โละ3.4พันขรก.โกง กสถ.เคาะบัญชีสอบท้องถิ่น ปชน.ข้องใจตัดจบแค่อธิบดี

"อนุทิน" ลั่นปมทุจริตโกงสอบท้องถิ่นจบคือจบ ลั่นไม่ปกป้องใคร ยึดปิดชื่อถือพฤติกรรม โดนใครก็คนนั้นไม่เว้นนักการเมือง  แย้มรีเซตมหาดไทยจบในเดือน ก.ย.นี้ รอ “ปกรณ์” ส่งผลสอบเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง   "กสถ." เคาะมติรับรองยกเลิกบัญชีสอบท้องถิ่นปี 68 เตรียมขึ้นบัญชีเรียงลำดับใหม่ตามคะแนนจริง ชง "ก.กลาง" พิจารณาวิธีปฏิบัติแต่ละกลุ่ม 6 ส.ค.  "ปลัด มท." แจง 97 ผู้สอบผ่านแต่คะแนนถูกเพิ่มยังไม่ตัดสิทธิ์รอสอบก่อน หากพบเอี่ยวตามสอยพร้อมดำเนินคดีถึงที่สุด "ภคมน" ข้องใจโกงสอบตัดจบแค่ระดับอธิบดี

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 5 ส.ค. เวลา 09.10  น. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 กล่าวถึงการรายงานมติที่ประชุมคณะกรรมการสรุปผลคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นต่อนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่ได้รายงานให้นายกฯ รับทราบ อยู่ระหว่างการปรับแก้ ซึ่งหลังจากนี้จะรายงานให้รับทราบ แต่ไม่ได้แจ้งในที่ประชุม ครม.

ต่อมาเวลา 10.10 น. ระหว่างที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เดินจากตึกไทยคู่ฟ้ามาที่ตึกบัญชาการ 1 เพื่อเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  นายกรัฐมนตรีได้เดินคุยกับนายปกรณ์ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่านายปกรณ์ได้รายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นให้นายกฯ รับทราบแล้วใช่หรือไม่ โดยนายปกรณ์ได้หันมาตอบว่า "รายงานเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งบันทึก"

หลังการประชุม ครม. เวลา 11.55 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องดังกล่าวว่า นายปกรณ์กำลังเตรียมผลการตรวจสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ ที่ตนบอกว่าจบคือจบ ประชาชนไม่ต้องกังวล ไม่มีการปกป้องใคร มีความชัดเจน  ไม่ต้องมานั่งคิดว่าคนนี้คนนั้นจะได้รับการปกป้อง คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรมค่อนข้างกระจายไปในระบบราชการ โดยเฉพาะระบบที่ต้องสืบสวนสอบสวนดำเนินคดี ตนค่อนข้างพึงพอใจว่าเพื่อนข้าราชการฝ่ายประจำได้นำแนวปฏิบัติของตนไปสั่งการและดำเนินการ

"อย่างเมื่อเช้า (5 ส.ค.) มีหลายหน่วยงานเข้ามาหารือกับผมและนายปกรณ์ ซึ่งนายปกรณ์พูดขึ้นมาเองว่าให้ยึดถือแนวทางนายกฯ ปิดชื่อถือพฤติกรรมแล้วดำเนินการ จะได้สบายใจทุกฝ่าย เปิดมาแจ็กพอตโดนคนไหนก็คนนั้น ไม่ว่าจะใหญ่จะเล็ก จะเป็นการเมือง เป็นประจำ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย" นายอนุทินกล่าว

ถามว่า ตามที่นายปกรณ์บอกมีคนเข้าไปมีส่วนร่วมกว่า 100 คน มีนักการเมืองด้วยหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า ตนปิดชื่อถือพฤติกรรม ไม่จำเป็นต้องไปรู้ว่าใคร เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการไปสืบสวน ตนไม่ต้องการเห็นชื่อไม่ต้องการรู้ สมมุติใครติดต่อมาหาตนหรือคนที่อยู่รอบตัว ก็ตอบได้เต็มที่ว่าไม่รู้ ไม่ยุ่งเกี่ยว แนวทางคือถ้าโดนใครคนนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษหนักก็เข้าคุกโทษ ไม่หนักก็ลดหลั่นลง แค่นั้นเอง

หนูชี้โกงสอบโดนใครก็คนนั้น

ถามย้ำว่า ข้อมูลขณะนี้ยังไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า โดนใครก็คนนั้น ตนจะไปถามทำไมว่ามีนักการเมืองหรือไม่ เพราะว่ามอบหมายให้คณะกรรมการแต่ละชุดมีอำนาจ ตนไม่สามารถไปบังคับได้เลย เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนอกเหนือการกำกับดูแลของตนเลย หรือแม้กระทั่งคณะกรรมการที่ตนตั้งไปก็ไม่ไปก้าวก่าย ไม่ถามใดๆ ทั้งสิ้น ยังบอกว่าในการรายงานต่างๆ ให้ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปให้ชัดเจน

ซักว่าข้าราชการท้องถิ่นที่จะถูกให้ออกจากกรณีนี้จะกลับเข้าไปเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้อีกหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องของเขา ใครผิดใครถูก คนที่ถูกถอนชื่อไปแล้วมีส่วนร่วมในการกระทำผิดก็ถูกดำเนินคดี เมื่อถามย้ำว่าเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นมีคนติดคุกแน่นอนใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ใช่ศาล แต่มีคนต้องถูกหน่วยงานถูกฝ่ายตรวจสอบแจ้งความดำเนินคดี  อันนี้ตนคิดว่าแน่นอน

นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าการรีเซตกระทรวงมหาดไทยว่า ไม่เกิน 30 ก.ย.นี้ เมื่อถามว่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบันมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างไร เป็นสายใคร นายอนุทินกล่าวว่า เขามาตามความก้าวหน้าของการรับราชการของเขา

เมื่อถามย้ำว่า มีเรื่องเส้นสายอะไรหรือไม่  นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มี คนตั้งอยู่นี่ ตนตั้งตามหน้าที่การงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอขึ้นมาว่ามีความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆ ตนก็ต้องฟังปลัดกระทรวง ในระดับอธิบดีส่วนใหญ่ถ้าไม่มีความเห็นแย้งกันตนก็เสนอเข้า ครม. แต่ถ้าเข้ามาแล้วทำผิดก็เป็นไปอย่างที่เห็น ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองในการทำหน้าที่

ส่วนนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการถอดถอนรายชื่อ 5,295 รายชื่อ หลังมีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ทุกอย่างจะสรุปจบในการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) วันที่ 5 ส.ค. และที่เหลือจะต้องนำผลไปดำเนินการให้เรียบร้อยเสร็จสิ้น

ถามว่า วันนี้ประธาน กสถ.จะต้องลงนามถอดถอนทั้ง 5,925 ใช่หรือไม่ นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ใช่ ซึ่งในวันที่ 6 ส.ค. จะรายงานให้คณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) รับทราบ เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด (ก.จังหวัด) และในวันนี้จะรับทราบถึงแนวทางการยกเลิก

"การประชุมคณะกรรมการ ก.กลาง ในวันที่ 6 ส.ค. ผมจะเป็นประธานเอง เนื่องจากนายอนุทินได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่กำกับดูแลเป็นประธานแทนอยู่แล้ว" รมช.มหาดไทยกล่าว

ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เวลา 13.00 น. คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้มีการประชุม โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, นายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ., นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนอธิบดี สถ., นายบุญประสงศ์ นวลสายย์ รองอธิบดี สถ. ในฐานะเลขานุการ กสถ. เข้าร่วมการประชุม เพื่อขอมติเพิกถอนข้าราชการทุจริตสอบท้องถิ่น

นายนิรัตน์ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุม กสถ.ว่า การประชุมวันนี้จะนำผลการหารือจากการประชุมวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการแบ่งกลุ่มของผู้สอบทั้งหมด 3 กลุ่มมาพิจารณาใน กสถ. โดยกลุ่มแรกผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริต จะพิจารณาแนวทางว่าหลังจากนี้จะดำเนินการอย่างไรต่อไป กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่มีการแก้ไขคะแนนที่มีการบรรจุไปแล้วจะทำอย่างไร จะเลิกจ้างหรือจะให้ออกจากราชการ หลังจากนั้นจะแจ้งไปยัง ก.จังหวัด เพื่อให้จัดทำมาตรการก่อนจะส่งไปยังท้องถิ่น รวมถึงผู้ที่สอบผ่านแต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้น และกลุ่มที่สาม คือกลุ่มที่สอบผ่านอยู่แล้วแต่มีการปรับคะแนนให้ดีขึ้น จะมีแนวทางอย่างไร

"บุคคลที่สอบได้โดยสุจริตและรอการบรรจุจะมีการแจ้งภายในเดือน ส.ค. ส่วนตัวเลขผู้ทุจริตสอบยังอยู่ที่ 5,925 ราย" รักษาการอธิบดี สถ.กล่าว

กสถ.รับรองเลิกบัญชีสอบท้องถิ่น

จากนั้นการประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น กสถ. ครั้งที่ 10/2569 ใช้เวลานานกว่า 3 ชม. นายอรรษิษฐ์ แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมรับรองมติภายหลังนายวันชัย จันทร์พร ประธาน กสถ. ลงนามยกเลิกบัญชีผู้สอบขึ้นบัญชีเดิม (จากเมื่อวันที่ 17 ก.ค.2569 พบมีคะแนนผิดปกติจำนวน 5,924 คน จาก 55,753 คน) และประกาศขึ้นบัญชีใหม่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกำหนดแนวทางปฏิบัติภายหลังการประกาศบัญชีใหม่ โดยผู้ที่สอบได้ตามคะแนนจริงประมาณ 12,000 คน จะได้รับการดำเนินการตามสิทธิที่พึงมี ส่วนผู้ที่มีคะแนนไม่ถูกต้องจะไม่ถูกขึ้นบัญชีเดิม และจะมีการนำผู้มีสิทธิตามคะแนนจริงเข้ามาแทน

ทั้งนี้ ในวันที่ 6 ส.ค. จะมีการประชุม ก.กลาง เพื่อนำเรื่องการประกาศขึ้นบัญชีใหม่ และแนวทางปฏิบัติทั้งหมดเสนอให้พิจารณา เพื่อยืนยันว่าเป็นไปตามกฎหมาย

ถามถึงกรณีผู้สอบผ่านอยู่แล้วแต่มีการปรับคะแนนให้ลำดับดีขึ้น นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า กลุ่มดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ส่วน คือกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเกือบ 500 คน ซึ่งจะไม่ได้รับการขึ้นบัญชี  ส่วนอีกกลุ่มที่ได้รับการบรรจุแล้วมีไม่ถึง 100 คน จะต้องกำหนดแนวทางดำเนินการต่อไป โดยยืนยันว่าคนกลุ่มนี้สอบผ่านตามเกณฑ์อยู่แล้ว จึงต้องขึ้นบัญชีตามคะแนนจริงก่อน

 “เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราประกาศตามคะแนนที่เขาสอบได้จริง ตอนนี้ประกาศคือทุกคนสอบได้จริงเท่าไหร่ก็ประกาศขึ้นไป แต่คนสอบได้จริงที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 คน เราจะดูว่าจะดำเนินการอย่างไรกับคนกลุ่มนี้” นายอรรษิษฐ์กล่าว

ส่วนนายบุญประสงศ์ ในฐานะเลขานุการ กสถ. กล่าวเสริมว่า กลุ่มผู้สอบผ่านแต่มีการอัปคะแนนมีประมาณ 774 คน เมื่อตรวจสอบพบว่าในบัญชีรอบแรกมีผู้ขึ้นบัญชี 561 คน ไม่มารายงานตัว 211 คน และในจำนวน 561 คน เมื่อตรวจเรียงลำดับตามคะแนนจริง จะเหลือผู้ที่ยังอยู่ในบัญชีเพียง 97 คน ส่วนอีก 464 คน จะถูกเพิกถอนเพื่อไปรอตามลำดับคะแนนที่แท้จริง

เมื่อถามว่า สังคมอาจตั้งข้อสงสัยว่ากลุ่ม 97 คนได้รับคะแนนเพิ่มขึ้น แต่ยังอยู่ในบัญชี นายอรรษิษฐ์กล่าวว่า การดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมาย โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามข้อ 18 และข้อ 19 หากผู้สอบมีคะแนนดิบผ่านเกณฑ์ก็ถือว่ามีสิทธิ์สอบแข่งขันได้ ส่วนการดำเนินการเรื่องทุจริตเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ท.และหน่วยงานสอบสวน

ปลัด มท.ยืนยันว่า หากพบหลักฐานว่าผู้ใดเกี่ยวข้องกับการทุจริต ก็จะดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด โดยขณะนี้ยังมีการสอบสวนขยายผล ซึ่งอาจมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 5 รายที่ถูกตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงก่อนหน้านี้ และเมื่อผลสอบถึงตัวผู้เกี่ยวข้อง ก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางวินัยและทางคดี

 “เราไม่มีทาง ใครที่ไม่ถูกต้องสุดท้ายก็ไม่ถูกต้อง อยู่ไม่ได้หรอก อยู่ก็ไม่มีความสุข เพราะเขารู้ตัวอยู่แล้ว” ปลัด มท.กล่าว

ถามอีกว่า ผู้สอบที่ได้รับคะแนนเพิ่มขึ้นอาจไม่ใช่ผู้กระทำเองใช่หรือไม่ ปลัด มท.กล่าวว่า  ขณะนี้ทราบเพียงว่ามีการเพิ่มคะแนนจริง แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ อาจเป็นตัวผู้สอบเองหรือบุคคลอื่น เช่น พ่อแม่หรือญาติเป็นผู้ติดต่อให้ได้คะแนนเพิ่ม ซึ่งเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการสืบสวนหาผู้กระทำผิด และหากพบผู้เกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด

ซักถึงกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงข้าราชการกระทรวงมหาดไทย 5 ราย ปลัด มท.กล่าวว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการสอบสวนที่มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นประธาน หากเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอ ก็สามารถสรุปผลและเสนอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา ก่อนเสนอคณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงมหาดไทย เพื่อพิจารณาโทษตามขั้นตอน

"ในการประชุม ก.กลาง วันที่ 6 ส.ค. จะมีการเสนอทั้งเรื่องการรับทราบบัญชีรายชื่อใหม่ และแนวทางปฏิบัติต่อผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้ว โดยเสนอให้ผู้ที่บรรจุและปฏิบัติราชการมาเกือบ 5 เดือนแล้ว ยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิม  ส่วนผู้ที่ขึ้นบัญชีใหม่จะให้เลือกบรรจุในตำแหน่งว่างที่เกิดขึ้นจากการเพิกถอนรายชื่อ โดยทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ก.กลาง" ปลัด มท.กล่าว

มีรายงานว่า ในการประชุม กสถ.ได้สรุปตัวเลขเกี่ยวกับการสอบผลการสอบแข่งขันและการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขัน การสอบแข่งขันบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นประจำปี 2568 ที่เป็นอินโฟกราฟิก พบว่าจากผู้สมัครสอบทั้งหมด 438,277 คน มีผู้เข้าสอบจริง 279,949 คน และมีผู้ขึ้นบัญชี 55,193 คน โดยแยกเป็นผู้ที่สอบผ่านโดยสุจริต 49,274 คน กับผู้ที่สอบโดยมีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน

 ในจำนวนผู้ที่มีการแก้ไขคะแนน 5,925 คน จำนวนนี้ได้รับการขึ้นบัญชี 5,919 คน ซึ่งเดิมสอบไม่ผ่าน แต่การแก้ไขคะแนนจนสอบผ่าน 5,145 คน ขณะที่เดิมสอบผ่านภาค ก. และภาค ข.อยู่แล้ว แต่มีการเพิ่มคะแนน จำนวน 774 คน ซึ่งในกลุ่มนี้ได้รับการบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว 561 คน โดยมีจำนวน 6 คนที่ไม่ได้รับการขึ้นบัญชี เนื่องจากมีการแก้ไขคะแนน แต่ไม่ได้เข้าสอบภาค ค.

 ส่วนการจัดทำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ หมายถึงบัญชีใหม่ที่จะประกาศ จำนวน 50,048 คน คือรายชื่อผู้ที่สอบแข่งขันได้ ในจำนวนนี้แบ่งเป็นผู้ที่สอบผ่านตามเกณฑ์ข้อ 18 จำนวน 49,274 คน  ส่วนอีก 774 คนสอบผ่านตามเกณฑ์ แต่พบความผิดปกติ ซึ่งในจำนวนนี้เมื่อจับเรียงตามลำดับที่แท้จริงใหม่แล้วพบว่า มีจำนวน 561 คนที่บรรจุไปแล้ว และ 211 คน รอเรียกตามลำดับการบรรจุ มี 1 คนสละสิทธิ์ และอีก 1 คนไม่ไปรายงานตัว

กรณีที่บรรจุแล้วจะเป็นผู้ที่อยู่ในลำดับที่เรียกถึงจำนวน 97 คน หลังจากที่มีการจัดเรียงคะแนนใหม่แล้ว ดังนั้นอีก 464 คนจะต้องถูกเพิกถอนบรรจุและรอเรียกการรับเข้าบรรจุตามลำดับที่แท้จริง สำหรับผลกระทบต่อผู้ที่ได้รับการบรรจุแล้วมีจำนวน 14,988 คน ผู้ที่ขึ้นบัญชีและได้รับการบรรจุแล้ว โดยเป็นผู้ที่สอบไม่ผ่านตามเกณฑ์ และจะถูกเพิกถอนบรรจุ 3,404 คน ขณะที่ 561 คน เป็นผู้ที่สอบผ่านตามเกณฑ์แต่มีการเพิ่มคะแนน (ในกลุ่ม 774 คน) ซึ่ง 561 คนจะไม่ถูกเพิกถอนแต่เรียงตามลำดับที่แท้จริง

กมธ.ข้องใจตัดแค่ระดับอธิบดี

ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นประธาน มีวาระพิจารณาความคืบหน้าในการดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง

น.ส.ภคมนให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมว่า สิ่งที่เราต้องคุยกันมากกว่านั้นคือใครเป็นคนสร้างระบบการโกงนี้ และใครพยายามที่จะเอื้อและอนุญาตให้มีการโกงสอบในครั้งนี้ ตนคิดว่าต้องพูดไปมากกว่านั้น ไม่เช่นนั้นเกิดสืบหาว่าเรื่องราวมันเกิดขึ้นอย่างไร ปีหน้าก็อาจจะเกิดสิ่งนี้อีก แล้วก็จะมีการแก้ปัญหาแบบเดิมอีก ตนยืนยันมาตลอดว่าเรื่องนี้ใครจะเป็นคนทำเพื่อการทุจริตฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้ การเริ่มต้นของเรื่องนี้ต้องเป็นทั้งสองฝ่าย ทั้งกรมส่งเสริมฯ เองและผู้รับจ้างเอง ต้องรู้เห็นเป็นใจกันเป็นอย่างน้อย

ถามว่า มองอย่างไรที่วันนี้กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีการลงมติพิจารณาแนวทางที่จะเอาผิดกับผู้ทุจริตการสอบ เหมือนเรื่องนี้ใกล้จะจบแล้ว น.ส.ภคมนกล่าวว่า เป็นหน้าที่โดยตรงที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทำ แต่ก็เหมือนที่ตนบอกว่าเราจะจัดการกันแค่กระบวนการสอบโกงของปี 2568 ไม่ได้ แต่เราต้องหาว่าใครเป็นคนสร้างระบบนี้ขึ้นมา ซึ่งหากหาตัวไม่ได้ว่าใครเป็นคนสร้างระบบนี้ แล้วระบบนี้เริ่มต้นฮั้วกันตั้งแต่ผู้รับจ้างสอบและผู้ว่าจ้างสอบ คิดว่าครั้งต่อไปก็อาจจะเกิดปัญหาแบบนี้ขึ้นอีก

เมื่อถามถึงกรณีที่นายปกรณ์ระบุจะส่งเรื่องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ซึ่งพบว่ามีข้าราชการระดับสูงและคนนอกเอี่ยวเท่านั้น ปธ.กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ กล่าวว่า คิดว่าพี่น้องประชาชนไม่เชื่อว่าจะสูงที่สุดแค่ระดับอธิบดี ต้องไปไกลได้มากกว่านั้น และวันนี้ต้องมีความพยายามที่จะสืบหาให้ไปไกลมากกว่านั้น หรือตั้งใจที่จะต้องการให้มันยุติเพียงเท่านี้ นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล  อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คือคนที่บงการสูงสุดหรือไม่เท่านั้นเอง ตนคิดว่าวันนี้ต้องมีคำตอบ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นัดผู้แทนพิเศษดับไฟใต้ วิสามัญโจรยิงตร.ตากใบ

“สีหศักดิ์”​ เตรียมถกคณะผู้แทน​พิเศษรัฐบาล​ 11 ส.ค. ขับเคลื่อนดับไฟใต้​ “บิ๊กราญ” นำทีมวิสามัญฯ 2 โจรใต้ที่ยิงตำรวจตากใบเสียชีวิต "กอ.รมน." เดือด! สวน “ทวี”