ผวจ.บุรีรัมย์ผงาด‘สถ.’ ปปช.สาวถึงแค่อธิบดี!

ครม.ไฟเขียวบิ๊ก มท. 20 ตำแหน่ง ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ขึ้นชั้นคุม สถ. ขณะที่ “ผู้ว่าฯ นครฯ”  โยกดูกรมที่ดิน  “เซมเบ้” ตายยากดู ปภ. ขณะที่ “ธีรุตม์” เข้ากรุ “อนุทิน” ยัน “ปิยะ” ขึ้นอธิบดีเหมาะสม ขณะที่ ป.ป.ช.เผยคืบหน้าคดีโกงสอบท้องถิ่น   ปัดตอบเส้นเงิน 9 พันล้านจริงหรือไม่ ยังไม่พบหลักฐานถึงฝ่ายการเมือง เจอสูงสุดระดับอธิบดี 2 คน  ลั่นไม่มีตัดตอนใครแน่ 

 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอการแต่งตั้งข้าราชการดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จำนวน 20 ราย  ดังนี้ 1.นายจำเริญ แหวนเพ็ชร พ้นจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นรองปลัดกระทรวง 2.นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ เป็นรองปลัดกระทรวง 3.นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าฯ นครราชสีมา เป็นรองปลัดกระทรวง 4.น.ส.อโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าฯ  นครปฐม เป็นรองปลัดกระทรวง

​​ 5.นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง  6.นายสมชาย ลีหล้าน้อย ผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช  เป็นอธิบดีกรมที่ดิน 7.นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร  รองปลัดกระทรวง เป็นอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 8.นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์  อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง 9.นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 10.นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์  ผู้ว่าฯ จันทบุรี เป็นผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา 11.นายทศพล  เผื่อนอุดม ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นผู้ว่าฯเชียงใหม่ 12.น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าฯ  ฉะเชิงเทรา เป็นผู้ว่าฯ ตราด

 13.นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ ตาก ​14.นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าฯ สุพรรณบุรี เป็นผู้ว่าฯ นครราชสีมา 15.นายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าฯ มหาสารคาม เป็นผู้ว่าฯ นครสวรรค์ 16.นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าฯ  ปทุมธานี เป็นผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ 17.น.ส.ธนียา นัยพินิจ  ผู้ว่าฯ พิจิตร เป็นผู้ว่าฯ ปทุมธานี 18.นายชาธิป   รุจนเสรี ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร เป็นผู้ว่าฯ สระแก้ว 19.นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าฯ ตราด เป็นผู้ว่าฯ  สุพรรณบุรี 20.นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวง เป็นผู้ว่าฯ อุดรธานี ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1  ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยว่า เป็นไปตามวาระปกติ มีคนเกษียณอายุราชการก็มีการแต่งตั้งโยกย้ายตามฤดูกาลปกติ

เมื่อถามว่า การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ยึดหลักอะไร เพราะก่อนหน้านี้ต้องการเรียกความเชื่อมั่นจากประชาชน นายอนุทินกล่าวว่า ยึดหลักคุณธรรมความเหมาะสม และยึดหลักว่าคนที่เราแต่งตั้งมาทำหน้าที่แต่ละตำแหน่งต้องยึดถือประโยชน์ประชาชนเป็นเป้าหมายแรก

 ส่วนกรณีโยกย้ายนายปิยะ ปิจนำ จาก ผวจ.บุรีรัมย์ มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) นายอนุทินตอบว่า เป็นไปตามการหมุนเวียนโยกย้ายและความเหมาะสมในหน้าที่ของการทำงาน ผวจ.แต่ละจังหวัดมีองค์ความรู้วิธีการร่วมกันกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราก็ดำเนินการตามความเหมาะสมและอาวุโส

โกงท้องถิ่นไม่ถึงนักการเมือง

นายอนุทินกล่าวถึงกรณีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งมีชื่อนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ  ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีเกี่ยวข้อง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรบ้างว่า ข้อเท็จจริงไม่มีการโยง และตนไม่ทราบในรายละเอียด และมั่นใจว่าคนใกล้ตัวตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ แต่หากวันไหนมีส่วนเกี่ยวข้อง มีหลักฐาน ก็ถูกดำเนินคดีทุกรายไม่เว้นแม้แต่ใคร ต้องมีหลักฐาน อย่ามาพูดลอยๆ แบบนี้ไม่ได้

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวนคดีทุจริตการจัดสอบท้องถิ่น พ.ศ.2568 ว่า  ป.ป.ช.รับเป็นคดีพิเศษ รับไว้ไต่สวน 2 ประเด็นหลักคือ กรณีมีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่และผู้บริหารของกรม สถ.เข้าไปทุจริตในการสอบแข่งขันข้าราชการในปี 2568 กรณีแรกเรื่องการล็อกสเปก กำหนด TOR เอื้อประโยชน์ให้กับผู้เสนอราคาเข้าไปดำเนินการรายหนึ่งรายใด โดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือที่เรียกว่าล็อกสเปก เป็นความผิดฐานฮั้ว ประการที่สอง การทุจริตแอบอ้างและเรียกรับกรณีมีการสอบบรรจุบุคคลเข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น

ส่วนกรณีคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่ามีเส้นเงินกว่า 9,000 ล้านบาทในคดีนี้ เรื่องนี้ทาง ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อมูลจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) จึงยังตอบไม่ได้ ได้ยินแค่ตามข่าว แต่ไม่ขอยืนยัน แต่จะมีการขยายผลเรื่องเส้นเงินไปจนสิ้นสุดว่าถึงใครบ้าง และยืนยันว่า ป.ป.ช.ไม่มีการตัดตอนแน่นอน และไม่ใช่ว่าไม่มีเส้นเงินแล้วจะไม่มีความผิด

นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า การตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่มีการขยายผลย้อนหลังไปถึงปี 2564 ที่เกี่ยวข้องกับเทศบาลเมืองพัทยา  ป.ป.ช.พบว่ามีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน สูงสุดเป็นระดับอธิบดี สถ.ในขณะนั้น มีพฤติกรรมกระทำความผิดแก้ไขคะแนนสอบเหมือนกับปี 2568 และเป็นกลุ่มคนเดียวกัน  

เมื่อถามว่า ขณะนี้ ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้าราชการระดับอธิบดีไปแล้ว 2 คน คือนายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. กับอดีตอธิบดี สถ.เมื่อปี 2564 ใช่หรือไม่ นายเกียรติศักดิ์กล่าวว่า ใช่ และจะมีการสอบขยายผลไปถึงอธิบดีที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 64-68 ต้องมีการตรวจสอบและขยายผลว่ามีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องหรือไม่  โดยหลักฐานขณะนี้สามารถเอาผิดบุคคลได้สูงสุดอยู่ที่ระดับอธิบดี ยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง แต่ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะสอบไปให้ได้สุดทาง เพื่อให้ไปถึงตัวการ ซึ่งขณะนี้ได้แค่ตัวการระดับหนึ่ง แต่จะไปถึงระดับที่เป็นข่าวหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง