“อนุทิน” สั่งจัดระเบียบปืน 10 ล้านกระบอก ย้ำห้ามพกปืนทุกคนเหตุใบอนุญาตหมดอายุแล้ว เตือนนักการเมืองเสี่ยงจริยธรรมหมดอนาคต แจงดรามายิงโจรในบ้านสื่อสารสั้นไป ชี้เจตนารมณ์ไม่อยากให้ใครอยู่ใกล้ปืน “ปกรณ์” นัด “กรมการปกครอง-กฤษฎีกา” ถกแก้ พ.ร.บ.อาวุธปืน ยึดรูปแบบต่าง ปท.เชื่อมโยงทั้งระบบ เล็งใบอนุญาตต้องต่อทุก 3 ปี ระบุอาจออกกฎกระทรวงก่อน “ศุภชัย” เผยร่างแก้ไข กม.อาวุธปืนใหม่เสร็จแล้ว มีกว่า 100 มาตรา เตรียมชงเข้าสภาฯ “อธิบดี ปค.” กำชับนายทะเบียนทั่ว ปท.คุมเข้มอาวุธปืนทั้งระบบ “โฆษก ตร.” กาง กม.เจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกยึดพฤติการณ์แห่งคดี “ฉลอง” นอนคุกคืนแรกปรับตัวได้
ที่ท้องสนามหลวง วันที่ 12 ส.ค.2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการสั่งการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ห้ามพกพาอาวุธปืนว่า เมื่อวาน (11 ส.ค.) ตนได้กำชับไปแล้วก็ตามนั้น ไม่ได้สั่งการแค่ สส. แต่กำชับทุกคน ขณะนี้ไม่ว่าใครไม่สามารถพกพาปืนได้ เพราะไม่มีใบอนุญาตพกปืนอีกแล้วในประเทศไทย ใบพกปืนในประเทศขณะนี้หมดอายุไปแล้ว ฉะนั้นไม่สามารถพกปืนได้แล้ว
นายอนุทินกล่าวว่า การที่รัฐมนตรีและ สส.พรรค ภท.หลายคนมีการสะสมปืน ก็เป็นเรื่องส่วนตัว เขาก็ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน ตนเองก็ได้เน้นย้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีตำแหน่งทางการเมือง ไม่ใช่แค่เฉพาะ สส. แต่รวมถึงใครก็ตามที่คิดจะลงเลือกตั้ง มีตำแหน่งทางการเมือง ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องการพกอาวุธปืนขึ้นมาก็ผิดกฎหมาย และก็อาจถูกตีความเรื่องจริยธรรม คราวนี้ยุ่งกันไปอีก และก็จะยุ่งไปถึงอนาคตของพวกเขาเลย เพราะเราไม่รู้ว่าเรื่องจริยธรรมจะถูกห้ามลงรับสมัครเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ดังนั้นดีที่สุดคือทำเป็นตัวอย่างให้กับประชาชน ในเมื่อกฎหมายห้ามพกปืน บุคคลที่เป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย บุคคลที่ประชาชนเลือกมา ก็ต้องเป็นตัวอย่างแค่นั้น
ถามว่ามติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกใบอนุญาตซื้อปืน หรือ ป.3 ซื้อไม่ได้อีกไม่ว่าใครก็ตามใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ครับ จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ต้องจัดระเบียบ ปืนเมืองไทยขณะนี้มี 10 ล้านกระบอก แบบนี้ไม่ไหว ประชากรมี 70 ล้านคนเอง”
ซักถึงกระแสดรามากรณีนายกฯ พูดว่ายิงโจรในบ้านก็มีความผิดจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด นายกฯ กล่าวว่า ไม่มีการเข้าใจผิดหรอกครับ หลักที่สำคัญคือพยายามที่จะให้ทุกคนคิดว่าอาวุธปืนไม่มีประโยชน์ต่อใคร หากถูกใช้เมื่อไรไม่ว่าจะเหตุสุดวิสัยหรือควรแก่เหตุก็แล้วแต่ ต้องไปพิสูจน์ในศาล ไม่ใช่พิสูจน์ด้วยตัวเอง หรือไม่ได้พิสูจน์โดยตำรวจ หากมีเหตุเช่นนี้เกิดขึ้น ยิงคนที่มาประสงค์ร้าย ก็ต้องถูกตั้งข้อหาก่อน และต้องไปพิสูจน์ตัวเองในศาล
“เมื่อวานผมอาจจะสื่อสารสั้นไป แต่จุดประสงค์และเจตนารมณ์คือไม่อยากให้ทุกคนอยู่ใกล้อาวุธปืน เพราะไม่เคยทำสิ่งที่ดีให้กับผู้ใช้อาวุธปืนและผู้ถูกอาวุธปืนเลย คนที่ถูกอาวุธปืนก็บาดเจ็บ คนที่ใช้อาวุธปืนก็ต้องไปขึ้นโรงขึ้นศาล ดังนั้นกว่าจะหลุด กว่าจะมีคำพิพากษาว่าป้องกันตัวเอง หรือควรแก่เหตุแล้ว ต้องเสียเวลาไปขึ้นศาล ประกันตัวต่างๆ มากมาย ผมก็ได้แต่เตือนสติเท่านั้น ไม่ใช่ว่าใครต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ เพราะมีกฎหมายอยู่แล้ว กฎหมายไม่ได้ไปไหนและไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลง ดังนั้นอย่าเข้าใกล้ดีที่สุด” นายกฯ ระบุ
ขณะที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาวุธปืน พ.ศ.2490 ว่า จะมีการหารือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจะต้องนำหลักการไปรับฟังความคิดเห็น ซึ่งกฎหมายปัจจุบันใช้มาตั้งแต่ พ.ศ.2490 ใช้มาหลายสิบปีแล้ว สถานการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนไป เมื่อก่อนเราใช้ระบบอนาล็อกควบคุม ให้นายอำเภอเป็นผู้อนุมัติและมีกระดาษเป็นใบอนุญาต ไม่มีการทบยอดกันกับร้านปืนที่นำเข้าระหว่างผู้ซื้อ ครอบครอง และการโอน ซึ่งไม่เป็นระบบ ทำแบบเมื่อก่อนทำแบบง่ายๆ
ร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนใหม่เสร็จแล้ว
นายปกรณ์กล่าวว่า เมื่อเป็นประเด็นปัญหาขึ้นมาจึงต้องดูแลกัน จะต้องมีการออกแบบระบบ เริ่มตั้งแต่ต้นทาง การนำเข้าอาวุธปืนว่านำเข้ามาอย่างไร เช็กสต็อกร้านปืนอย่างไร ร้านปืนในต่างประเทศเวลาจะขายปืนจะมีหลักคล้ายกับธนาคาร ระบบจะต้องมีความเข้มข้นกว่าธนาคาร เพราะปืนมีอันตราย จะต้องมีความรับผิดชอบว่าขายปืนให้ใคร เมื่อขายไปแล้วมีระบบการกำกับปืนอย่างไร ใบอนุญาตควรมีอายุหรือไม่ เพราะปัจจุบันไม่มีอายุ
“นายกฯ สั่งการว่าควรจะมีอายุ โดยเสนอว่าควรจะมีอายุ 3 ปี และควบคุมเรื่องการโอน เพราะปัจจุบันมีการนำปืนไปจำนำ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นทรัพย์สินมีทะเบียนไม่สามารถจำนำได้ โดยหลักเอาปืนไปวางแล้วเอาเงินไป คนที่ครอบครองคือผู้รับจำนำ ถือว่าครอบครองปืนเถื่อน เพราะไม่ได้รับอนุญาต ขณะเดียวกันต้องควบคุมการใช้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร แม้กระทั่งสนามยิงปืนก็ต้องควบคุมให้มากขึ้น จริงๆ แล้วปืนกับเครื่องกระสุนจะต้องสัมพันธ์กัน แต่ปัจจุบันเครื่องกระสุนเยอะกว่าปืน ทำให้เราเห็นจุดอ่อนตามคดีต่างๆ ปืนกระบอกเดียวมีกระสุนถึง 30-40 นัด ฉะนั้นจึงต้องเข้มข้นมากขึ้น นี่เป็นหลักการที่ต่างประเทศเขาทำ” นายปกรณ์กล่าว
ถามว่าการออกใบอนุญาตครอบครองปืนจะออกมาในลักษณะเดียวกับการออกใบอนุญาตขับขี่ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า มันต้องมี หากไปซื้อปืนในร้านปืนต่างประเทศจะรู้เลย ตั้งแต่ท่าถืออาวุธปืน ที่นิ้วมือต้องไม่เข้าโกร่งไก เขาจะดูพฤติกรรมตลอด เขาจะมีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะเขาต้องเป็นส่วนหนึ่งร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของสังคม เพราะปืนไม่ใช่ปากกา ที่อยู่ๆ จะขายได้ มันอันตราย เมื่ออันตรายและใช้เป็นอาวุธได้ก็ต้องมีการควบคุมที่เข้มข้น
ซักว่าระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมายจะมีการออกกฎกระทรวงก่อนหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า อาจจะมีแนวทางการออกประกาศกฎกระทรวง แต่ต้องไปคุยกับกรมการปกครองและกฤษฎีกาก่อนว่าจะเอาอย่างไร เพราะการตรากฎหมายใช้เวลานาน จึงจำเป็นต้องมีการออกประกาศชั่วคราวในช่วงที่มีการแก้ไข
ด้าน นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรค ภท. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า พรรค ภท.เตรียมร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่...) พ.ศ....เพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้มีการแก้ไข เพื่อให้ทันกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม โดยมี 100 กว่ามาตรา
นายศุภชัยระบุว่า สำหรับร่างกฎหมายฉบับนี้กำหนดหลักการไว้ถึง 24 ข้อ ในการแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ที่ใช้บังคับมาเป็นเวลานานโดยไม่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในสาระสำคัญ บทบัญญัติหลายมาตรามีความไม่เหมาะสมกับกาลสมัย เนื่องจากเทคโนโลยีได้มีการวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ส่งผลให้กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่มีความไม่สอดคล้องเหมาะสมกับสภาพการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป อันก่อให้เกิดปัญหาในการปฏิบัติของผู้บังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนในหลายประการ สมควรมีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและสร้างความปลอดภัยต่อประชาชน จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ.นี้
สั่งนายทะเบียนทั่วปท.คุมเข้ม
ทั้งนี้ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ลงนามหนังสือด่วนที่สุดถึงปลัดจังหวัดทั่วประเทศ กำชับให้นายทะเบียนท้องที่ทุกแห่งเตรียมความพร้อมและดำเนินการตามข้อสั่งการของนายกฯ เพื่อยกระดับมาตรการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมตั้งแต่การอนุญาต การซื้อขาย การครอบครอง ไปจนถึงการปราบปรามอาวุธปืนผิดกฎหมาย
หนังสือดังกล่าวระบุว่า มาตรการระยะเร่งด่วนให้ระงับการอนุมัติโครงการปืนสวัสดิการใหม่ และระงับการออกใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืน (แบบ ป.3) เป็นการชั่วคราว ให้นายทะเบียนทั่วประเทศตรวจสอบจำนวนใบอนุญาตแบบ ป.3 ที่ยังค้างอยู่และยังไม่มีการซื้อขายอาวุธปืน และรายงานผลให้กระทรวงมหาดไทยทราบภายใน 30 วัน ขณะเดียวกัน ผู้ได้รับใบอนุญาตแบบ ป.3 และได้ซื้ออาวุธปืนไปแล้ว จะต้องดำเนินการขอใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ ครม.มีมติ มิฉะนั้นจะเข้าข่ายมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ กรมการปกครองจะเร่งตรวจสอบยอดขายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนทุกราย ให้สอดคล้องกับยอดใบอนุญาตแบบ ป.3 หากพบความผิดปกติหรือไม่ตรงกัน จะดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด พร้อมประสานกรมสรรพากรตรวจสอบหลักฐานการเสียภาษีของผู้ประกอบการด้วย
สำหรับสนามยิงปืน กรมการปกครองจะร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและการกีฬาแห่งประเทศไทย ตรวจสอบยอดเครื่องกระสุนปืนที่อยู่ในความครอบครองของสนามยิงปืนทุกแห่งว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมตรวจสอบด้านภาษีเช่นเดียวกัน ขณะเดียวกัน ฝ่ายปกครองและสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะเร่งปราบปรามอาวุธปืนเถื่อน หากพบผู้กระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายและเสนอให้ศาลพิจารณาโทษขั้นรุนแรง
“มาตรการระยะยาวมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเสนอปรับปรุงพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นำระบบอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการอนุญาตและการซื้อขายอาวุธปืนทุกขั้นตอนแบบ Real-time เชื่อมโยงข้อมูลกับกรมศุลกากรและกรมสรรพากร ตลอดจนเพิ่มมาตรการจัดเก็บอัตลักษณ์อาวุธปืน ยกระดับการควบคุมการค้าอาวุธปืน และกำหนดความรับผิดชอบของผู้ค้าอาวุธปืนต่อความปลอดภัยของสังคม รวมถึงเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด โดยให้เสนอร่างกฎหมายฉบับแก้ไขภายใน 60 วัน” หนังสือระบุ
นอกจากนี้ยังมีแนวทางกำหนดให้ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ต้องต่ออายุทุก 5 ปี รวมทั้งเพิ่มมาตรการควบคุมการซื้อขายเครื่องกระสุนปืนของผู้ค้าอาวุธปืนและสนามยิงปืนให้รอบคอบและรัดกุมยิ่งขึ้น โดยให้มีการตรวจสอบยอดจำหน่ายเทียบกับสินค้าคงคลังเป็นรายวัน
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายกฯ กำชับในที่ประชุมพรรค ภท.เรื่องการพกปืนว่า ในที่ประชุม ครม.นายกฯ ก็กำชับ แม้แต่ผู้ติดตามท่านก็จะสุ่มตรวจ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะสุ่มตรวจผู้ติดตาม อาจจะเป็นผู้ติดตามจริง หรือติดตามไม่จริง เจ้าหน้าที่จะได้ปฏิบัติได้ถูกต้อง ตนเชื่อว่าน่าจะมีปฏิบัติการจริงในช่วงวันเปิดสภา
“ในส่วนเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามระเบียบภายในมีบางส่วนที่สามารถพกปืนได้ โดยต้องมีใบพกพาและอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ และต้องมีใบยืนยันอีกครั้งหนึ่งด้วย เป็นระบบ 2 ชั้น ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอที่ต้องมีอาวุธปืนทั้งในส่วนของปืนราชการในการเบิกจ่ายและปืนส่วนตัวที่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดี” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว
ถามว่าตัวรัฐมนตรีก็เป็นตำรวจเก่ามีปืนหรือไม่ และจะจัดการอย่างไร รมว.ยุติธรรมกล่าวว่า ก็มีเอาไว้ที่บ้าน ไว้ปกป้องทรัพย์สินตามกฎหมาย มีใบ ป.4 เอาไว้ที่บ้าน ตั้งแต่รับราชการมาไม่ได้เป็นผู้ปฏิบัติ ก็ไม่ได้พกปืน ยิ่งมาตอนนี้ก็ยิ่งไม่ต้องพกปืน
ส่วนนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงอาวุธปืน 12 กระบอก ที่แจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ว่า ปืนดังกล่าวเป็นของสะสมในอดีต เหมือนผู้ชายที่ชอบพระเครื่อง ถือเป็นความชอบตั้งแต่ยังไม่มีตําแหน่งทางการเมือง และประกอบกับเป็นเรื่องที่ใช้ในการกีฬา เพราะเมื่อก่อนตนเป็นนักกีฬาด้วย คิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่เรามีและมีสติในการใช้ให้ถูกวิธี ซึ่งตนพร้อมสนองนโยบายของนายกฯ อยู่แล้ว
ถามว่าจะกําชับทีมงานอย่างไรให้สนองนโยบายนี้ นายสุชาติกล่าวว่า ส่วนตัวก็ไม่มีอยู่แล้ว มีเพียงเจ้าหน้าที่ตํารวจติดตามตัวที่สามารถพกพาได้ ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย และคนทั่วไปก็ไม่สามารถพกได้อยู่แล้ว ใบ ป.12 ก็ไม่ได้ออกมาหลายรัฐบาล และคนที่เคยมีก็หมดอายุไปแล้ว
ซักว่าการออกมาตรการแบบนี้จะทําให้กังวลใจในการไปไหนมาไหนหรือไม่ นายสุชาติกล่าวว่า เราไม่ได้ทําร้ายใคร แล้วเขาจะมาทำร้ายอะไรเรา เราก็บังคับใช้กฎหมายตามหน้าที่เรา เขาจะทําร้ายเราก็ถือเป็นความโชคร้ายของเราไปแค่นั้นเอง
ตร.กางข้อกม.ยิงผู้บุกรุกบ้าน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง “กรณีผู้บุกรุกเข้าบ้าน เจ้าของบ้านมีสิทธิ์ป้องกันตัวแค่ไหน?” ตอนหนึ่งระบุว่า หลักทั่วไปคือเมื่อมีบุคคลถูกยิงจนถึงแก่ความตาย ถือว่ามีเหตุอันเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวน ตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้น ส่วนผู้ใช้อาวุธจะมีความผิดหรือไม่ และมีสถานะทางคดีอย่างไร พนักงานสอบสวนจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ และเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น ก็จะดำเนินการตามกระบวนการของกฎหมาย รวมถึงการทำความเห็นทางคดีเสนอพนักงานอัยการเพื่อพิจารณาต่อไป
“ไม่สามารถดูเพียงว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้บุกรุกหรือเหตุเกิดภายในบ้าน แล้วสรุปผลทางกฎหมายได้ทันที แต่ในขณะเดียวกันกฎหมายก็รับรองสิทธิ์ของประชาชนในการป้องกันตนเองและผู้อื่นอย่างชัดเจน ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 กำหนดหลักเรื่อง การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย หากมีภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง และการกระทำเพื่อป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุ ผู้กระทำไม่มีความผิด เพราะฉะนั้นจึงไม่มีหลักง่ายๆ ว่า คนร้ายเข้าบ้านยิงได้ทุกกรณี และในทางกลับกันก็ไม่มีหลักว่ายิงผู้บุกรุกในบ้านแล้ว เจ้าของบ้านต้องผิดทุกกรณี” พล.ต.ท.ไตรรงค์ระบุ
โฆษก ตร.กล่าวตอนหนึ่งว่า การป้องกันโดยชอบและพอสมควรแก่เหตุ ตามมาตรา 68 ผู้กระทำไม่มีความผิด แต่หากมีเหตุที่จะป้องกันจริง แต่กระทำเกินสมควรแก่เหตุ ก็อาจเข้าสู่หลักตามมาตรา 69 ซึ่งกฎหมายเปิดทางให้ศาลพิจารณาลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด และหากการกระทำนั้นเกิดจากความตื่นเต้น ความตกใจ หรือความกลัว ศาลอาจไม่ลงโทษก็ได้
“กฎหมายไม่ได้พิจารณาเพียงว่าเหตุเกิดในบ้านหรือนอกบ้าน แต่พิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมดในขณะเกิดเหตุ โดยเฉพาะว่ามีภยันตรายจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึงหรือไม่ และการกระทำเพื่อป้องกันนั้นพอสมควรแก่เหตุเพียงใด” โฆษก ตร.ระบุ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า สาระสำคัญของคำกล่าวของนายกฯ ไม่ใช่การบอกว่าผู้บุกรุกเข้าบ้านแล้วเจ้าของบ้านไม่มีสิทธิ์ป้องกันตัว แต่เป็นการย้ำหลักว่า เมื่อมีการใช้กำลังจนบุคคลเสียชีวิต ต้องให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบก่อนว่าการกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย การป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ หรือเป็นการกระทำที่มีความผิดตามกฎหมาย การวินิจฉัยว่าการกระทำใดเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ของแต่ละเหตุการณ์
“ตร.ดำเนินการตามนโยบายนายกฯ เพื่อลดเหตุรุนแรงในสังคม ห้ามพกพาอาวุธปืนออกนอกบ้าน ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควรหรือความจำเป็นเร่งด่วน ถือเป็นความผิดเด็ดขาด โดยจะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด” โฆษก ตร.กล่าว
อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาอาวุธปืนของนายกฯ ว่า ที่นายกฯ จะให้มีกฎหมายใหม่ จะห้ามไม่ให้ผู้ครอบครองปืนนำปืนออกจากบ้าน 100% แม้แต่นักกีฬายิงปืนก็ต้องฝากปืนไว้ที่สนามซ้อมเท่านั้น หรือแม้แต่โจรขึ้นบ้านก็ห้ามยิง จะใช้ป้องกันตัวเองอยู่ในบ้านก็อาจทำไม่ได้นั้น อยากให้นายกฯ ใช้สติปัญญาในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนใหม่อย่างรอบคอบ ควบคุมอาวุธปืนได้อย่างมีเหตุและผลอย่างเหมาะสม มากกว่าการใช้เพียงอารมณ์ชั่วขณะ จนไปลดทอนสิทธิพื้นฐานของประชาชนในการปกป้องตัวเอง
“ควร Set Zero เรียกผู้ครอบครองทั้งหมดให้ทยอยมารายงานตัวเพื่อเข้าสู่ระบบคัดกรองใหม่ที่มีการบันทึกฐานข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการปราบปืนเถื่อนอย่างจริงจัง อย่าปล่อยให้การร่างกฎหมายฉบับนี้ล้มเหลวเหมือนกับนโยบายกัญชา ที่แม้จะออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขมาควบคุมเพื่อการแพทย์ตามหลัง แต่ในทางปฏิบัติยังคงซื้อขายกันเกลื่อนได้อย่างเสรี” รองโฆษก ปชป.กล่าว
‘ฉลอง’ นอนคุกปรับตัวได้
วันเดียวกัน มีความคืบหน้าคดีนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ใช้อาวุธปืนยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี เสียชีวิต ภายหลังศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตประกันตัว ทำให้นายฉลองถูกนำตัวฝากขังที่เรือนจำนั้น พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เป็นการฝากขังที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรีตามปกติ ตามขั้นตอนระเบียบการควบคุมของเรือนจำ ไม่มีอะไรพิเศษ
มีรายงานว่า ในคืนแรกของการคุมขังนายฉลองภายในเรือนจำจังหวัดนนทบุรี สามารถปรับตัวและรับประทานอาหารของเรือนจำได้ตามปกติ อาหารมื้อเย็นเป็นเมนูแกงป่าไก่หน่อไม้สด ข้าวสวย และไข่ไก่ต้ม การตรวจสุขภาพเบื้องต้นพบนายฉลองมีระดับความดันโลหิตสูงเล็กน้อยและมียาประจำตัวติดตัวมา โดยเมื่อนายฉลองครบกำหนดแยกกักโรค 5 วัน ญาติและครอบครัวที่มีคุณสมบัติตามที่ผู้ต้องขังระบุรายชื่อไว้ก็สามารถติดต่อขอเยี่ยมได้ตามระเบียบ
ในส่วน นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าถึงเว็บไซต์ที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบจากเหตุในโรงเรียนย่านนนทบุรีว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าเนื้อหาที่เยาวชนเข้าถึงไม่ใช่ Dark Web ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ แต่เป็นการใช้งาน YouTube ปกติ โดยเป็นการค้นหาและรับชมคอนเทนต์ประเภทสารคดีทั่วไป ไม่ใช่เนื้อหารุนแรงในรูปแบบที่หลายคนจินตนาการ จึงไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถปิดกั้นหรือห้ามรับชมได้
“ที่ผ่านมา กสทช.ได้ประสานความร่วมมือกับหลายแพลตฟอร์มและบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ ล่าสุดพูดคุยกับ Apple ได้มีการตกลงที่จะปรับนโยบายคุ้มครองเด็ก ซึ่งในอุปกรณ์โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ จะกำหนดให้โหมด Child Protection เป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงานทันที โดยที่ผู้ปกครองไม่ต้องเข้าไปตั้งค่าเอง ขณะที่แพลตฟอร์มอื่นยังอยู่ในระหว่างการหารือ” รมว.ดิจิทัลฯ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ยกระดับ“ล้อมคอก”อาวุธปืน “บิ๊กต่าย”ประมืองานร้อน"ทิ้งทวน"
เพียงสัปดาห์เดียวเกิดเหตุสลดถึง 2 เคส ที่สังคมไทยต้องนำมาถอดบทเรียนอีกครั้ง ศุกร์ที่ 7 ส.ค. “เหตุกราดยิง” ภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี นักเรียนชาย ม.3 พกอาวุธปืนขนาด 9 มม.มาจากบ้าน พร้อมกระสุน 98 นัด ก่อเหตุที่ไม่มีใครคาดคิด เดินลั่นไกใส่ครู-นักเรียน ไม่ต่างกับในเกมหรือภาพยนตร์
เฮลดค่าไฟ6สต. งวด‘ก.ย.-ธ.ค.’ เหลือ3.89บาท
กกพ.เคาะค่าไฟงวด ก.ย.- ธ.ค. ลดลง 6 สตางค์ เหลือ 3.89 บาทต่อหน่วย
อึ้งว่าง8พันบรรจุหมื่นห้า ส้มคาใจ‘กกต.’แจงไม่ชัด
โคตรโกงสอบท้องถิ่น เปิดรายงานผลสอบชุด "ปกรณ์" ชี้พบช่องโหว่ทุกขั้นตอน ทำเป็นขบวนการ ทุจริตชัดแจ้ง
ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน12ส.ค.
"ในหลวง-พระราชินี" เสด็จฯ ไปในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ
ร่างเสร็จแล้ว ! ศุภชัย โพสต์ ร่างกฎหมาย ควบคุมอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน เสร็จแล้ว พร้อมเสนอสภาแก้ไข
นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า พรรคภูมิใจไทยเตรียม ร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน (ฉบับที่ ..)
'อนุทิน' โพสต์ภาพครอบครัว พร้อมถ้อยคำสั้นๆ กินใจ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับครอบครัวผ่านเฟซบุ๊กเนื่องในวันแม่ โดยมีนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล บิดา พร้อมด้วย นางทัศนีย์ ชาญวีรกูล มารดา และน้องชาย น้องสาว

