กกต.มีมติฟันอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.ขาดคุณสมบัติ รู้ตัวไม่มีสิทธิ์ยังฝืนลงสมัคร เสี่ยงคุกสูงสุด 10 ปี ตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี หากเป็น สว.ต้องคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ทั้งหมด แจง 28 ส.ค.ยังไม่ลงมติคดีฮั้ว "สว.พิสิษฐ์” ซัด “ไอติม-ไอลอว์” เปิดข้อมูลฮั้วเลือก สว. กล่าวหาเหมือนศาลเตี้ยล่าแม่มดหวังผลการเมือง "ฉัตรวรรษ” ปัดข่าว สว.สีน้ำเงินฉลองรอดคดี บอกแค่อยากกินข้าวกับ กมธ. "ไอติม" ฉวยเวทีกระทู้ถามสดสภาลากไส้ "นภินทร" เอี่ยวโกงเลือก สว. "ศุภชัย" ประท้วงเดือด "อนุทิน" โยนถาม "หมอชลน่าน" หลังมีชื่อขึ้นเวทีเสวนาฝ่ายค้าน "ตุลาการศาล รธน." เดินเผชิญสืบคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง "แสวง" โวตั้งแต่นำบาร์โค้ดลงบนกระดาษไม่ขัด รธน.
เมื่อวันที่ 27 ส.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารประกอบการสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พบผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และได้สมัครรับเลือก จึงได้เสนอเรื่องให้ กกต.พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
เอกสารระบุว่า การประชุม กกต. ครั้งที่ 46/2569 เมื่อวันอังคารที่ 19 พ.ค.2569 กกต.มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 74 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 จำนวน 1,605 คน และในการประชุมครั้งที่ 51/2569 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิ.ย.2569 มีมติให้ดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีก 162 คน รวมทั้งสิ้น 1,767 คน
มาตรา 74 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. พ.ศ.2561 กำหนดว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด ได้สมัครรับเลือก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็น สว. ให้ศาลมีคำสั่งให้ผู้นั้นคืนเงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำรงตำแหน่งดังกล่าวให้แก่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาด้วย
ท้ายเอกสารระบุว่า ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้ดำเนินคดีอาญา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยส่งเรื่องให้สำนักกฎหมายและคดีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ก่อนส่งให้สำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดดำเนินการตามขั้นตอนและอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ สำนักงาน กกต.ออกเอกสารข่าวประชาสัมพันธ์อีกเรื่อง ในหัวข้อ “28 สิงหาคม 2569 กกต. อยู่ระหว่างประชุมพิจารณาสำนวน สว. และลงมติสำนวน สว. ต่อไป” เนื้อหาโดยสรุปว่า ตามที่ปรากฏข่าวตามสื่อ กกต. จะประชุมเพื่อลงมติกรณีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการได้มาซึ่ง สว. ในวันที่ 28 ส.ค.2569 นั้น ขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง กกต.อยู่ระหว่างพิจารณาสำนวน สว. และลงมติสำนวนดังกล่าวต่อไป
"สำนักงาน กกต.ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการพิจารณาสำนวน สว.ดังกล่าว ดำเนินการด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักกฎหมาย เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด" ท้ายเอกสารข่าวระบุ
ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แถลงกรณีรายงานการสอบสวนการเลือกตั้ง สว.หลุดเผยแพร่ต่อสาธารณะว่า หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือ iLaw ได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่มุ่งเน้นการเปิดเผยข้อมูล โดยระบุเพื่อประโยชน์ต่อสังคมที่เกี่ยวกับคดีของ สว.
นายพิสิษฐ์กล่าวว่า วันนี้ต้องตั้งคำถามกลับไปยังนายพริษฐ์และนายยิ่งชีพ เรื่องความถูกต้องของข้อมูล การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อมูลที่ถูกเปิดเผยต่อสังคม ท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นข้อเท็จจริง ไม่ใช่การจับแพะชนแกะตามที่ท่านนำมากล่าวอ้าง หลายส่วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การเผยแพร่ต่อสาธารณะเข้าข่ายการละเมิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) หรือไม่ และหากนำข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไม่เป็นความจริง การเผยแพร่ข้อมูลอาจมีสุ่มเสี่ยงที่จะมีความผิดฐานนำข้อมูลประเทศเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงความผิดหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
ไอติม-iLaw ทำคดีฮั้วแฝงการเมือง
"มีการแอบแฝงเรื่องวัตถุประสงค์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ เพราะมีการชี้นำ และพยายามกดดันองค์กรอิสระที่มีดุลยพินิจและความชอบตามกฎหมายอยู่แล้วในการทำงาน เป็นการกระทำและกล่าวอ้างในลักษณะศาลเตี้ยล่าแม่มดบนสื่อออนไลน์ ทำให้ สว.หรือบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องถูกตัดสินไปแล้วล่วงหน้า การเปิดประเด็นแบบนี้ทำไปเพื่อประโยชน์สาธารณะจริงหรือไม่ มีเจตนาแอบแฝงหรือเพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดหนึ่งหรือไม่ ส่วนที่นายยิ่งชีพโพสต์ไม่ชอบฉายาว่าพลีชีพ แต่การที่นายยิ่งชีพพยายามดูถูกด้อยค่า สว.อย่างต่อเนื่อง คงต้องถามถึงใจเขาใจเราว่านายยิ่งชีพจะให้ สว.ถูกวิจารณ์อย่างไม่สุจริตและเป็นธรรมหรือไม่" สว.รายนี้ระบุ
ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. กล่าวถึงกรณีมีข่าว สว.กลุ่มหนึ่งนัดรับประทานอาหารร่วมกันเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่ร้านอาหารย่านพระราม 7 เพื่อฉลองรอดคดีฮั้ว สว.ว่า เข้าใจผิด ไม่มีอะไร เป็นเรื่องของ กมธ.ไปดูแลเจ้าหน้าที่เท่านั้นเอง ไปถามข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ได้ อย่าให้ตนตอบอะไรไปมากกว่านี้ เมื่อถามว่านัดกันอยู่แล้วไม่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วใช่หรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษกล่าวว่า ไม่เกี่ยวเลย อยากกินข้าว ก็แค่นั้นเอง ไม่มีนัดกับใครทั้งนั้น ไปดูภาพได้
ซักว่ามองจุดประสงค์คนที่ออกมาเปิดเผยข้อมูลเรื่องนี้อย่างไร สว.รายนี้ระบุว่า พูดไปเรื่อยเปื่อย เราเฮสนุกสนานกันได้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องฉลองอะไร เราก็มีความสุขของเรา
วันเดียวกัน ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธาน วาระพิจารณากระทู้ถามสดของนายพริษฐ์ เรื่องข้อกล่าวหาการทุจริตของนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยถามนายนภินทร แต่นายนภินทรติดภารกิจขอเลื่อนตอบกระทู้ อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์ได้แสดงความผิดหวังที่ได้รับหนังสือชี้แจงสาเหตุที่นายนภินทรไม่สามารถมาตอบกระทู้ได้ อ้างว่าติดภารกิจตรวจราชการที่จังหวัดราชบุรี
นายพริษฐ์กล่าวว่า หัวข้อที่ตนตั้งถามนายนภินทรเกี่ยวข้องกับการทุจริตที่รัฐมนตรีอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง คือเรื่องการได้มาซึ่ง สว. หรือคดีโกง สว. โดยนายนภินทรเป็น 1 ใน 229 คนที่ถูกกล่าวหา ซึ่งหลักฐานที่ตนได้รับมานั้นย่อมเป็นข้อมูลและข้อกล่าวหา แต่หากเป็นเรื่องจริงก็จะบ่งชี้ชัดว่านายนภินทรเกี่ยวข้องกับการโกง สว. เพราะข้อมูลบ่งชี้ช่วงไม่นานก่อนการเลือก สว. มีผู้สมัคร สว.ท่านหนึ่ง ขอเรียกว่านายเอ ได้เข้าไปพบกับนายนภินทรสมัยที่เป็น รมช.พาณิชย์ถึง 2 ครั้ง
"อยากถามนายนภินทรว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ท่านได้มีการเชิญผู้สมัคร สว.ไปพบรัฐมนตรีที่ห้องทำงานของตัวเองในวันที่ 24-25 มิ.ย.2567 หรือไม่ ผมว่าท่านไม่กล้าปฏิเสธ และจะยอมรับว่าการประชุมดังกล่าวในวันดังกล่าวเกิดขึ้นจริง" นายพริษฐ์กล่าว อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ลุกขึ้นประท้วงว่า กระทู้สดต้องเป็นกระทู้ถามเกี่ยวกับการบริหารราชการของรัฐมนตรี แต่ที่ท่านกำลังพูดเป็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งไม่เกี่ยวกับการบริหารราชการในฐานะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ
จากนั้นนายโสภณวินิจฉัยว่า ขอนายพริษฐ์อย่าลงรายละเอียดมาก โดยนายพริษฐ์ระบุว่า เรื่องนี้ไม่ได้ไม่เกี่ยวข้องกับญัตติของตน แต่จะเป็นการเซตบรรทัดฐาน ทำให้นายศุภชัยลุกขึ้นประท้วงอีกครั้งขอให้ประธานควบคุมการประชุม พร้อมระบุประเด็นอยู่ที่วันนี้หากรัฐมนตรีไม่มา ท่านก็ควรที่จะยุติญัตติ แบบนี้เป็นลักษณะของการตีหัวเข้าบ้าน
ต่อมานายพริษฐ์แถลงถึงคดีฮั้ว สว. ตอนหนึ่งว่า เราเรียกร้องมาตลอดว่า กกต.ควรทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ควรจะสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปยังศาลฎีกา เกณฑ์ที่ กกต.ต้องใช้คือตั้งคำถามว่า มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตการโกง สว.หรือไม่ ซึ่งหลายกรณีที่เรานำเสนอ แม้อาจจะไม่ได้เป็นหลักฐานที่พิสูจน์จนสิ้นข้อสงสัย แต่เป็นหลักฐานที่ควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริต
ถามว่า ล่าสุด กกต.มีมติส่งดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว.ที่ไม่มีคุณสมบัติ แต่ยังสมัครรับเลือก สว.จำนวน 1,767 คนว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีผู้สมัครที่ขาดคุณสมบัติ ก็ถูกต้องแล้วที่ กกต.ดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ก็สงสัยที่ กกต.ใช้เวลานานกว่า 2 ปี ทั้งที่หลายเรื่อง เช่น ผู้สมัครที่เป็นพ่อ แม่ ลูก หรือสามี ภรรยา ควรตรวจสอบรู้ตั้งแต่วันที่รับสมัครแล้ว เพราะฐานข้อมูลอยู่ในกรมการปกครอง ส่วนตัวเลขกว่า 1,700 คน ต้องไปดูในรายละเอียด
กกต.มั่นใจบาร์โค้ดไม่ขัด รธน.
นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงกรณีเปลี่ยนสถานที่จัดกิจกรรม "ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ที่โรงแรมพูลแมน คิง พาวเวอร์ ในวันที่ 29 ส.ค." ว่า เพิ่งได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่รัฐสภา ว่าทางโรงแรมพูลแมนซึ่งเราได้ประสานใช้พื้นที่จัดเสวนาเวทีผู้นำฝ่ายค้าน ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ แต่กลับเปลี่ยนการตัดสินใจ แจ้งขอให้เราเลื่อน หรือไม่จัดงานดังกล่าวที่โรงแรมพูลแมนในวันดังกล่าว ซึ่งก็ไม่เป็นไร เนื่องจากความจริงตนได้มีการประสานจองห้องประชุมที่รัฐสภาไว้เป็นแผนสำรองตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ดังนั้นยังจัดกิจกรรมเวทีผู้นำฝ่ายค้านฯ เช่นเดิม แต่เปลี่ยนมาเป็นที่รัฐสภาแทน เมื่อย้ายมาจัดที่สภาแล้วสามารถรับรองผู้ร่วมงานได้มากขึ้น จึงจะเปิดลงทะเบียนเพิ่ม" นายพริษฐ์กล่าว
ทั้งนี้ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ มีหนังสือถึงนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาฯ สภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงกรณีตัดสินใจยกเลิกการให้ใช้สถานที่จัดงานสัมมนาของเวทีผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เนื้อหาโดยสรุปว่า ในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา งานได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสาธารณชนอย่างมาก ประกอบกับมีข้อมูลและบริบทที่ปรากฏต่อสาธารณะ ซึ่งอาจทำให้ลักษณะของงานถูกเข้าใจหรือถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมือง
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.น่าน พรรคเพื่อไทย มีชื่อขึ้นเวทีฝ่ายค้านหัวข้อ ‘การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น’ วันที่ 29 ส.ค.นี้ ซึ่งพบว่ามีชื่อนายยิ่งชีพ ที่คาดว่าจะมีเรื่องคดีฮั้ว สว.ว่า ไม่ทราบเลยเรื่องฮั้ว สว. จะมาถามตนทำไม ตนไม่เกี่ยว ตนเป็นรัฐบาล ส่วนที่มีชื่อตนอยู่ในสำนวน กกต. เมื่อถึงเวลาที่เขาต้องการให้ตนชี้แจงหรือไปแถลงอะไร ก็ทำตามกฎหมาย
"เรื่อง นพ.ชลน่านขึ้นเวทีผมไม่ทราบ พรรคใครพรรคมัน การเป็นพรรคร่วม คือเรามาบริหาราชการแผ่นดินร่วมกัน นพ.ชลน่านไม่ได้เป็นคณะรัฐมนตรีอยู่ในรัฐบาลของผม และก็ไม่ค่อยได้เจอ นพ.ชลน่าน ซึ่งคงต้องไปถาม นพ.ชลน่านเอง" นายอนุทินกล่าว
ในส่วนความคืบหน้าคดีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง มีรายงานว่า เวลา 10.30 น. ศาล รธน.มอบหมายให้นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์ ตุลาการศาล รธน. พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมตรวจหลักฐาน สถานที่เก็บบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้งที่เหลือ บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้งที่ใช้สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ที่สำนักงานเขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดยมีคู่ความเข้าร่วมตรวจสอบพยานหลักฐาน ประกอบด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต., ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต., นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง สำนักงาน กกต. และผู้ตรวจการแผ่นดิน ในฐานะผู้ร้อง เดินทางมาร่วมตรวจสอบพยานหลักฐานด้วยเช่นกัน
หลังจากใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 ชม. นายแสวงให้สัมภาษณ์ว่า การเผชิญสืบในวันนี้เพื่อตรวจสอบว่าสิ่งที่เราให้การต่อหน้าบัลลังก์เหมือนกับสิ่งที่เราพูดไปหรือไม่ คาดว่าศาลได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงครบถ้วนทุกประเด็นจนสิ้นกระแสความ
ถามว่า ก่อนจะถึงวันนัดฟังคำวินิจฉัยวันที่ 28 ก.ย.นี้ ศาลได้ให้แนวทางในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างไรอีกหรือไม่ นายแสวงกล่าวว่า สำหรับทาง กกต. ศาลจะให้ทำคำแถลงปิดคดี ภายในวันที่ 11 ก.ย.เท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราตระหนักอยู่แล้ว ซึ่งเราได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เราทำว่าเพื่ออะไร เรามั่นใจตั้งแต่เรานำบาร์โค้ดลงในกระดาษแล้ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'จตุพร' ซัดกกต.หมกปัญหา จับตา 28 ก.ย.หากศาลตัดสินผลเลือกตั้งโมฆะ คงล้มทั้งกระดาน
'จตุพร' ชี้กกต.เริ่มเดินเผชิญกรรมคุกทุกขณะ 'แหวง' ปากกล้ายันวินาทีสุดท้ายเป็นปลื้มใส่บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดทำถูก แต่ก่อพิรุธ จับตา 28 ก.ย.ศาลตัดสินผลเลือกตั้งโมฆะหรือไม่ มึนก่อปัญหายังมากไม่พอ ดองตรวจสอบ สว. 2 ปี จะเอาโทษอาญา ฟาดจ่าย-เรียกเงินโกงสอบท้องถิ่นกับปล้นชาติ ปชช.
'สมชัย' เดือด! จ่อบุก กกต. ไล่บี้เช็กบิล 'ณัฐวุฒิ'
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอเชิญร่วมเฟรม
กกต. เชิญชวนใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. จังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขตเลือกตั้งที่ 3 แทนตำแหน่งที่ว่าง ประกอบด้วย อำเภอเพ็ญ อำเภอสร้างคอม และอำเภอเมืองอุดรธานี (เฉพาะตำบลบ้านขาว) ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. ณ หน่วยเลือกตั้งที่ท่านมีชื่อ โดยท่านจะได้รับบัตรเลือกตั้ง สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 1 ใบ
เดินหน้า2แสนล. ปฏิรูป‘พลังงาน’ ยํ้าไม่ตีเช็คเปล่า
รัฐบาลย้ำหลังสภาไฟเขียว "พ.ร.ก.กู้เงิน" เดินหน้าทันที 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยันไม่กู้มากอง-ไม่ตีเช็คเปล่า
โยนกองทัพสอบยิงจากฮ. นย.ยันคุมพื้นที่5อำเภอได้
“นายกฯ" ยันไร้อำนาจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปม ฮ. ยิงวัยรุ่นจะแนะ
‘อนุทิน’หนุนทร. จัดหาอาวุธเพิ่ม เมินเขมรแจ้งจับ
"นายกฯ" ขึ้น “เรือหลวงจักรีนฤเบศร" ตรวจความพร้อมรบ “กองทัพเรือ” กลางทะเลอ่าวไทย ชมศักยภาพกำลังเรือฟริเกต

