‘ป้อม’สยบรอยร้าว3ป. ครบ77ปีลั่นไม่ทะเลาะกัน ฝ่ายค้านขย่มเก้าอี้นายกฯ

อวยพรวันเกิด "บิ๊กป้อม" 77ปีคึกคัก "3 ป.” ชื่นมื่น ปิดห้องคุยกว่า 30 นาที "พี่ป้อม" โอบ "น้องป๊อก" โชว์สื่อถาม ใครว่าทะเลาะกัน "บิ๊กป๊อก" มั่นใจสุขภาพ "พี่ป้อม" ยังดี แต่ไม่ใช่นายกฯ แทน "น้องตู่" ด้าน "อนุทิน" เผยกับอุปทูตมะกัน มั่นใจรัฐบาลอยู่ถึง มี.ค.66 ฝ่ายค้านลักไก่เสนอญัตติด่วนถล่มวาระ 8 ปีนายกฯ  องค์ประชุมไม่ครบ สภาล่มตามเกม ขณะที่หลายองค์กรเคลื่อนไหวกดดันเขย่าเก้าอี้นายกฯ

ที่วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน วันที่ 11 ส.ค. เวลา 05.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมครอบครัวและคนใกล้ชิด เดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานวันคล้ายวันเกิดครบ 77 ปีของ พล.อ.ประวิตร และทำบุญให้กับบรรพบุรุษ

จากนั้น เวลา 07.00 น. พล.อ.ประวิตร กลับมาที่มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ให้คนใกล้ชิด ทหาร ตำรวจ นักการเมือง ข้าราชการ เข้าอวยพรวันคล้ายวันเกิด พร้อมมอบของที่ระลึกให้ผู้ร่วมงานเป็นอุปกรณ์ชงกาแฟด้วยมือ แก้วกาแฟสแกนหน้า พล.อ.ประวิตร และผ้าฝ้าย โดยมีผู้มาร่วมอวยพรอย่างต่อเนื่องคึกคัก

เวลา 08.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาอวยพร พล.อ.ประวิตร พร้อมนำรูปภาพวาดไก่มามอบให้เป็นของขวัญ โดยเข้าไปภายในห้องรับรองซึ่งมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมอยู่ด้วย ใช้เวลาพูดคุยประมาณ 30 นาที ก่อนเดินทางออกจากห้อง

ผู้สื่อข่าวได้ขอ พล.อ.ประวิตรให้ถ่ายภาพร่วมเฟรม 3 ป. ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ได้ซิ แต่เป็นจังหวะที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินแยกวงขึ้นรถไปก่อนหน้านี้ ทำให้มีแค่รูป พล.อ.ประวิตรและ พล.อนุพงษ์เท่านั้น โดย พล.อ.ประวิตรได้โอบเอวพล.อ.อนุพงษ์และพูดว่า ไม่มีหรอกทะเลาะกัน พร้อมชี้มือมาที่สื่อระบุว่า "ก็มีแต่พวกเรานี่แหละ เขียนให้ทะเลาะกันทุกวัน วันเกิดไม่อยากได้อะไร นอกจากอยากให้สื่อถามน้อยๆ" ซึ่งวันนี้ พล.อ.ประวิตร อารมณ์ดี มีสีหน้ายิ้มแย้ม มีการหยอกล้อผู้สื่อข่าวอยู่ตลอดเวลา

จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ได้เดินทางมาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามว่า พล.อ.ประวิตรยังสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีโอกาสหรือไม่ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า “ให้ผมพูดก็จะกลายเป็นประเด็นอีก” เมื่อถามว่ามีโอกาสหรือไม่หากประเมินจากสุขภาพของ พล.อ.ประวิตรแล้ว พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า” พูดง่ายๆ ท่านก็ยังทำไหว ก็คงถือว่าดีที่ท่านจะทำได้”

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่ พล.อ.ประวิตรจะรับไม้ต่อจาก พล.อ.ประยุทธ์ อีก 2 ปี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ถึงกับอุทานว่า "โอ้ย คงไม่ใช่หรอกมั้ง ไม่ใช่แน่นอน บอกตรงๆ คงไม่ใช่” เมื่อถามย้ำว่าแสดงว่าพล.อ.ประวิตรไปพร้อมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มาด้วยกันไปด้วยกันเลยใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า “แน่นอน ถูกต้อง”

พล.อ.อนุพงษ์ยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามเรื่องวาระ 8 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในตำแหน่งรัฐมนตรี โดยระบุว่า ไม่รู้จริงๆ ใครจะตอบได้ พูดไปไม่ได้ และเป็นประเด็นกฎหมายทั้งหมด จะไปวิเคราะห์หรือให้ความเห็นไม่ได้ ผลออกมาอย่างไรก็ตาม ผู้มีอำนาจหน้าที่คือศาลรัฐธรรมนูญ หากทำใจให้ได้อย่างนั้นก็จบ ซึ่งเราไม่รู้และไม่มีหน้าที่ ดังนั้นผลการพิจารณาออกมาอย่างไรก็ต้องเชื่อมั่นในระบบก็จะจบ

มั่นใจรัฐบาลอยู่ถึงปี 66

เมื่อถามว่า ได้มีการเตรียมแผนรองรับหากผลตัดสินศาลรัฐธรรมนูญออกมาหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่มีหรอก และเมื่อถามย้ำว่าต้องมีทายาท 3 ป.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า “ไม่ต้องมี” ถามต่อไปว่าการแต่งตั้งโยกย้ายในช่วงนี้ ได้มีการสั่งให้เร็วขึ้นเพื่อเกิดกรณีศาลสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วมีการปรับย้ายไม่ได้ หรือเป็นการปรับเพื่อปูทางสู่การเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เป็นการปรับตามปกติ และเป็นการปรับในระนาบเดียวกัน และคงไม่จำนวนมาก ส่วนตำแหน่งอธิบดีที่ว่างอยู่ 3 ตำแหน่งนั้นขึ้นอยู่กับปลัดกระทรวงมหาดไทยจะพิจารณาว่าใช้แนวทางอย่างไร ซึ่งคงไม่ต้องกังวลอยู่ในความรับผิดชอบของปลัดฯ เมื่อถามว่าส่วนตัวไม่สนใจลงเลือกตั้งใช่หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า "ไม่"

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายไมเคิล ฮีธ (Mr.Michael Heath) อุปทูตรักษาราชการชั่วคราว สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าอำลา นายไมเคิลได้ฝากความกังวลเรื่องของการเมืองไทยอะไรด้วยหรือไม่ ว่าเป็นเรื่องของเรา เราบอกให้ท่านฟังว่าถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นรัฐบาลชุดนี้ก็จะมีอายุถึงเดือนมีนาคมปี 2566 เพราะฉะนั้นทุกพรรคการเมืองเริ่มเตรียมรณรงค์เลือกตั้ง  เมื่อถามถึงเรื่องความเป็นไปได้ในการยุบสภา นายอนุทินกล่าวว่า เป็นเรื่องของ นายกฯ

ที่รัฐสภา หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาวาระกระทู้สดด้วยวาจาและกระทู้ทั่วไปเสร็จสิ้น ก่อนที่นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม จะนำเข้าสู่ระเบียบวาระรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยกันว่า เนื่องจากมีประเด็นการพูดคุยทางสังคม จึงจำเป็นต้องเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ตามข้อบังคับที่ 54 (1)

จากนั้น นายสุทินลุกขึ้นเสนอญัตติด่วนขอให้สภาระดมความเห็นและประมวลเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในแนวทางที่ถูกต้องและเหมาะสมที่จะปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158  คือ การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ไม่เกิน 8 ปี ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของสังคมที่ขบคิดว่าวาระนายกฯ เริ่มเมื่อใด และสิ้นสุดเมื่อไหร่ จนเกิดความเห็นแตกต่างหลากหลายที่สุ่มเสี่ยงจะเกิดการปะทะทางความคิดที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น หากไม่มีแนวปฏิบัติที่ดีอาจจะลุกลามจนเกิดวิกฤตทางสังคม เพราะวันนี้ดูเหมือนนายกฯ จะมีท่าทีที่ไม่สอดคล้องกับคนหลายกลุ่ม 

"สภานี้เป็นผู้ตั้งนายกฯ เมื่อถึงคราวเกิดประเด็นว่าจะต้องหลุดพ้นหรือถอดถอน หรือต้องปฏิบัติแนวทางใดแนวทางหนึ่ง สภานิ่งนอนใจไม่ได้ ถ้าพ้นหรือหลุด เราต้องมีความเห็น แต่หากในทางปฏิบัติไม่มีข้อขัดแย้งทางความคิด สภาก็อาจจะนิ่งเฉยปล่อยให้เป็นไปตามครรลองได้ แต่วันนี้ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น ได้มีการยื่นต่อองค์กรอิสระแล้ว และมีแสดงความเห็นกว้างขวางมาก"

ลัดได้ถล่มวาระ 8 ปีทำสภาล่ม

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การจะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา จะต้องมีการตกลงกันก่อน เพื่อให้ที่ประชุมสามารถเดินหน้าไปได้อย่างไม่มีปัญหา และก่อนหน้านี้ได้รับการประสานงานจาก ส.ส.ฝ่ายค้านว่า หลังจบกระทู้สภาจะพิจารณาญัตติด่วนเรื่องแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ และวิปทุกพรรคต่างก็เห็นตรงกัน เพราะเป็นปัญหาใหญ่ อีกทั้งยังมีญัตติที่ยื่นก่อนหน้านี้ในเรื่องเดียวกันนี้ด้วย ดังนั้นการเสนอของนายสุทินเหมือนจะใช้สภาเป็นเครื่องมือกดดันผู้มีอำนาจในการตัดสินวาระ 8 ปีหรือไม่ เพราะสภาไม่มีอำนาจเรื่องนี้

ด้านนายสุทินกล่าวยอมรับว่า ในวิปมีการตกลงว่าพิจารณาญัตติหนี้นอกระบบจริง แต่เราพิจารณาว่ามีเรื่องเร่งด่วนฉับพลันเข้ามา และเป็นเรื่องที่สภาต้องหวั่นไหวรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อเทียบกับปัญหาหนี้นอกระบบก็ด่วน เราเห็นตรงกันว่าเรื่องนี้น่าจะด่วน หากปล่อยสังคมอาจเดินไปสู่ทางตัน จึงไม่อาจนิ่งนอนใจได้ ดังนั้นโควตาที่เรามีจึงเปลี่ยนเป็นเรื่องวาระดำรง 8 ปีได้หรือไม่

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอเสนอญัตติทำนองเดียวกันกับนายสุทิน แม้จะเห็นความสำคัญของปัญหาหนี้นอกระบบ แต่เรากำลังเผชิญปัญหาวิกฤตรัฐธรรมนูญ และกำลังสั่นคลอนกังขากับสังคมว่าหากพ้นวันที่ 23 ส.ค.ไปแล้ววันที่ 24  ส.ค.ต่อไป จะกลายเป็นนายกฯ เถื่อนหรือไม่ จึงควรหาวิธีทางออกเพื่อส่งไปยังนายกฯ ยืนยันว่าไม่ได้กดดันให้เกิดปัญหา จึงขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เพื่อเสนอความเห็นไปยัง ครม.เพื่อแจ้งให้ทราบว่านายกฯ

ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลต่างลุกขึ้นคัดค้าน โดยนายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า หากดูข้อบังคับการประชุมที่ 44 ระบุว่า การญัตติต้องมุ่งหมายให้สภาชี้ขาดว่าให้ปฏิบัติอย่างไร แต่ตนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่นายสุทินและนายรังสิมันต์เสนอเกี่ยวข้องกับวาระฝ่ายบริหาร ทางสภาไม่สามารถวินิจฉัยว่าครบไม่ครบอย่างไร และเกรงว่าหากสภามีมติไปจะกระทบกับศาลรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่วินิจฉัย

ด้านนายศุภชัยกล่าวว่า ไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์การเสนอญัตติคือตั้งคณะกรรมาธิการศึกษา หรือให้สมาชิกอภิปรายเฉยๆ ประเด็นครบ 8 ปีหรือไม่สมาชิกสามารถใช้ช่องทางลงชื่อเสนอประธานยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เพราะสภาชี้ผิดถูกไม่ได้ หากจะเสนอญัตติเข้ามาโดยไม่มีข้อสรุปใดๆ ตนขอให้สภาพิจารณาว่าจะเป็นการใช้อำนาจไปกดดันองค์กรใดๆ หรือไม่

หลังจากมีการถกเถียงกันและต่างยืนยันที่จะเสนอญัตติของตนเอง ประธานในที่ประชุมจึงขอให้มีการลงมติว่าจะเห็นด้วยกับญัตติใด และให้สมาชิกแสดงตนก่อนที่จะลงมติดังกล่าว แต่ปรากฏว่ามีสมาชิกอยู่ในห้องประชุมเพียง 124 คนเท่านั้น ทำให้องค์ประชุมไม่ครบ นายศุภชัยจึงได้สั่งปิดประชุมเมื่อเวลา 15.05 น.เป็นที่น่าสังเกตว่า ไม่มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่ในห้องประชุมเลย เนื่องจากวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประวิตร จึงได้มีการนัดหมายผ่านไลน์กลุ่มของพรรค ให้ทุกคนไปร่วมอวยพรที่บ้านป่ารอยต่อฯ ในเวลา 17.00 น.

ภาคปชช.เขย่าเก้าอี้นายกฯ

นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา’35 กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ควรมีสำนึก มองเห็นประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ไม่ใช่มองแต่อำนาจผลประโยชน์ของตัวเอง และบรรดานั่งร้านทั้งหลายที่เชียร์ให้อยู่ในตำแหน่งเพียงเพราะต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นฉากกั้นความมูมมาม แสวงประโยชน์บนความทุกข์ยากของประชาชน โดยคณะกรรมการญาติพฤษภา '35 และสภาที่ 3 เตรียมจัดเสวนาหัวข้อวาระ 8 ปี การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญ ณ ห้องประชุม ชั้น 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ถนนสามเสน ในวันอาทิตย์ที่ 14 ส.ค.65 เวลา 13.30-16.30 น.

ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด  ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ได้ให้ความเห็นข้อกฎหมายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบกำหนดเวลา 8 ปี ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงแล้ว ใครจะมาเป็นนายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป เพราะรัฐมนตรีทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งด้วย พร้อมมีข้อสังเกตว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ยุบสภา ถึงแม้จะทำให้ ครม.ทั้งคณะ ซึ่งรวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงสามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่นายกฯ ต่อไปได้ จนกว่า ครม.ที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์พ้นจากตำแหน่งเพราะดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบกำหนดเวลา 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์จะไม่สามารถอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ (รัฐธรรมนูญมาตรา 168 (1))

ขณะที่นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ลาออกหลังเป็นนายกฯ ครบ 8 ปี โดยไม่ต้องรอศาลสั่ง โดยเห็นว่า  เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นระยะเวลานานเกินไปนั้น ซึ่งสอดคล้องกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 มาตรา 171 ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันการสะสมและผูกขาดอำนาจด้วยตำแหน่งหน้าที่ อันนำไปสู่การสร้างเครือข่ายและพวกพ้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุนำมาสู่การทุจริต และเกิดวิกฤติทางการเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โรม' ผิดหวัง 'ประวิตร' โยนเหตุกราดยิงแค่เรื่องผู้ก่อเหตุเสพยา ย้ำ 'ระบบตั๋ว' ทำให้ตร.เอี่ยวธุรกิจมืด

'รังสิมันต์' ตอกย้ำระบบตั๋วและวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในราชการถึงเหตุกราดยิงที่หนองบัวลำภู ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องผันตัวไปเป็นผู้ประกอบธุรกิจมืดเสียเอง จี้ทบทวนความผิดพลาดทั้งหมดก่อนซ้ำรอย ผิดหวัง'ประวิตร'โยนแค่เรื่องผู้ก่อเหตุเสพยา