"นิกร" สอน "เท้ง" เป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องรับผิดชอบความหวัง ปชช. อย่าล่มเรือแก้ รธน. เป็นกัปตันที่ดีต้องดูแลลูกเรือตัวเอง ย้ำเลือกตั้ง ส.ส.ร.เสี่ยงขัด รธน.-ผิดจริยธรรมด้วย เตือนชะลอแก้ รธน.เพื่อรอร่างภาค ปชช.ขยับได้ รธน.ใหม่เกินปี 72 ล่าช้าซ้ำรอยอีกอย่าโทษรัฐบาล "กรวีร์" ไม่ขัดข้องชะลอถกร่างแก้ไข รธน. จ่อหารือวิป 3 ฝ่าย พ้อเร่งก็โดนด่า-ช้าก็หาว่าเตะถ่วง "พริษฐ์" ยืนกรานส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ทำได้ จี้ ภท.จริงใจอย่าอ้างคำวินิจฉัยที่คลุมเครือเพื่อออกแบบ ส.ส.ร.ผูกขาดโดยระบอบน้ำเงินเลือกผู้ร่าง-ชี้ขาดเนื้อหา ประธานรัฐสภายันถกแก้รธน.ไทม์ไลน์เดิม 7-8 ก.ค.
ที่รัฐสภา วันที่ 22 มิถุนายน นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะคณะทำงานด้านรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุถึงแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่สามารถให้มีคูหาเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้ เพราะมีผลหารือจากตัวแทนของ 2 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่ากรณีดังกล่าวเป็นความเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีผลผูกพันกับทุกองค์กร ดังนั้นสิ่งที่ตนให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านั้นไม่ได้บิดเบือน ทั้งนี้ความเป็นนักการเมืองที่เดินนำประชาชนไปทางใดต้องรับผิดชอบ การยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญหรือพิจารณาเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ถือเป็นความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางการเมือง และการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ที่หากผิดพลาดจะมีความสุ่มเสี่ยง
อย่างไรก็ดี ในวันที่ 23 มิ.ย. เวลา 11.00 น. ฝ่ายกฎหมายของพรรค ภท.จะหารือต่อประเด็นดังกล่าว เพื่อพิจารณาว่าจะปรับปรุงร่างแก้รัฐธรรมนูญที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ แต่ส่วนตัวเชื่อว่าจะยืนตามเดิม เพราะเนื้อหาที่ทำนั้นเป็นสิ่งที่ประชาชนหวังได้
“หัวหน้าพรรคประชาชนมีปัญหาเสมอ ทั้งการทำเอ็มโอเอและยกร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 รอบที่แล้วที่เกือบแล้วเสร็จ แต่กลับบอกเองว่าไม่ยอมรับ ทำให้คว่ำร่างแก้ไข จนนำไปสู่การยุบสภา ทำให้เรือจมไปอีกลำ เท่ากับตัดความหวังประชาชน การเป็นผู้นำฝ่ายค้านคือเป็นกัปตันเรือลำใหญ่ ระวังการพาเรือที่บรรทุกความหวังของประชาชน ทั้งที่ความสุ่มเสี่ยงและระวังลูกเรือตัวเองด้วย เพราะที่บอกว่าเลือกตั้งได้ 100% ยังมีปัญหาสุ่มเสี่ยงผิดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ก่อนปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา ต้องปฏิญาณตนถือเป็นข้อผูกมัดที่ต้องทำให้ถูกต้อง นี่คือความรับผิดชอบของกัปตันเรือที่ดีที่ต้องดูแลทั้งผู้โดยสารและลูกเรือของตัวเอง เพราะหากสุ่มเสี่ยงทำไปจะถูกร้อง แล้วจะรับผิดชอบไหวหรือไม่” นายนิกรกล่าว
เมื่อถามถึงการชะลอการพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของรัฐสภา เพื่อรอร่างแก้ไขของภาคประชาชนที่อยู่ระหว่างรวบรวมรายชื่อ นายนิกรกล่าวว่า อยู่ที่กรรมการประสานงานรัฐสภาหารือร่วมกัน อย่างไรก็ดีทราบว่ามีการพูดคุยกันว่าจะรอร่างแก้รัฐธรรมนูญของประชาชน หากรอจะทำให้ต้องใช้เวลาได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพิ่มมากขึ้น เพราะจากที่ตั้งใจพิจารณาวาระแรกวันที่ 7-8 ก.ค.นี้ จะทำให้ต้องรอเข้ารัฐสภาสมัยประชุมหน้า เพราะกระบวนการของภาคประชาชนเมื่อยื่นต่อรัฐสภาแล้ว ต้องตรวจสอบรายชื่อ 30 วัน และต้องนำไปรับฟังความเห็นประมาณ 45 วัน ก่อนจะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาได้
“หากจะรอต้องรับกันให้ได้ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะช้าไปอีกสมัยประชุม และจะทำให้เวลาทำรัฐธรรมนูญจากเดิมที่คำนวณแล้วจะได้ในปลายปี 2572 ต้องขยับไปอีก อย่างน้อย 6 เดือน จากนั้นทำกฎหมายลูกอีก 8 เดือน แต่หากช้าไปอีกอย่าโทษใส่รัฐบาล ขณะนี้ทราบว่ามีการดึงร่างออกไปเพื่อปรับแก้ไขใหม่ อย่างรอบที่แล้วเสียเวลาไป 3 ปี ฟาล์ว 2-3 ครั้ง ทั้งที่พยายามทำให้เสร็จในรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ แต่ไม่มีใครรับผิดชอบ เมื่อทำไม่ได้อย่ามาโทษรัฐบาลเพราะไม่แฟร์ อย่าเห็นการเมืองเป็นหลัก ซึ่งเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ควรนำมาเล่นการเมือง ทั้งนี้ประชาชนที่ออกเสียงประชามติ 21 ล้านเสียงคาดหวังกับรัฐสภา หากจะทำให้ถึงเป้าหมายอย่าเล่นการเมือง และอย่าทำให้ประชาชนฝันค้าง” นายนิกรกล่าว
เลือกตั้ง ส.ส.ร.โดนร้องศาลอีก
เมื่อถามว่า มองว่าเรื่องที่เห็นแย้งกันจะมีผู้ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความอีกหรือไม่ นายนิกรกล่าวว่า คิดว่ามีแน่นอน แต่รอบนี้จะมีการยื่นผิดจริยธรรมด้วย ดังนั้นการทำเรื่องดังกล่าวอย่าลืมบางอย่างแล้ววิ่งใส่กำแพง เพราะจะทำให้ประชาชนที่ตามหลังชนกำแพงไปด้วย อย่าคิดว่าติดตรงไหนไม่สนใจ การทำหน้าที่ต้องมีความรับผิดชอบกับความคาดหวัง ต้องทำให้เสำเร็จไม่ใช่ขอแค่ได้ทำ
“จะยืนในสิ่งที่ทำได้ไม่ขัด และต้องพิจารณาบนนิติรัฐด้วย ต้องนำเรือไปในที่ที่ปลอดภัยไม่ใช่ชนจนล่ม หากจะเอาแบบนั้นก็เอาของพรรคใครพรรคมันไปเลย เมื่อเสียงครบแล้วก็ยื่นแล้วไปว่ากันในรัฐสภา ไม่ใช่เอาขาไปขัดลูกของคนอื่นตามความเชื่อของตนเอง หากเขียนเลือก ส.ส.ร.โดยตรง เป็นความสุ่มเสี่ยงมีปัญหาก็ไม่เอา จากนี้ก็ทางใครทางมัน เป้าหมายอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ล้มคนที่อยู่ข้างๆ" นายนิกร กล่าว
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่ประธานรัฐสภาระบุว่า สามารถบรรจุวาระพิจารณาร่างแก้ไข รธน.ในวันที่ 7-8 ก.ค.นี้ได้ ขณะที่ภาคประชาชนขอให้มีการชะลอ ว่ามีการบรรจุไว้ว่าเป็นวันที่ 7-8 ก.ค. เพราะมีการคุยกันทั้ง 3 ฝ่าย ฝ่ายค้านเองก็มีการยื่นร่างเข้ามาแล้ว ภท.ก็ยื่นร่างเข้ามาแล้ว แต่หลังจากที่ได้มีการไปพบกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ไม่แน่ใจว่าฝ่ายค้านจะปรับปรุงหรือเขียนร่างใหม่หรือไม่ ส่วนร่างของภาคประชาชนจะรอก็ได้ หรือจะพิจารณาไปก่อนเราไม่มีปัญหา เราอยากให้เกิดข้อตกลงร่วมกันมากกว่าระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาล
"ผมเร่งพิจารณาวันนี้ กลายเป็นจะโดนพรรคฝ่ายค้านตำหนิว่าทำไมไม่รอภาคประชาชน ผมพิจารณาช้าก็จะโดนตำหนิว่าทำไมเตะถ่วง ถ่วงรั้ง ไม่ยอมพิจารณาเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญอีก คิดว่าในสัปดาห์นี้คงจะต้องมีการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย สส., สว.และทางฝ่ายค้าน ว่าตกลงแล้ว 7-8 ก.ค.เรายังจะเอาเรื่องแก้รัฐธรรมนูญอยู่หรือไม่ หรือคิดว่าภาคประชาชนได้หลายหมื่นชื่อแล้ว ต้องมีการตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อ ถ้าจะรอของภาคประชาชนเข้ามาแล้วพิจารณาในคราวเดียว ทางรัฐบาลก็ไม่ได้ขัดข้อง" นายกรวีร์กล่าว
เมื่อถามว่า การหารือระหว่างกรรมาธิการทั้ง 2 คณะคือ สส., สว.กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะส่งผลต่อเสียงส่วนใหญ่ของวุฒิสภาหรือไม่ และส่งผลต่อการโหวตร่างแรกหรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า การพิจารณาของทางฝั่ง สว.ตนไม่ทราบ แต่ในส่วนของพรรคที่ได้มีการคุยกัน คือเรามีบทเรียนแล้ว ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้วก็มีการคุยในลักษณะแบบนี้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน ก็ได้ให้ความเห็นว่าทำประชามติแค่ 2 ครั้งก็พอ ก็เดินหน้าทำกัน พอมีคำวินิจฉัยออกมาเป็นทางการต้องทำถึง 3 ครั้ง
"ครั้งนี้ก็อยากที่จะให้เรียนรู้จากบทเรียนของพวกเราบ้าง ที่ผ่านมาพอเราไปฟังความคิดเห็นของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญบางท่าน แล้วมาคิดว่าเป็นแนวทางที่จะเดินหน้าไปสู่การยกร่างแก้รัฐธรรมนูญ เกิดถ้าไม่ได้เป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ วันหนึ่งมีคนไปยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ และมีคำวินิจฉัยทางการออกมาและไม่ตรงกับความคิดเห็นของ พรรคภูมิใจไทย ไม่ปรารถนาจะเห็นแบบนั้น เรื่องนี้ต้องมีการพูดคุยและตัดสินใจกันให้ชัดเจน"
เมื่อถามว่า การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้จริงจังไม่ใช่ละครปาหี่ ที่สุดท้าย สว.จะไม่รับสักร่างใช่หรือไม่ นายกรวีร์กล่าวว่า ภท.เป็นพรรคแรกที่ยื่นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรายืนยันมาโดยตลอดว่าเราเต็มที่และอยากเห็นการเดินไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ไม่ได้เป็นความต้องการของ ภท. แต่เป็นความต้องการของประชาชนที่ออกมาทำประชามติ จึงคิดว่าหน้าที่ของทุกพรรคการเมืองต้องทำไปตามเจตจำนงที่ประชาชนได้ลงประชามติเอาไว้
เดินหน้า ส.ส.ร.เลือกตั้ง
ด้านนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ว่าการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญจากนี้แบ่งเป็น 4 ประเด็น คือ 1.ปชน.เดินหน้าผลักดันให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญเข้าหารือกับที่ประชุม สส.ปชน.ในวันที่ 23 มิ.ย. ว่าจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง ส.ส.ร.100% 2.ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว กว่า 23,000 รายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อ ถึงจะส่งเข้าสู่การประชุมรัฐสภาได้
3.ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุน ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งที่ได้ยื่นร่างไปแล้ว แต่ไม่ได้มี ส.ส.ร.จากประชาชน 100% อยากให้พรรคการเมืองเหล่านั้นหารือกันภายในพรรค ว่าจะมีการทบทวนร่างของตนเองเพื่อมาร่วมกับเราในการผลักดัน ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่ และ 4.อยากสื่อสารกับ ภท. เนื่องจากว่ามี สส.จาก ภท.หลายคนที่ออกมาให้ความเห็นในกรณีดังกล่าว ว่าหากมีความจริงใจที่อยากจะเห็น ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ภท.ควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดัน ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างไร
"แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุผลที่แท้จริงเป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้ว ว่าต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือ เพื่อนำมาเป็นข้ออ้างในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ออกไป เพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน ที่จะสามารถเข้ามาผูกขาดในการเลือกผู้ร่างและผู้ที่ชี้ขาดเนื้อหาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้" นายพริษฐ์กล่าว
เมื่อถามว่า ภท.ยึดตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เราจะโต้แย้งอย่างไร นายพริษฐ์กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าคำวินิจฉัย 18/2568 มีความคลุมเครือ ซึ่งเราพยายามขอความชัดเจนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยดังกล่าว ซึ่งในที่ประชุมก็มี สส.ภท.ร่วมด้วย ถ้า ภท.มีความจริงใจจริงๆเรื่องการสนับสนุนให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร.เหมือนกับที่เคยประกาศ คือการที่ ภท.มาประชุมร่วมกับพรรคการเมืองอื่น ว่าในเมื่อมีข้อมูลใหม่เช่นนี้ มีความชัดเจนเพิ่มขึ้นเช่นนี้ เราจะออกแบบแนวทางในการเลือกตั้ง ส.ส.ร.อย่างไร
เมื่อถามว่า มีความแตกต่างกันหรือไม่ที่ประชาชนสามารถเลือก ส.ส.ร.ได้ แต่ประชาชนไม่สามารถเลือกผู้ยกร่างได้ นายพริษฐ์กล่าวว่า ในฐานะพรรคประชาชนเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัย การมีประโยคที่เติมเข้ามาว่าประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้ แต่เมื่อออกมาเป็นเช่นนี้ คือทำยังไงให้เราทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ให้ได้มากที่สุด เมื่อมี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้งแล้วจะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างอีกทีหนึ่งก็เป็นสิ่งที่กระทำได้
ถามว่า หากตกลงกันไม่ได้จำเป็นจะต้องเขียนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิ่มเติมอีกหรือไม่ นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่จำเป็นจะต้องส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ แต่พรรคการเมืองอื่นจะดำเนินการอย่างไรต้องรอดูท่าทีของเขา
ด้านนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมร่วมรัฐสภา วาระพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 7-8 ก.ค. ไทม์ไลน์ยังเป็นเหมือนเดิมหรือไม่ว่า วางไว้แบบนั้น ดูว่าหากสะเด็ดน้ำแล้วก็สามารถบรรจุได้ หรือเลื่อนขึ้นมาได้ ไม่ขัดข้อง เราก็อยากเห็นรัฐธรรมนูญถูกแก้ไขเร็วๆ
เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายอยากให้ชะลอเพื่อรอร่างของภาคประชาชน นายโสภณกล่าวว่า “ไม่ชะลอหรอกครับ ถึงการอันควรก็ดำเนินการ ประชาชนเขารออยู่”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสทช.’เน่าสนิท ประชุมล่มรอบ3 กดดัน‘สรณ’ถอย
เน่าสนิท! ประชุม "บอร์ด กสทช." ล่มอีกเป็นครั้งที่ 3 เพราะองค์ประชุมไม่ครบ
ข้อมูลรั่วทั้ง19กระทรวง หวั่นขายให้‘สแกมเมอร์’
นายกฯ สั่งทุกหน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล
ไทยหนุนเมียนมา กลับสู่‘อาเซียน’ ตั้งกก.แก้มลพิษ
"อนุทิน” เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “มิน อ่อง หล่าย” อบอุ่น หารือเต็มคณะชื่นมื่น
ดึงเงินกู้พลังงานใช้ไทยเที่ยวไทย
"ศุภจี” ยังไม่ชง “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เข้า ครม.เดือน ส.ค.นี้
ล้างคนโกงจบ31สค. มท.พร้อมรับมือหากถูกฟ้อง ‘โรม’คาใจตัดตอนการเมือง
"ก.กลาง" ยึดตามมติ "กสถ." ฟันโกงสอบท้องถิ่น 5,925 ราย ส่วน 97 รายรอ ป.ป.ช.
‘กสทช.’ล่มซํ้า กก.วอล์กเอาต์ หมอสรณสู้ต่อ
บอร์ด กสทช.ล่มซ้ำ! 4 กรรมการวอล์กเอาต์ หวั่นผิดกฎหมายปมสถานะประธาน "หมอสรณ" ยันทำหน้าที่ต่อ

