‘ไฟใต้’โหมกระพือ ‘บึ้ม-เผา-ยิง’3จว.69จุด! นายกฯสั่งใช้กม.เด็ดขาด

ใต้ลุกเป็นไฟ! "บึ้ม-เผา-ยิง" 3  จังหวัดชายแดน 69 จุด เจ็บ 3 ราย นายกฯ เรียกฝ่ายมั่นคงถกด่วน กำชับดูแลประชาชน บังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด สั่ง ศอ.บต.ตั้งศูนย์ปฏิบัติการ  ส่งทีมช่วยเหลือถึงพื้นที่ เปิดสายด่วน 1880 เยียวยาทุกเคสไม่ให้ตกหล่น "แม่ทัพภาค 4" กำชับยกระดับความปลอดภัยสูงสุด ชี้โจรใต้มุ่งดิสเครดิตเจ้าหน้าที่ ตอบโต้หลังกวาดล้างยาเสพติด-บุหรี่เถื่อน คาดเชื่อมโยงแก๊งค้ายา ปัดข่าวยิงจาก ฮ.  แค่ลาดตระเวน "ปชป." จ่อตั้งกระทู้สดบี้นายกฯ  แจงแนวทางดับไฟใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์สร้างสถานการณ์หลายจุดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่เวลา 20.00 น. วันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ได้สั่งการทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบ ควบคุมพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยสรุปเหตุการณ์ ณ เวลา 24.00 น.  วันที่ 22 ส.ค. รวมทั้งสิ้นจำนวน 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็น จังหวัดนราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์,   จังหวัดปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ และจังหวัดยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์  โดยมีรายละเอียดดังนี้

จ.นราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์ โดยมีการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามบุคคลออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 22.15 น. ของวันที่ 22 ส.ค. ถึงเวลา 06.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค.

จ.ปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ แยกเป็น อำเภอยะรัง 3 เหตุการณ์, อำเภอยะหริ่ง 2 เหตุการณ์ โดยมีคนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน พร้อมอาวุธปืนบุกร้านสะดวกซื้อเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาบางปู ปล้นสินค้า ก่อนวางระเบิด, อำเภอหนองจิก 3 เหตุการณ์, อำเภอสายบุรี 1 เหตุการณ์ โดยคนร้ายบุกเข้าจับตัวเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเทศบาลตำบลตะลุบัน ก่อนวางระเบิดและจุดไฟเผาอาคารเทศบาล, อำเภอทุ่งยางแดง 1 เหตุการณ์ และอำเภอโคกโพธิ์  1 เหตุการณ์ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

จ.ยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์ แยกเป็นอำเภอธารโต 8 เหตุการณ์, อำเภอบันนังสตา 6  เหตุการณ์ และอำเภอรามัน 2 เหตุการณ์ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ทั้งนี้ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4  ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ ดูแลประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ต่อมาเวลา 06.00 น. วันที่ 23 สิงหาคม ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยาฯ จังหวัดนราธิวาส รายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 13 อำเภอ รวม 40 จุด เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต และมีทรัพย์สินได้รับความเสียหายหลายรายการ ดังนี้ 1.อำเภอระแงะ 8 จุด อาทิ เวลา 20.02 น. เกิดเหตุระเบิดและใช้อาวุธปืนยิงบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเหตุระเบิดบริเวณเสาสัญญาณโทรศัพท์ รอยต่อ ม.8 ต.มะรือโบตก และ ม.4 บ้านกูจิงลือปะ ต.เฉลิม วางเพลิง อบต.บองอ ต.บองอ    

2.อำเภอสุไหงโก-ลก 1 จุด เวลา 20.10 น. ลอบวางระเบิดบริเวณศาลาพักริมทาง หน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดนราธิวาส สาขาสุไหงโก-ลก ม.7 ต.ปาเสมัส 3.อำเภอจะแนะ 9 จุด อาทิ เวลา 20.15 น. เกิดเหตุเผายางรถยนต์บริเวณหน้ามัสยิด ม.4 บ้านรือเปาะ ต.ดุซงญอ วางเพลิง อบต.ช้างเผือก ม.2 ต.ช้างเผือก ลอบวางระเบิดโรงงานรับซื้อไม้ยาง บ้านแอแจ๊ส ม.1 ต.ผดุงมาตร ลอบวางระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้า บ้านไอร์กือซา ม.3 ต.ช้างเผือก ใช้อาวุธปืนยิงประชาชนบริเวณหลังโรงเรียนพิทักษ์วิทยากุมุง ม.2 ต.ช้างเผือก เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือนายซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี รักษาตัวที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์

4.อำเภอบาเจาะ 2 จุด 5.อำเภอเมืองนราธิวาส 1 จุด เวลา 20.30 น. เกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณถนนบ้านทำเนียบ ม.6 ต.ลำภู มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย คือ น.ส.โนรฮายาตี ดือเล๊าะ อายุ 46 ปี และนางฟาซีลา อูเซ็ง อายุ 45 ปี พักรักษาตัวที่ รพ.นราธิวาสราชนครินทร์   6.อำเภอตากใบ 1 จุด เวลา 20.30 น. เกิดเหตุวางเพลิงศาลาที่พักผู้โดยสารริมถนนสายตากใบ-นราธิวาส บริเวณทางเข้าโคกไม้เรือ ม.5 ต.ไพรวัน 7.อำเภอเจาะไอร้อง 3 จุด อาทิ เวลา 20.40 น. ลอบวางระเบิดบริเวณเสาโทรศัพท์เครือข่ายดีแทค ม.2 ต.จวบ 8.อำเภอศรีสาคร  5 จุด อาทิ เวลา 20.30 น. ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าบริเวณถนนสาย 4013 ศรีสาคร-บันนังสตา ม.5 ต.ศรีสาคร 

9.อำเภอยี่งอ 2 จุด เวลา 20.40 น. เกิดเหตุเผายางรถยนต์บนถนนสาย 4066 (ทางไปสนามบิน) บ้านตะโละมีญอ ม.1 ต.ตะปอเยาะ 10.อำเภอแว้ง 2 จุด อาทิ เวลา 23.20 น. ลอบวางระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้า ถนนบ้านบูเก๊ะตา ม.2 ต.โละจูด 11.อำเภอสุไหงปาดี 2 จุด 12.อำเภอสุคิริน 1 จุด เวลา 21.00 น. เกิดเหตุลอบวางระเบิดบริเวณเสาไฟฟ้าริมถนนสายสุคิริน-จะแนะ 13.อำเภอรือเสาะ 3 จุด อาทิ เวลา 20.20 น. เกิดเหตุลอบเผาเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์ DTAC บริเวณริมถนนสายรือเสาะ-สามัคคี บ้านกาโดะ ม.4 ต.รือเสาะ  เวลา 22.24 น. วางเพลิงโรงโม่ปูน บริเวณรอยต่อบากงและนาโอน ต.รือเสาะ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสสั่งการดูแลช่วยเหลือเยียวยา ประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

โจรใต้ตอบโต้ จนท.รัฐ

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จ.นราธิวาส พล.ท.นรธิป เดินทางเยี่ยมผู้ได้รับบาดเจ็บและได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ จำนวน 3 ราย เพื่อให้กำลังใจ สอบถามความเป็นอยู่ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณีมีการกล่าวอ้างว่ามีผู้ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ว่า ในห้วงเวลาดังกล่าวมีการใช้เฮลิคอปเตอร์และโดรนในการลาดตระเวนตามเส้นทางต่างๆ จริง แต่ไม่มีการใช้อาวุธหรือการยิงกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์ลงสู่พื้นแต่อย่างใด พร้อมยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีการใช้กระสุนจากเฮลิคอปเตอร์อย่างแน่นอน หากมีการใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ในลักษณะอัตโนมัติจริง ยานพาหนะหรือเป้าหมายที่ถูกอ้างถึงจะไม่สามารถรอดพ้นได้อย่างแน่นอน จึงยืนยันว่าเหตุการณ์ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

พล.ท.นรธิปยังกล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ว่า การก่อเหตุที่เกิดขึ้นแม้โดยภาพรวมอาจไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตของประชาชนหรือเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่เป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ เนื่องจากในช่วงปลายเดือน ก.ค.ถึงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมตรวจค้นและกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินการตาม “ยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด” ซึ่งสามารถจับกุมยาเสพติดได้จำนวนมาก รวมถึงผู้กระทำความผิดอีกหลายราย โดยล่าสุดกลางเดือนที่ผ่านมา จับกุมขบวนการค้าของผิดกฎหมายในพื้นที่อำเภอยะรัง ได้ของกลางบุรี่ผิดกฎหมายมากกว่า 2,000,000 มวน และเงินสดอีก 18 ล้านบาท

"ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด และมีการประเมินว่ามูลค่าการค้าผิดกฎหมายในแต่ละเดือนอาจสูงหลายร้อยล้านบาท ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ สิ่งเหล่านี้คือแหล่งเงินทุนของขบวนการ ก่อความไม่สงบและมีการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง จึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้เสียผลประโยชน์อาจพยายามสร้างสถานการณ์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ” พล.ท.นรธิปกล่าว พร้อมย้ำว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายชายแดนและยาเสพติด และจะดำเนินการอย่างเข้มงวดต่อไปโดยไม่มีการผ่อนปรน

ที่อากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เมื่อเวลา 08.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อติดตามและรับฟังรายงานเหตุความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้หลายจุด โดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม, พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.),  พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร (กอ.รมน.), นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เข้าร่วมประชุม

โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ได้โทรศัพท์เข้ามารายงานสถานการณ์ในพื้นที่ให้นายกฯ รับทราบ ซึ่งนายอนุทินกำชับให้ดูแลประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ นายกฯ ได้ใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนเดินทางไปปฏิบัติราชการเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน

สั่ง ศอ.บต.เร่งเยียวยา

ต่อมานายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับทราบสถานการณ์แล้ว และมีการหารือและข้อสั่งการไปแล้ว

เมื่อถามว่า จะมีการลงพื้นที่ไปด้วยตนเองหรือไม่ นายกฯ ตอบเพียงว่า "ได้มีการดำเนินการอยู่แล้ว"

นายอนุทินกล่าวว่า ได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 เพื่อประเมินสถานการณ์ โดยที่ผ่านมามีปฏิบัติการในการนำตัวผู้กระทำผิดกฎหมายมาลงโทษ การตรวจค้นการยึดทรัพย์ การปราบปรามอย่างเข้มข้นต่อขบวนการทำผิดกฎหมายทุกอย่าง ไม่ใช่เฉพาะผู้ก่อการร้าย แต่รวมไปถึงเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรง รวมทั้งของเถื่อน เช่น บุหรี่ จึงมีการตอบโต้จากฝ่ายตรงข้ามบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าจะต้องท้อถอย ถอยร่น หรือเปลี่ยนแนวทางการทำงาน แต่ยังคงต้องดำเนินการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายต่อไปอย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องของการข่าว ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมถึงไม่รู้ล่วงหน้านั้น นายกฯ กล่าวว่า การข่าวมีมาโดยตลอด แต่การกระทำที่ไม่สงบ หากดูจากรูปแบบที่มีการรายงานมา ไม่ได้มุ่งไปที่ชีวิต แต่เป็นการก่อกวน ส่งสัญญาณ เป็นการโต้ตอบกับฝ่ายเรา แต่ทางการไม่ได้ถือว่าสิ่งเหล่านี้ จะต้องเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงาน สำหรับเรื่องการเจรจา เรามีความพยายามเจรจาอยู่แล้ว ซึ่งระหว่างการเจรจาไม่ควรมีเหตุร้าย 

ทางด้าน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังนายกฯ  ได้ติดตามและสั่งการด้านความมั่นคงต่อสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ได้กำชับต่อเนื่องถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมอบหมายศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งเข้าช่วยเหลือและเยียวยาทุกกรณีอย่างรวดเร็วและทั่วถึง

ล่าสุด ศอ.บต.จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสื่อสารและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย โดยนำระบบ Case Management มาใช้ตลอดกระบวนการ มี Case Manager ทั้งในภาพรวมและรายกรณี ทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด ขณะนี้ ทีม Rapid Response ระดับจังหวัด 3 ทีมได้ลงพื้นที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมประสานกับผู้รับผิดชอบงานเยียวยาและเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ ศอ.บต.ได้เปิดสายด่วน 1880 เพื่อให้ข้อมูลและตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิและการช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนโดยตรง โดยนายกฯ ย้ำว่า ประชาชนที่กำลังเดือดร้อน ไม่ควรต้องเป็นฝ่ายวิ่งหาหน่วยงานรัฐ แต่รัฐต้องเป็นฝ่ายเข้าไปหาประชาชน

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กล่าวว่า ได้สั่งการให้ยกมาตรการรักษาความปลอดภัยและเตรียมพร้อมระดับสูงสุด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า สิ่งที่พรรคอยากนำเสนอคือ นโยบายของรัฐบาล และการใส่ใจของฝ่ายนโยบายในเรื่องนี้ มีความจำเป็นอย่างมาก การใช้กลไกความมั่นคงในการดูแลประชาชนให้เกิดความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายเป็นเรื่องที่จำเป็น แต่ต้องควบคู่ไปกับนโยบายด้านอื่น ดังนั้นในสัปดาห์นี้ พรรคประชาธิปัตย์จะแจ้งไปยังพรรคประชาชน ในฐานะพรรคแกนนำฝ่ายค้าน ขอตั้งถามกระทู้สดต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มาชี้แจงแนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อาวุธเขมรทะลัก ยึดAKกระสุนอื้อ

กองทัพเรือผนึกกำลังตำรวจน้ำ จับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ลำเลียงจากฝั่งกัมพูชา ยึด AK-47 พร้อมกระสุนกว่า 24,000 นัด ปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดด่าน 100%”