“อนุทิน” เผย “เสธ.ปูด้วง” นั่งเลขาธิการ สมช.คนใหม่ เชื่อปรับยุทธศาสตร์ใต้ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น ขณะที่ “ผบช.ภ. 9” ยันเตรียมพร้อมรับความปลอดภัยรับ ครม.สัญจรสงขลา ร่วมมือทหาร-ผวจ. 7 จังหวัดติดตามทุกวัน
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม สมช. โดยมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม, พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม, พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดยก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามนายอนุทินว่าจะเคาะรายชื่อเลขาธิการ สมช.คนใหม่เลยหรือไม่ โดยนายอนุทินพยักหน้ารับก่อนจะขึ้นไปประชุม
จากนั้นเวลา11.05 น. นายอนุทินให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้เคาะรายชื่อเลขาธิการ สมช.คนใหม่ เมื่อถามอีกว่าเป็นชื่อ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกหรือไม่ นายอนุทินตอบรับว่า ครับ เมื่อถามว่าเป็นไปตามความเหมาะสมที่ต้องการนำทหารมาดูแล สมช.ในสถานการณ์ปัจจุบันใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า "ครับ เหมาะสมครับ" ก่อนกล่าวอีกว่า วันนี้เสียงไม่มี พูดได้แค่นี้ ก็เรียบร้อยทุกอย่าง เมื่อถามย้ำว่าเป็นการวางตัวคนเหมาะสมกับงานใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ถูกต้อง นั่นเป็นหลักสำคัญที่สุดอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์จังหวัดชายแดนใต้ตอนนี้ได้มีการรายงานเข้ามาอย่างไรบ้าง นายอนุทินกล่าวว่า ได้มีการนำเสนอยุทธศาสตร์ในการบริหารจัดการสถานการณ์ช่วงนี้ หลังจากเราได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานของการบริหารจัดการสถานการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และเรื่องความมั่นคง ทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปในแนวทางที่ดีขึ้น
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 28 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสร้างความปลอดภัยการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลา ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พร้อม
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลหรือไม่ มีการข่าวอะไรในพื้นที่เกี่ยวกับสถานการณ์หรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ได้ประชุมทุกฝ่ายทุกวันเพื่อติดตามสถานการณ์ ทั้งเชิงการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ การจราจร และเรื่องที่เกี่ยวกับ ครม.ทั้งหมด ซึ่งเราประเมินในเรื่องความมั่นคงที่เกิดขึ้น และความไม่เรียบร้อย ซึ่งตนได้มีการประชุมติดตามกับทั้งทหาร ตำรวจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 7 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ย้ำว่ามีการติดตามทุกวัน
เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีความกังวลอะไรในพื้นที่ใช่หรือไม่ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์กล่าวว่า ทำเต็มที่ ทุกคนคงเข้าใจว่ามันมีสถานการณ์ และการที่นายกรัฐมนตรีเดินทางไป เราให้ความสำคัญ เพราะเป็นผู้บริหารประเทศ
เมื่อถามถึงกรณี พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ไปชี้แจงกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่องวิถีกระสุนปืน ที่มีการอ้างว่ายิงมาจากเฮลิคอปเตอร์ โดยระบุว่าขอเวลาตรวจสอบ 3 วัน พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์กล่าวว่า เดี๋ยวรอทางตำรวจสอบสวน ตรวจสอบและพิสูจน์ รวมถึงทำพยานหลักฐาน เดี๋ยวรอผลตรวจเพื่อความละเอียดรอบคอบ ยืนยันว่าทุกคดีให้ความละเอียดรอบคอบหมด
นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ นักการเมืองอิสระ อดีตสมาชิกวุฒิสภา อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และอดีตรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการป่วนก่อเหตุถึง 51 จุดว่า ตนมีข้อสังเกตว่า เทคโนโลยีที่ใช้ในพื้นที่อย่างกล้องวงจรปิด ซึ่งทางรัฐได้จัดสรรงบประมาณไปจำนวนมากในส่วนนี้ แต่ทำไมยังคงมีปัญหากล้องเสียใช้งานไม่ได้ ใครเป็นคนดูแล ท้องถิ่นหรือหน่วยราชการหน่วยใด และที่พูดกันเสมอว่ามีการทำงานแบบบูรณาการกันนั้น มีการบูรณาการกันจริงหรือไม่ ซึ่งต้องตรวจสอบทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่พลเรือน ซึ่งก็คือกรมการปกครอง ตั้งแต่ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่ต้องสนธิกำลังและทำงานร่วมกันแบบบูรณาการจริงๆ ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ
เขาเสนอให้มีการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้ประชาชนมาเป็นแนวร่วมของรัฐ โดยการให้รางวัลนำจับ หรือแจ้งเบาะแส ถือว่าสำคัญมาก เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ดี เพราะความไม่สงบตลอดช่วงที่ผ่านมา มีคนตกงานจำนวนมาก เมื่อตกงานจึงเสี่ยงที่จะถูกดึงไปร่วมกับฝ่ายที่กระทำผิดกฎหมาย ถูกผู้ก่อการร้ายใช้ช่องตรงนี้ดึงมาเป็นพวก ดังนั้น รัฐต้องมีงบประมาณในส่วนของการสร้างแรงจูงใจประชาชน หากใครสามารถให้ข้อมูลจนนำไปสู่การจับตัวคนร้าย ก็จะมีเงินรางวัลให้ หรือหากสามารถนำพาไปสู่การจับกุมตัวผู้บงการได้ อาจจะให้เงินรางวัลจำนวนมาก ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนช่วยกัน และหันมาร่วมมือกับภาครัฐ ซึ่งนอกจากได้เงินแล้วยังได้ความสงบกลับคืนสู่พื้นที่ด้วย ขณะเดียวกัน ต้องทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ให้ความร่วมมือกับรัฐอย่างจริงจังให้ได้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อนุทินย้ำไม่ง่าย ‘ซีพี’เลิกสัญญา นัดเลขาอีอีซีคุย
นายกฯ หารือไอแอลโอ “จุลพันธ์” โวปี 2573 อัปสกิลและรีสกิลแรงงานด้านเอไอได้ 1 ล้านคน
คุก3ปีหมิ่นร้านบะหมี่! ‘เหรียญทอง’สู้อุทธรณ์
ศาลอาญาสั่งคุก “หมอเหรียญทอง” 3 ปี รอลงอาญา 2 ปี ปรับ 3 แสน
ปูดโกงท้องถิ่นมีตัวละครใหม่
“ปกรณ์” กำชับ ก.พ.สอบวินัย-จริยธรรมตามกรอบให้เสร็จ 30 ก.ย.ทุกเรื่อง “นายกเฮง” พร้อมสาว อบต. ยื่นคนละ 2 แสนประกันตัว
เคาะโผ‘ตำรวจ’สะดุดตอ อาวุโสส่งหลายเก้าอี้ป่วน
“อนุทิน” เป็นประธาน ก.ตร.ถกโผนายพล 163 เก้าอี้เกือบ 4 ชม.
ทำการเมืองสกปรก ‘นภินทร’ซัดเดือด‘ไอติม-ยิ่งชีพ’/กกต.ลงมติคดีฮั้ว14ก.ย.
"นายกฯ" เตรียมนัด ครม.พรรคร่วมรัฐบาลดินเนอร์สัปดาห์หน้า บอกยังไม่เคาะวัน-สถานที่ ยิ้มปัดตอบปรับ ครม.เวลานี้หรือไม่
'อนุทิน' เคาะโผนายพลสีกากี 163 ตำแหน่ง ตั้ง 'รอง ผบ.ตร.-ผู้ช่วย' เรียงลำดับอาวุโส
"อนุทิน" เป็นประธาน ก.ตร. ถกโผนายพล 163 ตำแหน่ง เกือบ 4 ชม. ก่อนออกจากห้องประชุม เผยการแต่งตั้งเรียบร้อยดี เป็นไปตามหลักเกณฑ์ มอบ ผบ.ตร.เป็นประธานแต่งตั้งระดับ รอง ผบช.-ผบก.ต่อที่บางตำแหน่งยังไม่ลงตัว

