
เข้าสู่วันที่ 2 ของการแข่งขันในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่ 3 ชาติจากทวีปอเมริกาเหนือร่วมกันเป็นเจ้าภาพ โดยค่ำคืนวันที่ 5 กรกฎาคม หรือตรงกับช่วงเช้าตรู่วันที่ 6 กรกฎาคม ตามเวลาประเทศไทย มีเกมที่แฟนฟุตบอลชาวไทยให้ความสนใจทั้งสองคู่ เริ่มจาก บราซิล อดีตแชมป์โลก 5 สมัย จะพบกับทีมฟอร์มแรงอย่าง นอร์เวย์ ฟาดแข้งกันที่ เมตไลฟ์ สเตเดียม เวลา 03.00 น.
บราซิล ในรอบที่แล้วถือว่าหืดจับใช่ย่อย เพราะกว่าจะเอาชนะ ญี่ปุ่น ตัวแทนจากทวีปเอเชียได้ ต้องรอถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากประตูชัยของตัวสำรองอย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี ส่วนผลงานในรอบแบ่งกลุ่มก่อนหน้านี้ไร้พ่าย ชนะ 2 เสมอ 1 นัด เกมรุกถือว่ายอดเยี่ยม ยิงคู่แข่งรวม 9 ประตู นับจนถึงรอบ 32 ทีมสุดท้าย
สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้จะไม่สามารถใช้งาน ลูคัส ปาเกตา ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อ เช่นเดียวกับ ราฟินญา ปีกตัวเก่ง ที่แฮมสตริงเดี้ยงไปก่อนหน้านี้ คาดว่าเกมนี้อาจมีเซอร์ไพรส์ เพราะแฟนบอลอาจได้เห็นเนย์มาร์ออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก ส่วนคนอื่นๆ อยู่กันครบ นำโดย วินิซิอุส จูเนียร์, มาเตอุส คุนญา, คาเซมิโร, บรูโน กิมาไรส์ และรายาน
ทางฝั่งนอร์เวย์ เกมที่แล้วเฉือนโกตดิวัวร์ แบบหวุดหวิด 2-1 ได้ประตูช่วงท้ายเกมจากเออร์ลิง ฮาลันด์ ถึงแม้เกมรุกจะเฉียบคมสุดๆ ยิงคู่แข่งไป 10 ประตูจาก 4 นัดก่อนหน้า แต่เกมรับยังเป็นเครื่องหมายคำถาม เพราะเสียประตูทุกนัดที่ลงสนาม และการมาเจอกับบราซิลที่มีเกมรุกวูบวาบดูจะน่าเป็นห่วงมิใช่น้อย
สภาพทีมในเกมนี้จะยังไม่สามารถใช้งาน ไรเออร์สัน แบ็กตัวเก่งที่บาดเจ็บ ส่วนคนอื่นๆ ไม่มีปัญหา พร้อมลงสนามทั้งหมด นำทัพโดย เออร์ลิง ฮาลันด์ หัวหอกตัวเก่งที่ยิงในเวิลด์ คัพ หนนี้ไปแล้ว 5 ประตู มาร์ติน โอเดการ์ด, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, อันโตนิโอ นูซา และซานเดอร์ เบอร์เก
เกมนี้ บราซิลคงดาหน้าบุกใส่นอร์เวย์อย่างต่อเนื่อง เพราะคงจะทราบดีว่าคู่แข่งมีปัญหาเกมรับที่เสียประตูทุกนัดก่อนหน้านี้ ดูแล้วขุนพล “ไวกิ้ง” อาจต้านทานทัพแซมบ้าไม่ไหว บราซิลดีพอที่จะเอาชนะไปได้ 3-1 พร้อมคว้าตั๋วรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ส่วนอีกเกม อังกฤษ ขวัญใจมหาชน ต้องยกพลไปเล่นที่กรุงเม็กซิโก ซิตี พบกับเจ้าภาพ เม็กซิโกในเวลา 07.00 น. แต่เกมนี้อาจต้องรอเช็กเวลาการแข่งขันกันอีกครั้ง เนื่องจากมีข่าวว่าฝ่ายจัดอาจมีการขยับให้เตะเร็วขึ้น 6-7 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศที่อาจเกิดฝนตกหนัก
อังกฤษเฉือนดีอาร์ คองโก มาแบบหืดจับ 2-1 โดยเกมนี้จะยังไม่มี รีซ เจมส์ และจาร์เรลล์ ควอนซาห์ 2 แนวรับ แต่คนอื่นๆ อยู่กันครบ นำทัพโดย แฮร์รี เคน ที่เพิ่งเหมาสองประตูพาทีมเข้ารอบมาได้ จูด เบลลิงแฮม, มาร์คัส แรชฟอร์ด, บูกาโย ซากา, ดีแคลน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน
ทางฝั่งเม็กซิโก ฟอร์มการเล่นถือว่าเพอร์เฟกต์สุดๆ เก็บชัยชนะเหนือคู่แข่ง 4 นัดรวดตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่มจนถึงรอบ 32 ทีมสุดท้าย และยังไม่เสียประตูเลยแม้แต่ลูกเดียว ถือว่าเกมรับของพวกเขาแข็งแกร่งสุดๆ เกมนี้ผู้เล่นตัวหลักอยู่กันครบ นำทัพโดย ราอูล ฆิมิเนซ, ฮูเลียน กีโยเนส, โรแบร์โต อัลวาราโด, เอริก ลิรา และหลุยส์ โลโม
ไม่ใช่งานง่ายของอังกฤษ เพราะต้องมาเจอกับเจ้าภาพในช่วงที่ฟอร์มการเล่นกำลังมาแรงสุดๆ ดูแล้วคู่นี้อาจได้ลุ้นกันยาวๆ จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ ดีไม่ดีอาจได้เห็นถึงการดวลจุดโทษ ฟันธงเสมอกันใน 120 นาที 1-1 ส่วนการดวลจุดโทษนั้นคงต้องวัดกันว่าใครจะพลาดน้อยกว่า.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักเขียนดังแนะ ‘ลายจุด’ไขก๊อก พ้น‘กระจกเงา’
“พรนภา” เคลื่อนไหวต่อ เปิดเหตุผลออกมาพูดหลังผ่านมานาน 20 ปี
หนูไปน่านจี้เร่งเยียวยา ผู้ว่าคาด5วันกลับปกติ!
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ-อีสาน
เคาะ163เก้าอี้ ‘บิ๊กเปา’ผงาด พื้นที่‘สีนํ้าเงิน’
“ผบ.ตร.” เป็นประธานถกบอร์ดกลั่นกรองโยกย้ายนายพล 163 ตำแหน่ง
นิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขประกาศใช้ มีผลจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้
วิกฤตรุมเร้า‘นิด้าโพล’ฟันรบ.ไม่รอด!
"นิด้าโพล" ชี้คดีโกงสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.-เขากระโดง
‘ไฟใต้’โหมกระพือ ‘บึ้ม-เผา-ยิง’3จว.69จุด! นายกฯสั่งใช้กม.เด็ดขาด
ใต้ลุกเป็นไฟ! "บึ้ม-เผา-ยิง" 3 จังหวัดชายแดน 69 จุด เจ็บ 3 ราย

