ยกเครื่องดับไฟใต้ อนุทินสั่งมทภ.4พิสูจน์ฮ.ไม่ยิงปชช.จ่อดึงเสธ.ทบ.คุมสมช.

นายกฯ ถกความมั่นคงติดตามสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่อง  ลั่นมีมาตรการแต่เป็นความลับ รับไม่ลงพื้นที่เพราะสร้างความลำบากให้เจ้าหน้าที่ สั่งแม่ทัพภาค 4 พิสูจน์วิถีกระสุนปิดฉากข่าวยิงจาก ฮ.   “วันนอร์” รับทำชาวบ้านไม่กล้าให้ข้อมูล แนะใช้หลักการพ่อหลวง ร.9 “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ทุกภาคส่วนต้องบูรณาการ “กอ.รมน.” ชี้มหาอำนาจยังไม่มีการข่าวที่บอกวันก่อเหตุเป๊ะๆ ครม.โยก “ฉัตรชัย” ไปนั่งปลัดสำนักนายกฯ สะพัดดึง  “พล.อ.ชัยพฤกษ์” เสียบ สมช.แทน ส่วน “กิติภณ” ขึ้นแท่นผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองฯ

เมื่อวันอังคารที่ 25 ส.ค.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบใน 3  จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์หลังมีการก่อเหตุความไม่สงบในหลายพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ส.ค.

 ทั้งนี้ ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)  นายอนุทินตอบข้อถามถึงการหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเกี่ยวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้เมื่อช่วงเช้าสั้นๆ ว่า ก็ดี เมื่อถามอีกว่าจะมีแนวทางมาตรการออกมาหรือไม่  นายกฯ กล่าวว่า “ใช่ครับ” 

ถามถึงกรณีบางฝ่ายเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้เฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน นายกฯ  กล่าวว่า ไม่มีครับ ไม่มี พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่าไม่มี

ต่อมาในเวลา 13.45 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์เรื่องนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะการลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่าถ้าลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติ เตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้อง ได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ

ส่วนกรณีระบุเจ้าหน้าที่ยิงลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ถามแม่ทัพภาคที่ 4 ท่านยืนยันหนักแน่นว่าไม่มี แต่หากต้องการให้สบายใจ  จะกำชับให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการให้ชัดเจน  เพราะของพวกนี้โกหกไม่ได้ ผู้บาดเจ็บยังมีชีวิต  การพิสูจน์วิถีกระสุนปืนที่นำมาใช้สามารถพิสูจน์หลักฐานในทางวิทยาศาสตร์ได้ เป็นไอเดียที่ดี จะให้แม่ทัพภาคที่ 4 ดำเนินการ

เมื่อถามว่า เรียกประชุมหน่วยงานความมั่นคงมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า  วิธีการดำเนินการเป็นความลับทางราชการ แต่เป้าหมายและความมุ่งมั่นในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสันติสุข ความปลอดภัยของประชาชน  นั่นคือเป้าหมายสูงสุดของเรา เราจะทำทุกวิถีทาง โดยเน้นเรื่องชีวิตให้ปลอดภัยสูงสุด

ลั่นไม่มีทำนอกกฎหมาย

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายโจมตีทหารใช้อาวุธสงคราม เป็นการกระทำที่แรงเกินกว่าเหตุ  นายกฯ กล่าวว่า หลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐเขามีหลักอยู่แล้วทำตามกรอบกฎหมายกำหนด  เราไม่สามารถสรุปได้ว่าแต่ละจุดการปฏิบัติการตอบโต้หรือการป้องกันตัวเอง หรือการเข้าปราบปรามเพื่อยุติเหตุร้ายมันแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดถืออยู่เสมอ การดำเนินการภายใต้กรอบและสิ่งที่กฎหมายกำหนด ตนขอให้ความมั่นใจว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนไหนที่จะทำนอกเหนือกฎหมายได้

ส่วนการเกิดสถานการณ์ในพื้นที่กว่า 100  เหตุการณ์ภายใน 3 วัน จะปรับมาตรการอย่างไรบ้างนั้น นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการข่าวต้องปรับปรุงอีกเยอะ ได้แสดงความกังวลและห่วงใยให้เขาได้รับทราบแล้ว และได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ผบ.ตร., ผบ.ทบ., แม่ทัพภาคที่ 4, สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รวมถึงนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี มา 3-4 วันแล้ว เรามีแนวทางหาข้อสรุปเพื่อดำเนินการทุกวิถีทาง ทั้งการเจรจา การรักษากฎหมาย  การเสริมกำลังเข้าไปให้เกิดความสงบเรียบร้อยดูแลความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน

เมื่อถามว่า นโยบายภาคใต้เราใช้การเมืองนำการทหาร หลังจากนี้ต้องเปลี่ยนมาใช้ทหารนำการเมืองหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ไม่มีใครนำใคร จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน สร้างความสงบให้บ้านเมือง ทำงานด้วยกัน สามัคคีกันร่วมมือกัน

ขณะที่ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี กล่าวถึงความชัดเจนในการจัดการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ที่  จ.สงขลา ในวันที่ 31 ส.ค.-1 ก.ย. ภายหลังเกิดเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ต่อเนื่องว่า ยังปกติ ยังไม่เลื่อน

ส่วนนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวถึงการหารือกับนายกฯ ว่า ทุกฝ่ายได้ข้อสรุปว่าต้องมีความร่วมมือกันทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายความมั่นคง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และภาคประชาชน โดยเฉพาะภาคราชการในพื้นที่ คือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน วิธีการป้องกันเดิมของเราอาจจะใช้ได้ แต่ควรหามาตรการใหม่ๆ  รวมถึงเครื่องมือมาเป็นตัวช่วย โดยที่ผ่านมาการบูรณาการยังไม่แน่นพอ ต่างคนต่างทำ และประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปบ้าง  สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ควรประมาท ควรประเมินสถานการณ์ให้ตรงกับความเป็นจริง ย้ำว่า ต้องรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ถ้าหากความมั่นคงไม่เกิดขึ้น การลงทุนและการท่องเที่ยวก็ไม่เกิดเช่นกัน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะแย่ ต้องช่วยกัน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำว่าจะเน้นเรื่องการบูรณาการการทำงาน เรื่องความปลอดภัยของประชาชนสูงสุด

ถามว่า นายกฯ ได้สอบถามหรือไม่ว่าเกิดจากปัญหาอะไร นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า  เกิดจากหลายสาเหตุ เดากันไปถูกบ้างผิดบ้าง   เช่น เดาว่าเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น การเลือกตั้งระดับชาติขัดแย้งกัน มองว่าไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะนักการเมืองทุกคนต้องดูแลประชาชน  อะไรที่กระทบกับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของประชาชน หรือ อบต.ถูกเผา ใครไปทำเรื่องนี้ถือว่าทุบหม้อข้าวตัวเอง เพราะทุกคนอยากได้รับการเลือกตั้งในครั้งต่อไป ดังนั้นเขาต้องดูแลประชาชนอย่างดี จึงเป็นการเดาผิดเดาถูกกันบ้าง จึงมองว่าควรตรวจสอบให้ครบถ้วน

ใช้หลัก 'เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา'

เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวกับการเมืองเลยใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า จะบอกว่าไม่เกี่ยวเลยก็ไม่ได้ เพียงแต่ให้ตรวจสอบให้ถูกต้อง ไม่ควรคิดเอาเอง นักการเมืองก็ไม่กล้าให้ข้อมูลหรือให้ความเห็น และมองว่าเราต้องให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ตอนนี้ประชาชนไม่กล้าพูดแล้ว เพราะถ้าพูดในทางตรงกันข้ามกับฝ่ายความมั่นคงก็จะกลายเป็นผู้ร้าย เป็นฝ่ายสนับสนุนผู้ก่อความไม่สงบ

 “ควรใช้หลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา  ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาแก้ปัญหาในพื้นที่ เราไม่ดำเนินการตามนี้ก็จะไม่เกิดการพัฒนา เนื่องจากไม่ปลอดภัย และควรเข้าถึงปัญหาจริงๆ ไม่ใช่คาดเดา เพราะสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เหมือนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา  เพราะเป็นลักษณะการสู้รบกับองค์กรลับ สถานการณ์ไม่เหมือนกัน หากเราเอาคนที่ไม่เข้าใจและไม่เข้าถึงปัญหา จะแก้ปัญหาลำบาก แต่ยอมรับว่าป่วนใต้ในขณะนี้การข่าวบกพร่องก็ถือว่ามีส่วน แต่ต้องเห็นใจคนทำงาน เพราะคนจ้องจะก่อเหตุ ทำเมื่อเราเผลอ คนป้องกันก็ต้องมีเวลาเผลอบ้าง เห็นใจทุกฝ่าย แต่เราไม่ควรทะเลาะกันเอง มองฝ่ายต่างๆ เป็นฝ่ายตรงข้าม อยากให้ร่วมมือกันทำงาน และขอย้ำว่าต้องไว้ใจกัน” นายวันมูหะมัดนอร์กล่าว

เมื่อถามว่า การกระทำของกลุ่มบีอาร์เอ็นใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า แน่นอน เป็นงานของเขา แต่หากเขาอยากคุยเราก็ต้องเปิดโอกาส ซึ่งต้องพูดคุยบนพื้นฐานรัฐธรรมนูญไทย  หากมุ่งมั่นที่จะให้พื้นที่สงบสุขสามารถพูดคุยได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากสถานการณ์ไม่คืบหน้าไม่ดีขึ้นจะส่งผลอะไรหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า นายกฯ ก็ต้องพิจารณา เนื่องจากเป็นหัวหน้ารัฐบาลว่าเกิดจากอะไรแน่ ส่วนใครจะเกียร์ว่างหรือไม่นั้น ไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ แต่อยากพูดถึงเรื่องที่จะเดินหน้าต่อไป เพื่อให้เกิดความสำเร็จให้ได้

ขณะที่ พล.ต.ธรรมนูญ ไม้สนธิ์ โฆษกกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร  (กอ.รมน.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์เผาที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากฝ่ายการเมืองว่า ส่วนใหญ่เนื้อหาที่แม่ทัพภาคที่ 4 ให้สัมภาษณ์จะเป็นเพียงข้อสังเกตและข้อสันนิษฐาน ซึ่งในการสืบสวนและสอบสวนจริงๆ แล้วยังไม่สามารถตัดประเด็นใดทิ้งได้ ส่วนกระบวนการที่ทำให้เป็นข้อเท็จจริงนั้น จะต้องผ่านการสืบสวนสอบสวน

ชี้มหาอำนาจยังทำไม่ได้

เมื่อถามถึงเรื่องการข่าวจะมีการทบทวนหรือไม่ โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า ในมุมของการข่าวเชิงลึก หรือการข่าว A1 ซึ่งเป็นระดับการรับรู้ถึงวันและเวลาการก่อเหตุ ซึ่งต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยาก แม้แต่ชาติมหาอำนาจก็ยังมีปัญหาการรับทราบข่าวเชิงลึกแบบ 100% ส่วนการทำงานของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จะแบ่งงานการข่าวเป็น 2 ระดับคือ การข่าวเชิงรุก และเชิงรับ ซึ่งงานการข่าวด้านเชิงรุกก็คือ การปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายต่างๆ ได้ เพราะเรามีงานด้านข่าวเรื่องของบุคคล ส่วนข่าวเชิงรับ เราต้องมีมวลชนเข้ามาช่วยในการแจ้งข่าว ซึ่งตรงจุดนี้ กอ.รมน.ได้สร้างมวลชนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นการทำมวลชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะงานการข่าวต่างๆ ได้มาจากมวลชน

เมื่อถามถึงกรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่วัยรุ่น ดูเหมือนว่าภาครัฐกำลังจะไปรังแกประชาชน อาจทำให้ประชาชนไม่กล้าที่จะให้ข้อมูล โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส (ฉก.นราธิวาส) ได้นำแพทย์ที่รักษาผู้บาดเจ็บมาแถลงข่าว ซึ่งจะเห็นว่าทางการแพทย์หรือวิทยาศาสตร์ การถูกยิงไม่ได้เกิดจากอาวุธทำลายล้างสูงหรืออาวุธสงคราม เป็นเพียงแค่กระสุนปืนขนาด 9 มม.หรือ 22 มม. และความเป็นจริงกระสุนปืนที่เข้ามาถูกผู้ได้รับบาดเจ็บ ตามมุม 30 องศา ซึ่งให้ไปดูข้อเท็จจริงว่าเฮลิคอปเตอร์สามารถบินในระดับ 30 องศาได้หรือไม่

“การยิงปืนจากเฮลิคอปเตอร์ หากใครที่ยิงปืนเป็น จะรู้ว่ายิงได้ยากมาก โดยเฉพาะปืนที่ติดอยู่กับเฮลิคอปเตอร์ ทั้งนี้ขอให้รอผลจากนิติวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด จะได้ทราบ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องพูดด้วยข้อเท็จจริงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบไฟลต์บิน เพราะการบินเฮลิคอปเตอร์ในเวลากลางคืนจะเป็นการบินลาดตระเวนเป็นหลัก จึงขอให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บ้าง”

พ.อ.เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวในเรื่องนี้ว่า ขอให้เป็นการตรวจสอบตามกฎหมายที่ตำรวจรับไปดำเนินการ เมื่อออกมาแบบไหนทุกคนต้องยอมรับ เพราะเป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ยืนยันว่า ประสิทธิภาพด้านการข่าวของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ลดลง แต่การทำงานในพื้นที่มีความท้าทายสูง โดยหลังจากนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเน้นการปฏิบัติการเชิงรุก มากกว่าการเดินตามเกมของผู้ก่อเหตุ โดยมีมาตรการสำคัญ บูรณาการร่วมกับภาคเอกชน ประสานความร่วมมือกับผู้ประกอบการร้านค้าและสถานีบริการน้ำมัน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและติดตั้งอุปกรณ์เตือนภัยล่วงหน้า

ส่วนความคืบหน้าของเหตุการณ์ต่างๆ นั้น กรณีคนร้ายไม่ทราบจำนวนลอบวางระเบิดแสวงเครื่องและวางเพลิงร้านสะดวกซื้อสาขาตาแบ๊ะ หมู่ที่ 3 ต.ลางา อ.มายอ จ.ปัตตานี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ 2 ราย ได้แก่ นายอัฟดอล และนายอาริส ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ส้มชง 5 ข้อเสนอ

ด้านความเห็นในภาคส่วนต่างๆ นั้น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน  (ปชน.) กล่าวว่า ขอประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากผู้ก่อความไม่สงบ โดยพรรคมีข้อเสนอ 5 ข้อ ที่อยากให้ฝ่ายรัฐบาลและหน่วยงานความมั่นคงกลับไปทบทวน คือ 1.ระบบข่าวกรอง ต้องเปลี่ยนจากระบบข่าวกรองในเชิงรับรู้เหตุการณ์ไปสู่การป้องกันเหตุ 2.ระบบข่าวกรองต้องสร้างความไว้วางใจจากประชาชนให้ได้ 3.ต้องทำให้หน่วยงานความมั่นคงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ 4.การข่าวชายแดนต้องเชื่อมโยงกับการสร้างความร่วมมือกับเพื่อนบ้านกับต่างประเทศ และ 5.การพูดคุยสันติภาพต้อง ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่          

วันเดียวกัน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกฯ  เสนอรับโอนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มาดำรงตำแหน่งปลัดสำนักนายกฯ ตั้งแต่วันที่ 1  ต.ค.2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป และ ครม.ยังมีมติอนุมัติตามที่สำนักนายกฯ เสนอแต่งตั้งนายกิติภณ รื่นสัมฤทธิ์ รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ สขช. ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569 เป็นต้นไป ​ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  แต่งตั้งเป็นต้นไป

รายงานข่าวแจ้งว่า การแต่งตั้งนายฉัตรชัยแทนนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกฯ ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ โดยนายฉัตรชัยได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช. เมื่อปี 2567 ปัจจุบันเหลืออายุราชการอีก 1 ปี ส่วนนายกิติภณนั้น มาแทนนายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการ สขช.  ที่จะเกษียณอายุในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่นายฐนัตถ์ยังทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป

รายงานแจ้งอีกว่า ในการประชุม ครม.ครั้งนี้ ปกตินายฉัตรชัยต้องเข้าร่วมประชุมด้วย แต่นายฉัตรชัยไม่ได้เข้าประชุม และได้ยื่นใบลาประชุมไว้ก่อนแล้ว ในขณะที่ช่วงเช้าวันเดียวกัน นายฉัตรชัยเพิ่งเข้าร่วมประชุมหน่วยงานความมั่นคงกับนายกฯ ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้มีการแจ้งนายฉัตรชัยล่วงหน้าแล้วว่าจะให้ไปเป็นปลัดสำนักนายกฯ  ขณะเดียวกันบุคคลที่ได้รับการทาบทามจากนายกฯ ให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ คือ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก โดยได้พูดคุยผ่าน พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก  (ผบ.ทบ.) ซึ่งเจ้าตัวยินดีและน้อมรับที่จะย้ายมาดำรงตำแหน่งนี้โดยไม่ขัดข้องแต่อย่างใด

นายอนุทินกล่าวในประเด็นนี้ว่า    ทุกอย่างอยู่ในฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้าย คนไหนที่เหมาะสมกับงานตรงไหนเราก็พยายามให้ไปอยู่ในงานที่เขาเหมาะสมและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เรื่องนี้ไม่มีอะไร

นายอนุทินให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการโยกย้ายนายฉัตรชัยว่า ต้องหาคนที่ทำงานแล้วมีความคุ้นเคย การขอให้นายฉัตรชัยมาช่วยงานในฐานะปลัดสำนักนายกฯ คนต่อไป ทำให้สานต่องานในสำนักนายกฯ ได้ และเมื่อไปทำงานด้านความมั่นคง ด้านการเจรจาความมั่นคงต่างๆ ก็มีปลัดสำนักนายกฯ เป็นผู้ช่วยงานให้อีกคน ให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงภาพกว้าง อีกทั้งยังขอให้เป็นตัวแทนในการประชุมหารือตัดสินใจในเรื่องต่างๆ เพราะทำงานร่วมกันมา 1 ปี  สามารถสื่อสารเข้ากันได้ เข้าใจรับลูกกันได้

เมื่อถามว่า ได้พูดคุยกับ พล.อ.พนา ในการขอตัว พล.อ.ชัยพฤกษ์มาเป็นเลขาฯ สมช.คนใหม่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินหัวเราะก่อนตอบว่า “แหม่ ถามนำ วันนี้ย้ายแค่ สมช.มาเป็นปลัดสำนักนายกฯ ก่อน”

เมื่อถามอีกว่า ในตำแหน่ง สมช.ใครจะมานั่ง  นายอนุทินตอบว่า เดี๋ยวถึงเวลาก็เข้า ครม. ถามย้ำว่าใช่ พล.อ.ชัยพฤกษ์หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า ถึงเวลาก็เข้า ครม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผวจ.บุรีรัมย์ผงาด‘สถ.’ ปปช.สาวถึงแค่อธิบดี!

ครม.ไฟเขียวบิ๊ก มท. 20 ตำแหน่ง ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ขึ้นชั้นคุม สถ. ขณะที่ “ผู้ว่าฯ นครฯ”  โยกดูกรมที่ดิน  “เซมเบ้” ตายยากดู ปภ. ขณะที่ “ธีรุตม์” เข้ากรุ

นายกฯ ลั่นการข่าวต้องปรับอีกเยอะ เหตุป่วนใต้ถี่ยิบ สั่ง มทภ.4 สอบให้ชัดเจนปมยิงจาก ฮ.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองหรือไม่ ว่า ถ้าตนลงไปจะทำความลำบากให้กับเจ้าหน้าที่เปล่าๆ แต่การสั่งการให้แนวทางปฏิบัติเตรียมความพร้อมของผู้เกี่ยวข้องได้มารายงานและหารือนำไปสู่การปฏิบัติ

นายกฯ ยืนยันไม่มีเฮลิคอปเตอร์ยิงใส่ประชาชน

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงการทาบทาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ให้มาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แทนนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการ สมช.