
“ปกรณ์” แจง 11 ข้อหลักกฎหมาย ยันคำสั่งทางปกครองบังคับใช้ทันที เตือนอย่าใช้โวหารสร้างความเชื่อบิดเบี้ยวแก่สังคม “สำนักงาน กสทช.” หนาว! ศาลปกครองเล็งจัดการหลังตัดตอนคำสั่ง
เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงหลักกฎหมายว่าด้วยคำสั่งทางปกครอง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สังคม โดยได้ระบุถึงหลักการสำคัญของกฎหมายปกครอง 11 ข้อ โดยเน้นย้ำว่า 1.คำสั่งทางปกครองจะมีผลใช้ยันต่อบุคคลเมื่อผู้นั้นได้รับแจ้ง 2.ผลของคำสั่งทางปกครองมันก่อให้เกิด โอน เปลี่ยนแปลง หรือระงับสิทธิ์ของผู้อยู่ใต้บังคับคำสั่งทางปกครองนั้น 3.เมื่อใดได้รับคำสั่งทางปกครอง คำสั่งนั้นก็มีผลแล้ว และกลไกตามกฎหมายในขั้นตอนต่อไปจะมีผลทันที เช่น ถ้ามีคำสั่งไล่ออกจากราชการ ก็ต้องงดจ่ายเงินเดือน ค่าตอบแทน สวัสดิการ นับแต่วันนั้น 4.ส่วนการโต้แย้งคำสั่งทางปกครอง ถ้ากฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เฉพาะก็ต้องอุทธรณ์ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง หรือหน่วยงานอื่นก่อน แล้วจึงจะไปฟ้องศาลปกครองต่อได้ 5.ถ้ากฎหมายกำหนดวิธีการไว้เฉพาะก็ว่ากันไปตามนั้น
6.ตามหลักกฎหมายปกครอง การโต้แย้งคำสั่งทางปกครองไม่ว่าจะเป็นการอุทธรณ์ การฟ้องศาลปกครองไม่มีผลเป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้น เว้นแต่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลปกครองมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ 7.คำสั่งทางปกครองนั้นมีผลอยู่ตราบเท่าที่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์หรือศาลปกครองมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับ ไม่ใช่ฟ้องศาลว่าคำสั่งทางปกครองใดออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายปุ๊บ มันจะทำให้คำสั่งทางปกครองนั้นเสียไปหรือมีปัญหาทันที 8.เช่น คำสั่งปิดสถานบริการ ผลก็คือต้องหยุดประกอบกิจการ เปิดให้บริการต่อไม่ได้ หรือคำสั่งไล่ออกจากราชการ ผลก็คือต้องออกจากราชการ ไม่ต้องมาปฏิบัติราชการแล้ว เป็นต้น 9.หลักของมันคือความมั่นคงของคำสั่งทางปกครอง 10.ถ้าต่อไปศาลปกครองพิจารณาพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าคำสั่งทางปกครองใดไม่ชอบ ก็ต้องยกเลิกหรือเพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้น รวมทั้งเยียวยาให้แก่ผู้ถูกคำสั่งทางปกครองนั้น แต่ถ้าศาลท่านเห็นว่าชอบแล้ว ก็บังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้นต่อไป
“11.เรื่องที่ศาลปกครองท่านจะรับไว้พิจารณาได้ ก็จะพิจารณาก่อนว่าเป็นคำสั่งทางปกครองหรือเรื่องที่อยู่ในอำนาจศาลปกครองหรือไม่ ถ้าอยู่จึงจะรับไว้พิจารณา และการที่ศาลรับไว้พิจารณาโดยเหตุผลว่าเรื่องนั้นเป็นคำสั่งทางปกครอง ก็หมายความว่าคำสั่งทางปกครองนั้นมันมีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันโน้นแล้ว ถ้าไม่เข้าใจอีก ให้ย้อนกลับไปอ่านข้อ 1 ใหม่ อย่าใช้โวหารสร้างความเชื่อบิดเบี้ยวให้แก่สังคม”
วันเดียวกัน สำนักงานศาลปกครองชี้แจงกรณีสำนักงานคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องคดี นพ.สรณ ความว่า ตามที่ปรากฏในเอกสารข่าว กสทช. ฉบับที่ 85/2569 ลงวันที่ 3 ก.ย.2569 ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์ของสำนักงาน กสทช. www.nbtc.go.th และในสื่อออนไลน์และสื่อต่างๆ นั้น ขอชี้แจงว่า ข้อความที่ปรากฏในเอกสารข่าวข้างต้น เป็นการนำข้อความบางตอนของคำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งกลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้นให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา ในคดีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ (ผู้ฟ้องคดี) ขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค.2569
สำนักงานศาลปกครองตรวจสอบแล้วพบว่า ข้อความในข้อ 3 ข้อ 4 และข้อ 5 ของเอกสารข่าวดังกล่าวที่มีข้อความว่า “ศาลปกครองสูงสุดระบุว่า...” เป็นข้อความที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง สำนักงานศาลปกครองขอแจ้งให้ทราบว่า การนำข้อความเพียงบางส่วนที่ปรากฏในคำสั่งของศาลไปเผยแพร่โดยไม่สมบูรณ์ครบถ้วน ในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยและเหตุผลในการวินิจฉัยของศาล เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งสำนักงานศาลปกครองจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
มีรายงานว่า ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ได้ส่งบันทึกข้อความด่วนที่สุดถึงเลขาธิการ กสทช. เพื่อขอให้สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมและอำนวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการ กสทช.เท่าที่เหลืออยู่ เพื่อให้องค์กรปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า ในคดีระหว่าง นพ.สรณ ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้กลับคำสั่งศาลปกครองกลางให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา ศาลปกครองสูงสุดยืนยันว่า คำวินิจฉัยของผู้ถูกฟ้องคดี (ที่ 1/2569) เรื่องลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายอันเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช. ถือเป็นที่สุด และมีผลผูกพันตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้งคือวันที่ 22 ก.ค.2569 บอร์ดที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่แทนได้
“ปัจจุบันศาลยังไม่มีคำพิพากษาและยังไม่มีคำสั่งเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองชั่วคราวใดๆ ทำให้คำวินิจฉัยดังกล่าวคงมีผล ส่งผลให้ นพ.สรณไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธาน กสทช.ได้มาตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.2569 ด้วยเหตุนี้จึงขอให้สำนักงาน กสทช.ปฏิบัติหน้าที่ด้านธุรการตามกฎหมาย โดยเร่งจัดประชุม กสทช. สำหรับกรรมการที่เหลืออยู่ ในวันศุกร์ที่ 4 ก.ย.2569 หรือภายในสัปดาห์หน้า เพื่อแก้ไขปัญหาวาระการประชุมที่ค้างสะสมมานานกว่า 1 เดือน จากการที่ไม่สามารถเปิดประชุมได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเพื่อรักษาประโยชน์สาธารณะอย่างเร่งด่วน”
ทั้งนี้ปรากฏว่า กสทช.ไม่ได้มีการระบุวาระการประชุมตามข้อเสนอของ ศ.กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ในกำหนดและวาระงานประจำวันแต่ประการใด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สง่างาม!ติดฉัตรประดับพู่ ขบวนพยุหยาตราฯพร้อม
"สำนักพระราชวัง-กองทัพเรือ" ติดตั้งฉัตร พระวิสูตร ประดับพู่ "เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์" สง่างามสมพระเกียรติ
เคาะงบเยียวยาหมื่นล. ซัดสส.กทม.ไม่รู้ความ
นายกฯ ซัดคนไม่รู้ความพูดให้ร้ายรัฐบาลเงินเยียวยาน้่ำท่วมหมด ย้ำ 4.7 พันล้านงบกลางปี 69 ต้องคืนคลัง
‘หนู’สั่ง3รมต. ลุยทำสงคราม โรงงานขยะพิษ
“อนุทิน” สั่งเข้มสกัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ห้ามลงจากเรือ มอบ “ศุภจี-พลพีร์-สุชาติ” จัดการหากพบเป็นนอมินีฟันไม่เลี้ยง
บี้ไอเดียร์โชว์ใบเสร็จขายหุ้นเว็บพนัน
“รมว.ยธ.” ปัดฟอกขาว “สุชาดา” คดีถือหุ้นเอี่ยวเว็บพนัน ยันดีเอสไอตั้งเรื่องสอบเอง เชิญสามีไอเดียร์-โรม-ศิริโชคเข้าให้ข้อมูล
อนุทินแอ่นอกสู้ เป้าซักฟอกทำการบ้าน ฝ่ายค้านยืนกราน5+1วัน
“อนุทิน” รับต้องทำการบ้านเยอะๆ เชื่อ “สำนักนายกฯ-มท.” โดนถล่มหนัก แจงภาพกินข้าว “ผู้กองธรรมนัส”
ของบกลางปี70 1หมื่นล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
น้ำท่วมรัดคอรัฐบาลหนู ยอมรับใช้งบกลางปี 69 เกลี้ยงแล้ว รองบปี 70 เยียวยาผู้ประสบภัย คาดแตะหมื่นล้าน

