กม.ลูกล่มอันตราย! วิษณุรับบัตร2ใบแลนด์สไลด์แน่/อุ๊งอิ๊งเหนียมนั่งนายกฯ

“วิษณุ” รับอันตราย ถ้าทำกม.ลูกไม่ทัน กมธ.ซีก พปชร.ยังไม่ได้สัญญาณโหวตแบบไหน “อุ๊งอิ๊ง” เปิดใจอยากเปลี่ยนรัฐบาลแล้ว อุบ “แม้ว” กลับไทยตอนไหน กลัวไม่เซอร์ไพรส์ บอกถึงเวลารู้เอง ยังเหนียมไม่พร้อมนั่งนายกฯ แต่ไม่หวั่นซ้ำรอยพ่อ-อา

เมื่อวันที่ 25 มี.ค. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีข้อกังวลเรื่องการพิจารณาพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และร่าง พ.ร.ป.พรรคการเมือง จะเสร็จตามกำหนดเวลาหรือไม่ ว่า การดำเนินการ มีระยะเวลา 180 วัน นานพอที่จะทำให้ทัน หากไม่ทันก็ใช้ร่างที่มี แต่ถ้าไม่อยากใช้กฎหมายนี้ต้องดำเนินการแก้ไขให้ทันตามกรอบเวลา ฉะนั้น ไม่มีคำว่าไม่ทัน ส่วนจะแก้ออกมาอย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญจะพิจารณา รัฐบาลไม่ได้ไปยุ่งอะไรเลย

"แต่ที่จะอันตรายคือ ถ้าทำไม่ทันแล้ว เกิดจะต้องใช้กฎหมายลูกอันเดิมมาใช้โดยที่ยังแก้ไขไม่เสร็จ เช่น เกิดยุบสภา จะใช้ร่างนี้ก็ไม่ได้ แต่อาจจะต้องใช้ร่างนี้ เพราะไม่อย่างนั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเอากฎหมายอะไรมาใช้ เป็นต้น" นายวิษณุระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า คิดว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เมื่อถามว่ากติกาเลือกตั้งใหม่ที่จะออกมาสามารถทำให้เกิดคะแนนแลนด์สไลด์เหมือนที่บางพรรคการเมืองประกาศได้หรือไม่ รองนายกฯ ยอมรับว่าอาจจะเกิดขึ้นได้ และถ้าใครคิดว่าจะมีอันตรายตรงจุดไหน ช่วยมีสติปัญญาแก้ไป การแก้กฎหมายลูกต้องรู้ตั้งแต่ตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วว่าจะเกิดเหตุอย่างนี้ขึ้น เพราะแต่ละคนเป็นเซียนทางการเมือง ทำไมจะอ่านเกมไม่ออก เขาจึงตั้งใจจะให้ออกมาอย่างนี้ และเมื่อมาถึงจุดนี้ต้องเดินไปแบบนี้ ไม่มีทางที่จะหวนกลับไปใช้บัตรใบเดียวนอกจากแก้รัฐธรรมนูญใหม่

นายอนันต์ ผลอำนวย ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธาน กมธ.วิสามัญร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กล่าวถึงการลงมติบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเบอร์เดียวทั้งประเทศหรือคนละเบอร์ว่า ขณะนี้พรรค พปชร.ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ออกมาว่าจะให้โหวตในทิศทางใด เนื่องจากวันที่ 30 มี.ค. มีการประชุม กมธ.เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งจะมีการแสดงความคิดเห็นเรื่องบัตรเลือกตั้งเบอร์เดียวทั้งประเทศหรือคนละเบอร์ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับพรรค พปชร.อย่างเดียว เพราะ กมธ.มีทั้ง ส.ส.พรรครัฐบาล  พรรคฝ่ายค้าน และ ส.ว. ดังนั้นต้องรอฟังความเห็น เหตุและผลจากทุกฝ่ายก่อน

รองประธาน กมธ.กล่าวว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะประธาน กมธ. ยังไม่ได้แจ้งชัดเจนว่าจะมีการโหวตเลยหรือไม่ โดยแจ้งแค่นัดประชุมเท่านั้น แต่เชื่อว่าความเห็นของ กมธ.จะเลือกในสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นไปได้ทั้ง 2 แบบ ส่วนตัวมีความเห็นว่าดีทั้งเบอร์เดียวกันและคนละเบอร์ การใช้เบอร์เดียวกันทำให้คนจำง่าย แต่ข้อเสียคือเทคนิคทางการเมืองอาจไปทำอะไรที่พิสดาร ส่วนตัวแบบไหนก็ได้ เพราะอยู่ที่คนตั้งใจเลือก ถ้าคนไม่ตั้งใจเลือก ไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ไม่เอาอยู่ดี ซึ่งบัตรคนละเบอร์จะมีข้อดีในเรื่องการประเมินคนว่าได้คะแนนนิยมเท่าไหร่ และพรรคได้คะแนนนิยมเท่าไหร่ ถ้าเบอร์เดียวอาจจะไหลตามกัน

ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะกรรมการจัดงาน 30 ปีพฤษภาประชาธรรม ร่วมกับคณะสังคมศาสตร์ ได้จัดเวทีเรื่อง ประสานมิตร : ถอดบทเรียนเหตุการณ์ 17 พฤษภาคม 35 กับการพัฒนาประชาธิปไตย

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เราจะก้าวไปข้างหน้าสู่เสรีประชาธิปไตยไม่ได้เลยภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยเฉพาะบทเฉพาะกาล และอาจเกิดความขัดแย้งหลังการเลือกตั้งขึ้นอีก ภายใต้อำนาจของ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี จะต้องลดเงื่อนไขนี้ให้ได้ ดังนั้น ทุกพรรคการเมืองควรจะสนับสนุนการสร้างกติกาให้มีความเป็นธรรมในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ว่าไม่ว่าจะแก้ไขหรือร่างขึ้นใหม่ โดยเก็บประเด็นต่างๆ ที่ผ่านมามาทบทวนเพื่อสร้างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ร่วมกัน

 “แต่ไม่ว่าจะแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างไร ถ้ามีการรัฐประหารขึ้นเขาก็ฉีกรัฐธรรมนูญทุกครั้ง เราจึงต้องสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ประชาธิปไตยร่วมกัน และฝากความหวังไว้ที่ฝ่ายตุลาการในการตีความวินิจฉัยการกระทำของคณะรัฐประหารเสียใหม่ และยืนยันการกระทำเหล่านั้นไม่ชอบโดยกฎหมาย” อดีตนายกฯ กล่าว

นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า เราต้องเขียนรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย ถึงจะแก้ไขปัญหาระบอบอำนาจนิยมได้ ต้องให้ประชาชนแข็งแรง ถึงจะต้านทานและป้องกันการรัฐประหารในอนาคตได้ โดยเฉพาะศาลไปรับรองอำนาจรัฏฐาธิปัตย์หากรัฐประหารสำเร็จ จึงต้องสร้างเครื่องมือให้ศาลไว้ เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับหน้าว่าการยึดอำนาจรัฐประหารไม่ชอบถือเป็นประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยตลอดไป เพื่อให้ศาลใช้อ้างเพื่อตีความในอนาคตได้

นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อดีตประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ค่านิยมในการต่อต้านรัฐประหารมีความกล้าหาญมากขึ้นกว่าในอดีต รวมถึงค่านิยมด้านประชาธิปไตยอื่นๆ เช่น เรื่องเพศ เรื่องสัดส่วนชายหญิง เรื่องพหุวัฒนธรรม สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมทางการเมือง และการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระดับต่างๆ มากขึ้น เป็นต้น นี่เป็นบทเรียนสำคัญของสังคมไทยในการออกแบบรัฐธรรมนูญในเชิงโครงสร้างต่อไป เพื่อเฝ้าระวังนักการเมืองแบบอำนาจนิยม และนักรัฐประหารในระบบราชการอำนาจนิยม

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมเนื้อหาและยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ทันทีที่เปิดสมัยประชุมสภาในเดือน พ.ค.นี้ว่า ประชุม 2 ครั้งแล้ว ได้ตั้งคณะทำงานเพื่อดูเนื้อหาสาระในการอภิปราย ที่มีนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ประธานวิปฝ่ายค้านเป็นประธาน มีมติว่าจะยื่นญัตติดังกล่าวให้เร็วที่สุด เว้นแต่มีสถานการณ์หรือเหตุการณ์เบื้องหน้าขณะนั้นๆ ที่จะเป็นประโยชน์ ถ้ายื่นไปแล้วเสียประโยชน์จะพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป ส่วนเนื้อหาสาระการอภิปรายนั้น ได้มอบหมายให้แต่ละพรรคร่วมฝ่ายค้านเตรียมข้อมูล และคณะทำงานจะรวบรวมข้อมูลเพื่อเขียนญัตติต่อไป ได้กำหนดกรอบคร่าวๆ ถ้ายื่นเดือน พ.ค.นี้ ควรจะต้องเสร็จสัก 2 สัปดาห์ก่อนเขียนญัตติ

วันเดียวกัน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัว พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Woody Exclusive ซึ่งสัมภาษณ์โดย วู้ดดี้-นายวุฒิธร มิลินทจินดา พิธีกรชื่อดัง ผ่านทางยูทูบ มีความยาวประมาณ 20 นาที มีหลายช่วงหลายตอนที่น่าสนใจ

โดย น.ส.แพทองธารพูดถึงเรื่องเอ็นทรานซ์ว่า ตอนนั้นโดนเยอะ ล่าสุดในอินสตาแกรมส่วนตัว ระบุว่าเรื่องนี้มันเก่ามากแล้ว เราผ่านกระบวนการของการสอบสัมภาษณ์ทุกอย่าง เขาสืบสวนสอบสวนหมดแล้ว เราเข้าเรียนได้ปกติ แล้วจบมา 4 ปีตามปกติ

 พิธีกรถามว่า อยากให้อะไรเกิดขึ้นเร็วที่สุดสำหรับประเทศชาติบ้านเรา น.ส.แพทองธารตอบทันทีว่า “อยากให้มีการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลค่ะ คิดว่ารู้สึกว่ามันนานละที่มันเป็นอยู่แบบนี้ คิดว่าประเทศมันต้องไปต่อ มันต้องไปต่อ ตอนนี้มันถอยหลังอย่างเดียว จากการที่คุณพ่อออกไป ประเทศหรือเศรษฐกิจทุกอย่างก็ยังไม่เคยดีเท่าวันนั้น”

เมื่อถามว่า มีคนบอกว่าถ้าอยากจะรู้กลับเมืองไทยพ่อกลับเมื่อไหร่ให้ถามอุ๊งอิ๊ง เพราะว่าได้กระซิบบอกลูกสาวเรียบร้อยแล้ว คุณพ่อเมื่อไหร่จะกลับมา น.ส.แพทองธารบอกว่า “คุณพ่อบอกห้ามบอกพี่วู้ดดี้ พ่อบอกว่าจะออกรายการพี่วู้ดดี้เหรอ ชูวส์ เงียบไว้ก่อน”

น.ส.แพทองธารระบุว่า เมื่อถึงเวลาทุกคนจะรู้ค่ะ ส่วนจะรู้จากตัวเองหรือพ่อ เอาไว้ว่ากันอีกที เดี๋ยวไม่เซอร์ไพรส์ แต่ก็รอคอยวันนั้น รอคอย เชื่อว่าทุกคนในครอบครัวรอคอย สิ่งที่พูดกัน ไม่ได้พูดถึงรูปแบบของการกลับมามากมาย จะพูดกันในเรื่องแบบว่ากลับมาแล้วอยากทำอะไร บอกคุณพ่อว่ากลับมาแล้วจะให้อยู่บ้าน เลี้ยงหลาน ไม่ต้องทำงานเยอะแล้ว

ถามว่า คิดว่าจะมีโอกาสสามารถทำงานร่วมกับนายกฯ คนปัจจุบันได้หรือไม่ น.ส.แพทองธารตอบว่า “ตอนนี้พรรคเพื่อไทยทำงานในสภาอยู่แล้ว ถ้าถามส่วนตัวนะ ก็เปลี่ยนไหมอะ มันก็นานแล้วเหมือนกันนะ ถ้าอ่านอะไรในโซเชียลบ้างมันก็จะเห็น คนเขาลำบากจริง แล้วเขาก็อยากได้การเปลี่ยนแปลงจริงๆ อิ๊งว่ามันถึงเวลาแล้วที่มันต้องเปลี่ยน”

เมื่อถามอีกว่า อนาคตมีโอกาสจะรับตำแหน่งอื่นอีกหรือไม่ เช่น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย น.ส.แพทองธารร้องว่า "ว้าว นายกฯ เลยใช่ไหมคะ (หัวเราะ) ต้องแล้วแต่คนในพรรคจะเมตตาเราว่าแค่ไหน จะต้องออกมาข้างนอกว่า ประชาชนคิดอย่างไรมากกว่า"

เมื่อถามย้ำว่า อยากเป็นไหม หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทยนิ่งคิดชั่วครู่พร้อมย้อนถามมาว่า นายกฯ เหรอคะ วันนี้ใช่ไหมคะ ยังไม่อยากค่ะ (หัวเราะร่วน) แต่รู้สึกว่าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง อิ๊งว่าถ้าเวลามันถึง มันใช่ ไม่รู้ความคิดจะเปลี่ยนไปอย่างไร แต่ ณ วันนี้ ที่พูดกับพี่วู้ดดี้อยู่ ยังไม่ได้อยากเป็นนายกฯ เราอยากจะเก่งกว่านี้ก่อน อยากจะมีประสบการณ์มากกว่านี้สักหน่อย

ถามว่า การเมืองมันค่อนข้างดุเดือด ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม จะมีการขุดคุ้ย สืบค้น ในโซเชียลมันออกมาหมด เราพร้อมแล้วใช่หรือไม่ที่จะยืนอยู่กลางแจ้ง หัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทยตอบว่า ชินวัตรถูกขุดคุ้ยมาตลอดเลย ยังไม่มีวันไหนยังไม่ถูกขุดคุ้ยเลย มันเป็นมานานแล้ว อิ๊งปรับตัวตรงนั้นมานานแล้ว

ในตอนท้าย นายวุฒิธรถามอีกว่า เมื่อลงสนามการเมือง กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ ลูกสาวคนสุดท้องของนายทักษิณยอมรับว่า เอาจริงๆ นะ เคยคิดไหมเหรอ คิด แต่ไม่ได้คิดไปในแง่นั้น คือแค่รู้สึกว่ามันต้องดีขึ้น การเมือง เศรษฐกิจ ความคิดของประเทศ มันต้องดีขึ้น มันต้องก้าวไปข้างหน้าได้แล้ว เราจะไม่หยุดอยู่ที่เดิม ความยุติธรรมต้องชัดเจนขึ้น ทุกอย่างมันต้องเคลียร์ขึ้น โลกโซเชียลมันแรง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ลุงป้อม' ห่วงชาวบ้านสั่งทุกหน่วยงานเร่งแก้ปัญหาที่ค้างคา

'ประวิตร' ห่วงใยชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนทุกกลุ่ม กำชับหน่วยงานรับผิดชอบ เร่งแก้ไขให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เน้นสร้างความเข้าใจ ลดข้อขัดแย้ง-ป้องกันเงื่อนไขใหม่