
“อนุทิน” เย้ย “เท้ง” ไม่รู้เรื่องกล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ลั่นใช้งบคุ้มค่าไม่ใช่คิดว่ามีเงินในกระเป๋าแล้วนำไปใช้อะไรก็ใช้ “ลิซ่า” รีบป้องหัวหน้าใช้สิทธิ์ตามระบบ แต่นายกฯ มัวแต่เดินงานมหกรรม “วรศิษฎ์” โชว์ภาพตบหน้า “ไอซ์” ปมไม่ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้
เมื่อวันที่ 4 ก.ย.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ระบุว่ารัฐบาลใช้งบประมาณในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ล้มเหลว โดยนายกฯ หัวเราะก่อนกล่าวว่า เขาไม่รู้เรื่อง รัฐบาลไม่มีการใช้งบอะไรแล้วล้มเหลว รัฐบาลต้องใช้งบประมาณทุกอย่างของประเทศให้คุ้มค่า และงบประมาณทุกอย่างที่รัฐบาลได้ใช้ต้องคิดมาก่อน ไม่ใช่ว่าเหมือนวันนี้มีเงินในกระเป๋าแล้วจะนำไปใช้อะไรก็ใช้ ซึ่งไม่ใช่ เขาไม่เข้าใจ
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุอยากให้ใช้ความกล้าหาญทางการเมืองในการแก้ไขปัญหานี้ นายอนุทินหัวเราะอีกครั้งก่อนกล่าวว่า รัฐบาลไม่มีความกล้าหาญแล้วจะเป็นรัฐบาลได้อย่างไร ก่อนหันมาบอกว่า สื่อชอบถามว่าคนนั้นพูดทีคนนี้พูดทีแล้วเอามาชนกัน ซึ่งระบบรัฐสภาสามารถเรียกรัฐมนตรีไปตอบกระทู้ ตอบญัตติ หรือแม้กระทั่งหากไม่มีความมั่นใจก็ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งมาตรา 151 และมาตรา 152 ได้ เพราะฉะนั้นต้องให้มีการชี้แจง โดยผู้ที่สงสัยและผู้ที่ชี้แจงเขาได้พูดคุยกัน หากไปถามคนนั้นพูดทีคนนี้พูดทีจะกลายเป็นพูดกันคนละที ซึ่งเราก็ไม่ได้ยินว่าเขาพูดจริงหรือไม่
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรค ปชน. ตอบโต้นายอนุทินว่า นายอนุทินอาจจะเข้าใจอะไรคลาดเคลื่อน เพราะเมื่อวันที่ 3 ก.ย. นายณัฐพงษ์ใช้กลไกทางนิติบัญญัติอภิปรายในสภาตามที่ท่านว่า แต่ปัญหาคือตัวคนเป็นนายกฯ กลับไม่ยอมไปนั่งฟัง สื่อมวลชนจึงจำเป็นต้องตามไปถามความเห็นข้างนอก
“หากท่านสละเวลาให้ความสำคัญมานั่งฟังเรื่องสำคัญในสภาให้เหมือนกับที่มีเวลาไปเดินงานมหกรรม เรื่องทั้งหมดก็จบ ไม่ต้องมาตอบโต้ผ่านสื่อ ปากบอกให้ใช้กลไกสภา แต่ตัวคนที่ควรจะให้คำตอบชัดเจนที่สุดกลับไม่เคยปรากฏตัวในสภา จะโผล่มาบ่อยสุดก็เฉพาะวาระที่ต้องให้สภาผ่านงบประมาณเท่านั้น” น.ส.ภคมนกล่าว
ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ และ รมว.การต่างประเทศ มีกำหนดเดินทางเยือนมาเลเซีย ในวันที่ 6-7 ก.ย. เพื่อติดตามผลการเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการของนายอนุทินเมื่อวันที่ 9-10 ก.ค.2569 และจะพบหารือกับดาโตะ เซอรี อูตามา ฮาจี โมฮามัด บิน ฮาจี ฮาซัน รมว.การต่างประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทวิภาคีระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านความมั่นคงตามแนวชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การส่งเสริมความเชื่อมโยงชายแดน และการพัฒนาพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ
ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึง น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. วิพากษ์วิจารณ์การจัดประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ และตั้งคำถามว่ารัฐบาลไม่กล้าลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า อยากให้วิพากษ์วิจารณ์เรื่องการลงพื้นที่มองจากข้อเท็จจริงและการทำงานที่เกิดขึ้นจริง มากกว่าการมองเพียงว่ารัฐบาลจัดประชุมที่จังหวัดใด โดยเมื่อวันที่ 30 ส.ค. เวลา 22.00 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย และตนเองเดินทางลงพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบสิ่งของบำรุงขวัญแก่กำลังพลสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ชุดคุ้มครองตำบล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้า การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ได้แจ้งผู้บริหารจังหวัดล่วงหน้า และไม่มีพิธีต้อนรับ ใช้เวลาตรวจเยี่ยมทั้ง 3 จุดประมาณ 2 ชั่วโมง
“ถ้าถามว่ารัฐบาลกล้าลงพื้นที่ชายแดนใต้หรือไม่ ผมคิดว่าภาพที่เกิดขึ้นตอบคำถามได้ดีกว่าคำพูด เราไปถึงปัตตานีและยะลาในช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม เข้าไปหาพี่น้อง อส.ถึงฐานปฏิบัติการ เพื่อฟังว่าเขาขาดอะไร มีปัญหาอะไร และเราจะช่วยอะไรได้บ้าง”
นายวรศิษฎ์กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญกว่าการเดินทางไปถึงพื้นที่ คือการนำปัญหาที่ได้รับกลับมาดำเนินการต่อ โดยเฉพาะการดูแลกำลังพล อส. ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน ครู นักเรียน พระภิกษุ และชุมชนในพื้นที่ ซึ่งชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง และไม่ควรเอามาเป็นเรื่องว่าใครลงพื้นที่มากกว่าใคร สิ่งที่ประชาชนต้องการคือคนที่ลงไปฟังปัญหา แล้วเอากลับมาแก้ให้จริง
“เราไม่ได้ไปเพื่อสร้างภาพ เราไปเพราะอยากเห็นคนทำงานจริงๆ และอยากให้เขารู้ว่าคนที่อยู่ส่วนกลางไม่ได้ลืมเขา รัฐบาลพร้อมรับฟังทุกเสียงวิจารณ์ แต่เรื่องชายแดนใต้ควรแข่งขันกันที่การทำงานให้ประชาชนมากกว่าการแข่งขันกันว่าใครพูดถึงพื้นที่นี้มากกว่ากัน ถ้าจะวัดกัน ขอวัดกันที่ว่าใครทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และทำให้คนที่ทำงานอยู่แนวหน้ารู้สึกว่าเขาไม่ได้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” นายวรศิษฎ์กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บวงสรวงอัญเชิญราชรถ ถวายพระเพลิงพระพันปี
กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ พิธีบวงสรวงการอัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถ ราชรถน้อย ราชรถปืนใหญ่
ประเดิมจ่าย2ล.เหยื่อน้ำท่วม
นายกฯ กดปุ่มจ่ายเงินเยียวยาเสียชีวิตน้ำท่วมเชียงใหม่ รายแรก 2 ล้าน
ไทยโชว์แผนปราบสแกมเมอร์
นายกฯ ชวนชาวโลกชิมโอเลี้ยงไทย เชื่ออาจลืมอเมริกาโนไปตลอดชีวิต พร้อมขึ้นเวทีชูวิสัยทัศน์ “Future-Ready Thailand”
หนูเคาะ27-30ต.ค. ให้ฝ่ายค้านซักฟอก4วัน ‘ไอเดียร์-สามี’เบี้ยวแจง
สภาบรรจุญัตติซักฟอก 18 รมต. แจ้ง “คณะรัฐมนตรี” รับทราบ รอเคาะวันเวลา “นายกฯ” กำชับ ครม.เตรียมพร้อมศึกซักฟอก
ครม.วางกรอบศึกซักฟอก 27-30 ต.ค.
นายกฯกำชับ ครม.เตรียมพร้อมศึกซักฟอก วางกรอบ 27-30 ต.ค.ก่อนวิปรัฐบาล-วิปฝ่ายค้าน ถกเคาะวันสะเด็ดน้ำ 'ยศชนัน' ยันกลาง ครม.เพื่อไทยพร้อมหนุน จ่อจัด ครม. สัญจร ครั้งที่ 2 จ.อุดรธานี 2-3 พ.ย.
'สุชาติ' บอกไม่ต้องขอเสียง 'กล้าธรรม' ช่วย!
'สุชาติ' ซัดพรรคประชาชนพรรษาน้อย-เป็นเด็กวันยังค่ำ! ถูกจองกฐินซักฟอกทุกครั้ง เหน็บ 'รักชนก' คงไม่มีอะไรจะพูดถึงเพราะพูดทุกวัน ย้ำสัมพันธ์ 'กล้าธรรม' ไม่ต้องขอเสียงช่วย

