ส้มตีปี๊บขยี้งบ70-คดีฮั้ว

พท.นัดประชุมพรรค 16 มิ.ย. ถกลุยยื่นร่างแก้ รธน.ใหม่อีกรอบ เล็งหาทางเลี่ยงเลือก ส.ส.ร.ไม่ให้เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาล รธน. มั่นใจมีเสียง สส.พรรคอื่นร่วมหนุน "ไอติม" แฉพิรุธ TOR "TH-AI Passport" ย้ำให้ชะลอหรือทบทวน กาง 4 เหตุผลจี้ "กกต." ส่งคดีฮั้ว สว.ไปศาลชี้ขาด เตือนอาจถูกตั้งข้อครหาปฏิบัติหน้าที่แบบปิดตาข้างเดียว "สว.ฉัตรวรรษ" โต้ คลิป กกต.จับโพยยังพิสูจน์ไม่ได้มีการฮั้ว สว. เพราะยังไม่รู้ใครจะได้รับเลือกเป็น สว.

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมพรรค พท.เตรียมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับพรรคเพื่อไทย ในวันที่ 16 มิ.ย.นี้ เพื่อเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังนำไปปรับปรุงเนื้อหาใหม่ เนื่องจากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไม่ร่วมลงชื่อให้ในรอบที่แล้วว่า พท.ยืนยันเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามจุดยืนและแนวทางของพรรค จะหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมพรรควันที่ 16 มิ.ย.นี้ ทราบว่ามีการนำร่างเดิมไปแก้ไขเนื้อหามาเล็กน้อย ให้เนื้อหาไม่หมิ่นเหม่กับการขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนญ แต่ไม่ทิ้งจุดยืนเดิมเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่วนเนื้อหาที่ปรับปรุงใหม่เป็นอย่างไร ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่จะนำมาให้ที่ประชุมพรรคร่วมพิจารณาวันดังกล่าว

เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าเนื้อหาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่พรรคนำไปแก้ไขใหม่ จะได้รับการร่วมลงชื่อจาก ภท.ในรอบนี้ นายประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ได้คิดในประเด็นนี้ เป็นสิทธิ์ของ ภท. แต่มั่นใจว่าเรามีจุดยืนของเรา มุ่งมั่นแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลักการให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่อาจมีทางเบี่ยงไม่ให้ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ต้องไปหาข้อยุติในที่ประชุมพรรควันที่ 16 มิ.ย.

เมื่อถามว่า หาก ภท.ยืนยันไม่ร่วมลงชื่อให้ จะดำเนินการอย่างไรต่อ นายประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่ขอทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ถ้า ภท.ไม่ร่วมลงชื่อให้แล้วร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พท.จะตกไป ถ้ามีพรรคอื่นร่วมลงชื่อให้ก็จะมีเสียงเพียงพอ 1 ใน 5 ในการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าพรรคอื่นๆ พร้อมให้ความร่วมมือ ถ้ารวบรวมรายชื่อแล้วได้เสียงเกิน 1 ใน 5 พท.พร้อมเดินหน้ายื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาแน่นอน

ผศ.พรรณวดี ตันติศิรินทร์ ที่ปรึกษาเครือข่าย กลุ่มสตรี 20 จังหวัดภาคอีสาน ในฐานะอดีตแกนนำคนเสื้อแดงและแนวร่วม นปช.ภาคอีสาน เปิดเผยว่า คนเสื้อแดงน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ท่านพระราชทานอภัยโทษให้กับนักโทษที่ถูกคุมขังและคดีต่างๆ ซึ่งคุณทักษิณ ชินวัตร ได้รับโทษทั้งที่ไม่ผิด และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแบบ 2 มาตรฐาน ทั้งยังคงถูกขุดคุ้ย ถูกยึดทรัพย์ และถูกตามรังควานในทุกเรื่องตามที่ทุกคนรู้อยู่กับตัวว่าทำอะไรไป และมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง คุณทักษิณจึงเป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพ นักสู้เพื่อประชาธิปไตย แม้จะไม่หวนกลับสู่เวทีการเมือง แต่ก็จะยังเป็นเสาหลักของการเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณให้กับนักสู้เพื่อประชาธิปไตยที่จะส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น และจะเป็นผู้นำนอกเวทีการเมืองและมีบทบาทนักสู้ในเวทีต่างๆ

"มีความเป็นไปได้ว่าคุณทักษิณจะมาเป็นนักสู้อิสระภาคประชาชน ที่จะร่วมกันต่อสู้ตามอุดมการณ์บนพื้นฐานของประชาธิปไตยที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม บนพื้นฐานของกระบวนการยุติธรรม 2 มาตรฐาน ภาคประชาชนก็อยากเห็นผู้ที่กระทำความผิดที่ยังคงเดินไปเดินมาอยู่ในขณะนี้ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และได้รับโทษเช่นเดียวกับคุณทักษิณ โดยเฉพาะกับคดีเขากระโดง และคดีฮั้ว สว. ที่ทราบดีว่าใครควรที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมกันบ้างในเร็วๆ นี้" ผศ.พรรณวดีกล่าว

จี้ทบทวน "TH-AI Passport"

ที่อาคารอนาคตใหม่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ว่า ในช่วง 1 เดือนข้างหน้า จะมีการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว วาระที่ 1 คาดว่าน่าจะเป็นสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ หรือต้นเดือนกรกฎาคม โดย ปชน.ได้มีการเตรียมประเด็นและคัดเลือกผู้อภิปรายไว้แล้ว เพื่อให้ครอบคลุมการตรวจสอบงบประมาณของทุกภารกิจทุกกระทรวง แต่ประเด็นที่ 2 ซึ่งเป็นวาระที่สำคัญ ที่รัฐบาลจะเป็นคนเสนอร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณ ปี 2569 ซึ่งรัฐบาลเคยอ้างว่าสามารถโยกงบประมาณที่ไม่จำเป็นในปี 2569 มาใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น จึงต้องดูปริมาณที่รัฐบาลสามารถโอนได้จริงว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งคาดว่าจะเข้าที่ประชุมสภาฯ ในช่วงเดือนเดียวกัน โดย ปชน.จะต้องเตรียมความพร้อมทั้ง 2 วาระ ขณะเดียวกันในชั้นกรรมาธิการก็มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อตรวจสอบการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาทไปแล้ว ซึ่งเป็นการทำงานควบคู่กัน

ส่วนการตรวจสอบงบประมาณในโครงการ TH-AI Passport ที่ไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการงบประมาณปกติ นายพริษฐ์กล่าวว่า ปชน.ยังยืนยันให้มีการทบทวนและยุติการเดินหน้าโครงการดังกล่าว จากข้อพิรุธที่สังเกตเห็น ทั้งเรื่องกระบวนการในการดำเนินงานที่ผ่านมา และข้อกังวลที่มีต่อเนื้อหาใน TOR โดยในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ปชน.จะมีการแถลงอย่างละเอียด ทั้งนี้ สิ่งที่เราพบข้อพิรุธใน TOR ของโครงการนี้ เริ่มเห็นจาก TOR โครงการอื่นเช่นกัน เช่น โครงการจัดหาระบบแฟ้มสะสมทักษะ (Skill/Credit Portfolio) ที่เคยมีการอนุมัติสมัยที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นคนของ ภท.และผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 มาแล้ว รัฐมนตรีคนปัจจุบันคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ได้สั่งให้มีการรื้อ TOR ใหม่ทั้งหมด

"หวังว่าโครงการที่มีข้อพิรุธในลักษณะเดียวกันจะถูกชะลอและทบทวน เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเอื้อกลุ่มเอกชน" นายพริษฐ์กล่าว

นอกจากนี้ นายพริษฐ์แถลงกรณีภาพรวมการตั้งข้อสังเกตต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการตรวจสอบคดีฮั้ว สว.ว่า ขณะนี้กลุ่มบุคคลที่จะชี้ขาดว่าคดีการฮั้ว สว.จะไปถึงศาลหรือไม่คือ กกต.ทั้ง 7 คน อยากชี้ให้เห็น 4 เหตุผลที่ตนมองว่า กกต.ควรส่งเรื่องทั้ง 229 คนไปยังศาล ได้แก่ 1.หลักฐานในคดีนี้มีความชัดเจนและหนักแน่นกว่าหลักฐานในคดีก่อนๆ ที่ กกต.เคยส่งเรื่องไปที่ศาล พอจะคาดการณ์ได้อย่างชัดเจนว่าหลักฐานที่อยู่ในสำนวนมีหลักฐานประเภทใดบ้าง เช่น สถิติการลงคะแนนในบัตร ที่มีบัตรจำนวนมากที่มีการเลือกกลุ่มตัวเลขกลุ่มเดียวกัน โดยสถิติมีความยากมากที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติหากไม่มีการจัดตั้ง หากเรื่องนี้ กกต.ไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลก็อาจจะทำให้ถูกมองว่าใช้มาตรฐานที่แตกต่างกันหรือไม่

เหตุผลที่ 2 คือ อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 มีปัญหาเรื่องความชอบธรรมและเสี่ยงเป็นเครื่องมือฟอกขาว ซึ่งตนมีคำถามว่า ทำไมจึงต้องตั้งคณะอนุชุดที่ 36 ขึ้นมาวินิจฉัยเป็นกาลเฉพาะ ทั้งที่มีคณะอนุอยู่แล้วถึง 35 คณะ ทั้งนี้ ตนเคยได้สอบถามตัวแทนของดีเอสไอ ก็พบว่าคณะอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 ไม่เคยเรียกตัวแทนของดีเอสไอหรือตัวแทนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 เข้าไปให้ข้อมูลเลย ดังนั้นหาก กกต.จะเอาหลังพิงอนุวินิจฉัยชุดที่ 36 แล้วไม่ส่งเรื่องไปที่ศาล ตนคิดว่าก็จะถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

เหตุผลที่ 3 เราเห็นว่า กกต.ส่วนใหญ่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมี กกต. 4 ใน 7 คนถูกรองรับให้เข้าสู่ตำแหน่ง โดย สว.ที่อยู่ในสำนวนที่กำลังพิจารณาอยู่ เมื่อเข้าสู่ตำแหน่งเช่นนี้ก็อาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่า 4 คนนี้ก็อาจจะถูกตั้งคำถามหรือตั้งข้อครหาเป็นพิเศษ หากมีการตัดสินใจใดๆ ที่ค้านสายตาประชาชน จึงมองว่าหาก กกต.อยากหลุดพ้นจากการถูกตั้งข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน วิธีการที่เรียบง่ายที่สุดและตรงไปตรงมาคือ การมีมติส่งเรื่องทั้งหมดไปให้ศาลพิจารณาว่าใน 229 คนนั้นใครผิดหรือไม่ผิด

สว.โต้คลิปพิสูจน์ฮั้วไม่ได้

เหตุผลข้อที่ 4 ขณะนี้ กกต.ถูกตั้งคำถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาในการตรวจสอบคดีการทุจริตการเลือก สว.อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่ โดยหลักฐานที่นำมาสนับสนุนเหตุผลดังกล่าวนี้ คือคลิปวิดีโอการเลือก สว.รอบไขว้ที่ตนได้มาจากผู้ตรวจการการเลือก สว.

"หากคำถามเหล่านี้ กกต.ไม่สามารถชี้แจงให้ชัดได้ แล้วท้ายที่สุดปลายทาง กกต.ไม่ได้ส่งเรื่องไปที่ศาล คิดว่า กกต.ก็อาจจะถูกมองได้ว่ามีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ มีการปิดตาข้างเดียวต่อกระบวนการโกง สว.หรือไม่ หรือแม้กระทั่งเป็นส่วนหนึ่งที่รู้เห็นเป็นใจของกระบวนการการโกง สว.ที่ผ่านมาหรือไม่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เห็นว่า กกต.ควรที่จะส่งเรื่องทั้งหมดไปยังศาลตามมติของคณะไต่สวนชุดที่ 26" นายพริษฐ์กล่าว

ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวตอบโต้นายพริษฐ์ว่า ในฐานะที่ตนเคยเป็นพนักงานสอบสวน ขอตั้งข้อสังเกตคลิปดังกล่าว หาก กกต.หรือเจ้าหน้าที่ กกต.พบเห็นหลักฐานผู้สมัครกระทำผิด นำเอกสารที่ไม่เกี่ยวข้องกับใบ สว.3 หรือใบแนะนำตัวผู้สมัครเข้าไปคูหาลงคะแนน เหตุใดไม่ดำเนินการเอาผิดทันที ต้องเชิญตัวผู้กระทำผิดไปพบผู้อำนวยการ กกต. เพื่อแจ้งข้อหากระทำผิด ดำเนินการให้จบเป็นคนๆ ไป ไม่ใช่ปล่อยทิ้งไว้ แล้วมากล่าวหาเหมารวมทั้งหมดภายหลังว่า มีการฮั้วเลือก สว.

"คำพูดของ กกต.ที่ระบุว่าจะเป็น สว.แล้วขอให้เลือกตั้งด้วยความสุจริตเถอะนั้น ผมมองว่ายังพิสูจน์ไม่ได้ว่า มีการฮั้วเลือก สว.เกิดขึ้นจริง กกต.รู้ได้อย่างไรว่า ใครจะได้รับเลือกเป็น สว.ในตอนนั้น ไม่สามารถนำมากล่าวหาได้ว่าทุกคนทุจริตหมด" พล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าว

ขณะที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ กกต.จะมีการประชุมเรื่องคดีฮั้วการเลือก สว.ต่อเนื่อง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการออกเอกสารข่าวส่งให้สื่อมวลชนได้รับทราบความคืบหน้าของการพิจารณาคดีดังกล่าว

นายชนินทร์ แก่นหิรัญ ทนายความรับผิดชอบคดีเขากระโดง โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวกรณีข้อพิพาทที่ดินเขากระโดงว่า คดีเขากระโดง แม้คำพิพากษาในคดีเดิมจะมีคำวินิจฉัยที่ให้เหตุผลเกี่ยวกับแนวเขตที่ดินของการรถไฟฯ ตามพยานหลักฐานในสำนวนขณะนั้น แต่คำบังคับของศาลย่อมจำกัดอยู่กับคู่ความและที่ดิน 40 แปลง ในคดีนั้น เจ้าของเอกสารสิทธิรายอื่น 995 แปลง ไม่ได้เป็นคู่ความในคดีเดิม ไม่ได้มีโอกาสนำพยานหลักฐานของตนเข้าสู่การพิจารณา และยังมีสิทธิตามกฎหมายที่จะพิสูจน์ว่าตนมีสิทธิดีกว่า หรือมีข้อเท็จจริงแตกต่างจากคดีเดิมอย่างไร การถือว่าคำพิพากษาคดีเดิมมีผลตัดสิทธิของบุคคลเหล่านั้นทันที จึงไม่สอดคล้องกับทั้งตัวบทมาตรา 145 และหลักการรับฟังความทุกฝ่าย

"ขอฝากเพื่อนร่วมวิชาชีพ นักวิชาการ นักการเมือง และผู้ที่ติดตามเรื่องนี้ว่า เราอาจเห็นต่างกันในการตีความกฎหมายได้ แต่ควรเห็นต่างด้วยตัวบทกฎหมายที่อ่านให้ครบถ้วน คำว่า 'ใช้ยัน' ไม่ใช่ 'ผูกพัน' และไม่ใช่ 'บังคับเพิกถอนทันที' บุคคลภายนอกที่ไม่เคยเป็นคู่ความยังมีสิทธิพิสูจน์สิทธิของตนและกระบวนการเพิกถอนเอกสารสิทธิยังต้องเป็นไปตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ ไม่ใช่เพียงออกมาสร้างกระแสหรือแรงกดดันของสังคม จนเป็นกลยุทธ์การเมือง จิตวิทยาหมู่ ตีวัวกระทบคราด" นายชนินทร์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'พท.' นัดประชุมพรรคถกร่างแก้รธน. มั่นใจเสียงพรรคอื่นร่วมหนุน

'เพื่อไทย' นัดประชุมพรรค 16 มิ.ย. ถก ลุยยื่นร่างแก้ รธน.ใหม่อีกรอบ เล็ง หาทางเลี่ยงเลือก ส.ส.ร. ไม่ให้เสี่ยงขัดคำวินิจฉัยศาลรธน. ไม่แคร์ 'ภูมิใจไทย' ไม่ร่วมลงชื่อ มั่นใจ มีเสียงสส.พรรคอื่นพร้อมร่วมสนับสนุน

พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

เคลื่อนพระศพจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในหลวง พระราชินี ทรงสรงน้ำพระศพ พระราชทานพระโกศทองใหญ่พระเกียรติยศสูงสุด "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"

ถวายนํ้าสรงพระศพ

คณะรัฐมนตรี ผู้นำเหล่าทัพ คณะบุคคล หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชนจากทุกสารทิศ ถวายน้ำสรงพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ" ณ ศาลาสหทัยสมาคม