8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.

“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง “กองปราบ” หอบสำนวนโกงสอบท้องถิ่น 2 ลัง 10 แฟ้มส่ง ป.ป.ช. ฟ้อง “อดีตอธิบดี สถ.-ผอ.มศว” พร้อม 11 ขรก. “ป.ป.ช.” โพสต์ขยายผลทุจริตสอบปี 68 สั่งไต่สวนคดีพิเศษเพิ่มคดีโกงสอบท้องถิ่นเมืองพัทยาปี 64 “กกต.” โต้ปม "ไอติม" ข้องใจมีเส้นเงินถึง 'กกต.' 8.6 แสนบ. ยันไม่เกี่ยวกับฮั้ว สว. “จนท.” ทำผิดถูกฟ้องอาญา-ปลดออกแล้ว “สุริยะ” เศร้า “เกรียง กัลป์ตินันท์” อดีต รมช.มท.-อดีต สส.อุบลฯ พรรค พท.หลายสมัยเสียชีวิต

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 11 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีไปดูมวยไทยที่เวทีราชดำเนินกับนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี จนถูกโยงมีการพูดคุยทางการเมืองว่า ไม่มี ก็เป็นการเปิดหูเปิดตาธุรกิจใหม่ ที่เปลี่ยนจากการพนันอย่างเดียวแล้วมาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ เป็นการโชว์ศิลปะของไทย

ส่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ มีกำหนดลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สงขลา ในวันที่ 31 ส.ค.ก่อนจะเป็นประธานการประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ในวันที่ 1 ก.ย. โดยจะให้ความสำคัญกับการติดตามการแก้ไขและป้องกันปัญหาอุทกภัย ตลอดจนประเด็นด้านความมั่นคงและการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม กล่าวถึง ครม.สัญจรว่า นายกฯ มีนโยบายประชุม ครม.นอกสถานที่ครั้งแรกที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องของ 5 จังหวัดภาคใต้ คือ จังหวัดสงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและผังเมืองที่ใช้มานาน

 “วันที่ 25 ส.ค.นี้จะมีการประชุมสรุปอีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาล โดยให้ทั้ง 5 จังหวัดนำเสนอโครงการที่คิดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงสิ่งที่ต้องการปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องผังเมืองและโซนนิ่งที่ใช้มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ตรงไหนที่สมควรจะเปลี่ยนจะให้ภาคเอกชน 5 จังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดนำเสนอด้วย” นายพิพัฒน์กล่าว

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป.สั่งการให้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. นำสำนวนคดีทุจริตสอบราชการท้องถิ่น จำนวน 2 ลัง ประมาณ 10 แฟ้ม ส่งมอบให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาว่าจะดำเนินการไต่สวนเอง หรือส่งกลับมาให้กองปราบปรามเป็นผู้ทำคดีต่อ

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, ดร.เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการ สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) แจ้งข้อหา "ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่, เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น, ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ, ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ"

ส่วนกลุ่มที่ 2 เป็นข้าราชการท้องถิ่น จำนวน 11 ราย ที่ทำหน้าที่แก้ไขกระดาษคำตอบ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งใน จ.นนทบุรี พนักงานสอบสวนแจ้ง 10 ข้อหา อาทิ "สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ เป็นต้น

มีรายงานว่า เฟซบุ๊กสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติรับกรณีทุจริตสอบผู้บริหารท้องถิ่นปี 64 ไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษเพิ่มเติม หลังพบพฤติกรรมแก้คะแนนจากสอบตกให้เป็นสอบผ่าน ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับคดีทุจริตสอบท้องถิ่นในปี 68 และคาดว่าเป็นกลุ่มผู้กระทำผิดกลุ่มเดียวกัน

โดยมีการแนบเนื้อข่าวดังกล่าวในช่องแสดงความคิดเห็นระบุว่า ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องไว้ไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กรณีกล่าวหาคณะอนุกรรมการสรรหาพนักงานเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด และพนักงานเมืองพัทยา ให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ประจำปี 2564 กับพวกว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากการขยายผลกรณีทุจริตสอบท้องถิ่นปี 2568 พบกรณี “สอบสรรหาผู้บริหารท้องถิ่น ปี 2564” มีการแก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ จากผู้ที่สอบไม่ผ่านให้เป็นผู้สอบผ่าน หรือมีการปรับคะแนนให้สูงขึ้น ซึ่งพบความเชื่อมโยงกับพยานหลักฐานในเรื่องกล่าวหาเดิม ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวมีผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก เป็นกรณีที่สังคมและประชาชนให้ความสนใจ และอาจส่งผลกระทบในวงกว้าง คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติรับเรื่องไต่สวนเป็นคดีพิเศษต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เฟซบุ๊ก ป.ป.ช.โพสต์ข่าวดังกล่าวได้เพียง 1 ชั่วโมง ได้มีการลบข่าวดังกล่าวทิ้งไป

ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล และนายนัสเซอร์ ยีหมะ ร่วมกับ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ขยายขอบเขตการสอบวินัยร้ายแรงกรณีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น

 “ขอให้นายกฯ ได้สั่งการให้ กก.สอบสวน มท. ขยายขอบเขตการสอบสวนไปถึงบุคคลต่างๆ เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงครบถ้วนมากขึ้น และอาจขยายผลไปถึงบุคคลอื่นที่ร่วมกระทำความผิดต่อไป จึงจะทำให้สาธารณชนยุติความคิดที่ว่านายกฯ กำลังมีการตัดตอนไม่ให้ถึงผู้กระทำความผิดบางส่วน โดยเฉพาะผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมืองบางคน” ท้ายหนังสือระบุ

วันเดียวกัน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) โพสต์เฟซบุ๊กเจาะลึกหลักฐานคดีโกง สว. ทวงคำถาม กกต. และเพิ่มคำถามให้ ป.ป.ช.เรื่องบัญชีทรัพย์สิน กรณีเส้นเงินจากนักการเมืองสีน้ำเงิน จ.อำนาจเจริญ ไปที่เจ้าหน้าที่ กกต. ยอดรวม 860,000 บาท ช่วง เม.ย.-ก.ค.67

 “วันนี้ขอทำ 2 อย่าง เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าวต่อ 1.ทวงถาม กกต.ว่าตกลง กกต.ได้สอบสวนกรณีนี้หรือยัง? การโอนเงินทั้งหมดเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไร และเกี่ยวข้องกับการเลือก สว.หรือไม่? สถานะและผลการสอบสวนเป็นอย่างไร? 2.เพิ่มคำถามให้ ป.ป.ช.ต่อข้อค้นพบใหม่เกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สิน ของ ส.อบจ. ญาณี สีฟ้า” นายพริษฐ์ระบุตอนหนึ่ง

มีรายงานว่า กกต.ออกเอกสารชี้แจงกรณีมีการเปิดเผยข้อมูลในคดีฮั้ว สว.พบเส้นทางการเงินในจังหวัดอำนาจเจริญ โดยมีการโอนเงินจากบุคคลรายหนึ่งไปยังพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ของ กกต. จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงิน 860,000 บาท ว่า พฤติการณ์รับโอนเงินที่เกิดขึ้นในปี 2567 มีความเกี่ยวข้องกับพนักงานสืบสวนและไต่สวนชำนาญการ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งในขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานของสำนักงาน กกต. และได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนสำนวนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ระหว่างวันที่ 7 เม.ย.-22 ก.ค.67 โดยการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวเป็นภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง สส. ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่อย่างใด

สำนักงาน กกต.ได้มีการดำเนินการ 4 มาตรการ 1.มีคำสั่งให้พนักงานคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อน 2.แต่งตั้ง กก.สอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงและการสอบสวนได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอความเห็นต่อคณะอนุ ก.กกต. เพื่อพิจารณามีมติตาม กม. 3.แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญา 4 รายงาน ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม สำนักงาน กกต.ได้สั่งลงโทษปลดพนักงานคนดังกล่าวออก และพ้นสภาพการเป็นพนักงาน ด้วยเหตุอื่นไปก่อนแล้ว

ส่วนกรณีเส้นทางการเงินใน 4 จังหวัด ได้แก่ นครพนม ลำพูน สงขลา และอำนาจเจริญ หลักฐานดังกล่าวอยู่ในสำนวนการพิจารณาแล้ว และสำนักงาน กกต.ได้ยืนยันว่า ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความโปร่งใส ความสุจริต และความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนต่อไป

ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้อง คดีหมายเลขดำ อท.31/2569 ที่เรือเอกยงยุทธ เสาแก้วสถิต ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กับพวกและเลขาธิการ กกต. รวม 8 คน ในฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต

โดยข้อกล่าวหาระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 8 มีเจตนาทุจริตร่วมกันสั่งผู้รับพิมพ์บัตรเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง บัตรสีเขียว ใส่คิวอาร์โค้ดด้านล่างซ้ายของบัตรเลือกตั้ง และบัตรเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ บัตรสีชมพู ใส่บาร์โค้ดลงในบัตรเลือกตั้ง โดยมีเจตนาใช้ตรวจสอบเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ศาลได้เลื่อนฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาออกไปเป็นวันที่ 7 ต.ค.2569 เวลา 09.30 น.

ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า รับทราบเรื่องการเสียชีวิตของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีต รมช.มหาดไทยแล้ว ซึ่งหากทราบกำหนดการที่แน่นอน ตนจะเดินทางไปร่วมไว้อาลัยกับการสูญเสียในครั้งนี้ด้วย

สำหรับนายเกรียง เป็นอดีต สส.อุบลราชธานีหลายสมัยของพรรคเพื่อไทย ได้ถึงแก่กรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โดยครอบครัวเตรียมนำร่างกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดใน จ.อุบลราชธานี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วิ่งหัวชนกำแพง อภิสิทธิ์ชน 'พรรคส้ม'รอมหาชนทุบเอง

กลายเป็นชนวนร้อนสั่นสะเทือนไปทั้งสภาฯ และโซเชียลมีเดีย เมื่อสงครามวาทกรรม “วิ่งหัวชนกำแพง” ถูกจุดพลุขึ้นโดย “ไหม” น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แห่งค่าย พรรคส้ม ที่ออกมาเปิดใจสะท้อนสภาวะถดถอยและความกดดันของการสู้กับระบบ