"ดีเอสไอ" เปิดเส้นทางเงิน “ป้อม ภาวุธ" เกี่ยวข้องขบวนการกลุ่มหลอกลวงลงทุน Forex พบเงินโอนจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัลฯ เข้าบัญชี 28 ล้านบาท ภายในวันเดียวรวม 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท ในวันที่ 18 ก.ค.67 ท่าจะดิ้นไม่หลุดเพราะเป็นเงินปลายทางโอนเข้าบัญชีตัวเองในเวลาไม่กี่วินาที รอสภาปิดเจอกัน ขณะที่ สส.ส้มมึน! อ้าง 28 ล้านเข้าบัญชีแค่เทรดทองคำแล้วขาดทุน แต่ไม่รู้ที่ดีเอสไอเผยเป็นช่วงไหน
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม มอบหมายให้ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ, ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ, พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.), รอง ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และผู้แทนจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกันแถลงข่าว จำนวน 3 เรื่อง ดังนี้ 1.ปฏิบัติการตรวจค้น Shutdown the laundering ซื้อขาย Forex โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดเงินสดกว่า 65 ล้านบาท และทรัพย์สินอีกหลายรายการ มีนักการเมืองและดาราเกี่ยวข้อง
โดย พ.ต.ต.ยุทธนาเปิดเผยว่า กรณีนี้เป็นการที่ได้มีการสืบสวนสอบสวนกรณีที่มีการเปิดบริษัทซื้อขายเงินตราต่างประเทศ การเปิดเป็นโบรกเกอร์ การชักชวนให้ลงทุนเพื่อให้ได้ส่วนต่าง ซึ่งพบผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มโบรกเกอร์ที่เปิดหน้าเว็บเพจต่างๆ ให้มีการลงทุน ประมาณ 4 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มเครือข่ายเดียวกัน 2.กลุ่มบริษัทที่ทำการชักชวนลงทุน ให้คำแนะนำ หรือใช้วิธีสอนเทรด และเมื่อมีคนสนใจเทรดหรือลงทุนแล้ว ก็จะแนะนำให้ไปพบโบรกเกอร์ หรือซื้อขายที่โบรกเกอร์ในกลุ่มเดียวกัน และ 3.กลุ่มเพย์เมนต์ (Payment) หรือบริษัทที่รับส่งเงิน ล้วนแล้วพบว่าทั้งหมดมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน
เขากล่าวว่า ตอนนี้จำนวนผู้เสียหายเท่าที่ปรากฏนั้น ดีเอสไอมีจำนวน 500 ราย แต่อาจมีมากกว่านั้น และในตอนนี้ตำรวจไซเบอร์ก็มีจำนวนผู้เสียหาย 65 ราย แต่ก็อาจเพิ่มขึ้นอีก ส่วนมูลค่าเงินลงทุนน่าจะหลายพันล้านบาท อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมข้อมูล
สำหรับขั้นตอนว่าเส้นทางการเงินเชื่อมโยงมาถึงนายภาวุธได้อย่างไรนั้น รายละเอียดตรงนี้ตนยังไม่ขอเปิดเผยมากนัก แต่เงินที่กลุ่มบริษัทโบรกเกอร์โอนไป ซึ่งก็อาจมีการโอนผ่านนิติบุคคลอีก 2 ทอด แล้วค่อยเข้าสู่บัญชีของบุคคลดังกล่าวตามจำนวนที่พบคือ 14 ครั้ง ครั้งละ 2 ล้านบาท รวมประมาณ 28 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่อยากลงรายละเอียดมากนัก แต่เราพร้อมให้โอกาส
"ย้ำว่าบุคคลนี้ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่ระหว่างนี้ก็ได้มีการทยอยออกหมายเรียกบุคคลอื่นๆ ไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ออกหมายเรียกแก่นายภาวุธ เพราะตอนนี้ท่านยังเป็น สส. อยู่ในสมัยประชุมสภา มีเอกสิทธิ์ สส.คุ้มครอง ซึ่งหากหมดสมัยประชุม เราอาจมีหนังสือเชิญเขาเข้าให้ข้อมูล"
ไม่มีประเด็นการเมือง
อธิบดีดีเอสไอย้ำว่า ความสำคัญคือ เราตรวจค้น รวบรวมพยานหลักฐานไว้เป็นจำนวนมาก ทั้งเอกสาร เส้นทางการเงิน และรอเขามาให้คำตอบชี้แจง จึงยังไม่ต้องรอให้เขาเข้ามาชี้แจงเร่งด่วนขนาดนั้น ส่วนว่านายภาวุธมีแนวโน้มจะเชื่อมโยงกับขบวนการสแกมเมอร์หรือไม่ เราขอให้ได้ความชัดเจนจากพยานหลักฐานก่อน อนึ่ง นายภาวุธรับเงินโอนจากกลุ่มเพย์เมนต์ ส่วนนายรัฐภูมิ อยู่ในกลุ่มของโบรกเกอร์ ทำให้ทั้งคู่ยังไม่มีความเชื่อมโยงกันในเส้นทางการเงิน และอยู่กันคนละกลุ่ม
เมื่อถามว่า การเปิดชื่อนายภาวุธวันนี้ แต่บอกว่ายังไม่จำเป็นเร่งด่วนที่จะเชิญเข้ามา หรือมีหมายแจ้ง หมายเรียก ต้องรอปิดสมัยประชุมสภาฯ แต่ชื่อของเขาดันไปสอดคล้องกับการเปิดเผยโครงการ TH-AI Passport ก่อนหน้านี้ พ.ต.ต.ยุทธนาชี้แจงเริ่มสืบสวนเรื่องนี้มาก่อนหน้า น่าจะไม่ต่ำกว่า 6 เดือน เราไม่ได้มีเป้าหมายกับบุคคลใด ส่วนประเด็นเรื่องการเมือง ขอชี้แจงว่าไม่มี เรารู้เพียงแค่ว่าพยานหลักฐานไปถึงใครเราก็จะเรียกมาสืบสวนสอบสวนและให้ความเป็นธรรม
ด้าน ร.ต.อ.เขมชาติกล่าวว่า เส้นทางการเงินที่ตรวจพบจากบริษัท ALPFX ก็มีความเชื่อมโยงกับบริษัท สปาร์ก ดิจิทัลฯ ที่ได้มีการโอนเงินไปยังบุคคลที่เป็นนักการเมือง คือ นายภาวุธ ปัจจุบันเป็น สส. จำนวนประมาณ 28 ล้านบาท (วันที่ 18 ก.ค.67) มีการโอนมาครั้งละ 2 ล้านบาท รวมจำนวน 14 ครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่าการรับโอนเงิน จะบ่งชี้ว่าบุคคลนั้นๆ จะเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด หรือเป็นคนผิดในทีเดียว แต่ทางเรายินดีจะรับฟังคำชี้แจงและข้อมูลจากทุกด้านเพื่อพิจารณา แต่เราแค่จำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ เพราะมีเส้นเงินเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ กรณีที่มีดารามาเกี่ยวข้องนั้น เนื่องด้วยนายรัฐภูมิคือคนที่เคยขับเคลื่อนงานในบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งเชื่อมโยงกับที่ผู้เสียหายเคยมาร้องเรียนบริษัท HFM : HF Markets (SV) Ltd และบริษัทอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย อีกทั้งเราจะได้ไปตรวจสอบการจดทะเบียนของบริษัท สปาร์ค ดิจิทัล ที่ได้รับโอนเงินมาจากบริษัท ALPFX ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันในพื้นที่รัชดาภิเษก อาทิ บริษัท ทริปเปิ้ล เอสเอสฯ ซึ่งโยงกับบริษัท เพย์เมนต์ ที่เป็นเพย์เมนต์ที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนในภาพรวมของการประกอบการโบรกเกอร์และเทรดในครั้งนี้ ทั้งหมดนี้จึงทำให้เป้าหมาย 24 จุด เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันทั้งหมด
เงินปลายทาง
ร.ต.อ.เขมชาติเสริมอีกว่า สำหรับการแบ่งเส้นพฤติการณ์ความเกี่ยวข้องของคนที่รับเงินเดือนจากบริษัทในฐานะกรรมการหรือหุ้นส่วน จะมีลักษณะอีกแบบ แต่ถ้าเงินที่ตัดไป เช่น ผ่านบริษัทแล้วค่อยผ่านเข้าตัวบุคคลเพียงไม่กี่วินาที จำนวนหลายครั้ง เลยต้องตรวจสอบและรอคำชี้แจงว่าเงินที่เข้าไปหลายล้านบาท และเข้าบัญชีส่วนตัวนี้เกี่ยวข้องกับบริษัทอย่างไร ตอนนี้อยู่ระหว่างขยายผล เชื่อว่ามีอีกหลายคนเกี่ยวข้อง
“เงินที่เกี่ยวข้องกับนักการเมืองรายนี้คือเงินปลายทาง ไม่ใช่เงินที่เข้าไปต้นทาง เพราะถ้าต้นทาง คือเงินที่ออกแล้วเข้าสู่ตัวโบรกเกอร์หรือไอบี แต่นี่คือเงินที่ออกจากเพย์เมนต์มาสู่บริษัทปลายทาง และเงินจากบริษัทปลายทางก็เข้าไปที่บัญชีนักการเมือง ส่วนกรณีของดาราชาย เราพบว่าเชื่อมโยงกับบริษัท อีเทอร์เวลธ์ จำกัด ซึ่งมีการสนับสนุนให้คำปรึกษาและประกอบธุรกิจเชื่อมโยงกับบริษัท HFM จึงนำไปสู่ว่าต้องตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องอย่างไรบ้างในการประกอบธุรกิจที่ผ่านมา พร้อมรับฟัง เพื่อพิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์”
ร.ต.อ.เขมชาติระบุต่อว่า สำหรับพฤติการณ์ไอบี (IB) 1 คน อาจไปได้หลายโบรกเกอร์และหลายบริษัท ดังนั้น เราจึงต้องพิสูจน์ว่าไอบีรายไหนได้ชักชวนนำไปสู่การเทรดที่มีการฉ้อโกงเกิดขึ้นหรือไม่ ส่วนกลุ่มโบรกเกอร์จำนวน 5 รายที่พบในตอนนี้ เรายึดตามข้อมูลผู้ร้องเรียนเป็นหลัก นำไปสู่โบรกเกอร์เกี่ยวข้องมากกว่านี้ก็เป็นไปได้ ตามที่อาจมีผู้ร้องเรียนเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต
ร.ต.อ.เขมชาติกล่าวว่า เรายังยืนยันเรื่องการออกหมายเรียกพยานหรือหมายเรียกผู้ต้องหาแก่นายภาวุธในตอนนี้ไม่ได้ เพราะยังอยู่ระหว่างพยานหลักฐานที่เรารวบรวมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เราไม่ได้มุ่งเป้าไปที่บุคคลใด แม้จะเป็นนักการเมือง หรือนักแสดง หรืออินฟลูเอนเซอร์ใด เราไม่ได้มองว่าผู้คนนั้นเกี่ยวข้องหรือมีสถานะอย่างไร ก็จะดำเนินการตามพยานหลักฐาน ทั้งนี้ จากแนวทางการสืบสวนตอนนี้มีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกจำนวนหลายราย แต่ตอนนี้ขอไม่ขอเปิดเผย แต่เชื่อว่าเป็นบุคคลในหลายวงการ ไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองหรือวงการไหน เชื่อว่ายังมีหลายวงการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง
วันเดียวกันนี้ นายภาวุธชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่า ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง ตนเคยประกอบธุรกิจหลากหลาย เช่น การค้าออนไลน์, ระบบชำระเงินออนไลน์ และ Technology Provider อีกมากมาย อีกทั้งยังเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ซึ่งลูกค้าย่อมมีทั้งบริษัทในประเทศ และบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ตามธรรมชาติของธุรกิจออนไลน์
ลงทุนทองคำ
อย่างไรก็ดีก่อนที่จะเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว สำหรับบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้ ตนได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นทั้งหมดแล้ว ดังนั้นในส่วนของบริษัทที่ถูกอ้างถึง ตนไม่สามารถให้ความเห็นใดๆ ได้ เนื่องจากตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวแล้ว
ข้อเท็จจริงเรื่องเงินจำนวน 28 ล้านบาท ที่เข้ามาสู่บัญชีธนาคารของตนนั้น ขอชี้แจงดังนี้ เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตนได้เปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบ Gold Trading กับผู้ให้บริการผ่านตัวเเทน (Broker) ซึ่งการลงทุนทองคำนี้ เหมือนกับการซื้อขายทองคำผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการลงทุนที่บุคคลทั่วไปจำนวนมากลงทุน เงินที่เข้ามาสู่บัญชีตนในกรณีนี้ จึงคาดว่าน่าจะมาจากการลงทุนทองคำ โดยเมื่อตนฝากเงินเข้าไปและทำการซื้อ-ขาย ย่อมมีการฝากและถอนเงินออกจากบัญชีซื้อขายหลายครั้ง แต่ในท้ายที่สุด ในกรณีนี้ ตนขาดทุน และหยุดการลงทุนไปนานแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบว่าเงินจำนวน 28 ล้านบาทที่ DSI กล่าวอ้างนี้ มาจากช่วงเวลาใดแน่ชัด และมาจากบัญชีใด เนื่องจากตนได้ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วพบว่า ข้อมูลที่ DSI แถลงมานั้นยังอาจจะคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง ซึ่งหาก DSI ต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งตนพร้อมที่จะนำส่งข้อมูลทั้งหมดให้เพื่อการตรวจสอบและพิสูจน์ความจริงต่อไป
นายภาวุธระบุในช่วงท้ายว่า ขณะนี้เรื่องส่วนตัวของตนกำลังเป็นที่กล่าวถึงและเป็นที่สงสัยของสังคม ตนขอยืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน หรือสแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใดๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยยืนยันไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. และพร้อมเข้าไปชี้เเจงให้ข้อมูลต่อหน่วยงาน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนกับสังคมต่อไป
ขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ถูกผู้สื่อข่าวถามเกี่ยวกับเรื่องนี้หลังเดินทางกลับจากการเยืนรัสเซีย โดยเขาถึงกับร้องโอ๊ย พร้อมกล่าวว่า นี่มันเรื่องของระดับดีเอสไอ นายกฯ จะไปทำอะไรทุกเรื่อง เดี๋ยวก็โดนผูกเป็นเรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกัน เรื่องการทำที่ผิดกฎหมาย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหน่วยงานป้องกันและปราบปราม นายกฯ จะไปจับผู้ร้ายแบบนั้นไม่ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

