ห้ามต่างชาติทำผิดกม. จี้ทำEIAดาต้าเซ็นเตอร์

"อนุทิน" ย้ำออกระเบียบคุม "ดาต้าเซ็นเตอร์" วินวินทั้งหมดไม่ได้ สั่งเดือดห้ามต่างชาติทำผิดกฎหมายเอาเปรียบคนไทย ไม่ให้สร้างสุสานไล่ไปตายบ้านตัวเอง ไล่บี้ผู้ว่าฯ ฟันมาเฟีย   ลงนามเนรเทศทันที เลิกอ้างเรื่องค่าใช้จ่าย กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจบี้ "บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์" เร่งกำหนดทำ "อีไอเอ" ให้ชัด ขนาดใหญ่ใช้ไฟเกิน  10 เมกะวัตต์ ก่อนมีบริษัทปล่อยผีฉวยโอกาสช่วงสุญญากาศ หวั่นกระทบคนพื้นที่ ตร.เร่งปราบนอมินียึดที่ดินคืน ชี้ “ชาบัด” พื้นที่ส่วนบุคคล แต่ตรวจสอบได้

ที่กระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 17 กันยายน  เวลา 08.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยกล่าวถึงกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาเน้นเรื่องการลงทุนและเม็ดเงินที่จะเข้ามาในประเทศจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำ และทรัพยากรจำนวนมาก ขณะที่การจ้างงานมีไม่มากเท่าที่ต้องการ

"แต่จะนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกันตรงๆ ไม่ได้ และวันนี้มีการลงทุนและเงินหมุนเวียนเข้ามาจำนวนมาก การพูดในลักษณะดังกล่าวก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน เพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หากมีนักลงทุนขอเข้ามาตั้งดาต้าเซ็นเตอร์สักแห่ง เราก็ดีใจตายโหงแล้วว่าจะมีเงินเข้ามาในประเทศมหาศาล ทุกอย่างไม่สามารถเป็นแบบวินวินทั้งหมดได้ แต่จะคาดหวังทั้งเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงานในระดับสูง พร้อมกับต้องการให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็อาจทำได้ยาก บางครั้งเราทะลุเป้าหมายในเรื่องเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แล้วจะบอกว่าวันนี้เริ่มจำกัดการลงทุน หรือเริ่มไปสนับสนุนธุรกิจภาคอื่นแทน ก็อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน" นายอนุทินระบุ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์  (บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์) ขึ้นมาดูแลเรื่องนี้แล้ว เพื่อออกแบบกฎระเบียบและทิศทาง รวมถึงจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เข้ามาลงทุน ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ทั้งด้านพลังงานเชื้อเพลิง น้ำหล่อเย็น และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์มีการปล่อยความร้อนออกมาพอสมควร  โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พบว่ามีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลักลอบทำ หากเกิดเรื่องเช่นนี้จริง จะต้องขออนุญาตอีกหลายเรื่อง พูดง่ายๆ ว่าใครจะกล้าอนุญาตให้มีการเก็บเชื้อเพลิงภายใต้อาคาร ซึ่งอาจเป็นการเลี่ยงบาลี ดังนั้นต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงจังหวัดต่างๆ ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันให้มากขึ้น ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ในระหว่างที่กำลังวางระบบต่อไป

นายอนุทินยังกล่าวถึงการเอารัดเอาเปรียบของคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยว่า ขอชื่นชมนายพลพีร์ สุวรรณ​ฉวี ​ รมช.มหาดไทย​ เป็นตัวตั้งตัวตีในการดำเนินคดี และเป็นกำลังใจให้กับทีมงานที่ไปปราบปรามคนเหล่านี้ ซึ่งได้รับการตอบรับในเชิงบวกมากมาย หากมาอยู่ในประเทศนี้แล้วทำมาหากินสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ใช้กำลังของตัวเอง สติปัญญา เงินทุนและระบบต่างๆ มาเอาเปรียบคนไทย ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ถ้าเข้ามาแล้วมีพฤติกรรมก้าวร้าวข่มขู่ ข่มเหง แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ต้องดำเนินการเต็มที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเป้าหมายทั้งจังหวัดภูเก็ต จังหวัด​สุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดอื่นๆ ที่มีการดำเนินการลักษณะนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหลายใช้กฎหมายให้เต็มที่

"การตั้งศาสนสถานคิดว่าอยู่ดีๆ ไปตั้งเองไม่ได้ รูปแบบต่างๆ ต้องให้การเคารพต่อสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทยด้วย ล่าสุดทราบมาว่ามีการขอสร้างสุสานส่วนตัวอีก มันเกินไปแล้ว  เหาะเกินกรุงลงกา ให้มาก็บุญแล้ว มาก็มาหากินสุจริต จะตายก็ไปตายที่บ้านโน่นไม่ต้องมาตายที่นี่ แล้วก็อย่ามาเอารัดเอาเปรียบ และเรื่องศาสนสถานที่ขออนุญาตตั้งเป็นร้านอาหาร แต่มีศาสนสถานอยู่ก็ไม่ได้" นายอนุทินกล่าว 

นายอนุทินกล่าวว่า ยินดีที่จะต้อนรับ แต่ต้องเป็นลักษณะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย  เข้าใจว่าการเข้ามาท่องเที่ยวทำให้เกิดการใช้เงินและลงทุนในประเทศไทย แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเอาเปรียบหรือใช้เงินลงทุนทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีต่างชาติเหล่านี้อยู่หลายประเทศ  ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต้องกำชับ จะไปไล่จับปูใส่กระด้งก็ไม่ได้ ต้องจัดระเบียบให้ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตนเองได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการเนรเทศ ซึ่งทำให้มีกลไกในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่ตั้งใจจะทำอะไรพิเรนทร์เริ่มรู้ว่าเอาจริงเรื่องนี้

"ท่านไม่ต้องถามกลับมาว่าเนรเทศแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินออกไป ถามแบบนี้มันเหมือนกับถามไม่ค่อยคิดไปหน่อย ถามแบบอยากจะปัดงานให้ออกจากตัว ซึ่งไม่ได้คำว่าเนรเทศ คือถ้าท่านดำเนินการแล้ว คนคนนั้นต้องออกจากประเทศ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ผมดำเนินการให้อยู่แล้ว แต่อย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาอ้าง  บางทีก็เหมือนดูถูกภูมิปัญญากันไปหน่อย  เนรเทศแล้วยังลงนามไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าใครจะออกค่าตั๋วเครื่องบิน ไม่มี จังหวัดก็ออกไปก่อน แล้วจะมาเบิกคืนในรูปแบบไหนก็ว่ากันไป ถ้าผมเป็นท่าน ผมควักตังค์ออกเลย คนเหล่านี้อยู่ในจังหวัดท่าน ก็ถือเป็นอัปมงคลอยู่ในบ้านเราอยู่แล้ว ท่านจะเก็บไว้ทำไม เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการทันที พวกนี้เอามาดำเนินคดีในประเทศ ก็เสียข้าวสุกพวกเราอีก ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้ ถ้ามีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ มีทางเลือกเดียวเชิญออก ขอให้ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด" นายอนุทินระบุ

ทั้งนี้ ยืนยันประเทศไทยยังยินดีต้อนรับคนต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริต ต้องเคารพกฎหมาย  ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมของประเทศไทย และทำให้คนไทยอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติ​ได้ และขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดติดตามการกระทำผิดของคนต่างด้าวอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการใช้นอมินี ถือครองที่ดิน

ที่รัฐสภา นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาเศรษฐกิจ  พร้อมคณะ แถลงถึงข้อกังวลในการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ว่า หลังจากได้รับฟังรายงานความคืบหน้าของหน่วยงานของดาต้าเซ็นเตอร์ ทำให้กังวลว่าจะมีการปล่อยผ่านไม่ให้ทำ EIA โดยเฉพาะดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้มีการแบ่งขนาดให้ชัดเจน คือขนาด S, M, L โดยขนาดไซซ์ M และ L ที่มีการใช้ไฟเกินขนาด  10 เมกะวัตต์ ต้องทำ EIA เพราะถือว่าได้รับผลกระทบแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ซึ่งดาต้าเซ็นเตอร์ส่วนใหญ่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างชัดเจน การอาศัยช่องโหว่ช่องว่างสุญญากาศตอนนี้ในการเดินหน้าเต็มกำลังนั้น เราก็ยิ่งมีความกังวลมากขึ้นไปอีก

"เฉพาะช่วงนี้จะเห็นว่าทุกบริษัทจะเร่งรัดปล่อยผีในช่วงสุญญากาศ ทุกคนจะเล่นก่อสร้างกัน เพราะยังไม่มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน ดังนั้นที่ที่ก่อสร้างอยู่ก็จะยิ่งเร่งก่อสร้าง แล้วก็จะเกิดผลกระทบทั้งเสียง ขยะ กลิ่น ดังนั้นยิ่งปล่อยช้าก็ยิ่งส่งผลกระทบที่รุนแรงขึ้นได้" นายวีระยุทธกล่าว

ด้านนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า ในเรื่อง EIA อาจจะนอกเหนืออำนาจของ กทม. แต่ถ้าไม่ทำเลยจะกระทบสิทธิของคนกรุงเทพฯ ดังนั้นต้องฝากนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ซึ่งวันนี้เงียบมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนที่มีการมองว่าผังเมือง กทม.มีการทำไปเยอะแล้วนั้น ขอย้ำว่าช่วงนี้เป็นจังหวะที่ถือว่าโชคดีมากๆ ที่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับร่างผังเมืองได้ ก่อนจะจบในเดือน พ.ย.นี้ วันนี้ไม่ใช่แค่ประกาศเรื่องผังเมืองเท่านั้น แต่จะต้องมีการจัดทำโซนนิงที่เหมาะสมในการตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ 

ทางด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้ลงพื้นที่ปฏิบัติการ และยึดทรัพย์สินที่ดินที่ใช้ตัวแทนนอมินีมาครอบครอง ดังนั้นขอให้สบายใจได้  เพราะจะมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น

ส่วนกรณี “ชาบัด" ในพื้นที่สุขุมวิทนั้น เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ถ้าหากพบว่ามีการทำผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการ แม้ตามคำนิยามจะเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล แต่สามารถประสานงานขอความร่วมมือเข้าไปตรวจสอบได้

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอิทธิศักดิ์ ชนะเจริญโรจน์ นักกฎหมายและในฐานะประชาชน ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้บูรณาการร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่มีข้อสงสัยว่าอาจเข้าข่ายเป็นนอมินีให้กับทุนข้ามชาติในอุตสาหกรรมการขนส่ง และอาจมีการประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยพบข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและกรรมการของบริษัทในธุรกิจขนส่ง 2 แห่ง ซึ่งในเอกสารใช้ชื่อย่อว่า “บริษัท จ.” และ “บริษัท ท.” รวมทั้งขอให้ประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินตรวจสอบเส้นทางธุรกิจทางการเงินด้วย

นอกจากนี้ นายอิทธิศักดิ์ยังเดินทางไปยื่นหนังสือที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฟาดยับโกงบนหัวเผาบ้านเรา

"มท.1" ลั่นโกงข้อสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่น ปชช. ฉะเรื่องสยอง-สะเทือนขวัญ "โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา"  

ปชน. จี้ 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' ตั้งเงื่อนไขทำ 'อีไอเอ' โครงการใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์

'กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ' เรียกร้อง 'บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์' เร่งกำหนดทำอีไอเอให้ชัด ขนาดใหญ่ใช้ไฟเกิน 10 เมกะวัตต์ ก่อนมีบริษัทปล่อยผีฉวยโอกาสช่วงสูญญากาศ หวั่น กระทบคนพื้นที่