หนุนวัดผลงาน1ปี กมธ.ถกTH-AIวุ่น

“สิริพงศ์” มองเป็นสไตล์นายกฯ  ประกาศขีดเส้นวัดผลงานคนภูมิใจไทย 1 ปี "รมว.ท่องเที่ยวฯ" ชี้ประเมิน รมต.ตอกย้ำก๊วนใหญ่-เล็กไม่มีผลงานโดนเขี่ยทิ้งได้หมด เดือด! วงประชุม กมธ.บริหารงบฯ "ศุภชัย" วอล์กเอาต์ ข้องใจ  "รักชนก" ดึง "กมธ.กฎหมายฯ" ของ "รังสิมันต์"  มาร่วมสอบ TH-AI Passport ซัดซ้ำซ้อน-ไร้อำนาจ บอกอย่าเล่นแบบเด็กๆ ใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ "ไอซ์" โวย "ภท." ป่วน ฟ้อง "อนุทิน"  จัดการ ลั่นผิดหวัง "ปลัดดีอี" มองไม่เห็นพิรุธโครงการ

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 18 มิถุนายน 2569  นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขีดเส้น 1 ปี วัดผลงานรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมาธิการฯ ของพรรค ภท.ว่า  เป็นสไตล์ของนายกฯ อยู่แล้ว ซึ่งโจทย์ตั้งแต่วันแรก รัฐมนตรีและผู้มีตำแหน่งในทุกกรรมาธิการจะต้องทำงานและมีผลงานเชิงประจักษ์ต่อสายตาประชาชน ดังนั้นนายกฯ จึงออกมากระตุ้นว่า ถ้า 1 ปีใครไม่มีผลงาน อาจจะถูกพิจารณาปรับเปลี่ยนไปอยู่ในที่ที่เหมาะสม ขอย้ำว่าเป็นสไตล์ของนายกฯ อยู่แล้ว

ถามว่า นายกฯ พูดตอนนี้เพราะโดนมรสุมเยอะ หรือรัฐมนตรีผลงานไม่ค่อยออก จึงต้องใช้ไม้แข็งหรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ก็ไม่เชิง เพราะช่วงนี้มีประเด็นต่างๆ เยอะ และก่อนที่นายกฯ จะพูดเรื่องนี้ ได้มีการดำเนินการในหลายส่วน ทั้งในส่วนของคณะหรือรัฐมนตรีและกรรมาธิการ ที่ทุกฝ่ายมีความขยันขันแข็งลงพื้นที่รับฟังปัญหามาสู่ฝ่ายบริหาร

"คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ทุกคนจะตื่นตัวและมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ไม่ใช่จะปล่อยให้เป็นงานรูทีนอย่างเดียว แต่ต้องมีผลงานเชิงประจักษ์ออกมาด้วย ซึ่งนายกฯ ไม่ได้แจ้งว่าจะปรับตำแหน่งต่างๆ เมื่อไหร่ แค่บอกว่าประเมิน 1 ปี จึงไม่ทราบว่าจะปรับเมื่อไหร่" นายสิริพงศ์กล่าว

ส่วนนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา และแกนนำพรรค ภท. กล่าวว่า เรื่องการประเมินผลงานรัฐมนตรีของพรรคทุก 1 ปี เป็นเรื่องดี นายกฯ ทำถูกต้องแล้ว  ประเมินทุกกระทรวงว่าใครเหมาะสมในการทำงาน ถ้ารัฐมนตรีคนไหนไม่เหมาะก็เป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้วที่ผู้นำประเทศ ผู้ที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลจำเป็นจะต้องพิจารณาในเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว

"นายกฯ แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่มีใครที่จะสามารถยึดเก้าอี้เป็นของตัวเองได้นานถ้าไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่นายกฯ พิจารณาเป็นหลักอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องว่าใครจะเป็นคนสนิทหรือก๊วนนี้ใหญ่ก๊วนนี้เล็ก และเวลาที่ผมประชุมพรรค นายกฯ จะพูดเสมอกับ สส.และรัฐมนตรีว่าต้องทำงาน เพราะเราเป็นแกนหลักของรัฐบาล ผลงานที่จะเกิดคือความมั่นคงของรัฐบาล ถ้าเราทำงานไม่ได้รัฐบาลจะไม่มีความมั่นคง" นายสุรศักดิ์กล่าว

ถามว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมารัฐบาลถูกโจมตีหลายเรื่องหรือไม่ นายสุรศักดิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วเป็นธรรมชาติของทุกที่ ทุกกระทรวงคงจะต้องมีเรื่องที่นักข่าวให้ความสนใจหรือเรื่องที่ต้องชี้แจง ตนถือว่าทุกเรื่องที่โดนโจมตีเป็นโอกาสที่ดีของรัฐมนตรีของกระทรวงนั้นๆ ที่จะออกมาชี้แจงความจริงให้กับประชาชน เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้วที่รัฐมนตรีทุกคนต้องสื่อสารด้วย

ที่รัฐสภา เวลา 09.45 น. น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร และนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการส่งเสริมการเข้าถึงบริการปัญญาประดิษฐ์ หรือ TH-AI Passport แจก AI ใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ วงเงินกว่า 1,600 ล้านบาท

กมธ.สอบ TH-AI เดือด! 

น.ส.รักชนกชี้แจงการประชุมครั้งนี้ว่าเนื่องจากยังมีข้อสงสัยหลายประการ ทั้งเรื่องความคุ้มค่า กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และเงื่อนไขในร่างขอบเขตงาน โดยแจ้งเชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มาร่วมให้ข้อมูล ทั้งนี้ นายไชยชนกได้มอบหมายให้ปลัดดีอีมาให้ข้อมูลแทน รวมทั้งได้มีการส่งหนังสือไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว ในการประชุมแต่ละครั้งก็จะให้มีการบันทึกการประชุมอย่างละเอียดเพื่อให้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง น.ส.รักชนกชี้แจง นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรค ภท. หนึ่งใน กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาฯ ได้ทักท้วงว่า กมธ.ทั้งหมดนั้นยังไม่ได้มีมติที่ชัดเจนว่าจะมีการพิจารณาในเรื่องใด และเห็นว่า กมธ.ในชุดนี้ไม่น่าที่จะมีอำนาจในการพิจารณา รหัสมีการพิจารณาซ้ำซ้อนกับ กมธ.อื่น จะทำให้ผู้ชี้แจงมีความสับสน

เช่นเดียวกับ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ  สส.สุพรรณบุรี พรรค ภท. หนึ่งใน กมธ.ก็ทักท้วงเสริมว่า ได้มีความสงสัยว่าในการประชุมครั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ เพราะตามข้อบังคับการประชุมร่วมกันนั้น ไม่ว่าจะกี่วาระก็ตาม จะต้องมีการยื่นไปที่ประธาน กมธ.ในชุดนั้นๆ เพื่อให้พิจารณาว่าจะให้มีการประชุมร่วมกันหลายๆ คณะหรือไม่ โดยส่วนตัวได้พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ของคณะกฎหมาย ซึ่งปรากฏว่าไม่มีความชัดเจนว่ามีการยื่นเรื่องไปหรือไม่

นายศุภชัยชี้แจงเพิ่มเติมว่า แม้ กมธ.จะมีการบรรจุเข้าที่ประชุมแล้ว แต่ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการดำเนินการโดยความเห็นของประธานเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง กมธ.กฎหมายฯ ไม่ได้พิจารณาในเรื่องนี้ และไม่ควรเอาความเห็นประธานเพียงคนเดียวมาบรรจุเป็นวาระ ซึ่งทุกอย่างมีขั้นตอนและกระบวนการพิจารณาอยู่ หากมีข้อสงสัยก็จะต้องให้มีชี้ขาดโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า TH-AI Passport อยู่ขอบเขตพิจารณาชุดใด จึงไม่อยากทำเรื่องนี้ให้ผิดกระบวนการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อที่ประชุมยังไม่สามารถหาข้อสรุปที่ชัดเจนได้ นายศุภชัยและ กมธ.บางส่วนได้ลุกเดินออกจากห้องประชุมและปฏิเสธที่จะร่วมสังฆกรรม เพราะเห็นว่ายังไม่มีความชัดเจน ควรให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ชี้ขาดอำนาจหน้าที่ก่อน

ต่อมาเวลา 10.15 น. นายศุภชัยให้สัมภาษณ์หลังวอล์กเอาต์ว่า ตนเข้าใจประธานทั้งสองคนของพรรค ปชน.ที่ต้องการบดขยี้เรื่องโครงการ TH-AI Passport ซึ่งทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็พร้อมที่จะชี้แจงไม่มีปัญหา แต่วันนี้ที่ตนได้แสดงจุดยืนคือ กมธ.กฎหมายฯ ไม่มีอำนาจและหน้าที่ใดๆ ในการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งถ้าหากเรื่องนี้อยู่ในเรื่องของ กมธ.ติดตามงบฯ หรือ กมธ.การศึกษาฯ ก็ว่าไป แต่การให้ กมธ.กฎหมายฯ มาพิจารณาร่วม คิดว่าประธาน กมธ.กฎหมายฯ อาจจะได้รับเรื่องที่ยังคลุมเครืออยู่ ซึ่งยังไม่มีมติเห็นด้วยออกมา เป็นการดำเนินการเพียงลำพัง

"การคลุมเครือแบบนี้ผมต้องการให้ กมธ.กฎหมายฯ ซึ่งเป็น กมธ.อันดับหนึ่งของสภาฯ อย่าทำเป็นเล่น โดยผมได้พูดว่า I deal process หลักยุติธรรม ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่ผมไม่ว่านายรังสิมันต์หรือ น.ส.รัชนกหรอก แต่ถ้าหากอยากจะมาเล่นเรื่องนี้ผมก็ไม่ว่า แต่วิธีการเล่นเอาแบบเด็กๆ เอาหัวสองหัวมาชนกัน ไอ้เนี่ยเด็ก และอย่ามาใช้ กมธ.เป็นเครื่องมือ การเป็นประธาน กมธ.ไม่ใช่เจ้าของประธานบริษัท มันมีพรรคการเมืองหลายพรรคเข้ามาร่วม ต้องเป็นมติร่วมกัน ผมจึงได้แสดงจุดยืน ถ้าผิดข้อบังคับก็อาจจะผิดจริยธรรม หากผิดจริยธรรมก็ถูกพ้นการเป็น สส. ผมขอไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย และไม่เห็นด้วยที่จะให้ กมธ.กฎหมายฯ ประชุมเรื่องนี้ แต่ผมจะเข้าไปฟังเล่นๆ จิบน้ำชาจิบกาแฟก็ไม่เป็นไร" นายศุภชัยกล่าว

ไอซ์ฟ้องหนู 'ภท.' ป่วน

ขณะที่ในวงประชุม 2 กมธ.ได้ดำเนินการต่อ ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชน.  ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ เดินเข้ามาร่วมประชุมด้วย โดย น.ส.รักชนกได้ขอให้เจ้าหน้าที่ร่างทีโออาร์ทำการชี้แจงรายละเอียด ซึ่งในช่วงจังหวะนั้นนายศุภชัยกลับเข้าร่วมประชุมอีกครั้ง และพยายามยกมือเพื่อขอพูด แต่ทางนายรังสิมันต์ได้กล่าวว่า ขอให้กระบวนการประชุมดำเนินการก่อน โดยนายศุภชัยกล่าวว่าขอพูดแค่ 2 นาทีแล้วจะออกเลย ขณะที่นายรังสิมันต์พยายามคัดค้านโดยแจ้งว่าขอให้รอ

อย่างไรก็ดี นายศุภชัยกล่าวว่า ตนจะไม่ประชุมร่วมแล้ว พูดเสร็จจะเดินทางออกจากห้องประชุมเลย ตนจะไม่มีคำถามกับผู้ที่เข้ามาชี้แจงในวันนี้ เพราะได้ข้อสรุปอย่างหนึ่งว่าพวกท่านได้เซตอัปกันมา

"มีการเชิญผู้นำฝ่ายค้านเป็นเซตอัปให้กับพรรคประชาชน ให้มาซัดเรื่องนี้ ผมขอบอกว่าผมไม่ขอร่วมสังฆกรรมด้วยในกรณีนี้" นายศุภชัยกล่าวเสร็จก็ลุกเดินออกจากห้องทันที

นายณัฐพงษ์จึงชี้แจงว่า ได้ติดตามไลฟ์สดผ่านสื่อมวลชน และมีข้อสงสัยที่อยากจะถาม โดยตนเพิ่งได้ส่งข้อความมายังประธานเพื่อขออนุญาตเข้าห้องประชุมเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เพราะมีประเด็นสำคัญถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในห้องประชุมนี้ อย่างเช่น ป.ป.ช. ขอถามผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต ว่าทีโออาร์มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจเป็นไปได้หรือไม่ว่าทีโออาร์มีการล็อกสเปกขึ้น หรือมีความพยายามที่จะเขียนให้มีรายละเอียดที่มีความหมายคล้ายกันกับอีกหนึ่งกระทรวง รวมถึงภาพที่ปรากฏต่อสาธารณะว่าคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาจจะมีความเกี่ยวข้องโดยทางอ้อม มีความสัมพันธ์หรือมีอำนาจในโครงการนี้หรือไม่ อยากสอบถามตัวแทนจาก ป.ป.ช. ว่าหากพิจารณาจากสามัญสำนึก ในกรณีแบบนี้สามารถสงสัยได้หรือไม่ว่ามีการคุยกันเบื้องหลังหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน

จากนั้น นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.จังหวัดอุทัยธานี พรรค ภท. ได้ยกมือและขอออกจากห้องประชุม เพราะมีความจำเป็นที่จะต้องไปหาหมอ ก่อนจะพูดในที่ประชุมว่า ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ ตนโง่ในเรื่องนี้ และไม่อยากจะฉลาดในเรื่องนี้ ตนไม่รู้ว่าโครงการ TH-AI Passport มีประโยชน์อะไรกันแน่ แต่ทุกคนก็ได้วิจารณ์กันไป เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้ว่าประโยชน์ของโครงการนี้คืออะไร

"ตอนนี้เหมือนกับว่าพรรค ปชน.กำลังด้อยค่าโครงการของรัฐบาล ถ้าโครงการนี้มีเงื่อนงำจริง และมีการทำผิดหรือทุจริตจริง ไม่ต้องเรียกมาประชุม ไม่ต้องตั้งคำถาม ให้รวบรวมไปยื่น ป.ป.ช. และก่อนยื่นขอให้แถลงต่อสังคม" นายชาดาระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนออกจากห้องประชุมนายชาดาได้เดินมาหา น.ส.รักชนก เพื่อจะลาออกไปจากห้องประชุม โดย น.ส.รักชนกพูดกับนายชาดาว่า วันนี้คนของพรรค ภท.ขัดขวางการประชุมทำให้ไม่ราบรื่น ฝากเอาเรื่องนี้ไปบอกนายกฯ อนุทินด้วย

ภายหลังประชุมเสร็จสิ้น น.ส.รักชนกแถลงว่า พูดตรงๆ วันนี้กรรมาธิการไม่ได้รับข้อมูลอะไรใหม่เพิ่มเติม แต่สาธารณชนได้รู้ว่าในการพยายามตามหาความจริงรักษาผลประโยชน์ของประชาชน แต่กลับมีบางคนที่ไม่ได้เห็นเหมือนกับเรา

"กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติต่างๆ เช่น TOR ที่ส่อว่าจะมีการล็อกสเปกและผิด พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง แต่ปลัดดีอีก็ยังไม่เห็น ถ้าคิดด้วยสามัญสำนึกของปุถุชนคนธรรมดาฟังแค่นี้ก็ต้องรู้สึกผิดปกติแล้ว แต่ปลัดดีอีก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีความผิดปกติแต่อย่างใด ทั้งหมดที่เราจะตั้งข้อสังเกตส่งเป็นหนังสือถึงปลัดดีอี เพื่อให้ท่านได้ตอบกลับมาเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้งหนึ่ง ให้ยืนยันอีกครั้งว่าที่พูดมาทั้งหมดนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ" น.ส.รักชนกกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘จิกมี’ทรงร่วมอาลัย วางพวงมาลาหน้าพระโกศ เสด็จฯร่วมพิธี‘สัตตมวาร’

สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางพวงมาลาสักการะพระศพ "เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ"