นัดผู้แทนพิเศษดับไฟใต้ วิสามัญโจรยิงตร.ตากใบ

“สีหศักดิ์”​ เตรียมถกคณะผู้แทน​พิเศษรัฐบาล​ 11 ส.ค. ขับเคลื่อนดับไฟใต้​ “บิ๊กราญ” นำทีมวิสามัญฯ 2 โจรใต้ที่ยิงตำรวจตากใบเสียชีวิต "กอ.รมน." เดือด! สวน “ทวี” ลงพื้นที่ดูของจริงก่อน อย่าใช้วาทกรรมการเมืองทำคนทำงานเพื่อประเทศเสียกำลังใจ แจงงบ 5.7 พันล้านเน้นชายแดนใต้-ดูแลชีวิตประชาชน

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม นายสีหศักดิ์​ พวง​เกตุ​แก้ว ​รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​การต่างประเทศ​ กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้​ว่า​ ในการเดินทางเยือนประเทศอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา ไม่ได้มีการพูดคุยในประเด็นนี้ เรื่องนี้เราขอจัดการภายในบ้านของเราให้ดีก่อน ในขณะที่กระบวนการพูดคุยสันติสุขชายแดนใต้​ มาเลเซียทำหน้าที่ประสานอยู่แล้ว แม้ว่าขณะนี้จะหยุดชะงักไป เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นตลอด ว่าฝ่ายนั้นเขามีความจริงใจมากน้อยเพียงใด ไทยต้องมานั่งทบทวนเรื่องภายในของเราเอง และจะมีการประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล​ ในวันที่ 11 ส.ค.นี้​ เพื่อให้มีความเป็นเอกภาพ​ ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ​ กระบวนการพูด​ และการศึกษา

ส่วนกรณีตำรวจสันติบาลของทางการมาเลเซียปฏิเสธว่าไม่มีผู้ก่อเหตุหลบหนีไปกบดานยังมาเลเซียนั้น นายสีหศักดิ์​กล่าวว่า ​ เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเราต้องขอความร่วมมือเขา อย่าให้มีก็แล้วกัน

ที่ จ.นราธิวาส พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า (ผบ.ศปก.ตร.สน.) ลงพื้นที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส บัญชาการปิดล้อมบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์  เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.,  พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผบก.สส.จชต.,  พล.ต.ต.ประยงค์ โคตรสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส นำกำลังปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มคนร้ายที่ใช้อาวุธปืนยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่สวนปาล์ม ม.บ้านกูบู ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เหตุเกิดวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมพื้นที่เป้าหมายใน อ.สุคิริน ตั้งแต่ 02.00 น. ของวันที่ 5 ส.ค. ผลการปฏิบัติวันนี้ คนร้ายที่ก่อเหตุยิงตำรวจ สภ.ตากใบเสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฯ เสียชีวิต 2 ราย คือ 1.นายอับดุลมูคลีส อายุ 23 ปี มีหมายจับ 2 หมาย คดีลักทรัพย์และจำหน่ายยาเสพติด ซึ่งจากการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ พบดีเอ็นเอเชื่อมโยงกับชิ้นส่วนของอาวุธปืนตรวจยึดภายในขนำที่เกิดเหตุ 2.นายสะหมาน อายุ 34 ปี มีหมายจับ 2  หมายจับ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันลักทรัพย์ ซึ่งจากการสืบสวนทราบว่าคนร้ายทั้ง 2 ราย หลังก่อเหตุได้หลบหนีจาก อ.ตากใบ ไปรักษาตัวในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จากนั้นหนีไปซ่อนตัวในพื้นที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ก่อนที่เมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา พบความเคลื่อนไหวอยู่ที่บริเวณขนำ บ้านน้ำตก ม.5 ต.สุคิริน อ.สุคิริน จึงได้สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่เข้าปิดล้อมตรวจค้น โดยตรวจค้นในที่เกิดเหตุพบปืน 2 กระบอก ซึ่งปืน 1 กระบอก เป็นปืนของตำรวจ สภ.ตากใบ ที่คนร้ายลักไป

"ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมาย  เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการโดยรัดกุมตามพยานหลักฐาน และเป็นไปตามยุทธวิธี โดยคนร้ายยิงต่อสู้เจ้าหน้าที่ จึงเกิดการปะทะนำไปสู่การวิสามัญคนร้าย ขณะที่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในกรณีเหตุที่ตากใบจนถึงขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจำนวน 14 ราย เข้าสู่กระบวนการซักถามแล้ว 11 ราย วิสามัญฯ 2 ราย และอยู่ระหว่างหลบหนี 1 ราย" พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ระบุ

ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน. กล่าวถึงกรณี พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และอดีต รมว.ยุติธรรม เสนอความเห็นให้ยุบ กอ.รมน.ว่า เป็นข้อเสนอที่ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน และไม่ควรมองหน่วยงานความมั่นคงเพียงมิติการเมือง เนื่องจาก กอ.รมน.ไม่ได้ทำงานเฉพาะด้านความมั่นคงแบบเดิม แต่มีบทบาทประสานงานหน่วยงานในพื้นที่ ทั้งสถานการณ์ชายแดน ภัยพิบัติ น้ำท่วม ไฟป่า แผ่นดินไหว การช่วยเหลือประชาชน และการดูแลความปลอดภัยในระดับพื้นที่ หลายภารกิจเป็นงานเบื้องหลังที่ไม่ปรากฏเป็นกระแส  แต่เจ้าหน้าที่ลงมือทำจริงในภาวะวิกฤต

สำหรับข้อวิจารณ์เรื่องงบประมาณ กอ.รมน. 5,737,390,300 บาทนั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ชี้แจงว่า งบดังกล่าวประกอบด้วย 7 แผนงาน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ งบบุคลากรภาครัฐ 766,333,400 บาท, งบแก้ไขปัญหาอื่น ๆ 615,809,100 บาท และงบยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ 4,355,247,800 บาท ซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ที่สุด ซึ่งงบจังหวัดชายแดนใต้ส่วนใหญ่เป็นงบตามสิทธิด้านกำลังพลและงบดำเนินงาน ที่เหลือเป็นงบเพื่อป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของกำลังพล รวมถึงประชาชนในพื้นที่ให้เกิดความปลอดภัย จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นงบที่ไม่มีเหตุผล โดยไม่ดูภารกิจจริงและบริบทของพื้นที่

 “สิ่งที่ควรทำคือประเมินบทบาท กอ.รมน.อย่างเป็นธรรม จุดใดซ้ำซ้อนก็ปรับ จุดใดต้องเพิ่มประสิทธิภาพก็แก้ แต่ไม่ควรทำให้คนทำงานเพื่อประเทศเสียกำลังใจจากวาทกรรมทางการเมือง เพราะสุดท้ายผู้ได้รับผลกระทบคือประชาชนในพื้นที่” พล.อ.ชัยพฤกษ์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง