"เอกนิติ" เตรียมตัวเลขกางข้อมูลแจงสภา เหตุออก "พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน" ยันเศรษฐกิจไทยอ่วมจากพิษสงคราม ลามสู่วิกฤตค่าครองชีพ "ปชน." ลับมีดรอ ซัด 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงานไร้แผนชัด โครงการไม่ตรงปก-ไม่มีเนื้อ หวั่นเปิดช่องสู่ทุจริต ส่อล็อกสเปกเอื้อเครือข่ายน้ำเงิน ปชป.ส่ง "มาร์ค-กรณ์-ชัยชนะ" ชำแหละ รัฐบาลจ่อเคาะ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" เพิ่ม 1 ล้านสิทธิ ลงทะเบียน 1 ต.ค.
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจไทยสะสมมานาน ขณะที่ไตรมาส 2 ปี 2569 ยังได้รับผลกระทบจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง จนกลายเป็นวิกฤตค่าครองชีพ จากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น หากรัฐบาลไม่เร่งหยุดวงจรวิกฤตดังกล่าว ปัญหาจะเดินหน้าไปสู่วิกฤตของการชะลอการใช้จ่าย และไปสู่ปัญหาการตกงานในที่สุด ดังนั้น ผลกระทบดังกล่าวจึงกลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการเดินหน้าออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน วงเงิน 4 แสนล้านบาท (พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน) ซึ่งจะได้มีการตอบข้อซักถามถึงความจำเป็นในมิติต่างๆ ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งรัฐบาลจะมีการยืนยันตัวเลขต่างๆ ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เครื่องชี้หรือตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาในขณะนี้ตรงกับที่ได้คาดการณ์เอาไว้
“หากเราไม่หยุดวงจรวิกฤตนี้ เศรษฐกิจไทยอาจจะไม่ได้เจอแค่วิกฤตปากท้อง การดำเนินการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพยุง และประคองเศรษฐกิจและสถานการณ์ปากท้องของประชาชนไว้อยู่ เพราะปัญหาเศรษฐกิจไทยถูกสะสมมานาน เป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับ จึงเป็นที่มาของการออก พ.ร.ก.กู้เงินในครั้งนี้” นายเอกนิติกล่าว และว่า นอกจากนี้ รัฐบาลยังมุ่งมั่นในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านพลังงาน และปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ
นายเอกนิติกล่าวว่า ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน สิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุด 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ช่วยพยุงกำลังซื้อ ซึ่งถือเป็นปัญหาระยะสั้น ผ่านการประคับประคองเศรษฐกิจ 2.เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานทันที โดยเรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้กำชับให้กระทรวงต่างๆ เร่งนำเสนอโครงการเพื่อการเปลี่่ยนผ่านพลังงาน หลังจากที่ พ.ร.ก.กู้เงินเรียบร้อยไม่มีข้อสงสัยใดๆ และ 3.เร่งเรื่องการลงทุน ซึ่งจะเป็นหัวใจสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะธุรกิจของคนไทย และเอสเอ็มอีไทย
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงความชัดเจนในโครงการไทยเที่ยวไทยพลัสว่า จะเริ่มลงทะเบียน 1 ต.ค.นี้ โดยจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือน ก.ย. ซึ่งขณะนี้ระบบหลังบ้านพร้อมแล้ว เหลือเพียงแค่เคาะเกณฑ์เงื่อนไข โดยจะใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง และจากการหารือกับนายเอกนิติและนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่าจะพร้อมใช้เดือน ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกัน จะมีการขยายสิทธิจากเดิมที่ตั้งไว้ 500,000 สิทธิ เป็น 1,000,000 สิทธิ โดยจะใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 3,500 ล้านบาท โดย 1 คนจะสามารถลงทะเบียนได้ 5 สิทธิ ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเพื่อที่จะต้องการเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์พลังงานในช่วงที่ผ่านมา
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุม ครม.เงา พรรคประชาชน ถึงการพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 26 ส.ค.นี้ว่า หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมา พบว่ามีความน่าสนใจหลายอย่าง โดยมีการระบุคำชี้แจงพยานที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการคลัง 3 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านการคลัง 1 คน ซึ่งหลายคนเห็นตรงกันในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานใน 2 แสนล้านบาทหลังไม่ปรากฏแผนงานที่เป็นรูปธรรมที่จะทำให้เชื่อได้ว่าจะสามารถลดผลกระทบวิกฤตพลังงานนี้ได้
นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางในเรื่องของนิยามคำว่าความมั่นคงด้านเศรษฐกิจว่าได้สัดส่วนหรือไม่ อย่างไรกับความจำเป็นที่จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. และทำเรื่องการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนในเชิงโครงสร้างที่ต้องอาศัยระยะเวลากลางและระยะยาว รวมถึงมีการพูดเรื่องวินัยการเงินการคลัง เพราะการกู้ในครั้งนี้จะไปกระทบกับหนี้สาธารณะที่กำลังจะไปชนกับกรอบวินัยการเงินการคลังที่ได้กำหนดไว้ จากคำชี้แจงของผู้เชี่ยวชาญเป็นไปในทิศทางเดียวกับคำร้องของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และเป็นไปในทางเดียวกับคำวินิจฉัยส่วนตัวของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย
"หลังจากที่เราได้ติดตามการคิดเรื่องแผนงานของโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานของรัฐบาล เราพบความไม่ชอบมาพากลในหลายเรื่อง เช่น กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการให้แค็ตตาล็อกและอาจจะมีการล็อกรหัสสินค้าในบางประเภทเพื่อให้เกิดการจัดซื้อจัดจ้างแบบล็อกสเปกไปที่เจ้าใดเจ้าหนึ่ง" น.ส.ศิริกัญญาระบุ
นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการใช้จ่ายตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า มองว่ามีปัญหาตั้งแต่กระบวนการทำคำของบเงินกู้ก้อนนี้แล้ว แทนที่จะมีแผนลงมาก่อนว่าเราจะเดินการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปในทิศทางไหน ที่สำคัญที่สุดคือการกำหนดตัวชี้วัด 2 แสนล้านบาท ที่เราไม่รู้เลยว่าเป็นอย่างไร และอนาคตของประเทศหลังจากที่ใช้เงินหมดแล้วจะเป็นอย่างไร จึงกังวลว่ามีการทุจริตผ่านการจัดซื้อจัดจ้างในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นโครงการที่ไม่ตรงปกหรือไม่มีเนื้อ สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น และเป็นกระบวนการที่อาจจะเป็นกลไกผันเงิน 2 แสนล้านบาทนี้ไปสู่กระบวนการทุจริตคอร์รัปชัน
น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.วิสามัญ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ กล่าวว่า ในส่วนของ 2 แสนล้าน มีคีย์เวิร์ดโซลาร์เพื่อเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งจะต้องมีการจัดซื้อจัดจ้างและมีผู้รับเหมา สมมติว่าของจัดซื้อจัดจ้างมีมูลค่าหลาย 1 หมื่นล้านบาท หรือ 1 แสนล้าน หากไม่ได้เตรียมเอาไว้ก่อนผู้รับเหมาหรือคนที่ขายของที่เกี่ยวเนื่องกับสินค้าประเภทนี้ ไม่รู้ก่อนจะเตรียมทันได้อย่างไร ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการนี้เป็นเรือโนอาห์ ที่จะพาผู้รับเหมาของเครือข่ายสีน้ำเงิน หรือ สส.เครือข่ายสีน้ำเงินแบ่งกันกินแบ่งกันใช้หรือไม่
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงหลังการประชุม สส.พรรคว่า พรรคจะน้อมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้อำนาจรัฐบาลกู้เงินได้ แต่พรรคเห็นว่าปัจจุบันยังไม่มีเหตุวิกฤตที่จะต้องใช้วิธีกู้เงิน โดยพรรคได้วางตัวผู้พิจารณาอภิปรายอย่างเข้มข้นไว้ 3 คน ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค, นายกรณ์ จาติกวณิช และนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
DSIจับฮั้วสว.หลุด เปิดไต่สวน44ส้ม
“อนุทิน” ลั่นไม่เกี่ยวข้องคดีฮั้ว สว. เชื่อความเห็นใครไม่ได้ ต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ “ศุภชัย” ข้องใจสำนวนคดีฮั้ว
ยกเครื่องดับไฟใต้ อนุทินสั่งมทภ.4พิสูจน์ฮ.ไม่ยิงปชช.จ่อดึงเสธ.ทบ.คุมสมช.
นายกฯ ถกความมั่นคงติดตามสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่อง
ผวจ.บุรีรัมย์ผงาด‘สถ.’ ปปช.สาวถึงแค่อธิบดี!
ครม.ไฟเขียวบิ๊ก มท. 20 ตำแหน่ง ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ขึ้นชั้นคุม สถ. ขณะที่ “ผู้ว่าฯ นครฯ” โยกดูกรมที่ดิน “เซมเบ้” ตายยากดู ปภ. ขณะที่ “ธีรุตม์” เข้ากรุ
ควักงบ558ล้าน เยียวยาน้ำท่วม ชงประกัน3ภัย
ครม.อนุมัติงบกลาง 558 ล้านบาท เยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมปี 69
เร่งเคาะกก.นิรโทษกรรม ศาลลุยศึกษา‘บังคับโทษ’
"ภราดร" ระบุนิรโทษกรรมคดีการเมืองตั้งแต่ปี 48-68 ต้องเข้าคณะกรรมการทุกเคส
หนี้ครัวเรือนพุ่ง แตะ16.4ล้านล. เตือน‘เอลนีโญ’
สศช.เผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2569 การจ้างงานเพิ่ม 5.1% ผู้มีงานทำ 41.5 ล้านคน

