
นายกฯ ปีติ "เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี พร้อมนิมนต์เกจิดังเมืองตรังเจิมกระหม่อม-ลงยันต์บนโต๊ะทำงาน ปิดทองนรสิงห์ เสริมสิริมงคล ย้ำเสถียรภาพรัฐบาลแข็ง ไม่ปิดประตู "กธ." ร่วมรัฐบาล “อภิสิทธิ์” สวน “ศุภชัย” อย่าเป็นผลไม้พิษจากพรรคต้นไม้พิษ เวทีเสวนา “กมธ.พัฒนาการเมืองฯ” ตามบี้ กกต. 14 ก.ย.คดีฮั้ว สว.ต้องส่งฟ้องศาลหมด “กกต.” แจ้งเอาผิดอาญา 18 ผู้สมัคร สว.นนทบุรี ขาดคุณสมบัติแต่ยังสมัคร สะพัด! เอกสารหลุด พยานคดีฮั้ว สว.ยื่นหนังสือ “ปธ.กกต.” ปลายปี 68 ขอกลับคำให้การ อ้างถูกข่มขู่-ล่อลวง-ยัดคดี ให้ซัดทอด “สมชัย” จับพิรุธพยานไม่น่าเชื่อทั้งครั้งแรกและขอกลับคำ
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 11 ก.ย.2569 เวลา 09.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่บนตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล หลังเดินทางกลับจากประเทศนอร์เวย์ จากนั้นเวลา 10.00 น. นายอนุทินโพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “กราบพระบาท สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ได้ทรงพระกรุณาให้ พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ เป็นผู้อัญเชิญแจกันดอกไม้มาพระราชทาน ที่ทำเนียบรัฐบาล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดครบห้ารอบในปีนี้ นับเป็นสิริมงคลอย่างหาที่สุดมิได้”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.นี้ จะเป็นวันคล้ายวันเกิดของนายอนุทิน ซึ่งจะมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์
เวลา 12.09 น. พระอาจารย์ประสูติ ปิยธัมโม เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระพุทธโกษีย์ หรือวัดในเตา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง รับกิจนิมนต์เดินทางมายังทำเนียบรัฐบาล โดยได้ขึ้นไปบนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อมอบขวัญกำลังใจในการทำงานให้แก่นายกฯ พร้อมทั้งมอบคติธรรมในการปกครองดูแลพี่น้องประชาชน และได้เจิมกระหม่อมและลงยันต์บนโต๊ะทำงาน พร้อมกับปิดทององค์นรสิงห์จำลองด้วย รวมถึงยังให้พรนายกฯ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 60 ปี ในวันที่ 13 ก.ย. เพื่อเสริมสิริมงคล
ทั้งนี้ สำหรับพระเกจิดังรูปดังกล่าวเคยลงยันต์และเป่ากระหม่อมนายกฯ เมื่อครั้งเดินทางลงพื้นที่หาเสียงที่จังหวัดตรัง และได้ให้พรขอให้เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย
ต่อมานายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึงกรณีในการพิจารณางบฯ ฝ่ายค้านหยิบเรื่องฮั้ว สว.มาโจมตีว่า เป็นสิทธิของ สส. เป็นสิทธิของประชาชน คนที่ทำคดีพวกนี้ก็ดำเนินการ ตรงนั้นเราไปก้าวล่วงก้าวก่ายไม่ได้ ใครอยากพูดอะไรก็เป็นสิทธิ จะใช้เวทีหรือโอกาสต่างๆ
ถามว่า ที่ผ่านมาพูดมาตลอดว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องฮั้ว สว. มั่นใจใช่หรือไม่ว่าเรื่องนี้จะไม่ทำให้สะดุดทางการเมือง นายอนุทินกล่าวว่า ตนเป็นนายกฯ ครบปีวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯ ตนทำงานอย่างเต็มที่ และได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะข้าราชการประจำที่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล สมัยอนุทิน 1 ก็นโยบายควิก บิ๊ก วิน ก็ได้รับการตอบสนอง พอมาเป็นอนุทิน 2 ได้รับการเลือกตั้งได้ สส.กว่า 190 ที่นั่ง เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ตอนลงมติรับรองร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ก็ได้รับมติเห็นชอบด้วยท่วมท้น 338 เสียงต่อ 140 เสียง ตั้งแต่ทำงานก็ไม่มีอะไรที่สะดุด เพราะเราได้รับความร่วมมือและทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนต่อประเทศ ก็ไม่เคยรู้สึกว่าสะดุดหรือมีอุปสรรคใดๆ ในการทำงานของตนในฐานะนายกฯ และการขับเคลื่อนรัฐบาล
ซักว่า วันที่14 ก.ย.จะติดตามการพิจารณาประเด็นฮั้ว สว.ของ กกต.หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันที่ 14 ตนได้รับพระมหากรุณาธิคุณเป็นรัฐมนตรีเกียรติยศติดตามการเสด็จพระราชดำเนินของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ
เมื่อถามว่า ผลออกมาอย่างไรก็พร้อมรับใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า “ผมไม่พร้อมอะไรทั้งนั้น เพราะว่าผมไม่เกี่ยว ไม่ได้มีความกังวลใดๆ ตัวบุคคลไม่สำคัญเท่ารัฐบาล รัฐบาลชุดนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องที่ไม่ใช่นโยบาย เรื่องผิดกฎหมาย เรื่องขัดรัฐธรรมนูญ รัฐบาลของนายอนุทินไม่ทำ”
หนูลั่นเสถียรภาพ รบ.แข็ง
เมื่อถามว่า มองสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้อย่างไร เพราะมีระเบิดวางไว้หลายลูกที่จะตรวจสอบรัฐบาล นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลชุดนี้ชำนาญการเก็บกู้ทุ่นระเบิดตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา เราทำหน้าที่ภายใต้สัญญาระหว่างประเทศว่าเราจะต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดไม่ให้อันตรายต่อพี่น้องทหารหาญของเรา เมื่อถามย้ำว่าระเบิดทางการเมืองไม่หวั่นใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่เคย ตนหวั่นระเบิดที่จะทำให้ทหารหาญหรือประชาชนของเราต้องสูญเสีย
ถามกรณีพรรคกล้าธรรมโหวตสนับสนุนงบประมาณ ปี 70 ให้รัฐบาล มีนัยทางการเมืองหรือการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งหน้าหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เดี๋ยวขอตนไปพูดคุยกับหัวหน้าพรรคกล้าธรรมก่อน ยังไม่ได้มีโอกาสพูดคุยกับท่าน เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม บอกนายอนุทินยังเป็นเพื่อนซี้กันเหมือนเดิม นายอนุทินกล่าวว่า "เอ้า ตั้งกี่สิบปีแล้วล่ะ ถ้าเทียบรุ่นก็รุ่นเดียวกัน"
พอถามว่าเสถียรภาพของรัฐบาลตอนนี้จำเป็นต้องเติมพรรคอื่นเข้ามาหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ทุกวันนี้และวันนี้เราเป็นรัฐบาลที่มีความเข้มแข็ง ถามย้ำว่าพูดได้ชัดเลยใช่หรือไม่ว่าไม่จำเป็นต้องเติม นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องทำทุกอย่างให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง จะได้ผลักดันนโยบายและการดำเนินการต่างๆ ได้ เมื่อถามว่าแข็งแล้วอยากแข็งเพิ่มอีกหรือไม่เรื่องเติมพรรคการเมืองเพิ่มอีก นายกฯ หัวเราะก่อนตอบว่า "ก็ยังแข็งอยู่"
ถามอีกว่า ถามตรงๆ ว่าพรรคกล้าธรรมมีโอกาสร่วมรัฐบาลใน 4 ปีนี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การเมืองมันไม่มีคำว่าไม่มีโอกาส เมื่อถามต่ออีกว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าการปรับ ครม.จะมีพรรคกล้าธรรมเข้ามาร่วมด้วย นายกฯ ตอบว่า ทุกอย่างเป็นไปได้หมด
ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าวถึงคดีฮั้ว สว.วันที่ 14 ก.ย.ว่า กกต.ไม่ใช่ผู้ชี้ขาดว่าใครทำผิดหรือไม่ได้ทำผิด แต่มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ระบุเมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้สมัคร หรือผู้ใด กระทำการทุจริต หรือรู้เห็น ทำให้การเลือกตั้งไม่ได้เป็นไปโดยสุจริต ให้ กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิรับเลือกตั้ง
“กังวลว่าในวันที่ 14 ก.ย. มีความพยายามเบี่ยงประเด็นการพิจารณา ไม่ครอบคลุมทั้งมาตรา 62, 76 และ 77 จึงทำให้เกิดปัญหาว่าหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่านั้นมีน้ำหนักประมาณไหน ซึ่งตามมาตรฐาน กกต.และบรรทัดศาลฎีกา ได้กำหนดหลักปฏิบัติมาแล้วว่าหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่านั้นเคยปฏิบัติมาเช่นใด ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงในการพิจารณาของ กกต.ในวันที่ 14 ก.ย. มีความหนักหนาสาหัสกว่าเกือบทุกคดีที่ กกต.เคยส่งให้ศาลฎีกาพิจารณา และจะมีเหตุผลใดที่ กกต.จะไม่ปฏิบัติตามบรรทัดฐานที่เคยปฏิบัติ" นายอภิสิทธิ์กล่าว
ถามกรณีนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ระบุคดีฮั้ว สว.เป็นผลไม้พิษจากต้นไม้พิษที่มาจากการสอบสวนที่มิชอบ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เหตุใดนายศุภชัยไม่ไปพิจารณาจากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ที่เคยมีผู้ไปร้องกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯ และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีต รมว.ยุติธรรม ที่ได้วินิจฉัยแล้วว่าการดำเนินการของอนุกรรมการ กกต.ชุดที่ 26 และการดำเนินการของดีเอสไอไม่ได้มีส่วนใดผิด และควรยึดถือคำวินิจฉัยศาลในเรื่องนี้
บี้ กกต.ส่งศาลฟันฮั้ว สว.
“ตรงกันข้ามหาก กกต.ใช้ 2 มาตรฐาน คำวินิจฉัย กกต.จะกลายเป็นผลไม้พิษจาก กกต.ซึ่งเป็นดอกพิษ ที่มาจากวุฒิสภา ที่เป็นกิ่งก้านที่เป็นพิษ ที่มาจากพรรคการเมือง ที่พยายามครอบงำวุฒิสภาที่เป็นต้นไม้พิษ ผมยังกังวลว่าผลไม้พิษลูกนี้จะมีลักษณะเป็นโรคติดต่อ เพราะจะเป็นตัวทำลายระบบการเมือง” นายอภิสิทธิ์กล่าว
พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร จัดงานเสวนา "วิกฤตศรัทธา (สภา) สูง โอกาสและความท้าทายในการเมืองไทย" มีนายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.), นายโคทม อารียา อดีต กกต.และที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล, น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ และนายมุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีและอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเสวนา
นายชยพลกล่าวว่า ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ หาก กกต.จะไม่ส่งทั้งหมดทั้ง 229 คนเลย ข้อมูลที่ตนมีเป็นจำนวนมากก็พร้อมที่จะเปิดเผยต่อสาธารณะ สามารถจับมาเล่นและสร้างความสนใจในสังคมได้เป็นปี
ส่วนนายโคทมกล่าวว่า ความรู้สึก กกต.วันที่ 14 ก.ย.นี้ จะเลือกให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคุ้มครอง หรือให้ประชาชนจะคุ้มครอง ซึ่งช้างตายทั้งตัวจะเอาใบบัวปิดมิดหรือไม่ หากประชาชนรู้สึกว่าเรื่องที่สาหัสยังอยู่ได้ ก่อนหน้านี้มีรัฐประหาร แต่ปัจจุบันคือค่อยรับประทาน เป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย
“ผมหวังว่าไม่ควรออกมาทางนี้ และทางที่ควรออกคือ นำสำนวนของอนุกรรมการที่ 26 หากเชื่อได้เพียง 10% ขอให้ส่งศาล หากไม่ส่ง เรื่องอาจบานปลาย สังคมควรผ่อนหนักผ่อนเบา อย่ากินรวบอำนาจ เพราะทุกคนอยากมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศแบบเสมอภาคกัน" นายโคทมกล่าว
นายมุนินทร์ย้ำว่า คดีที่เกิดขึ้นคนที่ตัดสินคือศาล ส่วนในวันที่ 14 ก.ย. ตนวิเคราะห์หาก กกต.ไม่ส่งเรื่อง หรือส่งบางส่วน อาจมีคนยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อทบทวนมติของ กกต.
น.ส.สฤณีกล่าวว่า กกต.ส่วนใหญ่รู้ว่าตัวเองมาจากการรับรองของ สว. ดังนั้นเป็นหลักธรรมาภิบาลพื้นฐานง่ายๆ เลยว่า หากคุณไม่อยากให้คนครหาว่าคุณจะช่วยเหลือผู้มีพระคุณ ก็ต้องรีบส่งทั้ง 229 คนให้ศาลฎีกา ไม่ต้องไปตีกรอบอะไร เอาตามนั้นเลยว่าเราต้องการแสดงออกว่าเราไม่เกี่ยวข้อง เราไม่ได้พยายามทำเพื่อผู้มีพระคุณ ดังนั้นขอส่งทั้งหมดให้ศาลตัดสิน
ที่ สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี น.ส.ชุลีพร ชาญใบพัด ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดนนทบุรี ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กกต.ประจำจังหวัดนนทบุรี เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ระดับอำเภอ ซึ่งขาดคุณสมบัติในการลงรับสมัครเลือกตั้งจำนวน 18 ราย โดยพบว่า 1 ใน 18 รายนั้น มีทนายคนดังอย่าง นายเกิดผล แก้วเกิด รวมอยู่ด้วย ซึ่งนายเกิดผลขาดคุณสมบัติเนื่องจากเพิ่งลาออกจากการเป็นตัวแทนของพรรคเสรีรวมไทย มาลงสมัครเป็น สว.ในระดับอำเภอ
พยานกลับคำถูกขู่ให้ซัด ภท.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเอกสารคดีฮั้ว สว.ถูกเผยแพร่ออกมา โดยเป็นหนังสือลงวันที่ 29 ต.ค.2568 พยานในคดีฮั้ว สว.ได้ทำบันทึกคำให้การเพิ่มเติม เป็นหนังสือเพื่อกลับคำให้การ ถึงประธาน กกต. และได้ลงเลขรับไว้เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2568
เนื้อหาหนังสือสาระสำคัญระบุว่า ข้าพเจ้าได้ให้ถ้อยคำเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 17 ต.ค.2568 ที่สำนักงาน กกต.แล้วนั้น ข้าพเจ้าทราบดีว่าการให้การอันเป็นเท็จอาจมีความผิดตามกฎหมาย ข้าพเข้าขอสาบานและปฏิญาณตนว่าจะให้ถ้อยคำด้วยความสัตย์จริงทุกประการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายละเอียดการให้ถ้อยคำมีทั้งหมด 5 ข้อ เนื้อหาโดยสรุป 1.ข้าพเจ้าเคยเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย และมีความขัดแย้งกับพรรคอยู่ช่วงเวลาหนึ่ง ต่อมามีชายไม่ทราบชื่อได้ติดต่อข้าพเจ้าเข้ามาเกี่ยวกับเรื่องการให้ดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว. ชายคนดังกล่าวจึงเข้ามาแจ้งให้ข้าพเจ้าทราบว่า จะต้องถูกกลั่นแกล้งทางการเมืองจากพรรคภูมิใจไทยในอนาคต รวมถึงบุตรชายของข้าพเจ้าด้วย ชายคนดังกล่าวอ้างว่ารู้จักคนในรัฐบาล และยังได้อ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ข้าพเจ้าหลุดพ้นจากข้อหาได้โดยเปลี่ยนข้าพเจ้าจากผู้ต้องหามาเป็นพยานในคดี แต่มีเงื่อนไขว่าข้าพเจ้าจะต้องให้การตามบทที่ได้กำหนดไว้
2.บุคคลดังกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนจะใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หน่วยงานของรัฐ เป็นเครื่องมือทำลายล้าง และใส่ร้ายทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย โดยขณะนี้มีการเตรียมการสร้างพยานหลักฐานเพื่อใส่ร้ายว่าข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการฮั้วการเลือกตั้ง สว. โดยข้าพเจ้าต้องพ้นตำแหน่ง สส.และรับโทษทางอาญา แต่หากข้าพเจ้า คณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการกันตัวข้าพเจ้าไว้เป็นพยาน โดยข้าพเจ้าไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา และไม่ต้องกลัวเรื่องการให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน เนื่องจากรัฐบาลได้ควบคุมหน่วยงานของรัฐต่างๆ ไว้หมดแล้ว
3.ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ตามคำให้การที่ข้าพเจ้าได้ให้ไว้นั้น ความจริงแล้วไม่มีบุคคลใดกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีการจัดทำโพยฮั้วการเลือกตั้ง สว.ตามที่ข้าพเจ้าเคยให้การไว้แต่อย่างใด ข้าพเจ้าได้ให้การไปตามบทที่อ้างว่ามีการคิดคำนวณทางคณิตศาสตร์ไว้ ข้าพเจ้าสันนิษฐานว่าผู้สมรู้ร่วมคิดอาจนำคลิปการนับคะแนนไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ แล้วจัดสร้างโพยฮั้วขึ้นมา เพื่อเป็นพยานหลักฐานเท็จให้สอดคล้องกับผลการเลือกตั้ง เพราะไม่มีประจักษ์พยาน และไม่มีการยึดโพยได้จากผู้สมัครรับเลือกตั้งรายใด เป็นพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ใดก็จัดทำขึ้นได้
4.ผลของการแทรกแซงหน่วยงานของรัฐข้างต้น และพยายามใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย เป็นเหตุให้ สว.รวมชื่อมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวหาว่ามีการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จนเป็นเหตุให้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติสั่งให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม หยุดปฏิบัติหน้าที่
5.เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ข้าพเจ้ารู้สึกในความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ทรัพย์สิน ชื่อเสียง ของตนเองและครอบครัว เนื่องจากกลุ่มคณะบุคคลที่สมรู้ร่วมคิดซึ่งมีการข่มขืนใจ บังคับ ขู่เข็ญ ล่อลวง ให้ข้าพเจ้าให้ถ้อยคำใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยไม่ได้มีอำนาจในรัฐบาลแล้ว จึงเป็นเหตุที่ข้าพเจ้าต้องการแก้ไขข้อความให้ตรงกับความเป็นจริง จึงขอให้ถ้อยคำเพิ่มเติมเป็นหนังสือเพื่อแก้ไขข้อความดังกล่าวต่อไป
ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง "ใครคือพยานรหัส 16" กล่าวถึงกระแสข่าวเอกสารหลุดเกี่ยวกับพยานสำคัญในคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งมีการกลับคำให้การ โดยระบุว่า พยานรายดังกล่าวน่าจะเป็น "พยานรหัส 16" ที่ปรากฏในรายงานการประชุมของคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36
นายสมชัยระบุว่า ในรายงานการประชุมมีข้อความเกี่ยวกับพยานรหัส 16 ปรากฏซ้ำหลายครั้ง โดยมีสาระว่า พยานเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคภูมิใจไทย หลังถูกขับออกจากพรรคมีลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อพรรค และต่อมาได้มีหนังสือขอกลับคำให้การทั้งหมดที่เคยให้ไว้ ซึ่งที่ประชุมพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของพยานรายนี้และเห็นว่าไม่น่าเชื่อถือ
“คำว่าไม่น่าเชื่อถือน่าจะครอบคลุมทั้งคำให้การครั้งแรกและคำให้การภายหลัง เนื่องจากมีการกลับคำให้การไปมา ดังนั้น หากจะนำคำให้การของพยานรายดังกล่าวมาอ้างในขณะนี้ ก็ต้องคำนึงด้วยว่า กกต.ได้มีการพิจารณาเรื่องความน่าเชื่อถือของพยานรายนี้ไปแล้ว” นายสมชัยระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สีหศักดิ์การันตี มาเลย์หนุนไทย แก้ปัญหาไฟใต้
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เปิดไทม์ไลน์เหตุยิงปะทะผู้ก่อเหตุรุนแรงเทือกเขาตะเวดับ 2 ราย พบหมายจับรวม 9 หมาย ยึด M16-AK-104 พร้อมระเบิด 2 ลูก "สีหศักดิ์" ย้ำแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเดินหน้าควบคู่ทั้งความมั่นคงและการพัฒนา เผยมาเลเซียให้ความร่วมมือเต็มที่
โปรดเกล้าฯโผทหาร ‘รบพิเศษ’นั่งมทภ.4
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร 805 ตำแหน่ง “พล.อ.ศรัณย์” ขึ้นปลัด กห. “พล.ร.อ.นเรศ” ผบ.ทร. ส่วนทัพบกจัดทัพ 5 เสือใหม่ วางทายาท "เต้-กอล์ฟ" ชิง ทบ.1 ปี 2570
ยึดทรัพย์โกงสอบ320ล. ‘ยธ.’ดุให้2จนท.DSIออก
นายกฯ นำแถลงผลโกงสอบท้องถิ่น ยึดอายัดทรัพย์แล้ว 320 ล้าน ตำรวจขยายผลเคส “นายกเฮง” บุกจับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 นาย ร่วมขบวนการเรียกรับเงิน อ้าง “บอส” ช่วยบรรจุราชการได้ "ยธ.” สั่งพิจารณาออกจากราชการไว้ก่อน
ฉลุย!สภาสูงผ่านงบปี2570
“วุฒิสภา” ถกงบ 70 ครึ่งวันจบ ลงมติเห็นชอบ 145 เสียง ไม่เห็นชอบ 5 เสียง งดออกเสียง 12 เสียง “อนุทิน” ขอบคุณสภาสูง ยันใช้เงินให้คุ้มค่า “ธรรมนัส” แจงยกมือหนุนเพราะคิดถึงประโยชน์ ปชช.
มีลุ้น‘ไทยพลัส’ต่อ1-2ด.
“เอกนิติ” บอกกำลังพิจารณาไทยช่วยไทยพลัสเฟส 2 อยู่ แย้มอาจได้ 1-2 เดือน ขอดูสภาพเศรษฐกิจก่อน “สุรศักดิ์” เผยชง ครม. 22 ก.ย.นี้ไทยเที่ยวไทยพลัส รฟท.ยันแอร์พอร์ตลิงก์ไปต่อหลัง 30 ก.ย.
'เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ' พระราชทานแจกันดอกไม้ 'อนุทิน' ในโอกาสอายุครบ 60 ปี
นายกฯอนุทิน สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ‘ พระราชทานแจกันดอกไม้ เนื่องในโอกาสวันเกิดครบรอบ 60 ปี

