
"นิด้าโพล" ชี้คดีโกงสอบท้องถิ่น-ฮั้ว สว.-เขากระโดง สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล เชื่อไม่รอดแน่ๆ "สวนดุสิต" ตอกย้ำ ปชช.อยากให้ซักฟอกเรื่องปัญหาปากท้อง-โกงสอบ “อภิสิทธิ์” ลั่นร่วมฝ่ายค้านซักฟอกรัฐบาลแน่ แง้มมีข้อมูลใหม่ที่สาธารณะควรรู้ แม้ล้มรัฐบาลไม่ได้แต่เป็นหน้าที่ตรวจสอบ "อดีตผู้สมัคร สว." แฉถูกเสนอเงิน 6 หลักเข้ากลุ่ม อ้าง 19 สว.ขอคนละ 3 ล้าน แลกโหวตประธานวุฒิสภา “แสวง” งัด ม.226 รัฐธรรมนูญเอาผิดฮั้ว สว. ต้องครบ 3 เงื่อนไขถึงตัวผู้สมัคร ทุจริต รู้เห็น และเลือกไม่สุจริต จึงจะส่งศาลฎีกาได้
เมื่อวันอาทิตย์ ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง ปัญหามากมาย จะรอดไหมเนี่ย สำรวจระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล
เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทินพบว่า 62.75% ระบุว่าการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น รองลงมา 55.88% การถูกกล่าวหาคดีฮั้ว สว., 42.29%การโดน สส.ตรวจสอบคดีเขากระโดง, 37.33% ความผันผวนในราคาพลังงาน, 33.36%ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา, 28.78% แผนการใช้งบประมาณตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท, 28.17% ความผันผวนในราคาพืชผลทางการเกษตร, 25.27% การจำกัดการถือครองอาวุธปืน, 24.27%หลักเกณฑ์ที่เข้มงวดในการขอรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569, 22.98% การกระทำที่ผิดกฎหมายของชาวต่างชาติในประเทศไทย และ 18.17% การถูกตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport
ด้านการรับมือกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน พบว่า 39.69% จะสามารถรับมือได้บางประเด็น 31.99% จะไม่สามารถรับมือได้เลย, 16.26% จะสามารถรับมือได้ทั้งหมด และ 11.68% จะสามารถรับมือได้กับประเด็นส่วนใหญ่
สำหรับความอยู่รอดของรัฐบาลภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน เกี่ยวกับประเด็นที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ พบว่า 37.86% ไม่รอดแน่ๆ 26.03% รอดแต่จะบอบช้ำมาก, 17.94% รอด แต่จะบอบช้ำเล็กน้อย และ 17.71% รอดแบบสบายๆ แน่นอน
ด้านสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,267 คน พบว่า 38.28% ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น โดยเรื่องที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุดคือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง 80.58% รองลงมาคือ ทุจริตสอบท้องถิ่น 54.54%, ปัญหาพลังงานและราคาพลังงาน 53.59%, ปัญหาพลังงานและราคาพลังงาน 53.59% และ ฮั้ว สว. 34.25%
กลุ่มตัวอย่าง 54.30% ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปรายคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง 56.99% และเห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง 50.28%
'มาร์ค' พร้อมผนึกฝ่ายค้าน
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะหารือร่วมกันของแกนนำพรรคฝ่ายค้านช่วงสิ้นเดือน ส.ค.นี้ ว่าการดำเนินการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลนั้น จะวางแนวทางและตารางเวลาอย่างไร เพราะหลังสภาเปิดจะมีการอภิปรายทั้ง พ.ร.ก.กู้เงิน และจากนั้นไม่เกิน 2 สัปดาห์ จะอภิปรายงบประมาณวาระ 2 และวาระ 3
เมื่อถามว่า ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีการวางเรื่องไหนไว้เป็นพิเศษ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สส.หลายคนทำข้อมูลอยู่ แต่ต้องไปหารือกับพรรคร่วมฝ่ายค้านก่อน ปชป.ร่วมอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนปูทางเรื่องการฮั้ว สว.และการทุจริต พรรคประชาธิปัตย์อยากเน้นเรื่องอะไรเป็นพิเศษ หัวหน้าพรรค ปชป.กล่าวว่า อย่าไปบอกว่าใครทำอะไรก่อนหลังมากน้อยอย่างไร เพาะการตรวจสอบเป็นหน้าที่ของทุกคน ซึ่งเรื่องฮั้ว สว.ก็พูดไว้ตั้งแต่วันเลือกนายกฯ แล้วว่า มีรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่ในสํานวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 คิดว่าข้อเท็จจริงที่ ปชน.ทยอยเปิดออกมาโดยลำดับ กับข้อมูลที่เรามีอยู่ก็สอดคล้องกันหมด ไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ว่าภารกิจเบื้องต้นขณะนี้ก็คือต้องการที่จะให้ กกต.ส่งเรื่องนี้ไปสู่ศาล ซึ่งเราคิดว่าก็จะทำให้การตรวจสอบหรือการทำหน้าที่ของ กกต.สามารถทำให้เราได้ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้มากที่สุด
“ถ้าเรานึกภาพว่าในอดีต กกต.เคยส่งกรณีที่ผู้สมัคร สว. 2 คนคุยไลน์กันแล้วแลกเปลี่ยนคะแนนกันไปให้ศาลพิจารณา ซึ่งศาลก็ตัดสินว่าผิดแล้ว ดังนั้นถามว่าสิ่งที่พวกเราเห็นข้อเท็จจริงเปิดเผยมาในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีเหตุผลอะไรที่ กกต.จะไม่ส่งเรื่องนี้ให้ศาล คำพิพากษาศาลจบไปแล้วในกรณี” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามว่า มีเรื่องใหม่ๆ ที่จะเป็นหมัดเด็ดเพิ่มเติมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวย้อนว่า ถ้าบอกก็ไม่ใหม่สิ ทั้งนี้เรายังไม่ทราบว่าการอภิปรายจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ทุกคนทำการบ้านกันอยู่ ซึ่งจะเป็นเรื่องใหม่หรือไม่ใหม่ไม่ทราบ แต่ว่าก็คงมีข้อมูลหลายอย่าง ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้ปรากฏในสาธารณชน
เมื่อถามต่อว่า นิด้าโพลระบุว่ารัฐบาลอาจจะอยู่ไม่นานเพราะปัญหาที่รุมเร้า นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า บางโพลก็บอกรอด แต่อาจบอบช้ำหน่อย แต่เรื่องสำคัญคือเรามีหน้าที่ตรวจสอบ และเราเห็นความล้มเหลวในการบริหาร การทุจริตคอร์รัปชัน ก็เป็นสิ่งที่สาธารณชนมีสิทธิ์ที่จะรับรู้ อาจไม่สามารถส่งผลในแง่ของคะแนนเสียงในสภา แต่มันเป็นหน้าที่สำคัญของเราที่จะเป็นตัวช่วยให้สังคมกดดันให้รัฐบาลปรับปรุงการทำงาน เรื่องไหนที่รัฐบาลทำได้ดีก็บอกว่าทำได้ดี แต่เรื่องไหนที่ทำได้ไม่ดี เราก็มีหน้าที่ทำให้เห็นมุมมอง และหวังว่ารัฐบาลอาจจะไปแก้ไขปรับปรุง
เสนอเงิน 6 หลักเข้าร่วมฮั้ว
ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) จัดงานในหัวข้อ "ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว." เลคเชอร์สด คลี่ทุกปมการเลือก สว. เปิดข้อมูลใหม่ แฉกลไกโกง และเปิดสายสัมพันธ์เครือข่ายสีน้ำเงิน โดยมีพยานผู้สมัคร สว. ได้แก่ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม และ น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ดำเนินรายการโดยนายสมภพ รัตนวลี และ น.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
โดย น.ส.หทัยรัตน์กล่าวว่า วันที่ 24-26 มิ.ย.2567 นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. โทร.หาประมาณ 10 รอบ บอกว่าจะประชุมกันที่โรงแรมไมด้า งามวงศ์วาน ตนบอกว่ามีอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ไม่เป็นไร ซึ่งเขาบอกว่าจะจ่ายค่าเดินทาง และสายสุดท้ายบอกว่าเชิญให้ไปอยู่ในกลุ่มเขา เพราะในกลุ่มเขาไม่มีสื่อมวลชน เขาเสนอเงินให้ 6 หลัก โดยในวันที่ 26 มิ.ย.2567 ที่เป็นวันเลือก สว.ระดับประเทศ หลังจากที่ออกมาจากเมืองทองธานีแล้ว
น.ส.หทัยรัตน์กล่าวต่อว่า วันที่ 23 ก.ค.2567 ซึ่งเป็นวันก่อนที่จะมีการเลือกประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา มีการพิมพ์รายชื่อ สว. 19 คน เพื่อนำไปเสนอให้ผู้มีอำนาจของพรรคภูมิใจไทยว่าจะขอโหวตประธานวุฒิสภาและค่าตอบแทนคนละ 3 ล้านบาท ซึ่งนักข่าวที่ตามทำข่าวของพรรคภูมิใจไทยมีข้อมูล ฉะนั้นจึงขอเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลนั้นออกมาว่ามีใครบ้าง
ขณะที่ นายณัฐพงษ์ สาโรจน์ อดีตผู้สมัคร สว.กลุ่ม 17 จ.นครศรีธรรมราช กล่าวยอมรับว่าเข้าร่วมกระบวนการฮั้ว สว. เพราะต้องการให้ความผิดเกิดขึ้น ซึ่งหัวขบวนฮั้วนั้นมีการโอนเงินและจ่ายเงินให้กับผู้สมัคร สว.จริง ซึ่งตนได้เข้าให้ปากคำกับดีเอสไอโดยเก็บหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว
ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนเรียกร้องให้ กกต.ยื่นศาลฎีกาเอาผิดผู้ที่กระทำผิดในคดี สว.ทั้ง 229 คน เนื่องจากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ากระทำผิดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 226 ว่า ขอให้ข้อมูลองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ เรื่องให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิผู้เลือก หลังประกาศผลการเลือก สว.ไปแล้ว มีองค์ประกอบ 3 ประการ คือ
1.ต้องเป็นการกระทำของผู้สมัครรับเลือกเท่านั้นที่กระทำการทุจริตในการเลือก หรือผู้สมัครรับเลือกรู้เห็นการกระทำของผู้อื่น หากผู้สมัครรับเลือกไม่ได้กระทำการทุจริต หรือไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำของบุคลอื่นก็มีประเด็นว่าอยู่ในบังคับมาตรา 226 หรือไม่ เรื่องนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์จากพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ 2.การกระทำที่ทุจริต เช่น จ้างลงสมัคร จ้างลงคะแนน สมยอม แลกคะแนน หรือให้ประโยชน์อื่นใดเพื่อให้เลือกตนเอง เป็นต้น และ 3.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ถ้าครบองค์ประกอบความผิดทั้ง 3 องค์ประกอบความผิดดังกล่าว กกต.ต้องส่งให้ศาลฎีกา ตามมาตรา 226 ของรัฐธรรมนูญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักเขียนดังแนะ ‘ลายจุด’ไขก๊อก พ้น‘กระจกเงา’
“พรนภา” เคลื่อนไหวต่อ เปิดเหตุผลออกมาพูดหลังผ่านมานาน 20 ปี
หนูไปน่านจี้เร่งเยียวยา ผู้ว่าคาด5วันกลับปกติ!
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะประชุมติดตามสถานการณ์อุทกภัยภาคเหนือ-อีสาน
เคาะ163เก้าอี้ ‘บิ๊กเปา’ผงาด พื้นที่‘สีนํ้าเงิน’
“ผบ.ตร.” เป็นประธานถกบอร์ดกลั่นกรองโยกย้ายนายพล 163 ตำแหน่ง
นิรโทษกรรมมีผลบังคับใช้
พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขประกาศใช้ มีผลจันทร์ที่ 24 ส.ค.นี้
‘ไฟใต้’โหมกระพือ ‘บึ้ม-เผา-ยิง’3จว.69จุด! นายกฯสั่งใช้กม.เด็ดขาด
ใต้ลุกเป็นไฟ! "บึ้ม-เผา-ยิง" 3 จังหวัดชายแดน 69 จุด เจ็บ 3 ราย
'นิด้าโพล' ชี้คดีโกงสอบท้องถิ่น-อั้วสว. สั่นคลอนการอยู่รอดของรัฐบาล
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ปัญหามากมายจะรอดไหมเนี่ย”

