นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว ย้ำทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ชี้เป็นองค์กรอิสระ รัฐบาลให้ความเห็นมากไม่ได้ ขณะที่ "กสทช." ประชุมล่มรอบ 4 หลัง "พิรงรอง-ธนพันธุ์-ศุภัช" วอล์กเอาต์ ยันคำสั่งศาลปกครอง-คำวินิจฉัยสรรหาถือเป็นที่สุด ด้าน "หมอสรณ" ดิ้นต่อ! อุทธรณ์ศาลปกครอง แนบหนังสือ ม.มหิดล ยืนยันแพทย์รายชั่วโมงไม่ใช่พนักงานรัฐ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีทูลเกล้าฯ ถวายให้ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ้นจากตำแหน่ง กรณีคณะกรรมการสรรหา กสทช.มีมติให้ขาดคุณสมบัติว่า ก็เป็นไปตามขั้นตอนและกระบวนการ
ส่วนกรณีนักวิชาการระบุว่า เมื่อตัวของประธาน กสทช.ออกจากตําแหน่งแล้วจะทําให้เป็นสุญญากาศในการทํางานนั้น นายกฯ กล่าวว่า ก็ยังมีกรรมการคนอื่นเหลืออยู่ อันนี้เป็นองค์กรอิสระ ตนให้ความเห็นอะไรไม่ได้ รัฐบาลไม่สามารถจะไปกํากับดูแลได้ แต่ให้ความร่วมมือ ถ้ามีอะไรติดขัด รัฐบาลก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ว่าการดําเนินการทั้งหลายต้องเป็นเรื่องของ กสทช.
เมื่อถามว่า ได้ลงนามทูลเกล้าฯ ถวายไปแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า "ลงนามแล้วครับ" เมื่อถามว่าลงนามไปแล้วได้ตรวจสอบข้อกฎหมายหรือไม่ เพราะนักวิชาการบางคนระบุว่ามติของ กสทช.ไร้สภาพบังคับ นายกฯ กล่าวว่า ตนทําตามขั้นตอนทุกอย่าง และไม่ได้ทําด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่ดี ทําตามขั้นตอนทุกอย่างที่ทางฝ่ายกฎหมายทั้งของฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายกฎหมายส่วนตัวได้ให้ความเห็นมา
ด้านนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้มีมาตรา 19 ของกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองใช้กับทุกกรณี ที่ผู้ดำรงตำแหน่งในหน้าที่ราชการถูกวินิจฉัยว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างไร โดยกฎหมายเขียนรองรับไว้แล้วว่า ไม่กระทบต่อการกระทำที่ได้ทำไปแล้ว ไม่เช่นนั้นความมั่นคงของคำสั่งทางปกครองจะเสียหายไป และจะส่งผลกระทบต่อคนอื่นมากมาย ยืนยันว่ามีกฎหมายรองรับไว้แล้ว ส่วนที่จะมีการไปร้องเอาผิดย้อนหลัง แล้วแต่การใช้สิทธิ์ แต่ต้องเป็นไปโดยสุจริตตามกฎหมายมีแค่นั้น
ที่สำนักงาน กสทช. มีการประชุมบอร์ด กสทช. ครั้งที่ 24/2569 ปรากฏว่าไม่สามารถดำเนินการต่อได้ เนื่องจากองค์ประชุมไม่ครบ นับเป็นการประชุมล่มครั้งที่ 4 โดยเมื่อ นพ.สรณเข้าห้องประชุม ทำให้กรรมการ กสทช. 3 ราย ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย เดินออกจากห้องประชุมทันที
ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรองเปิดเผยว่า พวกตนไม่ได้เล่นเกม เพราะเป็นหน้าที่ที่ได้รับโปรดเกล้าฯ มาให้ปฏิบัติหน้าที่ จึงเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ หากดูรายละเอียดเรื่องคดีความจะพบว่ากรรมการ 3 คนบวกอีก 1 คน เป็นผู้ถูกฟ้องเป็นหลัก และบางคนที่ออกมาให้ข่าวก็เป็นผู้ฟ้องเองด้วย พวกตนถูกฟ้องทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีปกครอง จึงเป็นผู้ถูกกระทำ บางครั้งพวกตนรู้สึกเหมือนเป็นหมาตัวหนึ่ง หรือเป็น กสทช.ชั้นสอง แต่ก็ยังทำหน้าที่ต่อ เพราะรู้สึกว่าได้รับโปรดเกล้าฯ ให้มาทำหน้าที่ จึงต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่
ขณะที่ นพ.สรณกล่าวภายหลังการประชุมล่มว่า เหตุผลที่ยังคงนัดประชุม กสทช. เนื่องจากมีเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้กรรมการทุกคนทราบ ทั้งคำสั่งศาลปกครองที่ไม่รับฟ้อง และพยานหลักฐานใหม่จากมหาวิทยาลัยมหิดล แม้กรรมการบางคนจะไม่เข้าร่วมประชุมก็ตาม ทั้งนี้ ศาลให้เหตุผลว่าไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ซึ่งหมายความว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาไม่มีผลต่อการดำรงตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ และตนยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต่อไปจนกว่าจะมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่ง
นพ.สรณระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นอุทธรณ์ ขอศาลปกครองสูงสุดกลับคำสั่งศาลปกครองกลาง และรับคำฟ้อง รวมถึงคำขอทุเลาการบังคับและบรรเทาทุกข์ชั่วคราวไว้พิจารณา หนึ่งในประเด็นที่นำมาโต้แย้งคือหนังสือตอบจากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งยืนยันว่าได้ลาออกจากความเป็นพนักงานและลูกจ้างของมหาวิทยาลัยและคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีอย่างสมบูรณ์ ตั้งแต่ 8 ม.ค.2565 ส่วนช่วง 8 ม.ค.ถึง 12 เม.ย.2565 เป็นเพียงการประกอบวิชาชีพแพทย์อิสระเฉพาะทางตามความจำเป็นในการส่งต่อผู้ป่วย ไม่ได้รับเงินโดยตรงจากมหาวิทยาลัย
สำหรับกรณีที่มีการจับตาว่าปัญหาสถานะของ นพ.สรณอาจนำไปสู่แรงกดดันต่อนายกรัฐมนตรีนั้น นพ.สรณกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และตนเคารพนายกรัฐมนตรี จึงไม่ต้องการส่งสัญญาณกดดันใดๆ อย่างไรก็ตาม เตรียมทำหนังสือแจ้งข้อมูลและหลักฐานใหม่ให้นายกรัฐมนตรีรับทราบ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และยืนยันยังคงทำงานเต็มเวลาและต้องปฏิบัติหน้าที่ออกใบอนุญาตตามกฎหมายหากหยุดปฏิบัติหน้าที่อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157
ทั้งนี้ ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ได้ส่งหนังสือตอบกลับเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ยืนยันมิได้เป็นบุคลากร พนักงาน หรือลูกจ้างของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เนื่องจากไม่มีสัญญาจ้าง และไม่มีคำสั่งจ้างแต่อย่างใด จึงไม่ได้เป็นทั้งพนักงานและลูกจ้างของรัฐ
ที่รัฐสภา น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน รับหนังสือจาก น.ส.สุจิตรา สมปาน ผู้ช่วยเลขานุการอนุกรรมการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาคุ้มครองผู้บริโภค เรื่องตรวจสอบการทำหน้าที่ของ นพ.สรณ โดย กมธ.จะพิจารณาเรื่องดังกล่าวในการประชุมวันที่ 13 ส.ค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง
กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

