เอกนิติขีดเส้น1ด. คุมดาต้าเซ็นเตอร์

“อนุทิน” ขันนอตเข้ม! ดาต้าเซ็นเตอร์ สกัดพวกลักลอบ ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน ด้าน “เอกนิติ” ขีดเส้น 1 เดือนจัดระเบียบ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง  สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุน ยันประชาชนไม่กังวลผลกระทบ

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ  รมว.การคลัง, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

หลังการประชุม นายอนุทินให้สัมภาษณ์ถึง​การวางกรอบขออนุญาต​ประกอบ​กิจการดาต้า​เซ็นเตอร์​ เนื่องจากตอนนี้มีช่องโหว่ทางกฎหมายเยอะว่า​ ตอนนี้เราตั้งคณะกรรมการนโยบายประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ได้เปิดการประชุมและมอบนโยบาย ซึ่งนายเอกนิติ​ นิติทัณฑ์​ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง​ ในฐานะประธาน จะนำไปประมวลและออกมาเป็นระเบียบรวมถึงกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกความกังวลของประชาชนได้รับการพิจารณา และจะทำให้ทุกประเด็นมีความเป็นธรรมมากที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทย​จะตั้งเป็นศูนย์ของรัฐบาล และจะแล้วเสร็จเมื่อใด นายกฯ กล่าวว่า ความจริงเขาทำตลอดอยู่แล้ว และขณะนี้ไม่ได้มีการอนุมัติโครงการใหม่ๆ ส่วนโครงการที่อนุมัติไปแล้วต้องปล่อยให้เขาดำเนินการไป ซึ่งส่วนใหญ่โครงการที่อนุมัติไปแล้วไม่มีปัญหาอะไร เพราะมีแหล่งพลังงาน แหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ  เป็นที่เรียบร้อย แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้คือการขออนุญาตไว้ก่อน ทั้งเรื่องการขอใช้ไฟฟ้า การขอใช้น้ำ และขอใบอนุญาต แล้วหวังว่าจะนำมาทำการค้าในเชิงพาณิชย์ มาเก็งกำไร ซึ่งเราคงไม่ให้  แต่จะให้เฉพาะคนที่มีความพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่ได้ตั้งขึ้นมา ไม่มีอะไรที่ต้องกังวล  ประเทศไทยต้องให้การสนับสนุนและมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการที่จะทำให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีทางด้าน AI ขั้นสูง

เมื่อถามว่า นักลงทุนจะเสียความมั่นใจหรือไม่ นายกฯ ​กล่าวว่า​ ไม่เสียความมั่นใจ เมื่อถามว่ามีการลักลอบตั้งดาต้า​เซ็นเตอร์​ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในหลายพื้นที่ นายอนุทินกล่าวว่า  ลักลอบก็ต้องโดน ใครไปลักลอบเปิดก็ต้องถูกปิด แค่นั้นเอง​ เพราะคำว่าลักลอบคือผิดกฎหมาย  คนที่จะมาทำอะไรก็แล้วแต่ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกกฎหมาย สำหรับดาต้า​เซ็นเตอร์​ คนที่ทำผิดกฎหมายคือพวกขุดบิตคอยน์ ซึ่งเป็นดาต้า​เซ็นเตอร์​อย่างหนึ่งที่ลักลอบใช้ไฟฟ้า ต่อสายตรง พยายามตั้งนอกพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม  นอกกรุงเทพฯ นอกเมืองใหญ่ๆ และใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่กินไฟ และยังมาขโมยไฟใช้อีก ซึ่งเราต้องพยายามปราบปรามอย่างเด็ดขาด

ด้านนายเอกนิติเปิดเผยว่า รัฐบาลกำหนดกรอบภายใน 1 เดือน ต้องมีนโยบายและมาตรฐานขั้นต่ำในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งระบบให้ชัดเจน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบนโยบายให้คณะกรรมการฯ จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ใช่เพื่อปิดกั้นการลงทุน แต่เพื่อเปลี่ยนจากระบบต่างหน่วยต่างอนุมัติ ไปสู่ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ  ให้การลงทุนเดินหน้าได้ โดยประชาชนไม่ต้องรับผลกระทบ

เขากล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI และธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ แต่ที่ผ่านมาไทยยังไม่มียุทธศาสตร์กลาง หลายโครงการไปขออนุญาต ขอใช้ไฟ ขอใช้น้ำ หรือขอส่งเสริมการลงทุนกับหลายหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจายไม่เห็นภาพรวมเดียวกัน ดังนั้น ที่ประชุมจึงสั่งให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์  ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างรอพิจารณา เพื่อทำ Dashboard กลางให้หน่วยงานรัฐเห็นสถานะเดียวกัน ทั้งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ โครงข่ายไฟฟ้า ผังเมือง แหล่งน้ำ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

"คณะกรรมการฯ จะตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและความคุ้มค่าประเทศ, ด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำ ไฟ และดิจิทัล, ด้านพื้นที่ อาคาร และผังเมือง และด้านสิ่งแวดล้อม โดยทุกชุดต้องเสนอทั้งมาตรฐานขั้นต่ำและกรอบนโยบายภายในสัปดาห์หน้า ก่อนสรุปนโยบายทั้งระบบภายใน 1 เดือน" นายเอกนิติ กล่าว

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หลักการสำคัญคือการกำหนด Minimum Requirement หรือมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อาคาร ความปลอดภัย น้ำ ไฟ และความมั่นคงของระบบดิจิทัล โดยมาตรฐานนี้จะนำไปใช้กับทุกโครงการ ทั้งที่ดำเนินการแล้ว กำลังก่อสร้าง และโครงการใหม่ในอนาคต  โดยไม่ใช่ว่าโครงการที่ได้รับอนุญาตไปแล้วจะไม่ต้องทำตามมาตรฐานใหม่ เพราะมาตรฐานดังกล่าวเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน โครงการที่ดำเนินการแล้วอาจต้องมีช่วงเวลาปรับตัว ส่วนโครงการที่ยังไม่เริ่มต้องรอมาตรการใหม่ให้ชัดเจนก่อน

ทั้งนี้ หลังจากผ่านมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว โครงการใหม่จะต้องแข่งขันกันเสนอประโยชน์สูงสุดให้ประเทศไทย ไม่ใช่ดูเพียงขนาดเงินลงทุน  แต่ต้องตอบได้ว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย เชื่อมยุทธศาสตร์ AI ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการไทย และเป้าหมาย Net Zero อย่างไร

“ประชาชนไม่ต้องกังวล รัฐบาลไม่ได้หยุดการลงทุน แต่จะทำให้การลงทุนมีมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่กระทบประชาชน ทั้งเรื่องน้ำมัน เสียง สิ่งแวดล้อม และทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เคยกระจัดกระจายจะถูกบูรณาการให้เห็นภาพเดียวกันภายใน 1 เดือน” นายเอกนิติกล่าว

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งแรกมีเป้าหมายสำคัญคือจัดระเบียบการทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพราะข้อมูลและอำนาจกำกับดาต้าเซ็นเตอร์กระจายอยู่ในหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน

ทั้งนี้ ในส่วนของดีอีได้รวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาจัดทำ Dashboard แบบ Live รวบรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ สายไฟ ผังเมือง และข้อมูลประกอบอื่นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น ต่อจากนี้ ข้อมูลด้านกฎ ข้อบังคับ และสถานะโครงการจะถูกนำมารวมไว้ใน Dashboard เดียว เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าใจตรงกัน ติดตามสถานะของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ชัดเจน ทั้งโครงการที่กำลังจะสร้างและโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว ถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการกำกับดูแลในระยะต่อไป

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการ กล่าวว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดให้บริการแล้ว 35 โครงการ ในจำนวนนี้ผ่านการส่งเสริมของบีโอไอเพียง 11 โครงการ ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 49 โครงการ และมีผู้สนใจหรือรอพิจารณาอีกประมาณ 117 โครงการ โดยคณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดเส้นแบ่งขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับเข้มข้น และจะจัดให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทธุรกิจเฉพาะ เพื่อให้การอนุญาต การติดตามข้อมูล และการกำกับดูแลมีความชัดเจนมากขึ้น

ทางด้านนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะกำกับ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การกำหนดค่าไฟเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เกณฑ์ไฟสะอาด ระบบสำรองไฟ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นผู้ใช้ไฟปริมาณมาก โดยค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ต้องสะท้อนต้นทุนจริง รวมถึงภาระจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น โดยจะแยกประเภทผู้ใช้ไฟดาต้าเซ็นเตอร์ออกมา ไม่ให้การใช้ไฟของธุรกิจนี้มากระทบค่าไฟประชาชน บ้านเรือน ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมอื่น

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เกี่ยวข้อง 6 โครงการ เปิดดำเนินการแล้ว 3 โครงการ และยังไม่อนุมัติ 3 โครงการ โดยโครงการที่เปิดแล้วจะลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มข้น เพื่อดูผลกระทบ ความเดือดร้อน และใช้เป็นบทเรียนให้คณะกรรมการฯ ส่วนโครงการที่เหลือให้ชะลอไว้ก่อน

ทั้งนี้ การมีนิยามและแนวทางกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในหลายด้าน ทั้งผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร ระยะเว้นระยะร่นที่เหมาะสม ความพร้อมเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง ความปลอดภัย รวมถึงความพร้อมของระบบน้ำและไฟในพื้นที่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หนูเหน็บ ‘ณัฐพงษ์’ ไม่รู้เรื่อง

“อนุทิน” เย้ย “เท้ง” ไม่รู้เรื่องกล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ลั่นใช้งบคุ้มค่าไม่ใช่คิดว่ามีเงินในกระเป๋าแล้วนำไปใช้อะไรก็ใช้ “ลิซ่า” รีบป้องหัวหน้าใช้สิทธิ์ตามระบบ

บก.ปปป.ยืนยัน ไร้‘นักการเมือง’ พันโกงท้องถิ่น!

กกต.ฟันอาญาผู้สมัครสมาชิก อบจ.และนายก 99 ราย ปมรู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติยังสมัครชิงเก้าอี้ “บก.ปปป.” ย้ำโกงสอบท้องถิ่นไร้นักการเมืองเอี่ยว “ปชป.” ขู่เกาะติดหาตัวการใหญ่ จ่อร้อง ป.ป.ช.

อนุทินเลื่อนดินเนอร์ ผุดรายการ‘ คุยกับครม.’ บังซุป-ไอซ์เปิดวอร์ระอุ

“อนุทิน” เลื่อนดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล 6 ก.ย. เหตุติดภารกิจสำคัญ “รบ.” ผุดรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เปิดมุมคิด-เจาะนโยบาย ออกอากาศทุกวันเสาร์ 09.05 น. เริ่ม 5 ก.ย.นี้ ประเดิมเทปแรก

นายกฯ เปิดประชุม 'ดาต้าเซ็นเตอร์' นัดแรก สั่งเร่งปิดช่องโหว่กม.-ออกระเบียบรัดกุม สร้างเชื่อมั่น

นายกฯ เปิดประชุมดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก รับทราบทุกข้อกังวลปชช. หลังพบแฝงขอใบอนุญาตไม่ถูกกฎหมาย-ขอไฟเกิน20,000 เมกะวัตต์ สั่งเร่งปิดช่องโหว่กม.-ออกระเบียบรัดกุม สร้างความเชื่อมั่น