‘หนู’ลุยเวทีUN ประจานเขมร จัดงบซื้ออาวุธ

“สีหศักดิ์” เผยไทยเตรียมแสดงบทบาทในเวที UNGA 81 ดันประเด็นสันติภาพ-สิทธิมนุษยชน พร้อมฟาดเขมรใช้ภาพชุดไทยบนเวทีมิสยูนิเวิร์ส ไม่น่ามายุ่งกับของเรา "อธิบดีกรมศิลป์" ชวนชมประติมากรรม "นักดนตรีสตรีห้าคน" หลักฐานยืนยัน "ห่มสไบ" มาแล้ว 1,300 ปี   ครม.อนุมัติงบกลาง 3.5 พันล้าน “ซื้อ-ซ่อม”  อาวุธยุทโธปกรณ์รับมือหากมีรบรอบใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 22 กันยายน นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ  (UNGA 81) สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จะมีเรื่องไหนที่ไทยนำไปพูดคุยในเวทีดังกล่าวเป็นพิเศษหรือไม่ว่า  นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพิ่งเดินทางถึงสหรัฐอเมริกา และจะเข้าร่วมพิธีเปิด โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา  จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งจะเกี่ยวกับว่าจะทำอย่างไรให้ UN มีความมั่นคงเข้มแข็งและเกิดสันติภาพ รวมถึงการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชน  ซึ่งถือเป็นเสาหลักสำคัญของ UN

"ประเทศไทยจะต้องดูบทบาทว่าเราจะสามารถสนับสนุนและมีมุมมองอย่างไรกับสิ่งเหล่านี้ รวมไปถึงการพูดถึงประเทศไทยกับภูมิภาคต่างๆ ในโลก โดยเฉพาะในกลุ่มอาเซียนที่มีประเทศเพื่อนบ้านที่เรายังต้องดูในเรื่องความสัมพันธ์ และคาดว่าอาจจะมีการพูดคุยในเรื่องของกัมพูชาด้วย แต่ตอนนี้ข้อมูลยังไม่นิ่ง"

ส่วนประเด็นเรื่องผ้าไทยที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการแถลงข่าว นายสีหศักดิ์กล่าวว่า จริงๆ แล้วเราก็ไม่เคยไปยุ่งกับเขา ไม่เคยไปยุ่งกับของของเขา ซึ่งของประเทศไทยก็มีรากฐานของเรา มีประวัติมายาวนาน มีเอกลักษณ์ของเรา จงมองว่าการที่กัมพูชาเอาภาพของไทยไปใช้บนเวทีมิสยูนิเวิร์ส เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม เขาก็มีของของเขา ก็ไม่น่ามายุ่งกับของของเรา

เมื่อถามว่า วธ.พยายามที่จะไม่ให้เกิดความขัดแย้งทางความสัมพันธ์ด้านการทูต นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เราก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ปัญหาคือ ทำไมต้องมาสร้างปัญหาเหล่านี้ ซึ่งบางเรื่องก็ไม่ควรจะต้องมีปัญหากัน หากกัมพูชายังไม่มีการแสดงท่าทีที่จะชี้แจงหรือออกมาขอโทษ ทาง วธ.ก็ได้ชี้แจงไปแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องในการเอารูปของเราไปใช้ ซึ่งหลังจากนี้จะต้องให้ทาง วธ.ดำเนินการไปก่อน หากมีอะไรที่กระทรวงการต่างประเทศช่วยได้ก็พร้อม

ด้านนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กชวนมาชมภาพประติมากรรมปูนปั้นนักดนตรีสตรีห้าคนห่มสไบ  อายุประมาณ 1,300 ปี ที่ National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร    ทวารวดี เป็นชื่อยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ยุคแรกในประเทศไทย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12-16 เจริญขึ้นในเขตภาคกลางและแพร่หลายสู่ภูมิภาคอื่นๆ และเมืองโบราณในวัฒนธรรมทวารวดีหลายแห่งมีหลักฐานว่าเชื่อมโยงกับชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ตอนปลายในพื้นที่นั้นๆ  ด้วย จัดเป็นวัฒนธรรมและศิลปกรรมที่เกิดขึ้นเนื่องในคติทางพุทธศาสนาเถรวาท โดยในระยะแรกรับเอารูปแบบศิลปะจากอินเดียสมัยคุปตะและหลังคุปตะ ต่อมามีลักษณะเป็นตนเองมากขึ้นเรียกว่า  “แบบพื้นเมือง” ในช่วงปลายได้รับอิทธิพลของศิลปะลพบุรี

นักดนตรีสตรี ประติมากรรมปูนปั้นประดับศาสนสถานชิ้นนี้แสดงรูปนักดนตรีผู้หญิงห้าคนกำลังบรรเลงดนตรี สะท้อนให้เห็นถึงรูปลักษณ์ของคน และรูปแบบดุริยางคศิลป์ในวัฒนธรรมทวารวดี

ขณะที่ นายเนธ พักตรา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงข่าวสารกัมพูชา ออกมาเคลื่อนไหวตอบโต้ประเด็นกระแสข่าวที่ระบุว่ากัมพูชาทำการเคลมภาพถ่ายแผ่นฟิล์มกระจกของไทย โดยได้นำหลักฐานภาพถ่ายสตรีห่มสไบเฉียง อ้างอิงจากหนังสือของ ปอล เลอ โฟเชอร์ (P. LE FAUCHEUR) ชาวฝรั่งเศส ที่ตีพิมพ์เมื่อปี พ.ศ.2415 มาแสดง แม้จะไม่ได้มีการเปิดเผยแผ่นฟิล์มกระจกหรือภาพพิมพ์ต้นฉบับแบบที่ทางฝั่งไทยเคยเปิดเผยก็ตาม นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ภาพแผนที่ ซึ่งอ้างว่าเป็นอาณาจักรเขมรที่มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ประเทศไทยทั้งหมด

นายเนธระบุว่า กัมพูชาไม่ได้เป็นเพียงดินแดนที่มีปราสาทโบราณหรือมรดกทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น แต่ยังเป็นดินแดนต้นกำเนิดของวัฒนธรรมและอารยธรรมเขมร ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ สืบทอด และปกป้องคุ้มครองมาตั้งแต่ประวัติศาสตร์ในอดีต ครอบคลุมตั้งแต่ภาษา ตัวอักษร ศาสนา ศิลปะ สถาปัตยกรรม ดนตรี การร่ายรำ ไปจนถึงขนบธรรมเนียมประเพณีที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชาติเขมร

วันเดียวกัน พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมสภากลาโหมในวันที่ 23 ก.ย. ซึ่งเป็นการประชุมครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งสำคัญ  ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างในการทำงานว่า สิ่งที่ตนจะเน้นย้ำก็มีในหลายประเด็น ทั้งเรื่องของพลทหารอาสา ที่อยากให้คนที่เข้ามารับตำแหน่งใหม่ เร่งดำเนินการผลักดันเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน

 "ในส่วนของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดน ต้องมีความระมัดระวัง เพราะเราไม่รู้ว่าภัยคุกคามจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และต้องเตรียมความพร้อม"

พล.ท.อดุลย์กล่าวด้วยว่า วันนี้รัฐบาลได้มีการอนุมัติงบกลางประมาณ 3,500 ล้านบาทให้ 3 เหล่าทัพเพิ่มเติม ในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ เพื่อทดแทนของเดิมที่ใช้ไปและซ่อมบำรุงสิ่งที่ชำรุดจากการสู้รบ และนำไปซื้อของจำเป็นเพื่อปฏิบัติการในครั้งต่อไป เพื่อให้เกิดความพร้อมในทุกด้าน ซึ่งขอให้ประชาชนสบายใจว่า เราจะป้องกันประเทศแบบองค์รวม ทั้งทหาร, ประชาชน และหน่วยงานราชการมีส่วนร่วม รวมไปถึงกระทรวงต่างๆ ในขณะเดียวกัน เรายังคงปิดด่านอยู่ จึงอยากให้ช่วยกันสนับสนุนผู้ประกอบการพ่อค้า-แม่ค้าที่อยู่ตามแนวชายแดน แบบไทยช่วยไทย หันมาซื้อของไทย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด้งอธิบดีDSI‘ปิยะ’เสียบแทน

ตามคาด! ครม.ไฟเขียว “ปิยะ” นั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ ขยับ "ยุทธนา” เข้าสำนักนายกฯ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ซี 11 “