
“อนุทิน” เลื่อนดินเนอร์พรรคร่วมรัฐบาล 6 ก.ย. เหตุติดภารกิจสำคัญ “รบ.” ผุดรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” เปิดมุมคิด-เจาะนโยบาย ออกอากาศทุกวันเสาร์ 09.05 น. เริ่ม 5 ก.ย.นี้ ประเดิมเทปแรก “รองนายกฯ ปกรณ์” ปฏิรูประบบราชการ “ไหม” เหน็บคะแนนตกต้องทำรายการ แนะใช้ช่องทางปกติสื่อสารก็พอ ขอนายกฯ สักครั้งในชีวิตมาตอบกระทู้ในสภา “โรม” ซัดรัฐบาลอำมหิต เอาปัญหาไฟใต้บังหน้า ยื้อเวลาสภาซัก กกต.ป้อง สว. ขู่ซักฟอกโดนจัดหนักแน่ “ไอซ์-ศุภชัย” เดือด! กลางโซเชียล ถามมีใครใน กกต.เป็นบุพการีหรือเห็นออกโรงปกป้อง “มือกฎหมาย ภท.” สวนบางคนโดนด่ากลับยิ่งมีความสุข เลยสนองความสุขให้
ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 4 ก.ย.2569 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมรัฐบาลนัดรับประทานอาหารที่บ้านพักนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. วันที่ 6 ก.ย.นี้ว่า จากกำหนดการเดิมในวันที่ 6 ก.ย. ที่นายกฯ นัดหมายรัฐมนตรีและแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลร่วมรับประทานอาหาร ณ บ้านพักส่วนตัวย่านบางพลีนั้น เบื้องต้นได้เลื่อนกำหนดการดังกล่าวออกไปก่อน เนื่องจากในสัปดาห์หน้านายกฯ มีภารกิจสำคัญ ส่วนจะจัดงานดังกล่าวเมื่อไหร่นั้นนายกฯ จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
ขณะที่นายอนุทินให้สัมภาษณ์กรณีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง แบะท่าอยากมี รมช.การคลัง ว่าวันนี้ก็ยังทำงานได้ดีอยู่ไม่มีปัญหาอะไร ไม่มีรัฐมนตรีช่วย ซึ่งนายเอกนิติและนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ก็มีผู้ช่วยรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถและตรงต่อวิชาชีพ
ถามว่า หากในอนาคตรัฐมนตรีว่าการจะมีรัฐมนตรีช่วยว่าการ ควรเป็นนักการเมืองในพรรคหรือเป็นคนนอก หรือให้รัฐมนตรีเจ้ากระทรวงเป็นผู้ตัดสินใจ นายกฯ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ส่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเชิญชวนประชาชนติดตามรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” รายการที่จะเปิดมุมคิด เจาะนโยบาย เบื้องหลังการทำงาน และทิศทางการบริหารประเทศ ผ่านการพูดคุยกับรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้และเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอะไร มีเป้าหมายอย่างไร และจะเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร
น.ส.รัชดากล่าวว่า รายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” จะชวนรัฐมนตรีมาพูดคุยแบบตรงไปตรงมาในประเด็นสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทั้งแนวคิด เบื้องหลังการกำหนดนโยบาย การขับเคลื่อนงานในแต่ละด้าน ตลอดจนคำถามและข้อสงสัยที่ประชาชนต้องการคำตอบ
“รัฐบาลต้องการเพิ่มช่องทางการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลจากผู้กำหนดและรับผิดชอบนโยบายโดยตรง เพราะนอกจากการรับรู้ว่านโยบายคืออะไรแล้ว สิ่งสำคัญคือประชาชนควรได้ทราบถึงเหตุผล เป้าหมาย และผลที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงานของรัฐบาล เพื่อให้ทุกคำถามมีคำตอบ ประชาชนสามารถติดตามรายการคุยกับ ครม.อนุทินได้ทุกวันเสาร์ เวลา 09.05 น. ทางโทรทัศน์ NBT, MCOT HD และ ททบ.5 และช่องทางออนไลน์ กรมประชาสัมพันธ์, NBT Connext และไทยคู่ฟ้า” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเทปแรกวันที่ 5 ก.ย. ประเดิมรายการโดยนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่จะมาพูดคุยถึงเรื่องปฏิรูประบบราชการ
เหน็บหนูคะแนนตกต้องดิ้น
ที่อาคารอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมจัดรายการ “คุยกับ ครม.อนุทิน” ว่า อาจจะเป็นตัวช่วยในยามที่คะแนนนิยมตกต่ำ เราจะเห็นหลายรัฐบาลที่ใช้กลยุทธ์แบบนี้ในการออกมาหาช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน ซึ่งในยามปกติก็มีหลายช่องทางที่สามารถพูดคุยสื่อสารกับประชาชนได้ ทั้งการออกมาแถลงข่าว การประชุม ครม. การให้ข่าวต่างๆ ที่จะมีประโยชน์กับการเพิ่มคะแนนนิยมของตัวเอง นอกเหนือจากการที่จะเป็นการโต้ตอบกันไปวันๆ หรือจะเข้ามาใช้พื้นที่สภาในการตอบคำถาม ตอบกระทู้ของบรรดา สส. ก็คิดว่าเป็นช่องทางที่ใช้ได้ในระยะปกติอยู่แล้ว
“กลายเป็นว่าต้องไปใช้ช่อง NBT ในการเผยแพร่ผลงาน ก็คิดว่าไม่น่าจะได้ผลเท่าไหร่ในแง่ของการเพิ่มคะแนนความนิยมมากขึ้น” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
ถามว่า นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่าไม่อยากให้สื่อถามแบบปิงปองกันไปมา อยากให้ใช้กลไกสภาในการตั้งกระทู้ถามมากกว่า น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า แน่นอน ก็เห็นด้วยกับนายกฯ เลย เรื่องนี้จะไม่ต้องปิงปองกันไปมา หากเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมานายกฯ อยู่ที่สภาตามที่สมาชิกร้องขอให้การพิจารณาญัตติให้มีนายกฯ ร่วมในการชี้แจงข้อซักถามด้วย ก็จะไม่ต้องมีการปิงปองกันไปมา
“ถ้านายกรัฐมนตรีมาปรากฏตัวที่สภา อย่างน้อยเวลาตั้งกระทู้สดถึงนายกฯ ก็ช่วยมาบ้าง มาตอบคำถามบ้าง ตอนนี้คะแนนยังเป็น 0 ต่ำกว่านายกฯ ทุกคนที่ผ่านมา เลยต้องช่วยเร่งผลงานทางด้านนี้ด้วย เช่น เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ จริงๆ แล้วเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวงมาก ต้องเป็นนายกฯ เท่านั้นที่จะตอบทุกอย่างได้ แต่ก็เลือกที่จะมอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบแทน สักครั้งค่ะ ในชีวิตนะคะ มาตอบกระทู้ของพวกเรา” น.ส.ศิริกัญญากล่าว
ถามว่า วันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมาครบรอบ 1 ปี เอ็มโอเอระหว่าง ปชน.และ ภท. ได้รับบทเรียนอะไรบ้าง รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวทันทีว่า จำแม่นนะคะ จริงๆ ตนยังจำไม่ได้เลยว่าครบรอบ 1 ปีแล้ว เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่ได้คิดว่าสมควรค่าแก่การจดจำ เราก็จะไม่จดจำและไม่เฉลิมฉลองเวลาที่มันถึงเวลาครบรอบ คิดว่าเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับพรรค ปชน.ในการที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพรรคการเมืองด้วยกันว่าจะสามารถไว้ใจกันได้แค่ไหน
“ทราบกันดีว่าเราไม่สามารถทำสัญญาผูกมัดกันเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีผลทางกฎหมายได้ เพราะสัญญาทุกอย่างที่อยู่ในรูปของเอ็มโอยูและเอ็มโอเอ ก็จะเป็นเรื่องสัญญาใจ และใช้เครดิตของทั้ง 2 ฝั่งในการที่จะทำให้สัญญานี้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งวันนี้เราก็เห็นไปแล้วว่าอีกฝั่งหนึ่งได้ทำลายเครดิตของตัวเองลงไป ทำให้เราต้องเรียนรู้บทเรียนราคาแพงนี้ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต” รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าว
ในส่วนความคืบหน้าการยื่นญัติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อมีสภาฝ่ายค้านก็ต้องมีหน้าที่ในการตรวจสอบรัฐบาล ส่วนรัฐบาลต้องมีความพร้อมในการตอบข้อชี้แจง ตนมั่นใจสิ่งที่รัฐบาลทำงานมารัฐมนตรีแต่ละคนก็สามารถตอบได้
ถามว่า ฝ่ายค้านพยายามจี้รัฐบาลเกี่ยวกับการฮั้ว สว. นายทรงศักดิ์กล่าวว่า การจะอภิปรายต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของรัฐบาล ส่วนเรื่องวุฒิสภา (สว.) ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาล แต่เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการเลือกบุคคลที่จะทำหน้าที่เป็น สว. รัฐบาลมีหน้าที่เพียงอย่างเดียว คือเมื่อ กกต.ของบประมาณในการจัดการการเลือกตั้งต่างๆ เท่านั้น ส่วนหน้าที่การจัดการเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กกต.
ซักว่าหากฝ่ายค้านยื่นอภิปรายโดยไม่ใช้เรื่อง สว.มาพูดโดยตรง แต่สอดแทรกผ่านประเด็นอื่น จะต้องเตรียมรับมืออย่างไรหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่ต้องคอยกำกับดูแลการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับการประชุม เมื่อถามย้ำว่า ไม่มีความกังวลหรือห่วงว่าฝ่ายค้านจะบอกว่ารัฐบาลพยายามหลีกเลี่ยงในการพูดเรื่องนี้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คนถามต้องรู้หน้าที่ตัวเองว่าเป็นสิ่งที่ควรถามหรือไม่ ต้องถามในเรื่องการทำงานของฝ่ายที่ตอบคำถามด้วย
ถามว่า รัฐบาลมั่นใจเสียงที่จะสนับสนุนในสภาใช่หรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวว่า ทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีก็บอกว่ามีความพร้อม แม้จะยังไม่รู้ว่ารัฐมนตรีคนไหนจะถูกอภิปรายบ้าง แต่ละกระทรวงก็ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อชี้แจงในสภา โดยต้องรอดูการยื่นอภิปรายก่อน แต่ในส่วนของรัฐมนตรีก็ต้องเตรียมดูเนื้อหางานที่ตนเองทำว่าจะมีประเด็นใดบ้างที่อาจถูกซักฟอก
ปชน.ดาหน้าถล่มรบ.ป้องกกต.
ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าวถึงกรณีที่ประกาศกลางที่ประชุมสภาฯ ตัดพี่ตัดน้องกับ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ว่าเรื่องความสัมพันธ์กับ น.ส.มัลลิกา เป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนบุคคล อยากบอกว่าสภาควรเป็นพื้นที่ในการทำงานอย่างมืออาชีพ การพูดคุย การตกลง หรือการดำเนินการ ควรจะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา แต่ถ้าเกิดว่าท่านไปแทนตัวเองว่าเป็นพี่ และอันนี้คือน้อง พูดคุยกันราวกับว่านี่คือทริปนำเที่ยวที่มีความเป็นกันเองสูง การทำงานในลักษณะที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้เป็นสิ่งที่ท่านรองประธานควรจะปรับปรุงตัวเอง
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในสภาเมื่อวิปได้มีข้อตกลงกันแล้ว และหากไม่รักษาข้อตกลงนั้นก็ไม่มีประโยชน์อะไรในการที่จะมาพูดคุยและตกลงกัน และการมาหักกันทีหลังก็จะเกิดความไม่ไว้วางใจต่อกัน ไม่ใช่เราไม่เห็นความสำคัญของปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ปัญหาคือฝั่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญจริงหรือไม่ เพราะหากให้ความสำคัญจริง ไม่ควรใช้เรื่องชายแดนใต้มาประวิงเวลา ซึ่งการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. สามารถพิจารณาได้ถึง 2 เรื่อง ซึ่งมีข้อตกลงกันแล้ว ฝ่ายค้านก็พยายามบีบเวลาในการอภิปรายเรื่องรายงาน กกต.ด้วยซ้ำ หากไม่มีความพยายามในการประวิงเวลาหรืออ้างข้ออ้างต่างๆ เชื่อว่าสภาสามารถบรรลุเป้าหมายทั้ง 2 อย่าง
“รายงานของ กกต. ประชาชนก็จะได้รับรู้ว่าข้อเท็จจริงการทำงานของ กกต.เป็นอย่างไร เช่น เรื่องฮั้ว สว. แต่เราต้องยอมรับว่าการที่เราต้องแสวงหา ให้ กกต.มาตอบคำถาม เราต้องมีบุญของเราเพื่อจะได้พูดคุย ซึ่งมองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่สภาจะได้สอบ และให้ กกต.ได้ชี้แจง เพราะที่ผ่านมา กกต.มักชี้แจงผ่านเอกสาร (Press Release) ซึ่งถือเป็นกลไกที่สำคัญมาก ไม่เช่นนั้นสภาไม่เหลือพื้นที่ในการตั้งคำถามองค์กรอิสระ ซึ่งมองว่าแค่ตั้งคำถาม เป็นเรื่องยากมากขนาดไหน และเป็นปัญหาของรัฐธรรมนูญด้วย” นายรังสิมันต์กล่าว
รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าวว่า ภาพรวมการประชุมสภาฯ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา เราตกลงกันหมดแล้ว หากเดินตามที่ตกลงก็จบไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ตนขอใช้คำว่าพยายามแกล้งไม่เข้าใจ โดยแอบอ้างเอาเรื่องสถานการณ์ 3 จังหวัดชายแดนใต้เพื่อปกป้อง ความมุ่งหมายทางการเมืองที่ซ่อนอยู่ อำมหิตนะ พูดกันตรงๆ ว่าอำมหิต
“พวกท่านต้องการประวิงเวลา ซึ่งเป็นกลไกซื้อเวลา เพื่อไม่ต้องการให้ตั้งคำถามเรื่อง สว.ได้ พวกผมยินดีที่จะร่วมประชุมต่อจนถึงตีหนึ่งตีสอง ขอเพียงแค่จบ สัปดาห์ต่อไปก็จะได้เข้าสู่รายงาน กกต. แต่ก็ไม่เอาอีก ก็ยังจะเอาเรื่องนี้ไปประวิงเวลาต่อในสัปดาห์ถัดไป ทำแบบนี้จะไม่ให้บอกว่าอำมหิตมันก็แปลก และหากว่าเป็นการซื้อเวลาเรื่องฮั้ว สว. ก็มองได้อย่างนั้น มองอย่างอื่นไม่ได้” รองหัวหน้าพรรค ปชน.กล่าว
ถามว่า มองอย่างไรที่นายกฯ กล่าวหาผู้นำฝ่ายค้านฯ ไม่รู้เรื่องงบประมาณการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ นายรังสิมันต์กล่าวว่า อยากเห็นคนที่เข้าใจการใช้เงินงบประมาณในการแก้ปัญหา ที่ทำๆ กันอยู่เข้าใจแล้วใช่หรือไม่ สถานการณ์ไฟใต้ที่ลุกโชนขณะนี้คือคนเข้าใจหรือ ถ้านายกฯ บอกว่าเราไม่เข้าใจก็ชี้มาเป็นจุดๆ เลยเอากฎหมายมาว่ากัน เพราะการพูดถึงงบประมาณแผ่นดินต้องว่ากันตามกฎหมายอยู่แล้ว
"ถ้าท่านจะมาโจมตีดิสเครดิตเฉยๆ ต้องถามกลับไปว่าท่านยังมีเครดิตอะไรเหลือที่จะมาดิสเครดิตคนอื่น วันนี้ต้องคุยกันด้วยความจริง สถานการณ์ไฟใต้รุนแรงเพราะใคร สส.กมลศักดิ์ ยังตามหาคนร้ายตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ ขอถามจริงๆ ใครกันแน่ที่บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจการบริหารราชการแผ่นดิน ใครกันแน่ที่ไม่เข้าใจเรื่องเงินภาษีและงบประมาณต่างๆ" นายรังสิมันต์กล่าว
โรมเตรียมลุยซักฟอกเต็มที่
ถามถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายรังสิมันต์กล่าวว่า ในอนาคตที่จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราลุยเต็มที่อย่างแน่นอน ส่วนในสมัยการประชุมนี้จะใช้กลไกอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งแบบลงมติและไม่ลงมติหรือไม่ ก็ขอให้รอติดตาม
ซักว่านายกฯ ไม่อยากให้สื่อถามไปมา แต่อยากถามในสภาดีกว่าและพร้อมมาชี้แจง นายรังสิมันต์กล่าวว่า ถ้าเขาบริสุทธิ์ใจ ถ้าไม่สร้างปัญหาต่างๆ ตนคิดว่าเขาไม่จำเป็นต้องกลัวในเรื่องพวกนี้ คิดว่านักข่าวมีวิธีการทำข่าวแบบนี้มานานแล้ว ดังนั้นอยู่ๆ จะมาบอกว่านักข่าวควรทำอะไรหรือไม่ควรทำอะไร เดี๋ยวจะโดนตั้งคำถามต่อว่าแทรกแซงการทำงานของสื่อหรือไม่ ตนคิดว่าสื่อมวลชนมีสิทธิ์ที่จะถาม ส่วนจะเป็นคำถามอย่างไร ประชาชนก็พร้อมที่จะตรวจสอบสื่ออยู่แล้ว
"นักการเมืองตอบได้ก็ตอบ ตอบไม่ได้ก็บอกตอบไม่ได้ แต่ที่น่ากังวลคือนักการเมืองที่ต้องตอบมันกลัวคำถาม" นายรังสิมันต์กล่าว
นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. กล่าวเช่นกันว่า รัฐบาลพรรค ภท.พยายามอุ้ม กกต. ยื้อเวลาพิจารณาหนีการตรวจสอบของสภา ซึ่งการรายงานประจำปีเป็นช่องทางเดียวที่สภาจะตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระเหล่านั้นได้ กกต.สอบตกในด้านความเชื่อมั่นขององค์กร ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่สภาจะต้องตรวจสอบ ไม่ได้หมายความว่าจะติดได้ไม่สำคัญ ซึ่งการประชุมเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา อยู่ดีๆ ก็ปิดการประชุม ดังนั้นสัปดาห์หน้าต้องประชุมต่อ
"นี่ทำเสมือนเราจะอภิปรายไม่ไว้วางใจ กกต. รัฐบาลฝ่ายบริหารถึงขั้นไปอุ้มองค์กรอิสระ โอ้โห มันขนาดนั้นเลยหรือ ผมจึงต้องมาแถลงข่าววันนี้ เพราะมีหลากหลายประเด็นที่สมาชิกต้องการอภิปราย หวังว่าการประชุมสัปดาห์หน้าจะไม่โดนบิดเบี้ยวอีก ใช้ข้ออ้างการอภิปรายงบ 2-3 วันที่ 7-9 ก.ย.แล้ววันที่ 10 ก.ย.จะขอให้สมาชิกพักผ่อน ดังนั้นวันที่ 10 ก.ย.นี้ ขอให้ติดตามว่า กกต.จะเบี้ยวการชี้แจงต่อสภาอีกหรือไม่ ทำทีมารอชี้แจง แต่ใช้เทคนิคยื้อออกไปอีกเรื่อยๆ เพื่อรอให้กระแสลง ยืนยันว่าหลังวันที่ 14 ก.ย. กกต.จะยิ่งโดนหนัก" นายภัณฑิลกล่าว
ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภท. โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการอภิปรายที่จะมาถึงของฝ่ายค้านตั้งคำถามว่า "ตรวจสอบ กกต. หรือกำลังกดดัน กกต.?” ตอนหนึ่งระบุว่า การตรวจสอบองค์กรอิสระเป็นหน้าที่ของรัฐสภา แต่ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตั้งคำถามต่อการทำงาน กับการชี้นำผลลัพธ์ของกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด
นายศุภชัยกล่าวว่า เมื่อวานนี้ สภามีวาระการประชุมพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของ กกต.ประจำปี 2567 ซึ่งครอบคลุมภารกิจของ กกต. ทั้งการเลือกตั้ง การได้มาซึ่ง สว. การสืบสวนไต่สวน งานพรรคการเมือง และการบริหารองค์กร อย่างไรก็ตาม สามารถคาดการณ์ได้จากการกล่าวของสมาชิกพรรคฝ่ายค้านว่า การอภิปรายกลับมุ่งเน้นคดีเกี่ยวกับการเลือก สว. ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ กกต. จึงเกิดคำถามว่า สภากำลังตรวจสอบผลการปฏิบัติงานประจำปี หรือกำลังกดดันกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุด
‘ศุภชัย-ไอซ์’โพสต์ฉะกันเดือด
“ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น หากมีการนำข้อมูลหรือรายละเอียดจากสำนวนการสอบสวนหรือสำนวนไต่สวนที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้ประกอบการอภิปราย ก็ยิ่งต้องตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารเหล่านั้นว่าได้มาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ผู้เปิดเผยมีอำนาจเปิดเผยหรือไม่ และสมควรหรือไม่ที่จะนำเนื้อหาภายในสำนวนมาไล่ถามองค์กรที่กำลังทำหน้าที่พิจารณาสำนวนนั้นเสียเอง โดยเฉพาะเมื่อผู้ตั้งคำถามเป็นสมาชิกรัฐสภา ซึ่งใช้อำนาจตรวจสอบในนามของฝ่ายนิติบัญญัติ ยิ่งควรระมัดระวังไม่ให้การตรวจสอบถูกมองว่าเป็นการนำข้อมูลจากกระบวนการที่ยังไม่สิ้นสุดมาใช้สร้างแรงกดดันต่อผู้มีหน้าที่วินิจฉัย” นายศุภชัยกล่าว
อย่างไรก็ตาม น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. โพสต์เฟซบุ๊กตอบโต้นายศุภชัยทันทีว่า มันเป็นหน้าที่ของสภาและรัฐบาลตั้งแต่เมื่อไหร่? ที่จะต้องยื่นหน้าออกมาปกป้อง กกต.ขนาดนี้ พื้นที่ของสภาอันทรงเกียรติ ที่พวกคุณชอบพูดกัน ควรมีเอาไว้พูดเพื่อปกป้องประโยชน์สูงสุดของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เวทีที่จะเอามาปกป้องพวกพ้องเครือข่ายตัวเอง ออกหน้าปกป้องกันถึงขนาดว่าเอาเพจพรรค ออกมาตอบโต้ ไม่ให้ใช้เวทีสภากดดัน กกต.
“กับหน่วยงานอื่นพรรคภูมิใจไทยทำขนาดนี้ไหม? มีใครใน กกต. เป็นบุพการีของพวกท่านหรือคะ? ทีนี้ก็ชัดเจนแล้วนะ ว่าเมื่อวานนี้ รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย เอาชีวิตของคนสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาอ้างบังหน้า เพื่อปกป้อง กกต.จริงๆ” น.ส.รักชนกระบุ
ต่อมา น.ส.รักชนกแชร์โพสต์ของนายศุภชัย ที่เขียนว่า you baseborn bastard!! (ไอ้ลูกไม่มีพ่อชั้นต่ำ) น.ส.รักชนกเขียนกำกับว่า “สลิ้งแตก”
จากนั้นนายศุภชัยโพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งเรื่อง "ตรวจสอบ กกต. ไม่ได้แปลว่าต้องกล่าวหา กกต.” ตอนหนึ่งระบุว่า หน้าที่ของ สส. ไม่ใช่เพียงการเอาเพจพรรคมาตอบโต้ แต่หน้าที่สำคัญกว่านั้นคือ ใช้เวทีรัฐสภาตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความรับผิดชอบ การที่สภารับทราบและอภิปรายรายงานประจำปีของ กกต. เป็นกระบวนการตรวจสอบองค์กรอิสระตามปกติ ฝ่ายค้านมีสิทธิตั้งคำถาม กกต. และฝ่ายรัฐบาลก็มีสิทธิตั้งคำถามต่อข้อมูล วิธีการ และข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านเช่นเดียวกัน
“สิ่งที่ผมตั้งคำถามไม่ใช่ว่า กกต.ต้องได้รับการปกป้อง แต่คือ กกต.ต้องได้รับอิสระในการพิจารณาพยานหลักฐานโดยไม่ถูกฝ่ายการเมืองฝ่ายใดกดดันให้ตัดสินไปในทิศทางที่ตนต้องการ” นายศุภชัยกล่าว
ช่วงท้ายนายศุภชัยระบุว่า ผมไม่ได้เป็น “ลูก” ของ กกต. และ กกต.ก็ไม่ใช่ “บุพการี” ของผม ผมจึงไม่รู้สึกอะไร แต่เมื่อดูแล้วบางคนมีความสุขกับการด่า คงจะยิ่งมีความสุขที่จะโดนด่ากลับ เลยสนองความสุขให้ ก็แค่นั้น และโพสต์ของผมยิ่งทำให้ได้รู้ว่าพันธุ์เดียวกันในสังคมที่เปรียบเป็นดั่งสัมภเวสี มีอยู่ล้นหลามจริงๆ
วันเดียวกัน นายสุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์เข้าชี้แจง กมธ.การตำรวจ สภาฯ ถึงการเผยแพร่เอกสารรายงานการสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 24/2568 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับข้อกล่าวหาการดำเนินการเลือก สว.ปี 2567 ว่า การเปิดเผยข้อมูลเอกสารทางราชการนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเผยทั้งหมดหรือแต่เพียงบางส่วนก็มีความผิด เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งในกรณีนี้จะมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องหลายฉบับ ประกอบด้วย 1.พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตรา3 (1), 26, 27, 79, 80 2.พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 มาตรา 15, 20, 41 และ 3.พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 มาตรา 74 และ 4.ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 164
"ถ้าเป็นเนื้อหาของเอกสารความลับทางราชการก็เป็นความผิดแล้ว โดยหลักการจะไม่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะอาจเป็นความลับชั่วขณะ หรือตลอดไปก็ได้ แล้วแต่หน่วยงานราชการนั้นๆ จะให้เอกสารเป็นความลับชั่วคราวหรือตลอดไป ถ้าได้ข้อมูลมาโดยไม่ชอบแล้วนำไปเผยแพร่ในช่วงเวลานั้นก็จะเป็นความผิด" นายสุโรจน์กล่าว
อดีตผู้พิพากษาฯ กล่าวว่า กรณีของนายพริษฐ์ แม้จะเปิดเผยเอกสารสำนวนการสอบคดีฮั้ว สว.ไม่หมดหรือบางส่วนเพื่อหวังผลการเมือง ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว แต่ถ้ามีการดำเนินคดีถึงชั้นศาล ศาลอาจใช้ดุลพินิจที่เป็นคุณด้วยการรอการลงโทษก็ได้ การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำที่ละเมิดทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งตนเห็นว่ามีความผิดทั้งไอลอว์และนายพริษฐ์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูเหน็บ ‘ณัฐพงษ์’ ไม่รู้เรื่อง
“อนุทิน” เย้ย “เท้ง” ไม่รู้เรื่องกล่าวหารัฐบาลแก้ไฟใต้ล้มเหลว ลั่นใช้งบคุ้มค่าไม่ใช่คิดว่ามีเงินในกระเป๋าแล้วนำไปใช้อะไรก็ใช้ “ลิซ่า” รีบป้องหัวหน้าใช้สิทธิ์ตามระบบ
เอกนิติขีดเส้น1ด. คุมดาต้าเซ็นเตอร์
“อนุทิน” ขันนอตเข้ม! ดาต้าเซ็นเตอร์ สกัดพวกลักลอบ ยันไม่กระทบความมั่นใจนักลงทุน ด้าน “เอกนิติ” ขีดเส้น 1 เดือนจัดระเบียบ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า
บก.ปปป.ยืนยัน ไร้‘นักการเมือง’ พันโกงท้องถิ่น!
กกต.ฟันอาญาผู้สมัครสมาชิก อบจ.และนายก 99 ราย ปมรู้อยู่แล้วขาดคุณสมบัติยังสมัครชิงเก้าอี้ “บก.ปปป.” ย้ำโกงสอบท้องถิ่นไร้นักการเมืองเอี่ยว “ปชป.” ขู่เกาะติดหาตัวการใหญ่ จ่อร้อง ป.ป.ช.
‘ศาลปกครอง’จ่อเช็กบิล สำนักงานกสทช.ตัดตอน
“ปกรณ์” แจง 11 ข้อหลักกฎหมาย ยันคำสั่งทางปกครองบังคับใช้ทันที เตือนอย่าใช้โวหารสร้างความเชื่อบิดเบี้ยวแก่สังคม “สำนักงาน กสทช.”
เลื่อนกินข้าว กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล เหตุนายกฯ ติดภารกิจสำคัญ
เลขานายกฯ เผย เลื่อนกินข้าว กระชับความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาล 6กย.ออกไปก่อนเหตุ นายกฯ ติดภารกิจสำคัญสัปดาห์หน้า
อนุทินนั่งหัวโต๊ะ ดาต้าเซ็นเตอร์ ลุยเอาผิดบริษัท
นายกฯ นั่งหัวโต๊ะบอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์นัดแรก ลุยปิดช่องโหว่ทั้งระบบ

