ถอย‘แลนด์บริดจ์’ พิพัฒน์สนองหนูเอาใจม็อบตั้งกก.ร่วม/ไต่สวน1ปี44สส.

“นายกฯ” ส่ง “พิพัฒน์” เคลียร์ม็อบค้าน กม.SEC-แลนด์บริดจ์ “มวลชน” เฮ! “รัฐบาล” ยอมถอยร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ไม่ชง ครม. พร้อมจับ “SEC Watch” ตั้งคณะศึกษาพัฒนาภาคใต้ “ไชยชนก” เล่นคำ รับ “2 น.” ทะเลาะกันจริง แต่เป็น “น.เน” กับ “น.นก” ส่วน “น.หนู” รักสนิทสนมแข็งแกร่งกว่าเดิม ยัน “ภท.”  สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มองเป้าหวังดิสเครดิต “ศาลฎีกา” รับคำร้อง 44 สส.ส้ม นัดไต่สวนพยาน 17 ปาก เริ่มนัดแรก 25 ส.ค. ยกคำร้องปมสั่งให้ "เท้ง" หยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 เวลา 09.40 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กล่าวถึงการชุมนุมคัดค้านการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์ที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลว่า ในเวลา 14.00 น. ตนจะเดินทางไปพบกลุ่มผู้ชุมนุมที่คัดค้านการก่อสร้างโครงการแลนด์บริดจ์  เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนว่าสิ่งใดที่รัฐบาลรับได้และรับไม่ได้ ซึ่งเมื่อคืน (29 มิ.ย.) นายกรัฐมนตรีได้โทรศัพท์มาจากฝรั่งเศส โดยมอบหมายให้ตนเข้าไปเจรจา

ถามว่า เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.มีตัวแทนจาก สส.ในพื้นที่จากพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ไปเจรจาแต่ล้มเหลว ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมยังคงจะปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลต่อไป นายพิพัฒน์กล่าวว่า การเจรจากับกลุ่มผู้แทนในพื้นที่เป็นคนละมิติกันกับที่ตนจะไปเจรจา เพราะตรงนั้นเป็นการเจรจาในเรื่องของร่าง  พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC ) ซึ่งขณะนี้ร่างดังกล่าวยังไม่มีในสภา ซึ่งตนจะไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายพิพัฒน์พร้อมด้วยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, นายศุภชัย ใจสมุทร น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. และกลุ่ม สส.จังหวัดภาคใต้ เดินทางมาที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล หารือร่วมกับเครือข่ายกลุ่มศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) นำโดยนายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำ เพื่อหารือข้อเรียกร้องที่กลุ่ม SEC Watch ขอให้รัฐบาลทบทวนแนวนโยบายการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการถอนร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และยุติโครงการแลนด์บริดจ์ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อสรุปร่วมกัน

นายพิพัฒน์แถลงภายหลังการหารือว่า รัฐบาลจะยกเลิกการเสนอร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ.…. ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)  และจะไม่นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมทั้งเตรียมลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมกับตัวแทนกลุ่ม SEC Watch เพื่อยืนยันแนวทางดังกล่าวอย่างเป็นทางการ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาของคณะกรรมการศึกษาฯ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ เป็นประธาน โดยมีกรอบระยะเวลาศึกษา 90 วัน ยืนยันว่ารัฐบาลเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

“ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อจัดทำแผนการพัฒนาภาคใต้  โดยมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมทำงานร่วมกับกลุ่ม SEC Watch มีนายสิริพงศ์และ สนข.เป็นผู้แทนหลัก เพื่อศึกษาภาพรวมการพัฒนาที่เหมาะสมกับพื้นที่ภาคใต้ ทั้งนี้ จะไม่นำรูปแบบการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มาใช้กับพื้นที่ภาคใต้” นายพิพัฒน์กล่าว

รองนายกฯ และ รมว.คมนาคมกล่าวว่า  สำหรับโครงการ EEC รับปากว่าจะเสนอต่อนายกฯ  เพื่อทบทวนการขยายพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่ EEC รวมถึงจะนำปัญหาค่าชดเชยและการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการถมทะเลในจังหวัดระยอง เสนอต่อนายกฯ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

พิพัฒน์เคลียร์ม็อบกลับบ้าน

ด้านตัวแทนกลุ่ม SEC Watch กล่าวว่า ผลการประชุมถือเป็นก้าวสำคัญที่รัฐบาลรับข้อเสนอในหลายประเด็น โดยเฉพาะการยืนยันไม่นำร่าง พ.ร.บ. SEC เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. และการเปิดพื้นที่ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางการพัฒนาภาคใต้ในระยะต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มมวลชนจะเดินทางกลับวันที่ 1 ก.ค. เวลา 10.00 น. โดยกระทรวงคมนาคมจะจัดรถโดยสารให้เดินทางกลับภูมิลำเนา

วันเดียวกัน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะเลขาธิการพรรค ภท. กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวรอยร้าวระหว่าง 2 น. และ 1 พ. ว่า ข้อเท็จจริงมีการทะเลาะกันจริงระหว่าง 2 น. คือ น.เนวิน ชิดชอบ น.นก ไชยชนก ที่อาจจะทะเลาะกันบ้าง แต่จะทะเลาะกันด้วยความรัก เจตนาที่จะทำดีเพื่อประเทศชาติ และในส่วน  1 พ. 1 น. ก็คือท่านก็คือนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม กับนางนาที รัชกิจประการ ภรรยา ก็ทะเลาะกันเป็นประจำเช่นกัน

ถามว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทยและนายเนวินมีอะไรกันหรือไม่  นายไชยชนกกล่าวว่า มีความรักความสนิทสนม และแข็งแกร่งกว่าเดิม ส่วนทั้งคู่มีความเห็นไม่ตรงกันบ้างหรือไม่ ยอมรับว่ามี เป็นเรื่องปกติของทุกคนในการทำงาน ในการดำรงชีวิต ที่จะมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ความเป็นพรรคภูมิใจไทยเรามีความสามัคคีและเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดเสมอ

“นายเนวิน นายอนุทินไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน” นายไชยชนกยืนยัน

ซักว่ากระแสข่าวที่ออกมาจะทำให้ทั้งคู่เกิดรอยร้าวหรือไม่ นายไชยชนกกล่าวว่า จะดิสเครดิตในมุมมองของสังคมได้ แต่เรื่องส่วนตัวของสองคนไม่สามารถก้าวก่ายให้เกิดความแตกแยกกันได้ รักกัน  สนิทกัน ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันตั้งนาน เรื่องแค่นี้ไม่กระทบแน่นอน

ส่วนนายพิพัฒน์ ปฏิเสธข่าวความขัดแย้งกับ 2 น.และ 1 พ. ว่าไม่จริง อย่างที่ตนเคยกล่าวว่า 2 น.ก็ส่วนหนึ่ง แล้วมี พ.เข้าไปพ่วงอีกคนหนึ่ง ตนได้มีการพูดคุยกันในพรรค ขอยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างนายกฯ จะมีการหารือกับตน และอีก 1 น. ว่าพวกเราทำงานอะไรไป ทุกสิ่งทุกอย่างพวกเรามีการประสานกัน

 “ขอยืนยันว่าที่มีข่าวแตกกันภายใน โดยเฉพาะ 2 น.และอีก 1 พ.นั้น พวกเรายังปกติ แต่การทำงานร่วมกันเป็นเรื่องปกติที่บางครั้งมีการพูดคุยกันบางเรื่องและบางเรื่องถูกละเลยไป เป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่โต แต่ขอยืนยันว่าความขัดแย้งในพรรคภูมิใจไทยไม่มี” นายพิพัฒน์กล่าว

ถามว่า มีหลายคนมองอาจจะมีปัญหาในการบริหารประเทศ นายพิพัฒน์กล่าวว่า นายกฯ เป็นผู้บริหารประเทศ ซึ่งอีก น.หนึ่งไม่ได้เข้ามายุ่งในการบริหารประเทศ พวกเราจะเห็นว่าการบริหารประเทศเบอร์หนึ่งคือนายกรัฐมนตรีนายอนุทิน จะมาบอกว่ามีคนอื่นเข้ามาแทรกแซงนั้น ขอยืนยันว่าไม่มี แต่การให้คำแนะนำหรือคำปรึกษาเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่ารัฐบาลไหนใดๆ ในโลก ผู้นำประเทศจะต้องมีที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำในแต่ละเรื่อง

“แต่ละเรื่องผู้ที่ให้คำแนะนำไม่จำเป็นจะต้องเป็นคนคนเดียวกัน แต่ละกระทรวงก็มีที่ปรึกษาเช่นกัน เพราะความรู้ความเชี่ยวชาญของแต่ละกระทรวงของที่ปรึกษาอาจมีไม่เท่ากัน นายกฯ มีทีมที่ปรึกษามากมาย ฉะนั้นการให้คำแนะนำของทีมที่ปรึกษาก็จะต้องให้คำแนะนำในแต่ละเรื่องตามความเชี่ยวชาญ ขอยืนยันว่าพวกเราไม่มีความขัดแย้งภายในพรรค” นายพิพัฒน์กล่าว

ศาลรับร้องนัดไต่สวน 44 สส.

ที่ศาลฎีกา ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยวันนี้ฝ่ายผู้ร้องคือ ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช. เข้าร่วมการพิจารณาคดีครั้งแรก ส่วนฝ่ายผู้คัดค้านคือ 44 สส.พรรคก้าวไกล  แกนนำส่วนใหญ่จะส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมี สส.บางคนที่มาด้วยตนเอง อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.พรรคประชาชน, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีต สส.บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ทั้งนี้ ศาลออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก โดยมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งหมด 44 คน หลังจากนั้นศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 ส.ค.2569 เวลา 09.30 น. ให้คู่ความทั้งสองฝ่ายยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานที่จะต้องให้ศาลออกหมายเรียกก่อนวันที่ 25 ก.ค.2569 และต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน และกำหนดวันนัดไต่สวนพยานนัดแรก ในวันที่ 25 ส.ค.2569 พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 ก.ย.และ 27 ต.ค. เวลา 09.30 น. โดยจะมีการไต่สวนทั้งหมด 17 ปาก และวางกรอบพิจารณาเป็นระยะเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งในคำร้องของนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006  ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาสั่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นกรณีองคมนตรีที่เข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วมกับ ปภ. และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงิน โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ส่วนกรณีความปรากฏผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ  จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยทนายความของนายณัฐพงษ์ได้ชี้แจงกับศาลว่า การให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหา และไม่เป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล

ทั้งนี้ ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความ และเป็นทนายความด้วยตนเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 12 ไม่แต่งตั้งทนายความ จะขอคัดค้านและไต่สวนเอง

พล.ต.ต.สุพิศาล หนึ่งในผู้คัดค้าน ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากศาลนัดพิจารณาคดีเสร็จสิ้นว่า หลังจากนี้ก็สู้ไปตามกระบวนการของศาลที่เรามีความรู้ ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับในก้าวสุดท้ายของการเป็น สส.และสมาชิกพรรคก้าวไกล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของศาล

ด้านนายพัฒนพงศ์กล่าวว่า ศาลได้มีการนัดตรวจพยานหลักฐานเดือน ก.ค.ในส่วนของผู้ร้อง หลังจากนั้นจะมีการนัดไต่สวนพยานในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งในสำนวนของ ป.ป.ช.ที่ส่งไปยังศาล เป็นการรวบรวมพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล ส่วนจะมีการพิจารณาแยกหรือรวมสำนวน อยู่ที่การพิจารณาหลังจากศาลว่าจะพิจารณารายบุคคลหรือไม่ หรือรวมกันพิจารณาในลักษณะเป็นเรื่องเดียวกัน

“รายชื่อพยานที่ยื่นไปทั้งหมด 17 ปาก เป็นพยานของเจ้าของสำนวนและรายละเอียดเกี่ยวกับสำนวน รวมถึงอดีต สส.พรรคก้าวไกลที่ ป.ป.ช.เชิญมาให้ถ้อยคำ ก็จะยื่นบัญชีพยานประกอบการพิจารณาคดีของศาล ส่วนศาลจะเลือกใครมาไต่สวนกี่คน ตรงนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล” ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวมญาติพลัสกินรวบ

ถกงบ 2570 วันที่สองมุ่งเป้าด้านสังคม “จิราพร” แนะรัฐบาลเดินหน้าพัฒนาทุนมนุษย์

รัฐบาลยอมถอนร่างพรบ.ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ไม่นำเข้า ครม.

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม และนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม นายศุภชัย ใจสมุทร น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยกลุ่มสส.จังหวัดภาคใต้ เข้าหารือร่วมกับเครือข่ายกลุ่มศึก