นายกฯ ประกาศเดินหน้าสร้างสันติสุขชายแดนใต้ เปิดเวทีรับฟัง ปชช. ชูพลังคนพื้นที่เป็นกำลังสำคัญ เปรียบเป็น “ภูมิคุ้มกัน" แก้ปัญหายั่งยืน ดูแลทุกคนอย่างเท่าเทียมไม่ว่านับถือศาสนาใด "วันนอร์” ชี้ความสงบเป็นหัวใจ หากไม่มีความปลอดภัยก็แก้ไฟใต้ลำบาก "เสธ.ทบ." เผยหน่วยงานรัฐเตรียมสานต่อ ขณะฝ่ายมั่นคงดูความปลอดภัย ครบ 1 สัปดาห์เหตุ ฮ.ลาดตระเวนถูกกล่าวหายิงคน ฉก.นราธิวาสแจง "กมธ.ทหาร" ยืนยันไม่มีพกอาวุธ ถือเป็น DNA นักบิน ทบ. เผยบินที่ความสูงราว 300 เมตร ในเวลากลางคืนมีเมฆกับฝน มองคนแทบไม่เห็น เปรียบเม็ดงาวางบนนิ้ว มั่นใจ 99% ทหารไม่ได้เป็นคนยิง
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม เวลา 17.00 น. ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส โดยมีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำทางการศึกษา ผู้นำศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วม
ภายหลังการประชุม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นและความต้องการของประชาชนโดยตรง โดยในวันนี้ได้เดินทางมายังจังหวัดสงขลา และหากสถานการณ์เอื้ออำนวย มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปจังหวัดยะลา พร้อมยืนยันว่าแม่ทัพภาคที่ 4 และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเต็มที่
นายกรัฐมนตรีระบุว่า ข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่มีความสอดคล้องกับแนวทางการทำงานของรัฐบาล โดยจังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้ง 3 จังหวัดมีศักยภาพในการพัฒนาอีกมาก หากสามารถแก้ไขปัญหาความไม่สงบและสร้างสันติสุขในพื้นที่ได้ จะเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนาในหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การท่องเที่ยว การเกษตร และการประมง ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่
นายกฯ กล่าวว่า มีความผูกพันกับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา การลงพื้นที่ทำให้ได้สัมผัสวิถีชีวิตของประชาชนอย่างใกล้ชิด และเห็นถึงการอยู่ร่วมกันของผู้คนที่มีความแตกต่างทั้งด้านศาสนาและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างไม่จำเป็นต้องเป็นอุปสรรค แต่สามารถนำมาใช้เป็นพลังในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและสังคมได้
"รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความสุข มีความปลอดภัย และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ วันนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหา รัฐบาลพร้อมสนับสนุนข้อเสนอและแนวทางที่สามารถดำเนินการได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันการสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยคนในพื้นที่เป็นกำลังสำคัญ เพราะประชาชนและเครือข่ายในชุมชนเปรียบเสมือน 'ภูมิคุ้มกัน' ที่จะช่วยป้องกัน แก้ไข และคลี่คลายปัญหาได้อย่างยั่งยืน"
นายกฯ กล่าวถึงแนวทางการทำงานร่วมกันว่า ความสำเร็จในการแก้ไขปัญหาจำเป็นต้องนำความพร้อม และศักยภาพของทุกฝ่ายมาบูรณาการร่วมกัน โดยรัฐบาลมีผู้ประสานงานที่เข้าใจบริบทของพื้นที่เป็นอย่างดี โดยเฉพาะประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ซึ่งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลมีความเข้าใจวิถีชีวิต ตลอดจนความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
"รัฐบาลต้องการเห็นประชาชนทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างสันติ เพราะทุกคนคือคนไทยและเป็นพี่น้องกัน รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด พร้อมสนับสนุนทุกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกภาคส่วนจะร่วมมือกันผลักดันการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยมุ่งสร้างความสามัคคี สันติสุข และโอกาสใหม่ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ขอให้การรับฟังความคิดเห็นในวันนี้เป็นการรับฟังอย่างจริงจัง และนำข้อเสนอไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยทุกปัญหาต้องมีเจ้าภาพ ทุกข้อเสนอต้องมีคำตอบ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเดินหน้าร่วมกันด้วยความเข้าใจ ความร่วมมือ และความไว้วางใจ อันจะนำไปสู่การสร้างสันติสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อไป" นายกฯ กล่าวในที่ประชุม
ความสงบเป็นหัวใจสำคัญ
ด้านนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า หลังตนได้รับฟังความคิดเห็น ก็จะไปรวบรวมข้อเสนอที่จังหวัดต่างๆ เสนอเข้ามา
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีมาตรการอะไรที่ชัดเจนหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า นายกฯ ต้องการให้เกิดความสงบ เพราะถ้าไม่มีความสงบและความปลอดภัยสิ่งต่างๆ ก็ทำลำบาก ความสงบเป็นหัวใจในสิ่งที่เราต้องการ ส่วนข้อเสนอในเรื่องการพัฒนาต่างๆ นายกฯ ก็คงมีการตั้งงบประมาณต่างๆ ขึ้นมา
ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อเสนอที่เคยบอกว่า อยากให้มีคณะกรรมการที่บูรณาการทุกภาคส่วนเข้าด้วยกัน ตอนนี้มีการตั้งแล้วหรือยัง นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า มีแล้ว เรียกว่าคณะกรรมการรวมพลังกัน ทั้งฝ่ายปกครองกระทรวงมหาดไทย ทหาร ตำรวจ
เมื่อถามว่า ในการประชุมวันนี้มีการหารือเรื่องกรอบการพูดคุยสันติสุขหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุข ระบุว่าจะมีการพูดคุยเจรจาภายในต้นเดือนกันยายนนี้
พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน) กล่าวว่า ถือเป็นโอกาสที่ดีในการรับฟังเสียงจากผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นว่าต้องการอะไร โดยนายกฯ ก็พูดคุยรับฟังเรื่องดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะไปดำเนินการต่อ
ส่วนแนวโน้มการหารือเป็นอย่างไร พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับภาคเศรษฐกิจ ที่คนในพื้นที่ต้องการสิ่งที่ขาดหายไปในบางเรื่อง หรือบางจุดที่มีความต้องการรับการสนับสนุนจากส่วนกลาง ซึ่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และส่วนที่เกี่ยวข้องก็รับเรื่องไปดำเนินการ ในส่วนของกองทัพก็จะดูแลเรื่องความปลอดภัย พร้อมย้ำว่าไม่ได้หารือถึงการพูดคุยสันติสุข ส่วนกำหนดการจะเป็นไปตามเดิมหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับหัวหน้าการพูดคุย ซึ่งต้องว่าไปตามกำหนดการ
เมื่อถามว่า วันนี้ตรงกับวันชาติมาเลเซีย ฝ่ายความมั่นคงประเมินสถานการณ์หรือไม่ ว่าอาจจะมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ พล.อ.ชัยพฤกษ์ระบุว่า เราระมัดระวังอย่างเต็มที่ และจากการที่พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ ก็ได้กำชับให้เปลี่ยนแปลงแนวทาง เปลี่ยนยุทธวิธี พร้อมยอมรับว่ายังมีบางพื้นที่ที่มีความกังวล แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากเป็นเรื่องของความมั่นคง ซึ่งต้องจับตาแต่ละพื้นที่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม ครม.สัญจรจะมีการเสนอชื่อของ พล.อ.ชัยพฤกษ์ เพื่อข้ามห้วยมานั่งในตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ ในฐานะกํากับดูแลศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะใช้กลไกของกระทรวงการต่างประเทศเข้าไปดูแลอย่างไรบ้างว่า ในส่วนของตนได้รับมอบหมายให้ดูแล ศอ.บต.และเป็นรองประธาน สมช. ก็ต้องเข้าไปดูในเรื่องของมาตรการ เช่นมาตรการระยะสั้น หมายความว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะดูแลเรื่องความปลอดภัย และไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นอีก ซึ่งเมื่อวันที่ 30 ส.ค.ได้มีการประชุมกับหน่วยงานราชการ โดยภาคเอกชนได้เน้นในเรื่องของความมั่นใจ และที่สำคัญเป็นเรื่องงานข่าวกรองที่เราต้องดี ที่เราบอกว่าเรารู้เหตุการณ์ เราต้องแม่นยำกว่านี้ และการปฏิบัติงานที่ทันท่วงที ซึ่งตนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด คืองานมวลชนที่เราจะต้องเข้าถึง เข้าหาประชาชน เพราะเราต้องทำงานร่วมกับประชาชน
99% ทหารไม่ได้ยิงจาก ฮ.
ที่ศาลางกลางจังหวัดสงขลา หลังครบ 1 สัปดาห์จากเหตุการณ์ความไม่สงบใน จ.นราธิวาส ซึ่งหนึ่งในหลายเหตุการณ์ที่ยังคงอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงของตำรวจ คือกรณีนาย ซอและ ดอเลาะ อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บจากเหตุถูกยิงขณะขี่รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ ต.ช้างเผือก อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ที่เชื่อว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ของทหาร
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายเอกราช อุดมอำนวย ประธาน กมธ., น.ท.กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ กรรมาธิการ, นายราเชน ตระกูลเวียง กรรมาธิการ และนายรอมฎอน ปันจอร์ สส.พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยเดินทางไปยังหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อเข้าพบ พ.อ.อาณัติ ดำนงค์ รอง ผบ.ฉก.นราธิวาส, พ.อ.มลชัย ยิ้มอยู่ เสนาธิการ ฉก.นราธิวาส และนายฝ่ายยุทธการ-การบิน โดยมี พ.อ.ภาสกร บูรณวนิช รองเลขาธิการ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ร่วมฟังการซักถาม ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
โดย กมธ.ทหารสอบถามว่า มีการใช้ ฮ.ในคืนวันที่ 22 ส.ค.หรือไม่ ฉก.นราธิวาสชี้แจงว่า เป็นการใช้ ฮ.ชนิด As550 แต่ ฮ.ติดภารกิจที่ค่ายสิรินธรต้อนรับ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ ไม่ได้นำมาแสดง แต่ยอมรับว่าใช้อากาศยานเพื่อตรวจการณ์ สนับสนุนภาคพื้น และสนับสนุนการข่าวและการแจ้งเตือน ซึ่งการตรวจสอบพื้นที่จะมีลำดับอยู่
“ฮ.As550 มาสนับสนุนภารกิจ ยึดตามกฎนิรภัยการบิน ซึ่งตารางการบินระบุว่าใครขึ้นได้บ้าง ได้แก่ นักบิน นักบินผู้ช่วย ช่างเครื่อง ฝ่ายอำนวยการ ยืนยันไม่มีการนำอาวุธขึ้นเครื่อง ไม่มีอาวุธประจำเครื่อง และไม่มีอาวุธประจำกาย ฉก.นราธิวาสไม่ใช่หน่วยกำลังรบ แค่ควบคุมหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่เท่านั้น” ฉก.นราธิวาสชี้แจง
กมธ.ทหารถามว่า ในเวลาฉุกเฉินเร่งด่วนมีการนำอาวุธขึ้นไปหรือไม่ ฉก.นราธิวาสชี้แจงว่า “ยิ่งเร่งด่วนจะคว้าปืน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ คำสั่งชัดเจนว่าไม่ให้นำอาวุธขึ้นอากาศยาน โดยอากาศยานจะขึ้นบินที่หน่วยเฉพาะกิจ มีห้องวอร์รูม ที่รับคำสั่ง มอบภารกิจในการบิน ฮ. ซึ่งมีขั้นตอนมาก ไม่ใช่สั่งแล้วบินได้เลย โดยนักบินและช่างเครื่องไม่พกอาวุธประจำกาย เพราะเป็นภารกิจลาดตระเวนและสนับสนุนภาคพื้น เพื่อรวบรวมข่าวสารต่างๆ โดยอากาศยานจะรายงานข่าวสารกลับมาที่วอร์รูมได้"
ฉก.นราธิวาสชี้แจงอีกว่า พื้นที่สนาม ฮ.เป็นพื้นที่สำคัญทางทหาร ทั้งพิกัดและที่ตั้ง เพื่อป้องกันเป้าหมายที่คุ้มค่า รวมถึงคลังน้ำมัน จึงไม่เปิดเผย ดังนั้นสนาม ฮ.จึงไม่มีวงจรปิดและเจ้าหน้าที่จะไม่มีการบันทึกภาพไว้
ทั้งนี้ นายทหารการบิน ฉก.นราธิวาสชี้แจงว่า "โดยดีเอ็นเอของนักบิน ทบ. จะไม่พกอาวุธขึ้นอากาศยาน ตามคำสั่งการบิน”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทหารบน ฮ.เห็นกลุ่มวัยรุ่น 4 คนในจุดเกิดเหตุหรือไม่ ฉก.นราธิวาสชี้แจงว่า ขณะนั้นทัศนวิสัยจำกัด มีเมฆมาก ฝนตกบางส่วน เป็นเวลากลางคืน จึงมองด้วยตาเปล่าลำบาก ต้องใช้เทคนิคขั้นสูง
ทั้งนี้ ฮ.ต้องบินเกาะเครือข่ายเส้นทางตามถนนที่มีแสงไฟ ต้องเห็นพื้น เพื่อป้องกันอาการเครื่องหลงและป้องกันอุบัติเหตุ โดยเป็นการบินจาก อบต.บองอ ไปยัง อบต.ช้างเผือก ที่ความสูง 800 ฟิต (315 เมตร) เพื่อหลีกหนีสันเขา สายไฟ และเสาไฟฟ้าแรงสูง
เมื่อถามย้ำว่า เห็นมอเตอร์ไซค์กลุ่มวัยรุ่นหรือไม่ ฉก.นราธิวาสชี้แจงว่า บนถนนจะมีรถวิ่งอยู่มาก เราอยู่ 800 ฟิต หรือประมาณ 315 เมตร ความสูงประมาณตึกมหานคร แล้วมองลงมา ซึ่งต้องดูสภาพอากาศและหมอกต่างๆ ซึ่งในเวลากลางคืนตอบยากมากว่าจะเป็นสิ่งใด หากเห็นรถก็ดูได้ยากเป็นรถชนิดใด หากเห็นคน 1 คนอยู่ เปรียบเม็ดงาวางบนนิ้วและยืดมือออกไป
พ.อ.ภาสกรกล่าวว่า กรณีนี้จากหลักฐาน 99 เปอร์เซ็นต์ ตนมั่นใจว่าไม่ใช่แน่นอน ฉก.นราธิวาสยืนยันว่ามี ฮ.ลำเดียวที่บินในคืนนั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการจ่อยิงแบบในหนัง เรื่องนี้จึงขอให้กระบวนการยุติธรรมตรวจพิสูจน์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.จ่อไฟเขียว ‘ประกันอุทกภัย’
"อนุทิน" ควง ครม.ตรวจการบ้านแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ชี้ต้องไม่ซ้ำรอยวิกฤต โชว์หวาน "แป้น-หนู"
‘สมชัย’บุกกกต. บี้แจง3ปมร้อน ขู่ม.157ทั้ง2ชุด
"สมชัย" บุก กกต.จี้แจง 3 ปมร้อนภายใน 15 ก.ย. เปิดให้ชัดใครเสนอชื่อ “ณัฐวุฒิ” นั่งอนุฯ กก.วินิจฉัยชุด 12 สมัคร สส.
ปิดจ๊อบล้าง3,868คนโกง
นายกฯ ลั่นหากความผิดสำเร็จ ไม่มีใครหนีกฎหมายได้ หลัง 146 ผู้ถูกกล่าวหาทุจริตสอบท้องถิ่นชิงไขก๊อก
สภาสูงผ่านฉลุยพรก.กู้4แสนล้าน
สภาสูงลงมติหนุน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มติเห็นชอบ 135 เสียง
'วันนอร์' เผยตั้งคกก.รวมพลังมหาดไทย-ตำรวจ-ทหาร บูรณาการดับไฟใต้
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้กล่าวภายหลังร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
‘เอกนิติ’รับลูก ไทยพลัสเฟส3 หลังปชช.ปลื้ม
ดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองเดือน ส.ค.ต่ำเตี้ยเหลือแค่ 3.63 คะแนน 25 ตัวชี้วัดลดทุกด้าน ยกเว้นผลงานฝ่ายค้าน

