่ายกับเต่า” เปรียบเทียบว่า ผู้ที่นำอยู่ตลอดเวลาอาจพลาดได้ หากขาดความระมัดระวัง ขณะที่คู่แข่งยังเดินหน้าหาเสียงอย่างต่อเนื่องและสามารถสร้างกระแสที่ถูกใจประชาชนได้มากกว่า

“ฉะนั้นช่วงเวลาที่เหลือก่อนถึงวันเลือกตั้ง ต้องจับตาว่า กระแส 'ระบอบอากง' จะถูกขยายผลจนกลายเป็นประเด็นใหญ่หรือไม่ เพราะหากกระแสลุกลามจนควบคุมไม่ได้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้สมัครที่ถูกมองว่า 'นอนมา' และทำให้การแข่งขันเปลี่ยนทิศทางในช่วงโค้งสุดท้ายได้” นายเทพไทกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน.ตามขยี้อุ้มศักดิ์สยาม

“ปชน.” กางรายละเอียด 4 ข้อสงสัย ป.ป.ช.อุ้ม “ศักดิ์สยาม” ซัดดำเนินการบกพร่อง-ใช้ดุลพินิจผิดพลาด-ปกปิดข้อมูล-ละเว้นตรวจสอบ วัดใจประธานรัฐสภาจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าไหร่ ดักทางอย่าปัดตกคำร้อง

ยืนยันสิทธิคนจน8.8ล้าน จี้ปรับเกณฑ์เข้มยังระงม

ไทยช่วยไทยพลัสแรงต่อเนื่อง ยอดทะลุ 1.5 หมื่นล้านแล้ว “คลัง” เผย 2 วันผู้ยืนยันสิทธิบัตรคนจน 8.8 ล้านราย 4.1 แสนรายสะดุด แนะรีบแก้ไขก่อน 21 มิ.ย. เสียงเรียกร้องทบทวนเกณฑ์เข้มยังระงม โดยเฉพาะปมเลี้ยงดูพ่อแม่

‘ตาควาย-เนิน350’สุดคึกคัก

รัฐบาลยันเดินหน้า UNCLOS กำหนดเขตแดนทางทะเลให้ชัดเจน ไม่ใช่เจรจาพัฒนาพื้นที่-แบ่งประโยชน์ร่วมกับเขมร "พล.อ.รังษี" มั่นใจไม่ซ้ำรอยเขาพระวิหาร ชี้ต่างจากศาลโลก "ปราสาทตาควาย-เนิน 350" คึกคัก! แห่เที่ยว 2 วัน ทะลุ 3 พันคน สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชน

‘ชัชชาติ’ แข็งแกร่งระบบอากงไม่สะเทือน โพลชี้โค้งแรกนำโด่งทุกกลุ่มเขต

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “โค้งแรก สนามเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. 69”