“รักชนก” มาแล้ว ยื่น ป.ป.ช.สอบโครงการ TH-AI Passport อ้างกูรูบอกห่วยกว่าของฟรี หวังวันฟ้าสีทองได้เห็นคนทำผิดติดคุก “เท้ง” โวถ้า 1,600 ล้านบาทอยู่ในมือดีกว่านี้ “ไชยชนก” บอกไม่กังวล รมช.มหาดไทยเตือน อปท.จ้างเหมาคนโกงสอบเสี่ยงผิดจริยธรรม “ณัฐพงษ์-ลิซ่า” บี้ตามหาตัวการใหญ่เบื้องหลังทุจริตท้องถิ่น
เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชนชน (ปชน.) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ พร้อมด้วยนายธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษา กมธ. ยื่นสำนวนพร้อมพยานหลักฐานาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและดำเนินคดีกับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
น.ส.รักชนกกล่าวว่า บุคคลที่ร้องเรียนในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี, นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดดีอี, นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และนายธีรวุฒิ ธงภักดิ์ ประธานคณะกรรมการร่างขอบเขตของงาน (TOR) รวมถึงกรรมการบริหารบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง โดยนายไชยชนกเป็นข้อกล่าวหาในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเมื่อปรากฏข้อพิรุธและความผิดปกติของโครงการแล้ว กลับไม่ได้พยายามหยุดยั้งหรือหาทางยกเลิกโครงการ
“จุดหมายปลายทางของเรา เราย้ำอีกครั้งว่าเราอยากที่จะยกเลิกโครงการนี้ กลับไปเริ่มต้นใหม่เลย ถ้าท่านคิดว่ามันดีจริง มันคุ้มค่า ท่านกลับไปเริ่มต้นใหม่ในแบบที่มันถูกต้อง กลับไปเขียน TOR ให้ทุกคนสามารถเข้าแข่งขันได้” น.ส.รักชนกกล่าว และว่า ปลายทางสุดท้ายแล้ว ถ้าคดีสิ้นสุดอยากเห็นคนติดคุก ในเมื่อกล้าที่จะผลักดันออกมา ท้าทายสายตาประชาชน ท้าทายการจับตาของสื่อ ท้าทายกฎหมายมากๆ ถึงปลายทางสุดท้าย ถ้าฟ้าสีทองมันผ่องอำไพขึ้นมาสักวันหนึ่ง ก็อยากเห็นคนกระทำผิดต้องติดคุก ต้องรับโทษ
เมื่อถามถึงกรณีที่เลขาธิการ ป.ป.ช.ออกมาระบุว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปแล้ว แต่รัฐยังสามารถดำเนินโครงการต่อได้ น.ส.รักชนกให้ความเห็นว่า หาก ป.ป.ช.เข้ามาดำเนินการหรือให้ความเห็นเร็วกว่านี้อาจช่วยหยุดโครงการนี้ได้ เหมือนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต หรือเรื่องงบกลางปี 2568 ซึ่งขอตั้งข้อสังเกตว่า ป.ป.ช.ทำงานช้าไปหรือตั้งใจไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เนื่องจากมีผลประโยชน์ขัดกันหรือมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดสนิทสนมกับใครในระบอบสีน้ำเงินเป็นพิเศษหรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.มักถูกข้อครหาเรื่องสัดส่วนที่ได้รับแต่งตั้งจาก สว. เข้ามาจนอาจทำให้กระดูกสันหลังถูกถอดออกไป ไม่สามารถทำงานอย่างตรงไปตรงมาได้
เมื่อถามว่า หลังเปิดให้ใช้งานวันแรกเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ได้ลองใช้งานหรือไม่ น.ส.รักชนกกล่าวว่า เรื่องนี้ถ้าพูดไปอาจไม่มีน้ำหนัก เดี๋ยวจะหาว่าออกมาโจมตี แต่คิดว่าประชาชนคนที่ได้ทดลองใช้งาน หรือผู้เชี่ยวชาญทางด้าน AI ที่เชี่ยวชาญกว่าตนเองก็ออกมารีวิวแล้วว่าห่วยกว่าของฟรี เพราะเป็นเวอร์ชันที่ตกรุ่นและเอามาให้ใช้ ดังนั้นเรื่องนี้ให้ประชาชนช่วยกันออกมารีวิวเยอะๆ จะดีที่สุด
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงโครงการ TH-AI Passport ว่า เราไม่ได้ค้านในการช่วยกันยกระดับการตระหนักรู้และมีความรู้ในการใช้เอไอของประชาชนให้มากขึ้น แต่ประเด็นที่เราเคยตั้งคำถามคือความไม่โปร่งใสและการใช้งบประมาณ ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่ไม่โปร่งใส แต่สิ่งที่ควรมองไปข้างหน้า คือคิดว่าเงิน 1,600 ล้านบาท ถ้าพรรคเข้าไปบริหารเชื่อว่าสามารถที่จะใช้จ่ายในการลงทุนได้อย่างมีประโยชน์ มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ในการเอาเอไอเข้ามาใช้ประโยชน์ในประเทศได้มากกว่านี้
“ตัวอย่างการอภิปรายในสภาของนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ว่า โจทย์หลักตอนนี้ในการพัฒนาเอไอ ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันทำโมเดล ไม่ได้เรื่องของการสร้างการตระหนักรู้ให้ประชาชนเข้ามาใช้เอไอเป็น แต่โจทย์ของภาครัฐคือจะสามารถนำเอไอเข้ามาใช้ในการปฏิรูปกระบวนการภายในภาครัฐอย่างไรให้เกิดประโยชน์ ลดต้นทุน เกิดประสิทธิภาพ และช่วยต่อยอดให้เอกชนเข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น”
ด้านนายไชยชนกกล่าวในเรื่องนี้ว่า ทราบเรื่องแล้ว ไม่ได้กังวล เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย หากมีกระบวนการใดๆ ที่ต้องไปชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมที่จะเข้าร่วมทุกอย่างไม่มีข้อกังวลใดๆ
เมื่อถามถึงผลตอบรับของการใช้งาน นายไชยชนกกล่าวว่า ที่เกิดขึ้นเยอะๆ และเป็นกระแสสังคม หลังจากเปิดใช้งานคือถูกเปรียบเทียบว่าของฟรีดีกว่า TH-AI PASSPORT พอไปตรวจสอบแล้วไม่ใช่ การใช้งานยังไงก็ดีกว่าแบบฟรี เพราะแบบฟรีจะมีข้อจำกัด ในเรื่องของโทเคน การถามคำถามที่มีปริมาณน้อยกว่ามาก ฉะนั้นไม่มีทางที่จะสู้ของฟรีไม่ได้
ด้านความเคลื่อนไหวของการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีการห้ามจ้างเหมาคนมีประวัติการทุจริต และหลุดจากบัญชีสอบท้องถิ่นว่า ทราบว่าอาจมีคนบางกลุ่มไปใช้วิธีการจ้างเหมาแทน โดยก่อนหน้านี้เคยกำชับในประเด็นนี้ไปแล้ว และจะให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดไปดูว่ามีการจ้างเหมาคนกลุ่มนี้อย่างไรบ้าง และเรื่องนี้ต้องตรวจสอบ รวมถึงต้องขอความร่วมมือกับ ป.ป.ช. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาช่วยตรวจสอบด้วยเช่นกัน
“หากจะห้ามไปเลยเราคงไม่มีสิทธิ์เช่นกัน สิ่งที่เราทำได้คือการเข้าไปดูในรายละเอียด และเตือน เพราะหากทราบอยู่แล้วว่าคนเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการทุจริต และไปจ้างเหมาอีก เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และผิดจริยธรรมผู้บริหาร”
ขณะที่นายณัฐพงษ์กล่าวถึงการเพิกถอนผู้โกงสอบท้องถิ่น 3,868 คนว่า ไม่ได้ติดใจอะไร ถ้ามีหลักฐานที่ปรากฏชัดก็ต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา แต่สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นคือสามารถโยงกลับไปได้ว่าตัวการใหญ่คือใคร ตราบใดที่ยังจัดการตัวการใหญ่ไม่ได้ การทุจริตสอบท้องถิ่นคิดว่าต่อไปอาจจะมีกรณีเหล่านี้เกิดขึ้นอีก
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ในฐานะประธาน กมธ.การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวว่า การดำเนินการในขณะนี้อาจยังไม่สามารถตอบคำถามสำคัญของสังคมได้ โดยเฉพาะการตามหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังขบวนการและเส้นทางการเงิน และก่อนหน้านี้ได้ออกมาเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ อปท.บางแห่ง จะนำบุคคลที่ถูกเพิกถอนรายชื่อกลับเข้าทำงานด้วยวิธีการจ้างเหมา ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะอาจกลายเป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริตซ้ำซ้อน
น.ส.ภคมนยังกล่าวถึงกรณีอาจมีการจัดสอบใหม่เพื่อทดแทนรายชื่อที่ถูกเพิกถอนกว่า 3,000 รายชื่อ โดยเตรียมติดต่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งให้จัดสอบในช่วงเดือนตุลาคมนี้ว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกมหาวิทยาลัย ต้องตอบสังคมให้ได้ว่ามีหลักประกันอะไรที่จะไม่มีการกำหนดตัวบุคคลหรือผลสอบไว้ล่วงหน้า เพราะประชาชนเพิ่งผ่านประสบการณ์ที่ทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นกับระบบเดิมไปแล้ว
“เรื่องนี้ไม่ควรจบแค่การเพิกถอนรายชื่อ ไม่ควรจบแค่การสอบใหม่ และไม่ควรจบแค่การจับคนที่อยู่ปลายทาง เราต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนสร้างระบบนี้ขึ้นมา ใครเป็นคนได้ประโยชน์ และเงินที่ประชาชนถูกเรียกเก็บไปสุดท้ายแล้วไปอยู่ที่ไหน เพราะประชาชนควรได้รับคำตอบที่ชัดเจน” น.ส.ภคมนกล่าว
นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีนายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรค ปชน. ไม่มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ตอนนี้นายสมชาติพร้อมเข้าสู่กระบวนการทุกอย่าง พร้อมแสดงตัวและเปิดเผยข้อมูลทุกอย่างตามที่หน่วยงานต้องการ แต่ยืนยันว่ากระบวนการพรรคที่ผ่านมาไม่ได้มีการเพิกเฉยหรือนิ่งเฉย เราได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว
“ขอให้ลองดูมาตรฐานการดำเนินการของพรรคที่ผ่านมาในหลายกรณี ไม่ใช่เฉพาะกรณีของนายสมชาติเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ว่าเราเป็นพรรคการเมืองที่พร้อมจะจัดการคนของตัวเองเสมอหากเราเห็นหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการดำเนินการเช่นนั้นจริง โดยเรื่องนี้ยังยืนยันว่าเส้นมาตรฐานทางจริยธรรมของนักการควรสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย แต่กรณีนายสมชาติ เจ้าตัวพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทุกอย่าง ฉะนั้นจึงยืนยันอีกครั้งว่าพรรคไม่ปกป้องคนของตัวเองแน่นอน” นายณัฐพงษ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลปค.ชี้ชะตา‘สรณ’ ปมอุทธรณ์สู้กก.สรรหา
"หมอสรณ" ลุ้น! ศาลปกครองสูงสุดชี้ชะตาเก้าอี้ "ปธ.กสทช." รับ-ไม่รับคำฟ้อง
รบ.ดินเนอร์6ก.ย./ซักฟอกล้มน้ำเงิน
"อนุทิน" เตรียมเปิดบ้านพักส่วนตัวกินข้าว ครม.พรรคร่วมรัฐบาล 6 ก.ย.นี้
เมกะโปรเจกต์บูมใต้ ครม.สัญจรทุ่ม4ควิกวิน‘นายกฯควบมท.1’จชต.ต้องดีขึ้น
“อนุทิน” นำทีม รมต.สวมเสื้อผ้าทอลายราชวัตร ถก ครม.สัญจรครั้งแรกสงขลา
ครม.จ่อไฟเขียว ‘ประกันอุทกภัย’
"อนุทิน" ควง ครม.ตรวจการบ้านแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้ต้องไม่ซ้ำรอยวิกฤต โชว์หวาน "แป้น-หนู"
ปลุกมวลชนสู้ไฟใต้ เปรียบภูมิคุ้มกันแก้ปัญหายั่งยืน/ฉก.นราฯยัน99%ไม่มียิงจากฮ.
นายกฯ ประกาศเดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ เปิดเวทีรับฟัง ปชช. ชูพลังคนพื้นที่เป็นกำลังสำคัญ เปรียบเป็น
ปิดจ๊อบล้าง3,868คนโกง
นายกฯ ลั่นหากความผิดสำเร็จ ไม่มีใครหนีกฎหมายได้ หลัง 146 ผู้ถูกกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่นชิงไขก๊อก

