โยนกองทัพสอบยิงจากฮ. นย.ยันคุมพื้นที่5อำเภอได้

“นายกฯ" ยันไร้อำนาจตั้งคณะกรรมการตรวจสอบปม ฮ. ยิงวัยรุ่นจะแนะ เหตุพื้นที่อัยการศึก "บิ๊กเกรียง" ชี้แก้ไฟใต้ข่าวกรองมวลชนสำคัญสุด ลั่นสมัยตนไม่เคยใช้  ฮ.ปฏิบัติการ เชื่อฝ่ายบริหารอาจปรับบุคคลให้เหมาะสมกับพื้นที่ “นย.” ยันคุมพื้นที่ในความรับผิดชอบได้ ไร้ปัญหาขัดแย้ง “ฉก.นราธิวาส”

เมื่อวันที่ 27 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ สส.ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกร้องและยื่นหนังสือให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และเร่งแก้ไขปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้อ้างว่าถูกยิงจากบนเฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่อำเภอจะแนะ   จังหวัดนราธิวาส ว่ากรณีนี้ พล.ท.นรธิป โพยนอก  แม่ทัพภาคที่ 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ซึ่งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์และมีอำนาจสูงสุดในพื้นที่ ได้ยืนยันแล้วว่าไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น รวมทั้งในพื้นที่ก็ได้มีการประกาศกฎอัยการศึกด้วย อย่างไรก็ตาม ทราบว่าแม่ทัพภาคที่ 4 จะเปิดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จของเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะต้องรอผลการตรวจสอบต่อไป

ทั้งนี้ ต่อกรณีที่มีข้อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯ นั้น จำเป็นจะต้องตรวจสอบข้อกฎหมายด้วยว่านายกรัฐมนตรีสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากมีผู้บัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่อยู่แล้ว และเป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึกและการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นการให้อำนาจสูงสุดแก่ทหาร พร้อมเท้าความถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศกฎอัยการศึก ก่อนการปฏิวัติในปี พ.ศ.2557 รัฐบาลในขณะนั้นก็ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้เช่นกัน

ที่หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานนาวิกโยธิน (ฉก.ทพ.นย.) อ.บาเจาะ จ. นราธิวาส ศูนย์ประสานงานปฏิบัติที่ 5 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.5) นำคณะสื่อมวลชนรับทราบภารกิจในพื้นที่ความรับผิดชอบของหน่วย น.ท.นราศักดิ์ บายคายคม หัวหน้าฝ่ายยุทธการ ฉก.นย.ทร. กล่าวถึงกรณีข้อบกพร่องงานด้านการข่าว จนทำให้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบหลายจุดเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ไม่ทราบว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หรือจุดใด กรณีที่เกิดขึ้นเป็นการก่อกวน ไม่มีผู้เสียชีวิตหรือกระทบพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญ ส่วนกรณีของ อบต. เป็นจุดที่ไม่ได้มีกำลังหนาแน่นอยู่แล้ว

สำหรับการทำงานด้านการข่าวของนาวิกโยธิน ได้คัดเลือกแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือระดับปฐมภูมิ สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ รายงานถูกต้อง รวดเร็ว เข้าถึงสถานการณ์ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความรุนแรงในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอรับผิดชอบ ซึ่งสามารถระบุได้ว่า ในตำบลต่างๆ ใครเป็นหัวหน้า และใครเป็นลูกทีมในการปฏิบัติ จากการพิสูจน์ทราบทำให้รู้ว่าสมาชิกแต่ละระดับมีใครบ้าง เช่น แกนนำคุมพื้นที่ 6 คน, แกนนำเขตทหารจำนวน 15 คน, มือประกอบระเบิดจำนวน 6 คน และสมาชิกที่ก่อเหตุรวม 256 คน นอกจากนั้นการติดตามเยาวชนกลุ่มเสี่ยงพิสูจน์ทราบได้ว่ามีทั้งหมด 17 กลุ่ม

“จากการปฏิบัติการด้านการข่าว หน่วยสามารถตรวจพบการขุดหลุมล่อและทำร้ายเจ้าหน้าที่รวม 7 หลุม มีการติดตั้งวงจรระเบิดและใช้ฟางคลุมไว้ ซึ่งอยู่ในพื้นที่แนวลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ หลังจากพบแล้วได้มีการวิเคราะห์วางแผนและจัดชุดเข้าตรวจเพื่อสังเกตว่าผู้ก่อเหตุรุนแรงจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้าเข้ามาสังเกตการณ์ก็จะควบคุมตัวไว้ แต่ถ้าไม่มีการเข้ามาสังเกตการณ์ก็จะทำลายหลุมดังกล่าวไป”

น.อ.พานุรัตน์ อุ่นญาติ รอง ผบ.ฉก.นย.ทร.  กล่าวว่า เหตุการณ์ตรงนี้ไม่เหมือนเหตุการณ์สู้รบไทย-กัมพูชา ที่เรารู้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่คนในชาติเดียวกัน แต่ตรงนี้คือคนไทยด้วยกัน ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร จึงไม่ใช่เรื่องที่จะจบง่ายๆ ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ตั้งแต่ระดับการวางยุทธศาสตร์  กำหนดนโยบาย รวมถึงฝ่ายปฏิบัติ พร้อมมองว่าถ้าคนหมู่บ้านปฏิเสธขบวนการก่อความไม่สงบฯ   โดยการไม่ให้ใช้พื้นที่ก็จะช่วยได้มากขึ้น ทุกวันนี้เรายังต้องแยกปลาแยกน้ำให้ได้ ซึ่งต้องยอมรับว่ากำลังพลของเราสามารถเข้าไปสร้างความเข้าใจในโรงเรียนปอเนาะได้ เพราะการทำงานในพื้นที่อย่างยาวนาน จะมีความคุ้นเคย โดยยืนยันว่าการทำงานภายใต้ ฉก.นราธิวาส ไม่มีปัญหา

ที่รัฐสภา นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ  กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงผลการพิจารณาปัญหาชายแดนภาคใต้ทั้ง 4 จังหวัดว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษในเรื่องปัญหาชายแดนภาคใต้ทั้ง 4 จังหวัด ทาง กมธ.ได้สอบถามว่ามีการขับเคลื่อนอย่างไร และเหตุใดจึงปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นร้อยจุดภายในระยะเวลา 3 วันเหตุการณ์ถึงสงบ รวมทั้งเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ คือเรื่องเจ้าหน้าที่ยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ เหตุการณ์ดังกล่าวเจ้าหน้าที่ไม่มีการปะทะกับผู้ก่อเหตุเลย ทั้งที่ปรากฏในข่าวว่ามีผู้ก่อเหตุ 7-8 รายในแต่ละสถานที่ ทั้งนี้ กมธ.จะลงพื้นที่เร็วๆ นี้เพื่อไปดูสถานการณ์ในพื้นที่เกิดเหตุ และสอบถามเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ รองประธานคณะ กมธ. กล่าวสรุปถึงผลการพิจารณาว่า  กมธ.มีความเห็นร่วมกันว่างานข่าวกรองของ 3 จังหวัด 4 อำเภอในชายแดนใต้มีความล้มเหลว เนื่องจากไม่มีการตัดงบประมาณปี 2569 และในปี 2570 ก็ไม่มีการตัดงบประมาณในเรื่องของข่าวกรองแต่อย่างใด สำหรับการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 2 คน แต่ไม่ได้เกิดจากการทำร้ายของผู้ไม่ประสงค์ดี และได้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย โดยมีการควบคุมตัวและนำมาสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว และการเก็บวัตถุในเชิงนิติวิทยาศาสตร์ ทาง กมธ.ได้ลงพื้นที่พบว่าผู้ก่อการร้ายมีการทิ้งร่องรอยไว้หลายจุด จึงตั้งคำถามว่า หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดเก็บวัตถุในเชิงนิติวิทยาศาสตร์หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีการจัดเก็บไปแล้ว สำหรับการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ พบกระสุนติดอยู่บนรถจักรยานยนต์ ซึ่งสามารถบรรจุในปืน M16 และ HK ได้ ประเด็นนี้ขอให้รอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงต่อไป

พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนใต้ในปัจจุบันว่า สถานการณ์ชายแดนใต้ค่อนข้างที่จะมีความซับซ้อนอยู่ในตัวมันเอง ประเด็นที่สำคัญคืองานด้านการข่าว ในประชาคมข่าวกรองชายแดนใต้จะประกอบด้วยหน่วยข่าวหลายส่วน ทั้งสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กอ.รมน.ภาค 4 หรือหน่วยงานข่าวอื่นๆ ที่จะต้องทำงานร่วมกัน หากเราได้ข่าวสารต่างๆ นำมาประมวลภาพและวิเคราะห์เพื่อหาวิธีดำเนินการกับข่าวนั้น  อาจเป็นช่องว่างในการนำข้อมูลต่างๆ ไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งต้องใช้กลยุทธ์การป้องปรามเป็นหลัก  เรื่องนี้ต้องใช้หลายสิ่งหลายอย่างในหน่วยงานที่มีอยู่ ทั้งใช้กำลังลาดตระเวนเต็มพื้นที่ในการปฏิบัติ หรือกลยุทธ์ลับลวงพรางในการปฏิบัติ ตนเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ทราบดี แต่ช่องว่างที่เกิดขึ้นก็เกิดจากการบริหารพื้นที่ ผู้ก่อเหตุจะกระทำก็ต่อเมื่อเป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม

 เมื่อถามว่า การข่าวของเราไม่ได้อ่อนใช่หรือไม่ พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ไม่มั่นใจในเรื่องการข่าว แต่ในประสบการณ์ที่ผ่านมา งานด้านการเป็นข่าวเป็นเรื่องสำคัญ การข่าวที่แม่นยำคือการข่าวจากมวลชน ถ้าเรามีความต่อเนื่อง ให้ความไว้วางใจกับเขาและเชื่อมั่นในตัวเขา เราก็จะมีโอกาสได้การข่าวที่ชัดเจนนำไปสู่การวางแผนปฏิบัติเพื่อให้การก่อเหตุชะงักงันและระงับความรุนแรงได้ ที่ตนบอกว่าเป้าหมายชัด โอกาสมี ทางหนีพร้อม หากเป้าหมายพร้อมแต่ไม่เปิดโอกาส ปิดรอยต่อ ทำให้เขาหนีไม่ได้ เขาก็ไม่ทำ

เมื่อถามถึงกรณีที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว  รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ  ยอมรับว่าเราทราบการข่าวล่วงหน้าแต่ยังมีความไม่แม่นยำ จะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า การข่าวเราทราบมาแล้ว แต่จะนำไปสู่การปฏิบัติหรือไม่ ยืนยันว่าการข่าวที่แม่นยำต้องมาจากมวลชน ตนก็ได้ข่าวมามากมายจากงานมวลชนที่ทุ่มเททำมาร่วม 20 ปี ซึ่งขณะนั้นที่ตนดำรงตำแหน่งเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับรายงานข่าวตลอดเวลา และได้รายงานต่อผู้บริหาร แต่ผู้บริหารไม่เชื่อมั่นในงานข่าว จนเกิดเหตุความไม่สงบในวันที่ 4  ม.ค.2547

ส่วนกรณีที่มีความเห็นต่างเรื่องการปฏิบัติทางด้านการทหาร ที่กล่าวอ้างว่ามีการยิงประชาชนจากเฮลิคอปเตอร์ใน อ.จะแนะ พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ไม่ทราบ ในสมัยยุคของตนไม่เคยใช้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นปฏิบัติการ และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้

เมื่อถามสถานการณ์ชายแดนใต้หลังเปลี่ยนผ่านรัฐบาลดูถี่ขึ้น บุคคลที่รัฐบาลแต่งตั้งให้เข้าไปทำหน้าที่ในพื้นที่ มีความเหมาะสมหรือไม่ พล.อ.เกรียงไกรกล่าวว่า ผู้บริหารคงมองแล้วว่าต้องมีการปรับ ไม่ขอก้าวล่วง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง