‘มศว’ปูดสถ.จุ้นผลสอบ

"อนุทิน" ลั่นคดีทุจริตสอบท้องถิ่นไม่มีประนีประนอม ทุกหน่วยแข่งกันทำงาน ขอ  ปชช.สบายใจได้ ผบ.ตร.นั่งหัวโต๊ะแบ่งหน้าที่คณะทำงาน จ่อเรียก "ส้ม-กฤต" พร้อมทั้ง 6 พันรายให้ปากคำ ขีดเส้น 20 วัน ก่อนสรุปรายงานนายกฯ "กมธ.ปราบโกง" เผย มศว ปูด สถ.แทรกแซงผลการสอบ ขู่ "ประธาน กสถ." ห้ามเบี้ยวนัดหน้า งัด พ.ร.บ.อำนาจเรียกตัวฯ

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 07.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทุจริตโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น จะมีการสั่งการไปยังกระทรวงอื่นๆ ให้ตรวจสอบด้วยหรือไม่ โดยเฉพาะการสอบครูผู้ช่วย ว่าเรื่องทุจริตในการสอบท้องถิ่นขอให้ประชาชนสบายใจได้ ตอนนี้มี 4 หน่วยงานหลักที่ตรวจสอบ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงออกมาชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยเอกเทศ และประธาน ป.ป.ช.เป็นหัวหน้าคณะกรรมการไต่สวนเอง ในส่วนของกระทรวงมหาดไทย เรียกผู้ที่คาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีผลต่อรูปคดีให้พ้นจากการทำหน้าที่นั้น และตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้เกิดความรัดกุม

ทั้งนี้ ตนในฐานะนายกฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นปี 68​ ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มี รมว.ยุติธรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) อัยการสูงสุด เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) อยู่ในคณะกรรมการฯ ซึ่งสามารถครอบคลุมเนื้องานนอกกระทรวงมหาดไทยได้ เพราะจากรายงานไม่ใช่เฉพาะคนในกระทรวงมหาดไทย แต่มีคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทั้งเอเยนต์และนายหน้า ซึ่งเมื่อสักครู่เพิ่งคุยโทรศัพท์กับนายปกรณ์ โดยรายงานว่า ผบ.ตร.จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้กระทำความผิด

"วันนี้ต้องถือว่าแข่งกันทำงานแล้ว ไม่มีทางวิ่ง ไม่มีทางประนีประนอมได้เลย พูดง่ายๆ ว่าอำนาจทั้งหมดไม่สามารถจะมาก้าวก่าย ก้าวล่วง ป.ป.ช. หรือคณะกรรมการชุดนายปกรณ์ได้  ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกตามกฎหมาย" นายอนุทินระบุ

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผบ.ตร.) เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.), สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.), สำนักข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกท้องถิ่น

โดยภายหลังการประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการแบ่งหน้าที่ของคณะทำงาน ภายใต้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์เป็นประธาน โดยคณะทำงานมีหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ บริษัทเอกชน หรือผู้เข้าสอบ เพื่อรายงานผลต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ เบื้องต้นได้กำหนดกรอบการทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 20 วัน ก่อนสรุปรายงานเสนอให้นายกรัฐมนตรีภายใน 30 วัน โดยคณะทำงานจะตรวจสอบทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย เพื่อหาว่าขั้นตอนใดของกระบวนการสอบมีความบกพร่อง และมีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง

 “การตรวจสอบจะครอบคลุมบุคคลที่เกี่ยวข้องประมาณ 6,000 คน ซึ่งจะแบ่งกลุ่มเพื่อตรวจสอบเป็นรายกรณี หากพบพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายกระทำผิด จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอน ส่วนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในสังคม เช่น น.ส.ส้ม และนายกฤต นายกเทศมนตรีตำบลควนลัง จังหวัดสงขลา รวมถึงผู้ที่โพสต์ข้อความเกี่ยวกับการสอบในจังหวัดพังงา ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่ามีส่วนร่วมในการทุจริต แต่คณะทำงานจะเชิญทั้งหมดมาให้ข้อมูลประกอบการตรวจสอบ” พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ระบุ

ผบช.ก.กล่าวว่า คณะทำงานชุดนี้ไม่มีอำนาจควบคุมตัวหรือดำเนินคดีอาญา  หากภายหลังพบพยานหลักฐานจนมีการออกหมายจับ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการดำเนินการ ทั้งนี้ การตรวจสอบของคณะทำงานชุดนี้เป็นคนละส่วนกับคดีที่กระทรวงมหาดไทยแจ้งความกับกองปราบปรามในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงคดีร้องเรียนกรณีปลัดจังหวัดภูเก็ตเรียกรับผลประโยชน์จากการสอบท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) โดยตรง

ที่รัฐสภา เวลา 15.00 น. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ  สภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุม กรณีเรียกผู้เกี่ยวข้องกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว และผู้แทนประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมในประเด็นกระบวนการจัดสอบเพื่อบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น รวมถึงระบบที่ใช้ในการตรวจข้อสอบดังกล่าว  ซึ่งใช้เวลา 3 ชั่วโมง สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

1.มศว และสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา ได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานทั้งหมดส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจแล้ว หมายความว่ากระดาษของผู้เข้าสอบกว่า 4 แสนคน รวมทั้งแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในห้องมั่นคงที่ จ.สมุทรปราการทั้งหมด ซึ่ง ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาฯ ยืนยันต่อที่ประชุมว่ากระดาษและแฟลชไดรฟ์ที่อยู่ในมือของ ป.ป.ช. เป็นข้อมูลหลักฐานที่ไม่มีการแก้ไข ถือเป็นหลักฐานที่สำคัญ

2.มศว ได้มอบอำนาจให้ ผอ.สำนักทดสอบฯ  เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินโครงการจ้างเหมาสอบแข่งขันดังกล่าว ซึ่งทั้งอธิการบดีฯ และ ผอ.สำนักทดสอบฯ ยืนยันในที่ประชุมตรงกันว่าในการตรวจสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่นนี้ มศว  ได้มอบอำนาจให้ ผอ.สำนักทดสอบฯ เป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ทั้งยื่นซองประมูลราคา หรือ อี-บิดดิง กับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) การเซ็นสัญญา

3.สำนักทดสอบฯ ดำเนินการว่าจ้างบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งจัดพิมพ์กระดาษคำตอบ ตรวจข้อสอบ และเครื่องมือที่ใช้ในการตรวจข้อสอบ ได้มาจากบริษัทเอกชนแห่งนี้ ทั้ง 10 ศูนย์ทั่วประเทศ ซึ่งสำนักทดสอบฯ ได้ว่าจ้างช่วงเป็นเงิน 30 ล้านบาท โดยได้แจ้งเรื่องการจ้างช่วงต่อผู้ว่าจ้าง คือ สถ. ถูกต้องเรียบร้อย

4.มีการให้ข้อมูลว่ามีการแทรกแซงจากผู้ว่าจ้าง คือ สถ. ในการพิจารณาผลการสอบฯ ส่วนได้ประสานกับผู้ใดนั้น เรื่องนี้ได้ให้ข้อมูลต่อ ป.ป.ช.แล้ว จึงไม่ขอให้ข้อมูลดังกล่าวในชั้นกรรมาธิการ และ 5.ประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงของ มศว ได้ให้ข้อมูลกับ กมธ. ว่าจะพิจารณาสอบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จอย่างช้าในวันที่ 10 ก.ค. ซึ่งเราจะได้ข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง

นายอาสพลธ์กล่าวด้วยว่า ในการประชุมสัปดาห์หน้า ที่ประชุมได้มีมติเชิญอธิบดี สถ.  ประธานคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งขอข้อมูลจากอธิการบดีฯ เกี่ยวกับเอกสารขอบเขตของงานตามสัญญาจ้างการทำงานระหว่าง มศว กับ สถ. รวมถึงเอกสารการอนุมัติงบประมาณการเบิกจ่ายการดำเนินงาน และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับผิดชอบการดำเนินการทั้งหมดประมาณ 30 รายการเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ก่อนการประชุม นายอาสพลธ์ระบุว่า  เดิมประธาน กสถ.แจ้งว่าจะมาด้วยตัวเอง แต่ต่อมากลับแจ้งว่าติดภารกิจไม่สามารถมาประชุมได้  และไม่ได้ส่งผู้แทนมาร่วมประชุม ซึ่งหากเชิญครั้งที่ 2 แล้วยังไม่มา กมธ.จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ.2568.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ยันน้ำรั่วอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ไม่กระทบโครงสร้าง กำชับตรวจจุดก่อสร้างอื่น

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ดูเหตุน้ำรั่วภายในบ่อพักน้ำใต้อุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง บริเวณวงเวียนสมเด็จพระเจ้าตากสิน ในช่วงเที่ยงคืนที่ผ่านมา โดยผู้สื่อข่าวแซวว่า “ฟิตจัง