เร่งขึ้นค่าแรงขั้นตํ่า1ต.ค. รบ.จ่อใช้งบกลางอุ้มค่าไฟ

แรงงานเฮ! "สุชาติ" ดันสุดตัว เร่งขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเข้า ครม.เดือน ก.ย. หวังบังคับใช้ 1 ต.ค.นี้ ปัดไม่เกี่ยวการเมือง ม.หอการค้าฯ ขานรับชี้ปรับค่าจ้างช่วยหนุนเศรษฐกิจโต "บิ๊กตู่" แจงเหตุอุ้มค่าไฟอีกเดือน คำนึงความเดือดร้อนปชช. ยันขึ้นเป็นสตางค์เท่านั้น

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาขึ้นค่าไฟฟ้าว่า วันที่ 8 ส.ค. ได้มีการหารือกัน ซึ่งเป็นการวางแผนล่วงหน้าที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งเขาต้องดำเนินการกันอยู่แล้ว จะต้องมีการพิจารณากันในช่วงต่อไป ในเดือน ก.ย.-ธ.ค. เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งต้องพิจารณาว่าทำอย่างไรจะให้เดือดร้อนน้อยที่สุด ต้องคำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นต่างๆ

 “ขอยืนยันเนื่องจากมีหลายคนเอาไปพูดว่าในเรื่องของค่าไฟ จะขึ้นไปหน่วยละ 4 บาท ก็ปัจจุบันราคาก็อยู่ที่ 3 บาทกว่าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการขึ้นในตรงนี้ ซึ่งจะขึ้นหรือไม่ขึ้นยังไม่รู้ แต่ถ้าจะขึ้นก็จะขึ้นเป็นสตางค์เท่านั้น เพราะฉะนั้นอย่าไปบิดเบือน และถ้าจำเป็นต้องขึ้นก็ต้องดูว่าขึ้นเพราะอะไร ต้องหาสาเหตุให้เจอ วันนี้เราใช้เงินกองทุนพลังงานมาอุดหนุนเกือบทุกส่วน ทั้งไฟฟ้า พลังงาน แก๊ส ใช้เงินเป็นแสนล้านบาทไปแล้ว ต้องไปดูว่าจะดูแลช่วยเหลือได้อย่างไร มากน้อยกันแค่ไหน ขอให้เข้าใจในภาพรวมด้วย ผมก็ไม่อยากที่จะทำให้คนเดือดร้อน แต่ขอให้รับฟังเหตุผลและความจำเป็นกันบ้าง ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด” นายกฯ ระบุ

ทางด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้าการปรับค่าแรงขั้นต่ำว่า ได้มอบนโยบายให้ปลัดกระทรวงแรงงานไปประชุมไตรภาคีจังหวัด ซึ่งได้มีการประชุมทุกจังหวัดแล้ว และขณะนี้ได้ตัวเลขมาหมดแล้ว โดยจะมีการเกลี่ยตัวเปอร์เซ็นต์ให้เหมาะสม ซึ่งข้อเท็จจริงตัวเลขแต่ละจังหวัดต่างกัน 1-2 บาท และแบ่งเป็นหลายช่วง กำลังปรับขึ้นให้อยู่โดยจะทำทั้งหมด 12 ช่วง ซึ่งตัวเลขจะไม่เท่ากันทุกจังหวัด เพราะจีดีพีแต่ละจังหวัดไม่เหมือนกัน

ทั้งนี้ ได้ให้นโยบายกับปลัดกระทรวงแรงงานไปแล้วว่าจะต้องทำให้จบภายในเดือน ส.ค. และน่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงต้นเดือน ก.ย. จากเดิมที่วางเอาไว้ให้มีผลบังคับใช้ช่วงต้นปี 2566 ที่ผ่านมาเราไม่ได้มีการปรับค่าแรงเลย เนื่องจากต้องแก้ปัญหาและเยียวยาประชาชนในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลทำได้ แต่ประคับประคองไม่ให้เลิกจ้าง แต่วันนี้เป็นเวลาที่เหมาะสม นายจ้างเห็นดีเห็นงาม เพราะต้องการให้ลูกจ้างอยู่กับเขาต่อ ส่วนตัวเลขค่าแรงขั้นต่ำที่เรากำหนดอยู่ 5-8 เปอร์เซ็นต์นั้น เรามีพื้นฐานการตั้งตัวเลขมาจากจีดีพีและภาวะเงินเฟ้อ โดยเอาจีดีพีของแต่ละจังหวัดมาบวกลบคูณหารจะสามารถตอบคำถามได้ว่าทำไมแต่ละจังหวัดได้ในปริมาณเท่านี้

"ขณะที่สถานการณ์ค่าของชีพก็ล้อจากฐานเดิม ซึ่งในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต พื้นที่จังหวัดในอีอีซี และพื้นที่ กทม. ต้องขึ้นก่อนและสูงขึ้นไป เพราะค่าครองชีพและจีดีพีจังหวัดดังกล่าวสูง ย้ำว่าเราจะเร่งรัดเพื่อนำเข้า ครม.ในเดือน ก.ย.ให้ได้ ส่วนตัวอยากให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ต.ค. เพราะคิดว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนหารือกับสภานายจ้างว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะปรับให้ขึ้นเร็วกว่าต้นปี 2566 เพราะขณะนี้สินค้าอุปโภคบริโภคมีการปรับตัวไปแล้ว อย่างไรก็ดี ขอให้เชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้" รมว.แรงงานระบุ

เมื่อถามว่า การทำเรื่องนี้จะทำให้รัฐบาลถูกมองว่าเป็นการใช้ประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เป็นเรื่องช่วงเวลามากกว่า ถ้าคิดว่าการขึ้นค่าเเรงเป็นเรื่องการเมือง คงขึ้นค่าแรง 492 บาท ตามข้อเรียกร้องของผู้นำแรงงานไปแล้ว ขอร้องอย่าเอาเรื่องค่าแรงเป็นเรื่องการเมือง เพราะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศชาติ เราไม่สามารถเอาเรื่องค่าแรงเป็นเรื่องการเมือง แต่เราปรับตามเวลาที่เหมาะสม

วันเดียวกัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงแนวโน้มการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีก 5-8% ที่จะเริ่มตั้งแต่ปี 66 ว่า เห็นด้วยกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เพราะไม่ได้มีการปรับขึ้นมานานถึง 3 ปี และการจะเริ่มปรับขึ้นตั้งแต่ต้นปี 66 ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันจะเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจบ้างแล้ว

"เมื่อรัฐบาลชี้ว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะเริ่มใน ม.ค.66 ก็ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจน่าจะเริ่มฟื้น โดยคาดว่าจะฟื้นไตรมาส 4 ปีนี้ ภาคธุรกิจเริ่มมีกำลังการเงินที่เข้มแข็งแล้ว การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในเดือน ม.ค.จึงเหมาะสม เพราะค่าแรงไม่ได้ปรับมา 3 ปี กรอบที่คาดว่าจะปรับขึ้น 5-8% ก็เหมาะสมกับเงินเฟ้อ สอดคล้องกับค่าครองชีพ ประชาชนน่าจะพร้อมรับกับราคาสินค้าและค่าบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นได้ ดังนั้นโดยสุทธิแล้ว การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจให้ถูกกระตุ้นในเชิงบวก มีเงินเข้าไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น จะทำให้มีเม็ดเงินเพิ่มเข้าไปในระบบเศรษฐกิจอีกเดือนละ 1,500-2,400 ล้านบาท/เดือน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้นปีละ 2-3 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะช่วยผลักดันให้จีดีพีในปี 66 ขยายตัวอีก 0.1-0.2% จากเดิม" นายธนวรรธน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำดังกล่าวอาจจะมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่ใช้จำนวนแรงงานสูง อาทิ ธุรกิจในภาคบริการ ร้านอาหาร โรงแรม เป็นต้น ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจต้องเลือกใช้กลไกในการลดผลกระทบที่แตกต่างกันไป เช่น การปรับลดคนงาน การปรับราคาสินค้าหรือค่าบริการเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่การยอมรับผลกำไรที่น้อยลง เป็นต้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กตู่' เลี่ยงคุยประเด็นการเมืองบอกบรรยากาศประชุม ครม.ดีเหมือนเดิม

'บิ๊กตู่' เลี่ยงตอบประเด็นการเมือง แย้มบรรยากาศประชุม ครม.ดีเหมือนเดิม พร้อมอุบไต๋ ปรับ ครม.แต่ยอมรับคุยกันบ้างกับ 'จุรินทร์'

ศท.นัดประชุมใหญ่ 10 ต.ค. จับตา 'ธรรมนัส' อยู่หรือไป 'บุญสิงห์' รับมี3 แนวทาง

พรรคเศรษฐกิจไทย นัดประชุมใหญ่ 10 ต.ค. ปรับโครงสร้างใหม่ รับเลือกตั้ง จับตา 'ธรรมนัส' อยู่หรือไป ด้าน 'บุญสิงห์' รับมี3 แนวทาง

ไม่มีตัด! เนื้อหาตุลาการเสียงข้างน้อย 'นครินทร์ เมฆไตรรัตน์' ที่ไม่ให้ 'ประยุทธ์' ไปต่อ

เปิดรายละเอียดเต็มๆ ตุลาการเสียงข้างน้อย 'นครินทร์ เมฆไตรรัตน์' ที่ไม่ให้ 'ประยุทธ์' ไปต่อ ชี้เป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2550 เหตุอยู่ยาวผูกขาดอำนาจ ที่สำคัญอาจเปลี่ยนแปลงการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

'สุชาติ อัดอย่าจุ้นเรื่องแคนดิเดตนายกฯ พปชร. สวน 'เพื่อไทย' กล้าเสนอชื่อ 'ชลน่าน' ไหม

'รมต.สุชาติ' บอก 'บิ๊กแป๊ะ' แคนดิเดตนายกฯ ต้องมาจากมติพรรค ยันวันนี้มีพลัง หลัง 'บิ๊กตู่' กลับมาทำงาน เย้ยเพื่อไทยจะชู 'หมอชลน่าน' ชิงนายกฯ หรือไม่

'เสี่ยเฮ้ง' ยันเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส.พรรคแห่ไปร่วมงานวันเกิด 'เนวิน'

'เสี่ยเฮ้ง' ยัน ส.ส.พปชร.ร่วมงานวันเกิด 'เนวิน' เป็นเรื่องปกติ บอกใครอยู่หรือไปอีกไม่นานทราบ ปัดกระแสพรรคไม่ดีทำคนไหลออก