“นายกฯ” แอบย่องตรวจ สถ.กลางดึก เช็กมาตรการ รปภ.สถานที่เก็บไฟล์ผลสอบท้องถิ่น กำชับปลัด มท. ห้ามเกิดเหตุไฟไหม้เด็ดขาด “อรรษิษฐ์” ตั้งโต๊ะแถลงแจกประวัติ “ภรรยา” ไม่เกี่ยวข้อง ชี้คลิปเสียงหวังกลบข่าวอื่น แช่งคนชั่ว 3-7 วันรับผล ต้องสอบทุกอย่างให้โปร่งใส อีกไม่นานรู้ผลคนโกง “ทรงศักดิ์” ไม่ทน สั่งฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานฟ้องปมคลิปเสียงทำเสียหาย ยันไม่รู้จัก "ส้ม-กิจ" โผล่อีก! จับทุจริตสอบ ขรก.ปภ.คาห้องสอบ บ้านใหญ่เตรียมเฮ นั่งผู้บริหารท้องถิ่นรากงอก วุฒิสภาจ่อลงมติร่าง กม.ปลดล็อกที่ห้ามเกินสองวาระ เปลี่ยนให้อยู่จนตายคาเก้าอี้ พร้อมลดอายุจาก 35 เหลือ 25 ปี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน มีรายงานความคืบหน้ากรณีมีการจับกุมขบวนการเครือข่ายทุจริตการสอบบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยเมื่อเวลา 23.30 น. กลางดึกของวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางไปที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อเช็กมาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่เก็บไฟล์ผลสอบท้องถิ่น ที่อยู่ภายในตัวอาคาร ก่อนจะเดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ว่าห้ามให้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้หลักฐานเด็ดขาด ขณะที่ ปภ.ได้เตรียมรดน้ำดับเพลิงไว้สแตนด์บาย 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อความสบายใจของสาธารณชน
ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ มท. นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัด มท. เปิดห้องปลัด มท.วันหยุด ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเรื่องภรรยามีเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น โดยนายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ตลอดชีวิตของตนและภรรยา ทำงานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ขึ้นสู่ตำแหน่งด้วยความสามารถในการทำงาน กระทั่งภรรยาของตนทำงานกับบริษัทของต่างชาติ ไม่คุ้นเคยกับระบบราชการของประเทศไทย แต่ต้องเข้ามาช่วยดูแลงาน
"จากข้อมูลที่เผยแพร่มีความเชื่อมโยงเป็นผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ถือเป็นเท็จทั้งสิ้น ผู้ที่กระทำผิดกล่าวโทษถือว่าทำผิดจงใจปฏิเสธ จะต้องรับผลชั่วนั้นภายใน 3-7 วันอย่างแน่นอน ผมจะบังคับใช้กฎหมายในทุกกรณีเพื่อความชอบธรรม"
นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ในฐานะปลัด มท. การเติบโตและรับราชการมาตามลำดับ ซึ่งไม่เคยที่จะทำอะไรที่ไม่ถูกต้องหรือมีเรื่องที่ไม่ถูกต้องในตัว แต่วันนี้มีข่าวมาหรือมีเรื่องที่ออกมาเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น ตนเป็นคนแรกที่ตัดสินใจ และได้ปรึกษากับนายกรัฐมนตรีในการให้อธิบดี สถ.มาประจำที่กระทรวง และเป็นผู้ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ โดยปลัด มท.ให้สอบสวนเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน และดำเนินการแจ้งไปที่ สถ.ให้เฝ้าสถานที่ข้าราชการเป็นสำคัญ เมื่อคืนนี้ (27 มิ.ย.69) นายกฯ ได้ไปตรวจสถานที่นั้น ก่อนเดินทางไปต่างประเทศ พร้อมย้ำว่าจะต้องทำงานให้โปร่งใส ถือเป็นเหตุการณ์ที่ใหญ่มาก และเป็นศักดิ์ศรีของ มท. ในฐานะปลัด มท. ต้องเคลียร์เรื่องนี้ให้จบทุกประเด็น ขอให้ประชาชนเชื่อว่าจะเสร็จสิ้น และได้ตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้
ส่วนจะเป็นการเชื่อมโยงทางการเมืองหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ตนจะให้ดำเนินการเรื่องทุจริตมาทั้งหมด อยู่ดีๆ ก็มีคลิปเสียงออกมาว่ามาจากต่างประเทศ และอ้างถึงภรรยาของตน และไม่มีความเกี่ยวข้องกับทางราชการใดๆ เรื่องเหล่านี้สามารถสืบกันได้ แต่การเชื่อในสิ่งที่ถูกเผยแพร่และพยายามจะเล่นข่าวนี้ไปเรื่อยๆ เป็นการกลบกระแสข่าวหรือไม่ ข่าวเดิมที่กำลังเอาผิดคนที่กระทำผิด คนที่เดือดร้อนคนที่กำลังเสียหายก็ไม่สบายใจ เพราะหันเหประเด็นไปแล้ว ขอให้เชื่อมั่นว่าบุคคลเหล่านี้ 3-7 วัน จะได้รับผลกรรมอย่างแน่นอน
ปลัดมท.ยันเมียไม่เกี่ยว
ส่วนจะมีการฟ้องร้องหรือไม่นั้น นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า ต้องไปถามเจ้าของเพจว่าไปเอาคลิปจากไหน บอกแล้วว่าไม่ให้ค่า เพราะคนเหล่านี้ไม่มีคุณค่า ยืนยันว่าไม่รู้จักกับบุคคลในคลิป รวมถึงไปอ้างถึงผู้ใหญ่เมืองก็เสียหายแล้ว เราเริ่มติดตามในสิ่งที่ผิด และไปติดตามในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราจะได้สิ่งที่แท้จริงเกิดขึ้น
"ภรรยาของผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย และรู้สึกไม่สบายใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมก็บอกว่าการเป็นภรรยาปลัดกระทรวงมหาดไทยมันไม่ง่าย เพราะปลัดก็อาจถูกโดนทำร้าย ก็ให้กำลังใจภรรยาว่านี่แหละคือการเป็นภรรยาของปลัดกระทรวงมหาดไทย คนเหล่านี้ทำร้ายผมไม่ได้ จึงมาทำร้ายคนใกล้ตัวปลัด คิดว่าบุคคลที่เข้ามาทำร้ายต้องการเบี่ยงเบนความสนใจ และเมื่อมาเปลี่ยนเป็นเรื่องของปลัดก็เปลี่ยนประเด็นไป คนที่ไม่หวังดีกับตนต้องการที่จะดิสเครดิต พอทำไม่ได้ก็มาหาคนข้างๆ ก็คือภรรยา" ปลัด มท.กล่าว
หลังแถลงข่าวเสร็จนายอรรษิษฐ์ได้แจกประวัติภรรยาให้แก่สื่อมวลชน ซึ่งภรรยาชื่อ “จิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer), ออมนิคอม มีเดีย ประเทศไทย และอุปนายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย
นายอรรษิษฐ์เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า ล่าสุดมีข้อมูลเพิ่มเติมมากขึ้น และพร้อมที่จะรายงานทันทีเมื่อครบกำหนด 7 วัน ซึ่งก็จะรายการนายอนุทิน เพื่อนำข้อเท็จจริงไปดำเนินการต่อไป โดยย้ำว่าต้องทำเรื่องนี้ให้โปร่งใสและเคลียร์ที่สุด ส่วนขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริง หลังจากได้รับเรื่องก็จะดูประเด็นเป็นเรื่องๆ เช่น คนร้องเรียนมาว่าสอบได้แล้วไม่ได้รับการประกาศรายชื่อ ก็จะนำมาเทียบกับใบจริง หรือบางคนร้องเรียนมาว่ามีการเรียกรับ แต่สอบจริงไม่ได้ ซึ่งมีหลายประเด็น ก็ต้องทำทุกประเด็นให้กระจ่างแจ้ง
ปลัด มท.กล่าวว่า สำหรับข้าราชการที่ต้องมารายงานตัววันที่ 1 ก.ค.นี้ หากใครไม่มาก็ถือว่าสละสิทธิ์ พร้อมย้ำว่า จะดำเนินคดีทั้งอาญาและทางวินัย โดย มท.ได้ประสานงานกับทั้งตำรวจและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่แล้ว ส่วนการสอบกลุ่มข้าราชการ 10 คนที่เกี่ยวข้องนั้น เชื่อว่าทุกคนร้อนใจ แต่หากกระบวนการดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ซึ่งตอนนี้ใกล้เวลาแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเฉลยเมื่อการสอบข้อเท็จจริงออกมาอย่างแน่นอน ขอให้ไว้วางใจได้ ไม่มีปล่อยปละละเลย ใครผิดก็ต้องรับผิด 'ทรงศักดิ์' เอาผิดคลิปเสียง
ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะอดีต รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคลิปเสียงที่พาดพิงรัฐมนตรีช่วยรายหนึ่งว่ามีส่วนร่วมในขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นว่า คนที่พูดในคลิปไม่ได้ยืนยันขนาดนั้น เป็นแค่การสนทนาพาดพิง และตนก็ไม่รู้จักว่าคนชื่อ “ส้ม” กับคนชื่อ “กิจ” เป็นใคร แต่ยอมรับว่าขณะนี้ได้ชื่อมาบางส่วนแล้ว จะต้องให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด อยากให้เกิดความชัดเจน ไม่อยากให้เอาคลิปมาพูดกันแบบกำกวม ไม่เห็นด้วยกับการพูดกลับไปกลับมา ถ้าเรายืนยันว่าไม่ได้ทำ และคลิปทำให้ประชาชนเข้าใจผิด คิดว่าเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เราก็ถือเป็นผู้เสียหาย
เมื่อถามว่า ในฐานะที่กำกับดูแล มท.มานาน มองปัญหาที่เกิดขึ้นในกระทรวงอย่างไร นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ไม่ได้มีปัญหาอะไร กระทรวงนี้เป็นกระทรวงเก่าแก่ ทำงานเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาที่เกิดเป็นมุมมองที่มีความแตกต่าง ส่วนที่นักวิชาการวิเคราะห์ว่าปัญหาส่วนหนึ่งเป็นเพราะการกระทบกระทั่งกันเองของราชการภายใน เป็นเรื่องคนมอง แต่ตอนที่ตนอยู่ในกระทรวงก็ไม่มีอะไร
และไม่ทำให้เกิดเป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชน เพียงแต่วันนี้คนอาจจะดูข่าว จนมองเป็นเรื่องความขัดแย้ง
นายทรงศักดิ์กล่าวด้วยว่า ในขณะที่ตนเป็นรัฐมนตรีช่วย ยอมรับว่าได้ยินข่าวใน สส.ไปตั้งกระทู้ถามในสภาก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็ได้นำบทเรียนมาปิดช่องว่าง ในสมัยที่นายอนุทินเป็นรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ก็ได้กำชับไปและได้มีการเชิญหน่วยงานเข้ามาบูรณาการป้องกันการทุจริต เพื่ออุดช่องว่าง เรื่องนี้ต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เมื่อข้อสอบจริงมีอยู่แล้ว และนำข้อสอบไปใส่ในห้องมั่นคงเพื่อสแกนคำตอบไว้ เมื่ออยากรู้ว่าคนไหนสอบได้จริงหรือไม่ ก็เอาคำตอบจริงที่อยู่ในห้องมั่นคงมาตรวจ เชื่อว่าความจริงจะปรากฏ
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดี ปภ. ให้สัมภาษณ์กรณีพบการทุจริตสวมสิทธิ์สอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของ ปภ. ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการของ ปภ. ซึ่งดำเนินการสอบมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยเมื่อวานเป็นการสอบครึ่งวัน มีสนามสอบทั้งหมด 4 แห่ง ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยทุกสนามสอบ ซึ่งระหว่างการสอบคณะกรรมการคุมสอบประจำสนามสอบ ม.ราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบรายหนึ่งมีใบหน้าดูสูงวัย ไม่สอดคล้องกับภาพในบัตรประจำตัวประชาชน จึงเกิดข้อสงสัยและแจ้งมายังตน จึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมหน้าห้องสอบ ไม่ให้บุคคลดังกล่าวออกจากห้องจนกว่าจะสอบเสร็จ
นายธีรพัฒน์ระบุว่า บุคคลดังกล่าวอ้างว่าทำคีโมจึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงจนจำไม่ได้ จึงสั่งตรวจสอบลายนิ้วมือ ก่อนพบว่าเป็นบุคคลอื่นที่มาสอบแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว และผู้อำนวยการสนามสอบได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ได้ประสานตำรวจให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด และขยายผลหาต้นตอของขบวนการ เบื้องต้นทราบว่าบุคคลดังกล่าวอาจเคยรับจ้างสอบแทนมาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากมีท่าทีค่อนข้างนิ่ง จึงต้องให้ตำรวจสืบสวนว่าผู้ว่าจ้างเป็นใคร เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ต้องหารายเดียว ขอให้มั่นใจว่าขณะนี้เป็นกรณีของผู้เข้าสอบแทนเพียงคนเดียว ไม่กระทบผลการสอบของผู้สมัครรายอื่น
ปลดล็อกวาระผู้นำท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า ในการประชุมวุฒิสภาวันจันทร์ที่ 29 มิ.ย.นี้ มีวาระที่น่าสนใจคือการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.), เทศบาล, องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพราะจะเป็นการประชุมเพื่อลงมติร่าง พ.ร.บ.ในวาระสองและวาระสาม ที่หากผ่านวุฒิสภาไปแล้ว และทางสภาไม่ติดใจขอปรับแก้ไขอีก จะทำให้เมื่อมีการประกาศใช้เป็นกฎหมาย จะทำให้บุคคลที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น เช่น นายก อบจ.ทั่วประเทศ นายกเทศมนตรีนคร นายกเทศมนตรีเมือง หรือนายก อบต. จะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้เกินสองวาระติดต่อกัน หรือเกินแปดปีหากได้รับเลือกตั้ง จากปัจจุบันมีข้อห้ามว่าห้ามอยู่เกินสองวาระติดต่อกัน (แปดปี) และอายุของผู้ลงสมัครจะน้อยลงจากเดิมต้องอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปีจนถึงวันสมัคร ก็จะเหลือแค่ไม่เกิน 25 ปีจนถึงวันลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ได้ใช้กับผู้ว่าฯ กทม.และนายกเมืองพัทยา เพราะไม่ได้มีการขอแก้ไขกฎหมายในส่วนของกรุงเทพมหานครและพัทยา ที่เป็นการปกครองรูปแบบพิเศษ
โดยร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ที่ประชุมวุฒิสภาจะพิจารณาพร้อมกันทีเดียว 4 ฉบับ เพราะเนื้อหาจะมีความเกี่ยวข้องกัน คือ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น (ฉบับที่..) พ.ศ....., ร่าง พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด, ร่าง พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล, ร่าง พ.ร.บ.เทศบาลฯ
ทั้งนี้ หากร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 4 ฉบับดังกล่าวมีการประกาศใช้ จะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่น เช่น นายก อบจ., นายกเทศบาลนคร, นายกเทศมนตรีเมืองทั่วประเทศ จะได้ประโยชน์โดยตรงจากการแก้ไขครั้งนี้ ที่จะพบว่าส่วนใหญ่เครือข่ายผู้บริหารท้องถิ่นจะมีความเชื่อมโยงกับการเมืองระดับชาติ ที่เรียกกันว่า เครือข่ายบ้านใหญ่ ซึ่งกระจายอยู่ในหลายพรรคการเมือง ทั้งพรรครัฐบาลและฝ่ายค้าน เช่น ภูมิใจไทย ที่ถูกมองว่ามีเครือข่ายบ้านใหญ่มากที่สุด เพื่อไทย กล้าธรรม ประชาธิปัตย์ จึงทำให้เป็นร่างกฎหมายที่ได้รับการสนับสนุนจากหลายพรรคการเมือง ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ฝ่ายพรรคประชาชนสนับสนุนแนวทางการปรับลดอายุของผู้สมัครผู้บริหารท้องถิ่นลงจาก 35 ปี เหลือ 25 ปี เพราะต้องการผลักดันนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เป็นเครือข่ายของพรรคประชาชนในแต่ละจังหวัดให้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารท้องถิ่น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฝ่ายค้านลับมีด ชำแหละงบ70 พุ่งเป้าดีอี-มท.
สภาส่อเดือด! ฝ่ายค้านลับมีดรอชำแหละงบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท
‘รมต.เฮ้ง’ขึงขัง สั่งรื้อ‘3รีสอร์ต’ ชง‘ปปง.’ขยี้ต่อ
“รมว.เฮ้ง” ลุยอุทยานฯ ทับลาน พร้อมสั่งรื้อ 3 รีสอร์ตคดีถึงที่สุด
ในหลวงเสด็จฯ เยือน‘ฝรั่งเศส’ สัมพันธ์170ปี
“ในหลวง-พระราชินี” เสด็จฯ เยือนฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ เฉลิมฉลองครบ 170 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต
ดรีมแมตช์ ‘ญี่ปุ่น’ บู๊‘บราซิล’ คนไทยทำใจเลือกเชียร์ยาก
ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และแคนาดา ร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 29 มิถุนายน หรือตรงกับเช้าตรู่ วันที่ 30 มิถุนายน ตามเวลาประเทศไทย มีเกมฟาดแข้ง 3 คู่ 3 สนาม ไฮไลต์สำคัญเป็นการดวลกันระหว่าง บราซิล ปะทะ ญี่ปุ่น
‘ชัชชาติ’นั่งสมัย2 มัลลิกาแซง‘ปชน.-ปชป.’ ‘ส้ม’เจ็บ2เด้ง!วืด‘พัทยา’
ไม่มีพลิก! “ชัชชาติ” นอนมารั้งเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 คะแนนทะลุล้าน
‘อรรษิษฐ์’เผยนายกฯ สั่งคุมเข้มห้องเก็บผลสอบลั่น อีกไม่นานรู้ผลคนโกง
ปลัด มท. เผย นายกฯ สั่งคุมเข้มห้องเก็บผลสอบท้องถิ่น ลั่น อีกไม่นานรู้ผลคนโกง ย้ำ ใครผิดเจอทั้งอาญา-วินัย ชี้ คนไม่มารายตัว 1 ก.ค. ถือว่าสละสิทธิ์

