"อนุทิน" ไขลาน กสถ. เร่งทำรายงานหลังมีมติเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่น 5,924 คน ระบุคนได้รับผลกระทบมีสิทธิ์ฟ้องร้อง ด้าน “รักษาการอธิบดี สถ." มอบนโยบายประกาศฟื้นศรัทธาองค์กร ล้อมคอกไม่ให้มีการนำตำแหน่งหน้าที่แอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ทุกกรณี แถมขอช่วยกันเป็นหูเป็นตา ขณะที่ "ผบช.ก." แจงปมผู้ต้องหา 11 รายถูก ป.ป.ช.กันไว้เป็นพยานแล้ว จ่อฟันรายใหม่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ
ความคืบหน้าหลังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยสำนักงานคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) ออกหนังสือด่วนที่สุด แจ้งเลื่อนการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ก.จ.) ครั้งที่ 7/2569 ซึ่งเดิมกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ออกไปอย่างกะทันหัน ท่ามกลางการจับตาความคืบหน้าการตรวจสอบและเตรียมเพิกถอนรายชื่อผู้สอบแข่งขันได้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 5,924 ราย
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องสัมมนาลอยฟ้า สวนนงนุชพัทยา จังหวัดชลบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวว่ายังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งได้เร่งรัดให้ กสถ.เร่งรายงานมติในที่ประชุมครั้งที่แล้ว โดยปลัดกระทรวงมหาดไทยในฐานะประธานกสถ. รวมถึงรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มีการแถลงไปแล้วว่ามีมติอย่างไรออกมา แต่เรื่องนี้ต้องมีการทำรายงานอย่างเป็นทางการ และเมื่อส่งมานายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งตนได้มอบหมายให้กำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จะต้องนำเรื่องไปพิจารณา เมื่อมีความพร้อมก็จะต้องเรียกประชุม
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่ต้องให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นดูข้อกฎหมาย ที่มีการถกเถียงกันว่ากสถ.มีอำนาจในการเพิกถอนข้าราชการหรือไม่นั้น นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เกี่ยว กสถ.เป็นคณะกรรมการภายใต้กฎหมาย ซึ่งที่ประชุมมีมติอย่างไรก็ต้องดำเนินการตามนั้น ส่วนจะมีอำนาจหรือไม่ คนที่ได้รับผลกระทบก็มีสิทธิ์ไปฟ้องร้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพิสูจน์กันในขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ทุกหน่วยงานก็ต้องทำตามหน้าที่ แม้กระทั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะไปชี้นำ กสถ.ไม่ได้ เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
ส่วนคณะกรรมการชุดของนายปกรณ์นั้นได้รายงานมาอย่างไรบ้าง นายอนุทินระบุว่า ตนได้รับรายงานแทบทุกวัน เพราะตนกับนายปกรณ์มีเรื่องที่ต้องคุยกันในแต่ละวันมากมาย ที่เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย และขณะนี้ยังให้ดูเรื่อง กสทช.ว่ารัฐบาลเกี่ยวข้องตรงไหนอย่างไรบ้าง
เมื่อถามว่า การเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นอำนาจสิ้นสุดอยู่ที่ กสถ.ใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าเป็นมติของ กสถ.
สร้างความเชื่อมั่น
ด้านนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานการประชุมกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ครั้งที่ 11/2569 ณ ห้องประชุม 5501 อาคาร 5 ชั้น 5 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมอบนโยบายแก่ผู้บริหารและบุคลากรของกรม เพื่อกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนองค์กร สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน และฟื้นฟูภาพลักษณ์ของกรมภายหลังวิกฤตด้านความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้น
เขากล่าวว่า การเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันนำพาองค์กรก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก มิใช่เพื่อสร้างความหวาดระแวงหรือเปลี่ยนแปลงบุคลากร แต่เพื่อให้ข้าราชการทุกคนร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของตนอย่างเต็มกำลัง พร้อมร่วมกันฟื้นฟูความเชื่อมั่นของกรมให้กลับคืนมา พร้อมกันนี้ได้ประกาศนโยบายสำคัญด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยกำชับอย่างเด็ดขาดไม่ให้มีการนำตำแหน่งหน้าที่หรือชื่อของผู้บริหารไปแอบอ้างเรียกรับผลประโยชน์ในทุกกรณี
พร้อมย้ำว่าการสอบคัดเลือกบุคลากร โดยเฉพาะการสอบสายบริหารที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 จะต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส สุจริต และตรวจสอบได้ ห้ามมีการซื้อขายตำแหน่ง การวิ่งเต้น หรือการส่งรายชื่อแทรกแซงกระบวนการสอบโดยเด็ดขาด
รักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวในตอนท้ายว่า ความสำเร็จในการฟื้นฟูองค์กรจะเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของบุคลากรทุกคน ขอให้ร่วมกันเป็นหูเป็นตา ไม่ปล่อยให้ผู้ใดใช้กรมเป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ส่วนตน พร้อมยืนยันว่าผู้ที่ยังฝ่าฝืนกฎหมายหรือกระทำการทุจริตจะถูกดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพื่อร่วมกันสร้างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นให้เป็นองค์กรที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล และได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนอีกครั้ง ตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล
มีเจ้าพนักงานของรัฐเกี่ยวข้อง
ส่วนความคืบหน้าของคดีนั้น พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. เปิดเผยความคืบหน้าคดีทุจริตการสอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ว่าภาพรวมคดีหลักๆ อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. โดยในส่วนของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางนั้นได้รับแจ้งความจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) และ สถ.กรณีเอกสารข้อสอบเล็ดลอดออกมานั้น ได้มีการสืบสวนจนทราบเส้นทางการรับเอกสารและผู้สั่งการแก้ไข จนนำไปสู่การออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 3 ราย ซึ่งสามารถจับกุมได้ทั้งหมดแล้ว
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวต่อว่า จากการสืบสวนพบข้อเท็จจริงว่า น่าจะมีเจ้าพนักงานของรัฐเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้เอกสารเล็ดลอดออกมา โดยขอเวลาอีก 2-3 วันในการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว ทั้งนี้ คดีทั้งหมดอยู่ในความดูแลของ ป.ป.ช. ทราบว่าได้ตั้งคณะไต่สวนพิเศษขึ้นมาดำเนินการแล้ว
สำหรับบุคคล 11 รายที่ถูกออกหมายจับในส่วนนี้ ป.ป.ช.ได้กันไว้เป็นพยาน โดยตำรวจได้ประสานงานกับ ป.ป.ช.อย่างใกล้ชิด มุ่งไปที่ผู้ร่วมวางแผนและผู้ทำการแก้ไข ซึ่ง ป.ป.ช.ได้รับตัวไปสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่รัฐที่มีข้อมูลพัวพันนั้น ต้องขออุบรายละเอียดระดับของเจ้าหน้าที่ไว้ก่อน เนื่องจากมีข้อจำกัดด้านเวลาในการรายงาน ป.ป.ช.ด้วย
สำหรับกระแสข่าวผู้เกี่ยวข้องที่ว่ามียศใหญ่กว่าจ่าพิชิตที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์กล่าวว่า กรณีของจ่าพิชิตเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสอบ และถูกดำเนินคดีในข้อหาตามที่ได้แถลงไปแล้ว แต่ในกรณีนี้ผู้ต้องหาเป็นเจ้าพนักงานของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดคงอยู่ระหว่างตรวจสอบให้แน่ชัด ว่ามีความชัดเจนเพียงพอที่จะใช้ดำเนินคดีหรือไม่
ไม่เกิน 5 สิงหาคม
ส่วนการรายงานข้อมูลต่อนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี น่าจะไม่เกินวันที่ 5 สิงหาคมนี้ เนื่องจากคดีหลักอยู่ที่ ป.ป.ช. และ ผบช.ก.เป็นหนึ่งในคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง มีหน้าที่เสนอแนะแนวทางป้องกันการทุจริตสอบเข้ารับราชการในอนาคตด้วย
ส่วนกรณีการยกเลิกการประชุมที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างกะทันหัน ผบช.ก.ยืนยันว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด เป็นเพียงการทำหน้าที่ในฐานะคณะทำงานที่เร่งรัดรวบรวมข้อมูลให้สอดคล้องกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไปเท่านั้น
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายกฯ จะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ ส่วนนัยการไปพบผู้บริหารท้องถิ่น ต้องรอดูหลังจากเหตุการณ์ไปพบกันก่อน แต่ขอให้สังคมรู้ว่าวันนี้สังคมสงสัยในเรื่องการสอบท้องถิ่น และดูเหมือนนายกฯ ท่านเป็น รมว.มหาดไทยมานาน ดังนั้นจะมาปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด
เขากล่าวว่า เราทราบกันแล้วว่ามี 5 รายชื่อที่มีความเกี่ยวข้อง และมีการตั้งกรรมการสอบวินัย แต่ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษใดๆ เลย ขณะที่ความคืบหน้าจากทางตำรวจพบว่ามี 3 รายชื่อเท่านั้น ยังไม่มีการออกหมายเรียกอธิบดี สถ.กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในฝั่งของกระทรวงมหาดไทย มีเพียงการออกหมายเรียกฝั่ง มศว และบริษัทผู้พิมพ์เอกสาร ส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขสแกนกระดาษคำตอบทั้ง 5,900 คน ที่มีรายชื่อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 11 คนเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังไม่มีการออกหมายเรียกหมายจับ รวมถึงการยึดอายัดทรัพย์สินก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ระบุว่า ได้รับแจ้งแค่การตรวจสอบทรัพย์สิน แต่เนื่องจากเรื่องนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีอาญาใดๆ ปปง.จึงยังไม่มีข้อมูลมาตอบข้อซักถามของ กมธ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ต่อสิทธิบัตรคนจน2เดือน ชงครม.นมโรงเรียนถึงม.3
นายกฯ ลั่นเจ้าหน้าที่ต้องทำงานเชิงรุกเข้าหา ปชช.ที่ตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ตั้ง7ข้อหาฮั้วสว.จบส.ค.
"กกต." ลุยไฟ กอดแน่น 7 ข้อหาคดีฮั้ว สว. ยันไม่เลื่อนสรุป
หนูโหวตบิ๊กราญฉลุย ก.ตร.มติเอกฉันท์12เสียง นั่ง‘ผบ.7ปี’ตำรวจไม่ร้าว
ก.ตร.มีมติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เห็นชอบตั้ง “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา” เป็น ผบ.ตร.คนที่ 16 “เลขาฯ ก.ตร.”
'อนุทิน' ลั่นเชือดนอมินี 'พ่อทิพย์' แฉใช้เด็ก 3 ขวบถือหุ้นอำพรางธุรกิจ
นายกฯ และ รมว.มหาดไทย มอบนโยบายฝ่ายปกครองพื้นที่ภาคตะวันออก สั่งเข้มปราบนอมินี อาวุธปืนผิดกฎหมาย และธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมเผยพบขบวนการใช้ "พ่อทิพย์" อ้างเด็กแรกเกิดเป็
นายกฯ ยังไม่ได้รับรายงาน ก.กลาง เลื่อนประชุมเพิกถอนรายชื่อโกงสอบท้องถิ่น 5,924 คน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี ก.กลาง ประชุม จากวันที่ 23 ก.ค.นี้ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ว่าเรื่องนี้ตนยังไม่ได้รับรายงาน ซึ่งตนได้เร่งรัดให้ กสถ.
รับเปลี่ยนชื่อใหม่ ไม่มีแลนด์บริดจ์ ยังเชื่อม2ฝั่งอ่าว
“พิพัฒน์” รับเต็มปาก "แลนด์บริดจ์" ไม่มีแล้ว ลุยทบทวนแผน-เคาะชื่อใหม่

