‘วสันต์’เปิดหน้าชนป.ป.ช. ช่วย‘นิพนธ์’เหตุถูกแกล้ง

"วสันต์-อดีตประธานศาล รธน." เปิดหน้าชน "ป.ป.ช." แจงเหตุผลรับว่าความให้ “นิพนธ์” คดีจัดซื้อรถซ่อมบำรุง อบจ.สงขลา เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม เผยดูสำนวนแล้วสู้ได้ ชี้อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายกฯ อบจ.สงขลา แต่ ป.ป.ช.กลับฟ้องคดีนี้เอง แขวะ ป.ป.ช.ชุดนาฬิกายืมเพื่อน "ส.ส.ก้าวไกล” จี้ “นิพนธ์” หยุดปฏิบัติหน้าที่-ลาออก จนกว่าศาล รธน.ตัดสิน

 ที่โรงแรมเดอะสุโกศล วันที่ 1 กันยายน นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะหัวหน้าทีมทนายความของนายนิพนธ์ และนายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. ร่วมแถลงข่าวคดีเกี่ยวกับการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา โดยนายนิพนธ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้ตนไม่ขอพูดอะไร เพราะพูดเรื่องนี้มามากพอสมควรแล้ว

นายวสันต์กล่าวว่า สาเหตุที่รับคดีของนายนิพนธ์สู้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะในสังคมมีคนถูกกลั่นแกล้ง รังแกพอสมควร หากช่วยพรรคพวกได้ก็ควรช่วย คนที่รับคดีต้องพิจารณาว่า มันจะมีทางต่อสู้หรือไม่ ถูกแกล้งรังแกหรือไม่ หากนายนิพนธ์เป็นฝ่ายผิดคงไม่รับทำคดีให้ เพราะเสียฟอร์มเปล่าๆ ทั้งนี้ คดีแรกที่ว่าความช่วยคือ นายสมหมาย ภาษี ซึ่งเป็นพรรคพวกสมัยเรียน คดีที่สองว่าความให้นายสำเริง คำพะอุ อดีตนายกสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ที่ถูกฟ้องที่ จ.ปัตตานี

อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า ตนไม่ได้คุ้นเคยกับนายนิพนธ์ แต่มีความคุ้นเคยกับนายสุทัศน์ เพราะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันตั้งแต่เรียนหนังสือ โดยนายสุทัศน์แนะนำในคดีนี้ ตนอยู่ในกระบวนการยุติธรรมเกินครึ่งศตวรรษ มองว่าใครได้รับความเป็นธรรม ใครไม่ได้ความเป็นธรรม รูปคดีเป็นอย่างไร พอมองออก เมื่อเอาเรื่องราวมาดูและตรวจสอบเอกสาร เห็นว่านายนิพนธ์เป็นผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนจึงรับเป็นทนายความให้ โดยสรุปเหตุคดี คือ อบจ.สงขลา ต้องการซื้อรถอเนกประสงค์ 2 คัน มูลค่า 40 กว่าล้าน ใช้การประมูลเสนอราคาตามขั้นตอน จนกระทั่งทำสัญญาส่งมอบรถ ผู้ขายขอเบิกค่ารถ ช่วงนั้นมีการร้องเรียนเรื่องฮั้วประมูล ประกอบกันมีการเปลี่ยนตัวนายก อบจ.สงขลา เป็นนายนิพนธ์ ปรากฏว่าบริษัทที่ประมูลถูกตรวจพบว่ามีการฮั้วประมูล ผู้ว่าฯ สงขลาสั่งให้ระงับจ่ายเงิน และ อบจ.สงขลาร้อง ป.ป.ช.ว่ามีการฮั้วประมูลด้วย

ขณะที่บริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าฮั้วประมูล อัยการก็สั่งฟ้องคดีอาญาต่อศาลทุจริตฯ ภาค 9 และตัวแทนบริษัทคู่เทียบต่างหลบหนีหมายจับของศาลไปต่างประเทศหลายรายแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ก็ได้แจ้งความกล่าวโทษบริษัทเหล่านั้นในข้อหาฮั้วประมูลด้วย เบื้องต้น ป.ป.ช.เชื่อว่าบริษัทเหล่านี้มีพฤติกรรมฮั้วประมูลจริง ส่วนบริษัทที่ประมูลได้ก็ยื่นฟ้องนายก อบจ.สงขลา ต่อ ป.ป.ช.ว่า ไม่จ่ายเงินค่ารถ พร้อมกับไปฟ้องศาลปกครองกลาง แต่ศาลระบุไม่มีหลักฐานว่าฮั้ว จึงสั่งให้ อบจ.สงขลาจ่ายเงิน ต่อมา อบจ.สงขลาได้ยื่นฟ้องศาลปกครองสูงสุด พร้อมหลักฐานเพิ่มเติมเรื่องบริษัทคู่เทียบมีการฮั้วประมูล โดยคดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด

 “ถ้านายก อบจ.สงขลา สั่งจ่ายเงินค่ารถ สัญญาที่เป็นโมฆะ ก็ถือว่ามีความผิด เพราะเป็นโมฆกรรม ถือว่าคู่กรณีกลับคืนในฐานะเดิม คือคืนรถกลับไปให้บริษัท แต่นายก อบจ.สงขลาไม่จ่ายเงิน พวกฮั้วประมูลบอกเป็นกลั่นแกล้ง ซึ่งอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนายก อบจ.สงขลา แต่ ป.ป.ช.กลับฟ้องคดีนี้เอง เราพร้อมสู้กับ ป.ป.ช. และไม่ได้เกรงใจอะไร ยังชื่นชม ป.ป.ช.ชุดนาฬิกายืมเพื่อนด้วย นี่ผมไม่ได้แขวะใคร เพราะข้อเท็จจริงเป็นแบบนี้จริงๆ” นายวสันต์กล่าว

เมื่อถามว่า เปิดหน้าสู้กับ ป.ป.ช.แบบนี้ มีปัญหากับ ป.ป.ช.หรือไม่ นายวสันต์กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหากับ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช.ชุดก่อนหน้านี้ก็รู้จักมักคุ้นกันหลายท่าน ส่วนชุดใหม่ไม่เคยคุ้นเคย แม้จะรู้จักเป็นการส่วนตัวกับบางคนก็ตาม และไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกับใคร ส่วนกรณีนี้ถือเป็นเรื่องการเมืองหรือไม่ ตนไม่ทราบ

ถามอีกว่า มั่นใจว่าจะชนะคดีนี้แน่หรือไม่ นายวสันต์กล่าวว่า ถ้าผมไม่มั่นใจ ผมคงไม่รับคดี เอาเรื่องจริงไปสู้กันในศาล ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด ยืนยันว่าเราในฐานะจำเลยก็เตรียมความพร้อมในทางคดี ยืนยันว่าตนและนายนิพนธ์จะไปตามที่ ป.ป.ช.นัดในวันที่ 5 ก.ย.นี้แน่นอน

ที่รัฐสภา นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงว่า การที่นายนิพนธ์ไม่ไปปรากฏตัวต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่ผ่านมา เป็นการแสดงถึงความไม่จริงใจ กลัวไม่กล้าไปพิสูจน์ความสุจริตของตัวเอง จึงเรียกร้องให้นายนิพนธ์แสดงสปิริตด้วยการหยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี หรือลาออก จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

นายประเสริฐพงศ์กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องให้ ป.ป.ช.ออกแถลงการณ์ความคืบหน้าของคดีก่อนศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายนิพนธ์ ในวันที่ 14 ก.ย.นี้ และขอให้พรรคประชาธิปัตย์แถลงท่าทีของพรรค ทบทวนเรื่องคุณธรรม จริยธรรม ความเป็นนักการเมืองของนายนิพนธ์ เพราะ ป.ป.ช.ชี้มูลไปแล้ว เพื่อเป็นการยกระดับการเมืองของนักการเมือง ส่วนการที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นทนายความให้นายนิพนธ์นั้น ถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ และอาจทำให้มีความมั่นใจในการสู้คดี.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก

ประชาธิปัตย์อึดอัด ‘จุรินทร์’ ถาม ‘บิ๊กตู่’ ส่งชื่อ ‘นริศ’ ปรับครม.7สัปดาห์ยังเงียบ

"จุรินทร์" เผยประชาธิปัตย์อึดอัด ส่งชื่อ "นริศ" ให้นายกฯ เพื่อปรับครม.เข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 แล้วยังไม่เกิดอะไรขึ้น ลั่น! การเป็นรัฐบาลผสมต้องให้ความสำคัญกับทุกพรรค "พีระพันธุ์" เผยยังไม่ได้คุยกับ "บิ๊กตู่" เรื่องย้ายเข้ารวมไทยสร้างชาติ

‘ปิยบุตร’ ซัดก้าวไกล เล่นปาหี่! แก้ม.112

เกาเหลาอำมาตย์สามนิ้ว "ปิยบุตร" ยำเละพรรคก้าวไกล ไม่เอาจริงเสนอแก้ ม.112 ถามแค่หวังได้แต้มทางการเมืองหรือเปล่า ลากไส้ทำไปเพื่อรักษาคะแนนคนรุ่นใหม่ ให้ได้ชื่อว่า “กูทำแล้วนะ” เหน็บ ส.ส.ทำอะไรได้มากกว่าไปประกันตัว ไปสังเกตการณ์การชุมนุม ออกมารับหนังสือร้องเรียนแค่เป็นข่าว ขณะที่ "พิธา" ยันเดินหน้าแก้ ม.112 ต่อ โทษรัฐบาลปิดกั้น