"นายกฯ" เตรียมนัด ครม.พรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์สัปดาห์หน้า บอกยังไม่เคาะวัน-สถานที่ ยิ้มปัดตอบปรับ ครม.เวลานี้หรือไม่ "จุลพันธ์" ยันเสถียรภาพ รบ.ยังแน่นปึ้ก "ชลน่าน" แจงร่วมเสวนาเวทีฝ่ายค้าน ขอ "พท." แล้ว มั่นใจไม่กระทบสัมพันธ์ภูมิใจไทย "ปชน." เล็งยื่น "ป.ป.ช." ฟัน "กกต." ยกแก๊ง ยื้อคดีฮั้ว สว. "นภินทร” ซัดเดือด "ไอติม-ยิ่งชีพ" จินตนาการกล่าวหาเอื้อฮั้ว สว. โต้ทุกข้อสงสัย บอกไม่โง่ทำผิด กม.ต่อหน้า ขรก. 8-9 คน "รองเลขาฯ กกต." แจ้งกองปราบฯ ดำเนินคดีไอลอว์เผยแพร่เอกสารความเห็นคดีฮั้ว สว. "อภิสิทธิ์" เตือนพรรคการเมืองยึด สว.-กินรวบองค์กรอิสระฟอกผิดฝ่ายบริหาร ถามกำลังใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือเปล่า
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการนัดหมายพรรคร่วมรัฐบาลรับประทานอาหารว่า เมื่อเช้า (28 ส.ค.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้มาหารือราชการ และสัปดาห์หน้าก็น่าจะได้นัดกัน แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน
ถามว่า จะเป็นการนัดหมายรัฐมนตรีหรือ สส.ก่อน นายอนุทินกล่าวว่า เป็นการพบกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อน เมื่อถามว่าจะใช้สถานที่ใด นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่รู้เลย ยังไม่ได้นัดวัน ซักว่าเมื่อมีการนัด ครม.รับประทานอาหารคนมองเรื่องการปรับ ครม. ยืนยันหรือไม่จะไม่มีการปรับ ครม.ในช่วงเวลานี้ นายอนุทินเพียงแต่ยิ้มและไม่ตอบคำถามดังกล่าว
ซักเรื่องโรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ มีหนังสือถึงเลขาฯ สภาผู้แทนราษฎร ไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่จัดงานสัมมนาของเวทีผู้นำฝ่ายค้านในวันเสาร์ที่ 29 ส.ค.นี้ นายกฯ มองอย่างไร นายอนุทินตอบทันทีว่า ไม่รู้เรื่องเลย อุ๊ย! จะไปรู้เรื่องทุกเรื่องได้อย่างไร บางเรื่องไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล
ก่อนนายกฯ ได้ย้อนถามว่า "เขาไม่ให้ใช้แล้วเหรอ" ผู้สื่อข่าวจึงตอบว่า เจ้าของสถานที่เกรงว่าจะไปกระทบแขกที่เข้าพักในโรงแรม โดยนายกฯ พยักหน้าก่อนจะกล่าวว่า การเสวนามันก็ไม่ได้มีห้องประชุมเดียว
ขณะที่นายจุลพันธ์กล่าวประเด็นนัดกินข้าวกับพรรคร่วมฯ ว่า นายกฯ ยังไม่แจ้งนัดรับประทานอาหารกับพรรคร่วมรัฐบาล ได้ข่าวว่าจะนัด แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลาสถานที่ ทราบว่าจะแบ่งเป็น 2 วง วงแรกจะเป็นในส่วนของรัฐมนตรีที่ร่วมรัฐบาล และวงที่สองเป็น สส.ของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด
ถามถึงกรณี นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีต สส.น่าน และอดีตหัวหน้าพรรค พท. เตรียมขึ้นเวทีฝ่ายค้าน หัวข้อ “การเมืองไทย ในวิกฤตความเชื่อมั่น” ในวันที่ 29 ส.ค. นายจุลพันธ์กล่าวว่า พท.เป็นพรรคที่เปิดกว้างอยู่แล้ว เราไม่ได้ห้ามสมาชิกไปดำเนินกิจกรรม ได้คุยกับ นพ.ชลน่านเมื่อวันที่ 27 ส.ค. ทราบว่าการที่สำนักผู้นำฝ่ายค้านประสานไป เนื่องด้วย นพ.ชลน่านเป็นอดีตผู้นำฝ่ายค้านฯ และเชิญเข้าไปร่วมในการเสวนาช่วงหนึ่งเท่านั้น
"ประเด็นที่ไปพูดไม่ได้มีประเด็นที่เกี่ยวกับรัฐบาล แต่ไปพูดในเรื่องของการสร้างความมั่นใจของสังคมต่อระบบการเมือง ซึ่งไม่ได้มีประเด็นที่ห่วงใยอะไร แต่วันนี้เมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นมาผมจะขอไปหารือกับ นพ.ชลน่านอีกครั้งว่าท่านมีความคิดเห็นอย่างไรในการที่จะไปร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ถ้ากิจกรรมเป็นเรื่องการเมืองมากจนเกินไป ก็จะเป็นการใช้งบประมาณรัฐเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดอย่างนั้น" นายจุลพันธ์กล่าว
ถามว่า เวทีของฝ่ายค้านที่ผ่านมาพุ่งเป้าไปที่การเมืองตลอด จะทำให้เกิดความระหองระแหงกับพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ หัวหน้าพรรค พท.กล่าวว่า ไม่ครับ ความสัมพันธ์ของเรากับพรรคร่วมรัฐบาลดี เคยพูดกับนายกฯ วันนี้เราไม่ได้เป็นรัฐบาลร่วม แต่เราเป็นรัฐบาลของประชาชน เราทำงานด้วยกันไม่มีการแบ่งแยก และทำงานร่วมกันด้วยดีมาโดยตลอด จึงไม่เชื่อว่าจะมีเรื่องอะไรที่จะมาทำให้เราเกิดความสั่นไหวได้ ไม่มีอะไรที่จะมาทำให้เกิดความระหองระแหงใดๆ
ซักว่าเสถียรภาพของรัฐบาลยังแน่นอยู่ใช่หรือไม่ นายจุลพันธ์กล่าวว่า “แน่นปึ้ก”
ชลน่านยันไม่กระทบสัมพันธ์ รบ.
ด้าน นพ.ชลน่าน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ "เจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์" ถึงกรณีขึ้นเวทีพรรคร่วมฝ่ายค้านว่า เวทีดังกล่าวจัดโดยกลุ่มพรรคร่วมฝ่ายค้าน มีกำหนดจัดขึ้นที่รัฐสภา หลังผู้จัดเปลี่ยนสถานที่จากโรงแรมพูลแมนตามคำขอของเจ้าของสถานที่ โดยตนจะร่วมเสวนาในช่วง 09.30-11.00 น. หัวข้อ "การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น และผลกระทบต่อกลไกตรวจสอบถ่วงดุล" ร่วมกับอดีตผู้นำฝ่ายค้านฯ อีก 2 คน ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) และอดีตผู้นำฝ่ายค้านฯ
"ผมจะร่วมเฉพาะวงเสวนาของอดีตผู้นำฝ่ายค้านฯ ในช่วงเช้าเท่านั้น ไม่ได้เข้าร่วมวงเสวนาช่วงอื่นที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการเลือก สว.หรือร่วมเวทีกับกลุ่มเคลื่อนไหวภาคประชาชน" นพ.ชลน่านกล่าว
ถามว่า การขึ้นเตรียมขึ้นเวทีครั้งนี้ถูกตั้งคำถามจากสังคมการเมือง เพราะสังกัดอยู่พรรค พท.ซึ่งเป็นพรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรค ภท.เป็นแกนนำรัฐบาล นพ.ชลน่านยืนยันว่า หลังได้รับหนังสือเชิญอย่างเป็นทางการ ได้แจ้งให้พรรคพท.รับทราบล่วงหน้าแล้ว โดยพรรค พท.ไม่ได้ทักท้วง เตือนหรือห้ามไม่ให้เข้าร่วม เหตุผลสำคัญที่ตอบรับคำเชิญเนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านฯ และเวทีดังกล่าวเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบการเมืองและกลไกตรวจสอบเพื่อเสนอความเห็นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา
ซักว่าเวทีของฝ่ายค้านดังกล่าวมีประเด็นตรวจสอบการได้มาของ สว. รวมถึงประเด็นที่ถูกเรียกว่า สว.สีน้ำเงิน จะกระทบความไว้วางใจระหว่างพรรค พท.กับพรรค ภท.หรือไม่ นพ.ชลน่านกล่าวว่า ยิ่งทำให้ไว้ใจกันมากขึ้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายควรเป็นกระบวนการปกติในระบอบประชาธิปไตย การค้นหาความจริงไม่ควรถูกมองว่าเป็นการสร้างความขัดแย้งระหว่างพรรคการเมือง ประเด็นการเข้าร่วมเวทีดังกล่าวไม่ได้มุ่งตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาล แต่เป็นการหารือถึงปัญหาของระบบการเมือง กลไกตรวจสอบถ่วงดุล และกระบวนการเข้าสู่อำนาจขององค์กรต่างๆ
ที่รัฐสภา นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน (ปชน.) แถลงถึงกรณี กกต.มีมติดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร สว. จำนวน 1,767 ราย จากปัญหาขาดคุณสมบัติและข้อสงสัยเรื่องการทุจริตว่า ขอตั้งคำถามถึงกระบวนการทำงานของ กกต. เหตุใดจึงไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา เนื่องจากคดีอาญาปกติไม่ได้ส่งผลให้ สว. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยอัตโนมัติ ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการถูกมองว่าเป็นการซื้อเวลา ทั้งที่กระบวนการเลือก สว.ครั้งนี้ปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงการฮั้ว ทั้งเอกสาร โพยการลงคะแนน เส้นทางการเงิน และการประสานงานทางโทรศัพท์
โวยฟัน 1.7 พันสมัครสว.ยื้อเวลา
"พรรค ปชน.เตรียมยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.เป็นรายบุคคล พร้อมเรียกร้องให้ กกต.จำแนกตัวเลขให้ชัดเจนว่าในกลุ่มผู้ถูกดำเนินคดี 1,767 รายนั้น เป็น สว.ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่จริงกี่ราย และเป็น สว.สำรองกี่ราย เพื่อดำเนินคดีและเรียกคืนเงินสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย หากพบความผิดจริง เมื่อมีอะไรที่ไม่จริงก็ขอให้เถียงออกมา ใครที่ถูกกล่าวหาหรืออะไรที่ไม่เป็นจริง ก็หาหลักฐานมาหักล้าง" สส.พรรค ปชน.รายนี้ระบุ
ส่วนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้ภายหลังนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความว่าไม่ได้หนีปัญหา ไม่ได้หนีตอบกระทู้ และขอเชิญนายพริษฐ์และนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) มาพบเพื่อรับฟังข้อเท็จจริงและซักถามได้ในทุกประเด็น ในวันที่ 28 ส.ค.2569 เวลา 13.00 น. ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล กรณีตั้งกระทู้ถามเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงคดีฮั้วเลือก สว.ว่า ได้ทราบจากข่าวว่าทางรัฐมนตรีได้ชวนให้ไปร่วมรับฟังคำชี้แจงที่ทำเนียบฯ แต่ตนมีภารกิจที่จะต้องไปร่วมงานของ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าเป็นเดือน
"ผมจะรอฟังคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรีวันนี้ และหากผมยังมีประเด็นข้อสงสัยเพิ่มเติมที่ต้องการถามท่านรัฐมนตรี ผมจะขอสอบถามเพิ่มเติมหรือพิจารณาตั้งเป็นกระทู้สดวันพฤหัสบดีหน้าตามกลไกของสภา" นายพริษฐ์กล่าว
เช่นเเดียวกับนายยิ่งชีพ ให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า ไม่สะดวกไปตามคำเชิญเช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ทางช่อง 3 มีการสัมภาษณ์ดีเบตระหว่างนายพริษฐ์กับนายนภินทร ประเด็นที่นายพริษฐ์กล่าวหาว่าก่อนการเลือกตั้ง สว.เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.2567 มีผู้สมัคร สว. ชื่อนายเอ นามสมมติ ไปพบนายนภินทรที่ห้องทำงาน รมช.พาณิชย์ ถึง 2 ครั้ง คือวันที่ 24 และ วันที่ 25 มิ.ย.
ก่อนจะเข้าเนื้อหานายนภินทรได้ชี้แจงเหตุผลที่ไม่ได้ไปตอบกระทู้สดเมื่อวันที่ 27 ส.ค.ที่ผ่านมาว่า มีนัดหมายล่วงหน้า ร่วมประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วมจังหวัดซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ นอกจากนี้นายนภินทรถามย้อนว่า "แบบนี้ผมไร้จิตสำนึกหรือ?" ซึ่งทางนายพริษฐ์ยอมรับว่าเหตุผลรับฟังได้ แต่ไม่ตอบคำถามดังกล่าวและไม่ขอโทษใดๆ
ประเด็นต่อมานายนภินทรชี้แจงข้อกล่าวหา โดยปฏิเสธว่าไม่ได้เรียกนายเอไปพบในวันที่ 24 มิ.ย.เพื่อขอดูตัว และไม่ได้เรียกไปอีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อให้เซ็นใบลาออกไว้ล่วงหน้าตามที่ถูกกล่าวหา แต่นายเอได้มากับคณะของสภาเกษตรฯ เพื่อหารือเรื่องปัญหาไก่งวงแช่แข็งล้นตลาด โดยมีข้าราชการ 2 คนที่ถูกอ้างเป็นพยานร่วมอยู่ด้วย ซึ่งระหว่างคุยกันนายเอได้ขอให้ช่วยเรื่องเลือก สว. แต่ตนปฏิเสธไปว่าทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย และหัวหน้าพรรคก็มีหนังสือห้ามไม่ให้ไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้มีพยานอยู่เต็มทั้งห้อง พอวันที่ 25 มิ.ย. คณะของสภาเกษตรฯ ก็กลับมาอีก รวมทั้งนายเอด้วย ซึ่งในวันนั้นนายเอก็พูดเรื่องที่ขอให้ช่วยเรื่อง สว.อีก ตนก็เลยเชิญนายเอออกนอกห้อง โดยบอกว่าถ้าพูดเรื่องนี้ก็เชิญออกไป ซึ่งนายเอก็ออกไปด้วยความไม่พอใจ โดยในเหตุการณ์ดังกล่าวก็มีพยานอยู่ทั้งหมดเช่นกัน อีกทั้งก็ยังได้ให้การไปแล้วด้วย
'นภินทร' โต้เดือด 'ไอติม'
ต่อนายพริษฐ์ได้ถามค้านว่ามีการลงเลขตอบรับหนังสือราชการหรือไม่ นายนภินทรชี้แจงว่า ไม่มี เพราะเห็นว่าข้อเรียกร้องในหนังสือเป็นเรื่องที่ปฏิบัติไม่ได้ แต่มีเลขหนังสือออกจากสภาเกษตรฯ ราชบุรี อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม นายพริษฐ์กลับพยายามบอกว่า ข้อกล่าวหาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เชื่อได้ว่าตามคำบอกเล่าของนายเอ
ต่อมานายพริษฐ์เปิดข้อมูลว่า ในช่วงเวลาใกล้กัน มีผู้สมัคร สว.อีก 2 คนมาที่กระทรวงพาณิชย์ นายนภินทรจะปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่ได้พบกัน ซึ่งทางนายนภินทรปฏิเสธทันที นายพริษฐ์บอกว่าตนไม่ได้บอกว่าผู้สมัคร 2 คนดังกล่าวมาหานายนภินทร เพียงแต่บอกว่ามาที่บริเวณกระทรวงพาณิชย์ ทำให้นายนภินทรสวนกลับว่า นายพริษฐ์พยายามหยิบประเด็นเหล่านี้มาโยงเพื่อให้สังคมมีอคติ ข้าราชการกระทรวงพาณิชย์มีกว่า 4,000 คน ตนจะไปทราบได้อย่างไรว่ามาพบใคร นายพริษฐ์ไม่ควรเอาเรื่องนี้มาถาม และแสดงให้เห็นชัดว่าเจตนาไม่สุจริต
ในตอนท้ายนายพริษฐ์ถามว่า นายนภินทรจะปฏิเสธหรือไม่ว่าไม่เคยรู้จักกับ สว.ราชบุรีทุกคนมาก่อน ซึ่งนายนภินทรตอบทันทีว่า รู้จักทั้งหมด สว.ราชบุรีมี 2 คน เป็นนักธุรกิจ รู้จักกันมาก่อน ขณะที่นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการก็บอกว่า ไม่แปลกหรือผิดปกติที่ สส.กับ สว.จะรู้จักกัน
ทั้งนี้ตลอดการสนทนานายนภินทรสามารถชี้แจงได้อย่างชัดเจนทุกประเด็น ขณะที่นายพริษฐ์เพียงแต่ยืนยันว่าทุกประเด็นเป็นข้อกล่าวหาที่ "เชื่อได้ว่า" แต่ไม่ได้มีหลักฐาน หรือข้อมูลใดมาโต้แย้งคำชี้แจงของนายนภินทรได้เลย
ต่อมานายนภินทรแถลงข่าวที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีนายพริษฐ์ออกมาโจมตีหลีกเลี่ยงตอบกระทู้สภาเรื่องคดีฮั้ว สว. โดยยืนยันว่าติดภารกิจประชุมเตรียมแก้ไขปัญหาอุทกภัยจากสถานการณ์พายุฝนที่จะเข้าสู่พื้นที่ภาคกลางในช่วงเดือน ก.ย. และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่ามีกระทู้ถามสด แต่ในขณะนั้นยังไม่ทราบว่าจะเป็นเรื่องใด และวันต่อมาได้ประสานกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อยืนยันว่าในวันที่ 27 ส.ค. ตนมีภารกิจตรวจราชการที่ จ.ราชบุรี
นายนภินทรยังได้ชี้แจงประเด็นที่ถูกตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับนายเอ ซึ่งคล้ายกับที่ให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ ที่ยืนยันปฏิเสธคำขอของนายเอที่ให้สนับสนุนเรื่องเลือก สว.
"ข้อกล่าวหาที่มีต่อผมเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีพยานหลักฐานรองรับอย่างชัดเจน และไม่มีหนังสือหรือเอกสารที่ยืนยันตามข้อกล่าวหา ขณะที่ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 9 คน ต่างให้การสอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่ผมชี้แจงทั้งหมด ผมเองก็เป็นมนุษย์กินข้าวคนหนึ่ง ไม่โง่ที่จะทำผิดกฎหมายต่อหน้าคน 8-9 คน ถ้าบอกว่าจะช่วยอะไร ให้เซ็น ไม่ร้อง จะทำต่อหน้าคน 8-9 คนได้อย่างไร นี่คือข้อเท็จจริงที่ผมนำเสนอ กกต.ชุดที่ 26” นายนภินทรกล่าว
รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ตั้งคำถามว่า นายยิ่งชีพและนายพริษฐ์ได้นำข้อเท็จจริงเหล่านี้มาเปิดเผยหรือไม่ รวมถึงได้ระบุหรือไม่ว่ามีพยานบุคคลที่เกี่ยวข้องให้การในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งมีการนำข้อมูลสัญญาณโทรศัพท์ของ สว.และนักการเมืองพรรค ภท.มาเชื่อมโยงกับสถานที่ช่วงการปฐมนิเทศ สว.ที่โรงแรมพูลแมนนั้น โรงแรมพูลแมนเปรียบเสมือนพื้นที่สาธารณะ บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปใช้บริการได้ ทั้งบริเวณชั้นล่าง ร้านกาแฟ ล็อบบี้ และห้องอาหาร ในช่วงเวลาดังกล่าวพรรค ภท.ภูมิใจไทยซึ่งสำนักงานยังสร้างไม่เสร็จก็ใช้สถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่พบปะสังสรรค์และพูดคุยกัน การมีสัญญาณโทรศัพท์ที่โรงแรมพูลแมน ถามว่ามีหลักฐานหรือไม่ว่าอยู่ในห้องประชุมตรงนั้น
รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เชื่อว่าผู้ถูกร้องทั้ง 229 คน มีหลักฐานที่สามารถนำมาใช้ชี้แจงข้อกล่าวหาได้อย่างชัดเจน แต่ขณะนี้มีกระแสกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน จึงตั้งคำถามว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการส่งฟ้องที่เป็นธรรมหรือไม่ เพราะมีการเปิดหลักฐานเพียงไฟล์เดียว ซึ่งอาจส่งผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง ขณะที่หลักฐานที่ใช้ต่อสู้และเป็นคุณต่อผู้ถูกร้องกลับไม่ได้ถูกเปิดเผย ซึ่งการที่ กกต.ดำเนินการพิจารณาคดีมากกว่า 400 คดีอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล ถือเป็นการกระทำที่ชอบและถูกต้อง แต่การกดดันให้ส่งฟ้อง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงด้านเดียวและกดดันการทำงานของ กกต.นั้น หากมองในทางการเมืองถือว่าเป็นการทำงานการเมืองที่สกปรก
"การทำแบบนี้เป็นการกดดันที่ไม่ชอบธรรม เพราะคุณเปิดหลักฐานเพียงฝั่งเดียว ส่วนคนถูกร้องคุณไม่เปิด คุณเปิดเฉพาะหลักฐานที่เป็นผลร้ายต่อผู้ถูกร้อง แต่หลักฐานที่เขาใช้ต่อสู้และเป็นคุณ คุณกลับไม่เปิดออกมาเลย และการกดดันให้ส่งฟ้องทั้ง 229 คน โดยเปิดหลักฐานเพียงข้างเดียวเพื่อกดดันการทำงานของ กกต. ถือว่าเป็นการทำงานทางการเมืองที่สกปรก คุณจะมาจินตนาการว่า สว.เลือก กกต.มา 3-4 คนแล้วจะลำเอียง คุณกำลังจินตนาการให้ร้ายกับสังคม" รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
นายนภินทรกล่าวว่า ขณะนี้ตนแจ้งความนายยิ่งชีพไว้แล้วที่ สน.ทองหล่อ เพราะสิ่งที่เอามาพูดเป็นการแสดงความคิดเห็นเชิงอคติ ให้ร้ายตน แล้วพบกันที่ศาล ทุกคดีที่คุณพูดถึงตน แจ้งความหมด และบางเรื่องตนจะฟ้องด้วยตัวเอง
ถามว่า นายยิ่งชีพเคยพูดถ้าฝ่ายรัฐบาลพูดความจริงจะยอมหน้าหงาย นายนภินทรกล่าวว่า พูดความจริงหมดแล้ว คุณจะทำตามคำพูดหรือไม่ก็เรื่องของคุณ ไม่บังคับ ใครพูดอะไรก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง กล่าวหาตนก็ต้องรับผิดชอบคำพูด ทั้งนี้นายนภินทรได้ชี้นิ้วพร้อมกับบอกว่า “แล้วเจอกัน”
แจ้งจับ iLaw แพร่เอกสารคดีฮั้ว
วันเดียวกัน นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการ กกต. ขึ้นปาฐกถาเปิดเวทีนำเสนอ ยุทธศาสตร์เชิงปฏิบัติการต่อสาธารณะของนักศึกษา หลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูงรุ่นที่ 16 (พตส.) หลังปาฐกถาได้รีบลงจากเวทีทันทีออกประตูด้านข้างห้องประชุม โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.เดินกันสื่อไม่ให้สื่อตามนายฐิติเชฏฐ์ โดยผู้สื่อข่าวพยายามจะสอบถามว่าคดีฮั้วเลือก สว. กกต.จะพิจารณาแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้าหรือไม่ นายฐิติเชฏฐ์ไม่ได้ตอบคำถามใดๆ กับผู้สื่อข่าว ก่อนที่จะรีบเดินขึ้นรถไปทันที
สำหรับนายฐิติเชฏฐ์ เป็นหนึ่งใน กกต.ที่ถูกกล่าวหาและถูกจับตาว่าจะร่วมลงมติในคดีคำร้องเอาผิดกรณีฮั้ว สว. ขณะเดียวกันมีการยื่นหนังสือและเคลื่อนไหวจากภาคส่วนต่างๆ เช่น สว.สำรองและนักกฎหมาย เรียกร้องให้นายฐิติเชฏฐ์ถอนตัวจากการร่วมลงมติคดีฮั้ว สว. เนื่องจากเกรงเรื่องความโปร่งใสและกระแสข่าวลือเรื่องมติภายใน กกต.
สำนักงาน กกต.ได้ส่งเอกสารข่าวระบุว่า กกต.จะมีการพิจารณาและลงมติในคดีเลือก สว. ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย.นี้
ก่อนหน้านี้ สำนักงาน กกต.ออกเอกสารข่าวระบุว่า นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. ได้เข้าแจ้งความต่อการปราบปรามดำเนินคดีตามกฎหมายกรณี iLaw เผยแพร่เอกสารความเห็นของนายครรชิต ซึ่งขณะนั้นปฏิบัติหน้าที่แทนนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.
"การดำเนินการแจ้งความเป็นไปเพื่อให้ข้อเท็จจริงได้รับการตรวจสอบตามกระบวนการของกฎหมาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงาน กกต. โดยยึดหลักความถูกต้อง โปร่งใส และเป็นไปตามกฎหมาย" เอกสารสำนักงาน กกต.ระบุ
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเรื่อง “วิกฤตศรัทธา องค์กรอิสระ : ที่มาและทางออก”
นายอภิสิทธิ์กล่าวเปิดงานซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับปัญหาของวิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ
ตอนหนึ่งว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง กกต. ตรวจการแผ่นดิน ตรวจเงินแผ่นดิน สิทธิมนุษยชน ได้มีการสร้างระบบขึ้นมาเพื่อหวังว่าจะสามารถมาตรวจสอบถ่วงดุลนักการเมืองที่ใช้อำนาจ หรือเข้ามาโดยไม่ชอบได้ นักการเมืองก็ไม่หยุดอยู่กับที่ หาวิธีการในการที่จะเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ พอมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทำระบบการเลือก สว.
"วันนี้ถ้าสมมติเราบอกว่า พรรคการเมืองจะโดยเปิดเผยหรือแอบมายึดครองวุฒิสภา มาส่งคนเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ แล้วองค์กรอิสระก็ช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหารไม่ให้วุฒิสภาผิด แล้วก็ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้ เพราะประธานสภาฯ ก็ยืนขวางอยู่ ผมก็มีความรู้สึกว่า เอ๊ะ คนเหล่านี้กำลังใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือเปล่า เพราะหลักของประชาธิปไตย มันไม่ใช่แค่เรื่องของการเลือกตั้ง แต่มันเป็นเรื่องของความรับผิดชอบต่อประชาชน” นายอภิสิทธิ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินย้ำไม่ง่าย ‘ซีพี’เลิกสัญญา นัดเลขาอีอีซีคุย
นายกฯ หารือไอแอลโอ “จุลพันธ์” โวปี 2573 อัปสกิลและรีสกิลแรงงานด้านเอไอได้ 1 ล้านคน
คุก3ปีหมิ่นร้านบะหมี่! ‘เหรียญทอง’สู้อุทธรณ์
ศาลอาญาสั่งคุก “หมอเหรียญทอง” 3 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3 แสน
ปูดโกงท้องถิ่นมีตัวละครใหม่
“ปกรณ์” กำชับ ก.พ.สอบวินัย-จริยธรรมตามกรอบให้เสร็จ 30 ก.ย.ทุกเรื่อง “นายกเฮง” พร้อมสาว อบต. ยื่นคนละ 2 แสนประกันตัว
ไร้พลิก!เสธ.ปูด้วงคุมสมช.
“อนุทิน” เผย “เสธ.ปูด้วง” นั่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ เชื่อปรับยุทธศาสตร์ใต้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น
เคาะโผ‘ตำรวจ’สะดุดตอ อาวุโสส่งหลายเก้าอี้ป่วน
“อนุทิน” เป็นประธาน ก.ตร.ถกโผนายพล 163 เก้าอี้เกือบ 4 ชม.
เดินหน้า2แสนล. ปฏิรูป‘พลังงาน’ ยํ้าไม่ตีเช็คเปล่า
รัฐบาลย้ำหลังสภาไฟเขียว "พ.ร.ก.กู้เงิน" เดินหน้าทันที 2 แสนล้านเปลี่ยนผ่านพลังงาน ยันไม่กู้มากอง-ไม่ตีเช็คเปล่า

