อนุทินโอ่ผลไทยช่วยไทย 21วินาทีออมพลัสเกลี้ยง

“อนุทิน” ชิลสำรวจตลาดแบบออร์แกนิก ฟุ้งแม่ค้าบอกไทยช่วยไทยพลัสทำสินค้าขายหมดเร็ว “ลลิดา” เผย 2 เดือนเงินหมุนกว่า 8.6 หมื่นล้าน “นิด้าโพล” ชี้คนส่วนใหญ่ยังไม่แน่ใจเทคะแนนให้แม้ได้สิทธิโครงการ “รัชดา” โวพันธบัตรออมพลัสขายหมดใน 21 วินาที 3-5  ส.ค.เปิดขายล็อตใหม่

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569     นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพแต่งกายด้วยเสื้อยืด กางเกงขาสั้น  รองเท้าผ้าใบ ระบุว่า สำรวจตลาดแบบออร์แกนิก กินไป ทักไป เดินตามบาทวิถี ไทยช่วยไทย พลัส ก้าวเข้าสู่เดือนที่สาม แม่ค้าบอกช่วงนี้ขายหมดเร็วกว่าเดิม คนซื้อเยอะขึ้น อยากให้จัดโครงการอีกเรื่อยๆ แล้วไปปล่อยกบ ปล่อยปลา ไหว้พระอินทร์ที่วัดเทวราชกุญชร

ขณะที่ น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลการดำเนินโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ว่า ข้อมูล ณ วันที่ 31 ก.ค. ซึ่งเป็นการดำเนินโครงการครบ 2 เดือนเต็ม พบว่าโครงการได้รับการตอบรับจากประชาชนและผู้ประกอบการเป็นอย่างดี มีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากแล้ว 86,442.6 ล้านบาท โดยมีประชาชนเข้าร่วมโครงการ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 1,192,636 ร้าน แบ่งเป็นร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส  และยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน 977,059 ร้าน และร้านค้าใหม่ที่ลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย 215,577 ร้าน หรือ 18.1% ของร้านค้าทั้งหมด สะท้อนว่ามาตรการของรัฐบาลช่วยดึงผู้ประกอบการรายย่อยเข้าสู่ระบบการชำระเงินและการค้าแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 “ด้านการใช้จ่าย มียอดใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น  86,442.6 ล้านบาท โดยเป็นเงินที่ภาครัฐร่วมจ่าย 49,601.6 ล้านบาท และประชาชนร่วมจ่าย  36,841.0 ล้านบาท ขณะที่การใช้จ่ายผ่านร้านค้าปกติยังเป็นช่องทางหลัก คิดเป็นประมาณ  96.6% ของยอดใช้จ่ายทั้งหมด ส่วนการใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (ฟู้ดเดลิเวอรี)  อยู่ที่ 3.4%” น.ส.ลลิดากล่าว

วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เผยผลสำรวจเรื่อง เข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส  แล้วสนับสนุนรัฐบาลไหม โดยสอบถามประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,850  หน่วยตัวอย่าง ซึ่งเมื่อถามประชาชนถึงการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่า 71.35%  ระบุว่าเป็นบุคคลทั่วไปที่เข้าโครงการฯ เพื่อใช้จ่าย ซื้อสินค้า, 25.19% ไม่เข้าร่วมโครงการฯ,  1.89% เป็นร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่เข้าโครงการฯ และ 1.57% เป็นทั้งบุคคลทั่วไปและร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่เข้าโครงการฯ โดยผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (466 ตัวอย่าง) 47.42% ไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการฯ,    27.04% ไม่สนใจจะเข้าร่วมโครงการฯ, 24.47% ลงทะเบียนไม่ทัน และ 1.07% ระบุอื่นๆ ได้แก่ ไม่ทราบวิธีการลงทะเบียน และไม่มีเครื่องโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสำหรับใช้ในการลงทะเบียน

เมื่อสอบถามผู้ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส ที่เข้าโครงการ 1,384 หน่วยตัวอย่าง  เกี่ยวกับโครงการไทยช่วยไทยพลัส ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย หรือเพิ่มรายได้ของประชาชน และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ พบว่า 1.ด้านการช่วยเพิ่มรายได้จากการค้าขาย 42.12% ช่วยได้มาก, 39.52% ค่อนข้างช่วยได้, 7.67% ไม่ได้รับผลประโยชน์ในด้านนี้, 7.51% ไม่ค่อยช่วย,   2.02% ไม่ช่วยเลย และ 1.16% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

2.ด้านการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 48.92% ค่อนข้างช่วยได้, 40.61% ช่วยได้มาก, 9.02% ไม่ค่อยช่วย และ 1.45% ไม่ช่วยเลย และ 3.ด้านการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ 45.09%  ค่อนข้างช่วยได้, 33.74% ช่วยได้มาก, 15.83% ไม่ค่อยช่วย, 4.62% ไม่ช่วยเลย และ 0.72% ไม่ตอบ/ไม่ทราบ

สุดท้ายเมื่อสอบถามผู้ที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 1,384 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการตัดสินใจต่อรัฐบาล หลังได้รับผลประโยชน์จากการเข้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส พบว่า  33.24% ยังไม่แน่ใจว่าจะตัดสินใจอย่างไร,  26.81% มีส่วนทำให้สนับสนุนรัฐบาล, 25.43% ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สนับสนุนรัฐบาล, 14.23% จะมีหรือไม่มีโครงการก็สนับสนุนรัฐบาลอยู่แล้ว และ 0.29% ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

วันเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า พันธบัตรรัฐบาลออมพลัสได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก โดยจำหน่ายเต็มวงเงินภายในเวลาเพียง 21 วินาที สะท้อนถึงความต้องการทางเลือกการออมที่มั่นคง ปลอดภัย และประชาชนรายย่อยสามารถเข้าถึงได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกยังมีความผันผวน

น.ส.รัชดากล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีนโยบายชัดเจนให้ทุกหน่วยงานของรัฐบาลเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนรายย่อย ทำให้เงินทุนในระบบไหลไปสู่ประชาชนและเศรษฐกิจจริงอย่างทั่วถึง ไม่กระจุกตัวอยู่เฉพาะกลุ่มที่มีเงินทุนหรือมีความพร้อมมากกว่า พันธบัตรออมพลัสจึงได้รับการออกแบบให้ประชาชนเริ่มลงทุนได้ด้วยวงเงินไม่สูง พร้อมใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First หรือให้ผู้ลงทุนรายเล็กได้รับการจัดสรรก่อน โดยประชาชนที่ยังไม่ได้ลงทุน จะเปิดให้จองซื้อพันธบัตรออมพลัสรอบถัดไประหว่างวันที่ 3-5 ส.ค.2569 ขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยจะให้สิทธิรายย่อยก่อนผ่านแพลตฟอร์ม Bond Connect

 “รัฐบาลกำลังดำเนินการให้ครบทั้งระบบ  ตั้งแต่เปิดช่องทางออมที่ปลอดภัยให้ประชาชน  ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุน ดึงการลงทุนคุณภาพเข้าสู่ประเทศ และจัดการเงินผิดกฎหมายที่ทำลายการแข่งขัน เป้าหมายคือทำให้เงินในระบบไหลไปสู่เศรษฐกิจจริง เกิดการลงทุน เกิดงาน เกิดรายได้ และทำให้ประชาชนรายย่อยได้รับโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นธรรมมากขึ้น”  น.ส.รัชดากล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘กต.-ทร.’จัดหนัก รายงานUNเอียง เลือกฟัง‘กัมพูชา’

“กต.-ทร.” ประสานเสียง ซัดรายงานผู้แทนยูเอ็นฟังความข้างเดียว ทำให้ไม่เป็นกลาง-ขาดความน่าเชื่อถือ โต้ยิบทั้งเรื่องผู้พลัดถิ่น-แรงงาน

‘อนุทิน’ลั่นไม่ปล่อย ยกระดับล้างอาชญากรรม/‘ป๋อง-ธง’คอตกนอนคุก

ศาลพัทยาไม่ให้ประกันป๋อง-ธง กับพวก 4 ทรชนฆ่ารวม 5 ศพ ชี้คดีโทษสูง พฤติการณ์ร้ายแรง นายกฯ ลั่น! “เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาเป็นว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา ประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯ จะไปพูดไม่ได้" เตรียมยกระดับมาตรการกวาดล้างอาชญากรรม

เพิ่มมาตรการ คุมเข้ม‘บริษัท’ สกัดใช้นอมินี

รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท ตรวจสอบยิบวงจรของนิติบุคคล การเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น กรรมการ หรือผู้มีอำนาจลงนาม อุดช่องโหว่ป้องกันคนไทยเป็น "นอมินี" ให้ต่างชาติ เริ่มใช้วันที่ 1 ส.ค.