
หมดกัน! นักประชาธิปไตยตัวพ่อขอโทษ คิดว่าเหยื่อสมยอม แถมยังขอโทษทุกกรณี! นักสิทธิ-นักวิชาการดาหน้าถล่ม "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" คุกคามทางเพศ "สว.อังคณา" แฉยับได้ยินได้ฟังพฤติกรรมแบบนี้มานานจากผู้หญิงหลายคน จนคนเขารู้กันทั่ว ขอโทษยังไงให้เป็นความผิดของเหยื่อ ด้าน "แก้วตา" ฟาดอย่าถามถ้าถูกข่มขืนจริงแล้วทำไมยังกลับไปหาเขา เพราะกำลังตั้งคำถามผิดคน ขณะที่ "ศ.ดร.ปิ่นแก้ว" แนะแบนการล่าเหยื่อทางเพศ
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีที่มีนักกิจกรรมหญิงออกมาเปิดเผยเรื่องราว โดยกล่าวหาว่าถูกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองอาวุโส ซึ่งเคยเป็นผู้ต้องขังคดีมาตรา 112 ล่วงละเมิดทางเพศ จนกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในแวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย
ต่อมา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอาวุโส ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก “Somyot Pruksakasemsuk” โดยโพสต์ข้อความหัวข้อ “คำขอโทษ” กล่าวขอโทษต่อ “คุณ A” พร้อมระบุว่า ตนเข้าใจผิดและคิดเพียงฝ่ายเดียวว่าอีกฝ่ายให้ความยินยอม
นายสมยศระบุว่า “ผมขอโทษคุณ A ที่ผมเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่าคุณ A ให้ความยินยอม แต่ไม่ใช่ดังที่คุณ A ได้เล่าให้ฟัง หลังจากการกระทำหลายครั้ง คุณ A ย้ายมาอยู่กินด้วยกัน คิดว่าความสัมพันธ์จะราบรื่นไปด้วยกันได้ในเรื่องความรัก”
นายสมยศระบุต่อว่า ขณะนั้นคุณ A อายุ 25 ปี ส่วนตนอายุ 64 ปี มีความแตกต่างด้านอายุ โดยทั้งสองอยู่ร่วมกันเป็นเวลาประมาณ 2 ปี ซึ่งในปีแรกยังสามารถประคับประคองความสัมพันธ์ไปด้วยกันได้ แต่ในปีที่สองความสัมพันธ์เริ่มแปลกแยกจากกัน
นายสมยศระบุอีกว่า ระหว่างที่อยู่ด้วยกัน คุณ A ต้องการให้ปกปิดความสัมพันธ์ และตนก็ร่วมปกปิดด้วย ก่อนที่ภายหลังจะเกิดการทะเลาะและมีปากเสียงกันรุนแรงมากขึ้น จนกระทั่งความสัมพันธ์สิ้นสุดลง
“ขอโทษคุณ A อีกครั้ง ขอโทษทุกท่านที่ทำให้ขุ่นเคืองกับการกระทำที่ผิดพลาดครั้งนี้ จึงขอรับโทษทัณฑ์ทั้งหลายทั้งปวง” นายสมยศระบุ
ภายหลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป นายพิภพ อุดมอิทธิพงศ์ คอลัมนิสต์และนักวิชาการอิสระ ได้เข้าไปแสดงความคิดเห็น พร้อมตั้งคำถามถึงข้อกล่าวหาเกี่ยวกับพฤติกรรมในกรณีอื่นๆ ที่มีผู้กล่าวถึง โดยระบุว่า
“แล้วพี่จะไม่พูดถึงการละเมิดหรือคุกคามทางเพศที่พี่กระทำต่อเพื่อนนักกิจกรรมในอดีต (โดยเฉพาะคนที่เป็นรุ่นน้องหรือรุ่นลูกของพี่) ด้วยหรือครับ ผมว่ามีนะ เห็นมีคนอื่นพูดถึงหลายกรณีมาก แต่ถ้าพี่มองว่ามันไม่เป็นการคุกคามทางเพศก็แล้วไปครับ ผมคิดว่า มันไม่น่าจะจบแค่เคสคุณ A นะครับ ผมว่าเคลียร์ให้หมด ขอโทษให้หมด และสัญญาให้เต็มที่ว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก”
ขอโทษทุกกรณี
จากนั้น นายสมยศได้เข้าไปตอบกลับความคิดเห็นดังกล่าว โดยระบุสั้นๆ ว่า “ได้ครับ ผมขอโทษทุกกรณี และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีก”
ด้านนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และอดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า ขอโทษยังไงให้เป็นความผิดของเหยื่อ (victim blaming) อ้าง “อยู่กินกัน” สองปี อยู่กินบนความสัมพันธ์แบบไหนก่อน
ผู้เสียหายเขาก็บอกแล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องพึ่งพากัน หนีไม่ได้เพราะมีบุญคุณ เป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจ เวลาไปทำงานต่างจังหวัดก็ถูกบังคับให้นอนห้องเดียวกัน อ้างประหยัด อายุขนาดนี้คิดเรื่องความเหมาะสมความควรไม่ควร หรือการให้เกียรติผู้ร่วมงานไม่ได้หรือไง
และการมีบุญคุณก็ไม่สามารถทดแทนด้วยความสัมพันธ์ทางเพศที่ไม่ยินยอม ไม่สมัครใจ บิดเบือนสาเหตุที่อยู่กินกันไม่ได้เพราะช่องว่างระหว่างวัยอีก ที่พูดที่เขียนนี่ไม่ได้ฟังจากผู้เสียหายรายนี้รายเดียว แต่ได้ยินได้ฟังพฤติกรรมแบบนี้มานานจากผู้หญิงหลายคน จนคนเขารู้กันทั่ว
อุตส่าห์เขียนขอโทษ แต่เป็นการขอโทษโดยไม่สำนึกผิด ชอบอ้างประชาธิปไตย ความเป็นธรรม อ้างหลักสากล แต่ใช้อำนาจกดทับ แสวงประโยชน์ทางเพศ อยากถามว่าจะเยียวยาผู้เสียหาย โดยการคืนศักดิ์ศรี และทำให้เขากลับสู่สภาพเดิมได้ยังไง
ขณะที่ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กรณี สมยศ พฤกษาเกษมสุข...สิ่งที่สังคมต้องเลิกทำเสียที คือเอาการที่ผู้เสียหายยังกลับไปหา ยังทำงานด้วย ยังเดินทางด้วย หรือยังมีความสัมพันธ์กับผู้ที่ตนกล่าวหาว่ากระทำความรุนแรง มาใช้เป็นหลักฐานว่า ‘ถ้าอย่างนั้นคงไม่ได้ถูกข่มขืนจริง’ ความรุนแรงทางเพศไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะระหว่างคนแปลกหน้า และเหยื่อไม่ได้มีพฤติกรรมแบบเดียวกันทุกคน
ตีสนิท สร้างความไว้ใจ
จากคำบอกเล่า เหตุการณ์ครั้งแรกถูกบรรยายอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการ ถูกบังคับ และไม่มีความยินยอม ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นต้องมองผ่านบริบทของ grooming (ตีสนิท สร้างความไว้ใจ) ความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การพึ่งพา และ trauma bonding ไม่ใช่เอาความสัมพันธ์ในภายหลังไปลบล้างการไม่มี consent (ยินยอม) ในครั้งแรก
คนที่ถามว่า ‘ถ้าถูกข่มขืนจริงแล้วทำไมยังกลับไปหาเขา’ กำลังตั้งคำถามผิดคน คำถามที่ควรถามคือ เหตุใดคนที่มีอำนาจและได้รับความไว้วางใจจึงสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกว่าหนีไม่ได้ พูดไม่ได้ และต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การอยู่ต่อไม่ใช่ consent การเงียบไม่ใช่ consent การพึ่งพาไม่ใช่ consent และความสัมพันธ์ภายหลังไม่สามารถเปลี่ยนการกระทำที่ปราศจากความยินยอมในอดีตให้กลายเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวได้
ศ.ดร.ปิ่นแก้ว เหลืองอร่ามศรี อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความว่า คำขอโทษของสมยศเป็นสิ่งที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่าจะออกมาในลักษณะนี้ กล่าวคือ เป็นการเปลี่ยนประเด็นจากข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดและพฤติกรรมแบบ grooming ให้กลายเป็นปัญหาความสัมพันธ์ของคนสองคนที่เคยอยู่กินกัน ทะเลาะกัน และเลิกรากัน พูดให้ตรงกว่านั้นคือ เป็นการฟอกขาวความรุนแรงให้กลายเป็นเรื่องผัวเมีย
สิ่งที่เราไม่พบจากคำขอโทษคือ การยอมรับการใช้อำนาจในพฤติกรรม grooming ที่เป็นหัวใจของข้อกล่าวหา และเป็น pattern ที่ทำมานานนับทศวรรษ
ดิฉันขอแปล grooming ในบริบทของการล่วงละเมิดทางเพศว่าคือ “การล่าเหยื่อทางเพศ” หรือ “พฤติกรรมเชิงล่าเหยื่อทางเพศ” เพราะมันคือกระบวนการที่ผู้มีอำนาจมากกว่าค่อยๆ สร้างความไว้ใจ ความผูกพัน และการพึ่งพา ผ่านการให้คำปรึกษา ให้งาน เปิดเครือข่าย รับส่ง ชื่นชม ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกพิเศษหรือสำคัญ แล้วค่อยๆ ขยับขอบเขตความสัมพันธ์ จนการปฏิเสธหรือถอนตัวทำได้ยากขึ้น
ทรยศต่อขบวนการ
ประเด็นจึงไม่ใช่ว่าอายุ 25 กับ 64 ปีรักกันได้หรือไม่ แต่คือ ใครมีอำนาจเหนือใคร ใครเป็นผู้ให้โอกาส งาน เครือข่าย และสถานะ และใครต้องพึ่งพาใคร และการตั้งใจใช้อำนาจนั้น ก็เพื่อเป้าประสงค์ในความสัมพันธ์ทางเพศตั้งแต่แรก
Grooming ทำให้คำถามเรื่อง consent ซับซ้อนขึ้น เพราะเสรีภาพในการพูดคำว่า “ไม่” ภายในกระบวนการที่ผูกเหยื่อเข้ากับความสัมพันธ์หลายระนาบ กลายเป็นเรื่องที่ไม่ง่าย โดยเฉพาะหากการปฏิเสธอาจหมายถึงเสียงาน เสีย mentor เสียความไว้เนื้อเชื่อใจ เสียเครือข่าย หรือถูกทำให้รู้สึกว่ากำลังทรยศต่อขบวนการ ความยินยอมประเภทนี้ ถูกบีบให้เกิดขึ้นโดยที่เหยื่อรู้สึกไม่โอเค แต่ไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไรดี
การพูดว่า “ต่อมาเราย้ายมาอยู่ด้วยกัน” จึงไม่ได้ลบล้าง non-consent ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า และไม่ได้พิสูจน์ย้อนหลังว่าการล่วงละเมิดไม่เคยเกิดขึ้น คนที่ถูก groom บางคน อาจรัก ชื่นชม ผูกพัน หรือยังคงอยู่ในความสัมพันธ์ต่ออีกเป็นเวลานานได้ แต่ความผูกพันเหล่านี้ไม่ได้หักล้างการใช้อำนาจที่เกิดขึ้นก่อนหน้า หรือจริงๆ แล้ว มันเป็นเป้าหมายของการ groom ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
แต่ปัญหาของกรณีนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลเพียงคนเดียว เพราะ grooming ไม่ได้ดำรงอยู่ได้ด้วยความสามารถของผู้กระทำเท่านั้น มันต้องอาศัยสภาพแวดล้อมที่คุ้มครองผู้มีบารมีด้วย
สังคมนักกิจกรรมช่วยปกป้องพฤติกรรมเช่นนี้ ด้วยการยอมให้ “คุณูปการต่อขบวนการ” อยู่เหนือการตรวจสอบ ด้วยการเปลี่ยนข้อกล่าวหาเรื่องความรุนแรงทางเพศให้กลายเป็นเรื่องส่วนตัว ด้วยการผลักภาระการระวังตัวไปไว้ที่ผู้หญิงและคนรุ่นใหม่ และด้วยทำให้การพูดถึงความรุนแรงถูกมองว่าเป็นการทำลายขบวนการ
ตัดวงจรล่าเหยื่อ
และแน่นอน ด้วยการเรียกร้องให้ผู้กระทำออกมาขอโทษ แล้วเมื่อเขาขอโทษ บอกว่าจะไม่ทำอีก (หมายถึงจะไม่เข้าใจผิดอีก?) ก็ถือว่าเรื่องนี้จบแล้ว
คำขอโทษประเภทนี้ ไม่เปลี่ยนอำนาจ ความสัมพันธ์ทางอำนาจ ที่ผู้ล่าเหยื่อมีในขบวนการ แม้แต่น้อย เป็นการขอโทษที่ปราศจากการถูกตรวจสอบ หรือการเปลี่ยนเงื่อนไขที่ทำให้การละเมิดทางเพศจะเกิดขึ้นได้อีก การขอโทษประเภทนี้ ไม่ใช่ accountability แต่คือพิธีกรรมชำระล้างชื่อเสียงของผู้มีอำนาจ เพื่อให้กลับเข้าสู่พื้นที่เดิมได้อีกครั้ง
สำหรับดิฉัน อันเฟรนด์บุคคลนี้ไปแล้วตั้งแต่เมื่อคืน นั่นคือสิ่งที่ทำได้ในฐานะปัจเจก แต่สำหรับขบวนการแรงงานและขบวนการประชาธิปไตย คนที่มีข้อกล่าวหาร้ายแรงเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ และยังลดทอนสิ่งที่เกิดขึ้นให้เหลือเพียงปัญหาความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ควรมีสถานะเป็นผู้นำ ไม่ควรเป็น mentor ไม่ควรเป็นผู้ให้โอกาส ไม่ควรเป็นผู้คัดเลือกคนเข้าสู่เครือข่าย และไม่ควรมีอำนาจเหนือคนรุ่นใหม่อีกต่อไป
นี่ไม่ใช่เรื่องของการ “แบน” ใครเพราะความโกรธ แต่เป็นเรื่องของการตัดวงจรอำนาจที่ทำให้การล่าเหยื่อจะเกิดขึ้นซ้ำได้อีก
ถ้าขบวนการยังเลือกปกป้องบารมีของคนรุ่นใหญ่ มากกว่าความปลอดภัยของคนที่อำนาจน้อยกว่า ขบวนการนั้นก็ไม่มีสิทธิอ้างว่าตัวเองกำลังต่อสู้กับอำนาจนิยมอีกต่อไป
แมงดาประชาธิปไตย
อย่างไรก็ตาม กระแสการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศของนักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย ไม่จบแค่นายสมยศ เพราะ พรนภา เอี่ยมสำอางค์ อดีตนักกิจกรรมการเมืองและนักเขียน ได้ออกมาเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต สมัยที่เธอทำกิจกรรมต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในปี 2549 ก่อนจะโดนนักเคลื่อนไหวชื่อดังที่ "มีมูลนิธิอยู่ย่านซอยรางน้ำ" หลอกใช้งานฟรี และหลอกพาเธอในวัย 20 ปีเข้าโรงแรมก่อนล่วงละเมิดทางเพศ และเอาอุดมการณ์มาบังหน้าเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทาง "กาม" ให้ตัวเอง โดยเธอขนานนามนักกิจกรรมการเมือง เจ้าของมูลนิธิดังคนนี้ว่าเป็น "แมงดาประชาธิปไตย"
หลังเธอโพสต์ว่า "คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?"
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ บ.ก.ลายจุด โพสต์ข้อความว่า พี่เห็นข้อความที่โบว์เขียนถึงความสัมพันธ์ของเราสองคนในช่วงปลายปี 49 และเห็นข้อความที่โบว์ถามพี่ว่ามีอะไรจะพูดมั้ย? พี่ตัดสินใจเขียนมาคุยส่วนตัวเพราะเชื่อว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัว คนที่พี่ต้องพูดคุยด้วยคือโบว์ จึงเลือกที่จะสื่อสารผ่านกล่องข้อความแทน
ประเด็นที่พี่อยากทบทวนข้อเท็จจริงคือ ความสัมพันธ์ชู้สาวของเราทั้งสองเมื่อ 20 ปีที่แล้วไม่ได้เกิดขึ้นที่ รร แถว BTS และไม่ใช่อย่างที่โบว์เขียนถึงความคลุมเครือ ในเรื่องความเห็นชอบ วันนั้นพี่ส่ง MSN ไป ชวนโบว์ออกมาข้างนอกตอนที่โบว์อยู่ที่เชียงราย และเราคุยกันเรื่องที่จะมีความสัมพันธ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก่อนที่พี่จะขับรถไปรับโบว์ที่บ้าน นั่นคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
พี่ไม่ได้พาโบว์มาโรงแรมแล้วปลุกปล้ำ ไม่มี อะไรที่เป็นลักษณะที่คลุมเครือหรือไม่เต็มใจมาก่อน แต่ถ้าข้อเท็จจริงพี่ผิดไปโบว์โต้แย้งได้เลย ส่วนเรื่องที่พี่ให้เงินโบว์นั้น พี่มั่นใจว่าตอนที่เรามีความสัมพันธ์กันครั้งแรกพี่ไม่ได้ทำสิ่งนั้นแน่นอน ส่วนจะมีช่วงไหนที่พี่ให้เงินโบว์ ตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ กทม.นั้น พี่ไม่มีเจตนาดูแคลนความสัมพันธ์และมองว่าเป็นเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินทองใดๆ แต่ถ้าทำให้โบว์รู้สึกด้อยค่าพี่ขอโทษ
โดยพรนภาโพสต์ตอบว่า ขอบคุณที่ชี้แจงมา.... ถึงแม้จะถามหน้าไมค์ตอบหลังไมค์ก็เถอะ... ถ้าเรื่องจะเจอกันอีก หวานเจี๊ยบคงทำแบบเดิมไม่ได้แล้ว... เพราะไม่อาจจะคดโกงต่อความรู้สึกของตัวเองได้อีกแล้ว... ขอบคุณที่เข้ามาเป็นบทเรียนให้กับชีวิต... และขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิด... ขออย่าให้ใครต้องมาเจอแบบนี้อีกเลย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อาวุธเขมรทะลัก ยึดAKกระสุนอื้อ
กองทัพเรือผนึกกำลังตำรวจน้ำ จับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ลำเลียงจากฝั่งกัมพูชา ยึด AK-47 พร้อมกระสุนกว่า 24,000 นัด ปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดด่าน 100%”
ไทยช่วยไทยพลัส ยอดใช้แสนล้าน!
รัฐบาลเผยผลสำรวจ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ผู้ใช้สิทธิ 71.77% ชี้ช่วยลดค่าครองชีพ-หนุนร้านค้าชุมชน ยอดใช้จ่ายสะสมทะลุ 1.21 แสนล้านบาท เป็นส่วนที่รัฐบาลร่วมจ่าย 70,054.4 ล้านบาท และส่วนที่ประชาชนร่วมจ่าย 51,793.6 ล้านบาท
ข่าวดีเยือนนิวซีแลนด์
"อนุทิน" ปิดฉากเยือนนิวซีแลนด์ พบชุมชนไทยในโอ๊กแลนด์ ชูผลงานเศรษฐกิจโต-สัมพันธ์ระหว่างประเทศปึกแผ่น แย้มข่าวดี "การบินไทย" เตรียมฟื้นบินตรงกรุงเทพฯ-โอ๊กแลนด์ "สีหศักดิ์” ประกาศความสำเร็จการทูตไทย ชูสูตร
ผิดหวังหนัก! 'ปวิน' ประณาม 'สมยศ' เป็นต้นตอความอยุติธรรมเสียเอง
"ปวิน" โพสต์บอกรู้สึกผิดหวัง "สมยศ" รู้จักกันมานาน ได้ช่วยแคมเปญปล่อยตัวเมื่อถูกจองจำภายใต้มาตรา 112 และมองว่าเค้าเป็นวีรบุรุษคนนึง
'แก้วตา' ฟาด 'สมยศ' ใช้อำนาจบีบบังคับเหยื่อ จนรู้สึกหนีไม่ได้ ยอมเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ (แก้วตา) อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข โดยระบุถึงพฤติกรรมและความเข้าใจของสังคมต่อผู้เสียหายจากเหตุความรุนแรงทางเพศ ระบุว่า
‘สมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ย?‘ หญิงนักกิจกรรมเปิดปมลับเมื่อ 20 ปีก่อน
กระแสเปิดโปงปัญหาล่วงละเมิดทางเพศในหมู่นักกิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยยังขยายวง ล่าสุดหญิงนักกิจกรรมเปิดเรื่องจากอดีตเมื่อปี 2549 อ้างเคยถูก “คนดัง” ในขบวนการหลอกพาเข้าโรงแรม ก่อนประกาศ “วันนี้ฉันนี่แหละคือใบเสร็จ” และทิ้งคำถามปริศนา “คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?”

