"ทรงศักดิ์" ฟ้องระนาวโยงเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ชัดแล้วใคร “ส้ม-กิจ” ปัด "บิ๊กสีน้ำเงิน 2 น." แตกคอกันเอง ขณะที่ศูนย์บริการ ปชช.ทำเนียบฯ แทบแตก ครึ่งวันเฮโลร้องโกงสอบ-แจ้งเบาะแสพุ่งกว่า 100 เรื่อง “สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นฯ” เปิดหน้าชกบุคคลมีอำนาจบารมีบงการอยู่เบื้องหลัง จี้หน่วยงานตรวจสอบคุ้มครอง ขรก.-พนักงานกันไว้เป็นพยาน หยุดล้วงลูก ขณะที่ ป.ป.ช.เตรียมไต่สวนดำเนินคดี จนท.เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่นสัปดาห์หน้า ลุยสอบเส้นทางการเงิน ยันจะทำให้จบภายใน 3-6 เดือน
เมื่อวันจันทร์ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี อดีต รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมยื่นฟ้องเอาผิดผู้ปล่อยคลิปเสียงสนทนาเกี่ยวกับการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจนตนได้รับความเสียหายว่า ขอใช้สิทธิ์ในวันที่ 30 มิ.ย.จะให้ทีมกฎหมายไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่พูดคุยในคลิปและพาดพิงมาถึงตน ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้องในเวลา 10.00 น.
เมื่อถามว่า ขณะนี้ทราบหรือไม่ว่าบุคคลในคลิปเป็นใครบ้าง นายทรงศักดิ์กล่าวว่า มีข้อมูลทั้งหมดแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยตรงนี้ ผู้หญิงที่ชื่อเล่นว่า “ส้ม” และผู้ชายชื่อ “กิจ” มีข้อมูลแล้วว่าชื่อจริงชื่ออะไร ซึ่งเมื่อแจ้งความแล้วก็ให้พนักงานสอบสวนเรียกบุคคลเหล่านี้เข้ามาให้ปากคำในฐานะที่ทำให้ตนเสียหาย ตนได้ฟังคลิปหนึ่งบอกว่าไม่รู้จักตน แต่รู้จักคณะทำงาน ตนก็เรียกคณะทำงานมาพูดคุย ก็ไม่มีใครเกี่ยวข้อง แต่ที่สรุปได้คือพูดก่อนที่จะมีการเซ็นสัญญาการจัดสอบท้องถิ่น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์การตั้งนายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตสอบท้องถิ่น ทั้งที่ใกล้จะเกษียณอายุราชการแล้ว นายทรงศักดิ์กล่าวว่า คณะกรรมการมีวุฒิภาวะ และทราบว่าได้มีการตั้งให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับข้อมูลต่างๆ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีเอาจริง ขอให้รอเมื่อมีการตรวจสอบข้อสอบจริงที่อยู่ในห้องมั่นคง จะเป็นข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นว่าใครเกี่ยวข้องกับการทุจริต
นายทรงศักดิ์ยังระบุถึงกระแสข่าวศึกใน มท.เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 น. คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ว่าเป็นเพียงข่าว เท่าที่ตนดูก็ไม่มีอะไร ซึ่งนายเนวินเป็นลูกพี่ลูกน้องกับตนก็ไม่มีอะไร คนก็พยายามเอาข่าวมาพูดถึงความขัดแย้ง ฉะนั้นการที่จะเอาความเห็นที่แตกต่างกัน แล้วมาบอกว่าเป็นความขัดแย้งเริ่มไม่ลงรอยกัน ตนยืนยันว่าไม่มี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายอนุทินมีคำสั่งอำนวยความสะดวกในการเสนอเรื่องร้องเรียน และแจ้งเบาะแสกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และให้ปลัดสปน.รายงานผลให้นายกฯ ทราบอย่างต่อเนื่องนั้น
ล่าสุด วันที่ 29 มิ.ย.ได้มีประชาชนทยอยส่งเรื่องร้องเรียนการทุจริตเข้ามาพอสมควร และได้มีการแจ้งเบาะแส โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งเรื่องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในช่องทางต่างๆ ของศูนย์บริการประชาชน ทั้งสายด่วน 1111 ตู้ ปณ. 1111 ทำเนียบรัฐบาล เว็บไซต์ www.1111.go.th. และ Line Chatbot โดยยังไม่มีใครเดินทางเข้ามาร้องเรียนด้วยตัวเอง ทั้งนี้ ณ เวลา 12.00 น. มีการส่งเข้ามาแล้วกว่า 100 เรื่อง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดที่ส่งเข้ามาร้องเรียนถูกจัดอยู่ในชั้นความลับ และจะมีการรวบรวมสรุปนำเรียนนายกรัฐมนตรีและแถลงข่าวต่อไป
ขณะที่สมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ โดยระบุว่า ขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ได้มีมาตรการคุ้มครองชีวิตของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย และกันตัวไว้เป็นพยานสำคัญโดยเร่งด่วน เพราะสมาคมฯ มีความเชื่อว่า ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นกลุ่มดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวการหลักในการกระทำทุจริตในครั้งนี้ แต่มีความเชื่อว่ามีกลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่มีอำนาจและบารมีที่เหนือขึ้นไปเป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง และขอให้หน่วยงานที่ตรวจสอบได้ดำเนินการจับกุมกลุ่มบุคคลหรือบุคคลเหล่านั้นมาลงโทษตามกฎหมายบ้านเมืองโดยเร็วต่อไป เพื่อตัดวงจรกระบวนการทุจริตมิให้มีโอกาสได้กระทำผิดอีกในอนาคต พร้อมทั้งคุ้มครองสิทธิประโยชน์ และเยียวยาผู้ที่สอบได้โดยสุจริตด้วย
“สมาคมฯ ขอเรียกร้องไปยังคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ให้หยุดกระทำการที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานซึ่งอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ป.ป.ช. เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อการจัดสอบแข่งขันในครั้งนี้ และควรให้บุคคลที่ถูกสังคมตั้งข้อกังขาได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมการทุกคณะที่เกี่ยวข้องไว้จนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ” แถลงการณ์ระบุ
วันเดียวกัน มีความคืบหน้าคดีที่นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ถูกตำรวจกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) จับกุม ในข้อกล่าวหาเป็นตัวกลางเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นภาคใต้ โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการทุจริตสอบอีกรอบ หลังจากตำรวจสอบสวนกลางจับกุมและตรวจค้นบ้านพักของอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตในพื้นที่จังหวัดสงขลา รวมถึงส่งทีมสืบสวนลงพื้นที่ปูพรมหาพยานหลักฐานในจังหวัดภูเก็ตตลอด 2 วันที่ผ่านมา พบหลักฐานสำคัญชี้ว่าอดีตปลัดจังหวัดภูเก็ตมีพฤติการณ์เรียกรับผลประโยชน์จากผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ต และเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในความผิดฐานทุจริตเรียกรับผลประโยชน์
นอกจากนี้ ยังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เบื้องต้นพบเป็นคนสนิทของอดีตปลัดรายนี้อย่างน้อย 2 คน
ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ บก.ปปป.ยังได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายอีกคดีหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าถูกนายรุ่งเรืองเรียกรับเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยดำเนินการแก้ไขเอกสาร ส.ค.1 เกี่ยวกับสิทธิครอบครองที่ดินในจังหวัดภูเก็ต โดยคดีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง
ช่วงค่ำ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า 1. การดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นในเรื่องดังกล่าว ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานและจะเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการไต่สวนและดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องที่เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และรวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ภายในสัปดาห์หน้า 2.สำหรับคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนตามที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษบุคคลที่เกี่ยวข้องนั้น จะได้ประสานงานและมอบหมายให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการในความผิดที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการปลอมเอกสารหรือการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติมต่อไป 3.ในส่วนของธุรกรรมทางการเงินและการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ที่เกี่ยวข้อง จะมีการดำเนินการไปพร้อมกัน 4.กรณีที่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งขึ้นนั้น จะมีการประสานความร่วมมือและการทำงานร่วมกันตามหน้าที่และอำนาจในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
ทั้งนี้ การไต่สวนข้อเท็จจริงบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช.วางกรอบการทำงานเพื่อเร่งรัดคดีให้แล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน เนื่องจากเป็นคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน
ที่รัฐสภา น.ส.ชณัฐดา วรสาร (ครูนิ่ม) เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครู
โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยแนวทางการช่วยเหลือว่า รมว.ศึกษาธิการได้กำชับว่าต้องจัดการให้ดี ต้องให้ความยุติธรรม ส่วนแนวทางการเยียวยา สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมีการตรวจสอบก่อน ซึ่งเราอาจต้องนำข้อสอบมากางดู และมีคณะกรรมการที่มีความน่าเชื่อถือมาตรวจสอบ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการตรวจสอบในขั้นตอนแรกต้องโปร่งใสและชัดเจนก่อน ถ้าตรวจสอบแล้วมีความผิดพลาดจริง จะเป็นเรื่องของ สพม.ที่จะช่วยเหลือและเยียวยา คาดว่าใช้เวลา 2-3 สัปดาห์จะต้องมีคำตอบที่ชัดเจน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘ฝรั่งเศส’เหนือกว่าทุกมุม ยิง‘สวีเดน’กรุยทางสู่แชมป์
เวิลด์ คัพ 2026 ยังอยู่กันที่การแข่งขันในรอบน็อกเอาท์ 32 ทีมสุดท้าย ค่ำคืนวันที่ 30 มิถุนายน
เลือกตั้งใช้สิทธิ์ไม่ถึงครึ่ง เตือนแจ้งเหตุก่อน5ก.ค.
กกต.สรุปผลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.-สก. นายก-สมาชิกสภาเมืองพัทยา
ถก12สส.ภท.ล่ม ม็อบปิดประตู5 กดดันทำเนียบฯ
เครือข่าย SEC Watch ประกาศปิดประตู 5 ด้านหลังทำเนียบฯ สกัด "ร่าง พ.ร.บ.SEC-แลนด์บริดจ์" หลังเจรจาล้มเหลว "ศุภชัย" ยกทีม 12 สส.ใต้ ภท.รับข้อเสนอ บอกเข้าใจความเดือดร้อน
ฝีแตกหาเช้ากินค่า! ฝ่ายค้านถลกงบฯ70ไร้อนาคต/‘ภราดร’รับปะผุ
ถลกงบฯ 2570 วันแรก “เอกนิติ” ทำหน้าที่แทน “อนุทิน” ที่ตามเสด็จไปถวายงาน
วิโรจน์หยุดเสี้ยม! 'แกนนำภูมิใจไทย' ยัน 'นายกฯหนู-เนวิน' ไม่ขัดแย้งกัน
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ศึกในกระทรวงมหาดไทยที่เป็นความขัดแย้งระหว่าง 2 น. คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ฝ่ายค้านลับมีด ชำแหละงบ70 พุ่งเป้าดีอี-มท.
สภาส่อเดือด! ฝ่ายค้านลับมีดรอชำแหละงบ 70 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท

