‘นิพนธ์’ไขก๊อกมท.2 จุรินทร์ขอปรับครม.

“นิพนธ์” ไขก๊อกพ้น รมช.มหาดไทยแล้ว ประกาศจะใช้เวลามาต่อสู้คดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ลั่นย้อนอดีตกลับไปได้ก็ยังยืนยันไม่จ่ายเงินภาษีให้พวกทำผิดกฎหมาย ศาลคดีทุจริตประทับรับฟ้องพร้อมตีราคาประกัน  1 แสนบาท นัดพิจารณา 20 ต.ค.นี้ “จุรินทร์” เผยกลับไทยเมื่อไหร่หารือ “บิ๊กตู่” เรื่องปรับคณะรัฐมนตรี เชื่อพรรคไม่มีปัญหา “ชินวรณ์” ระบุเก้าอี้ รมช.มหาดไทยเป็นโควตาด้ามขวาน “ศรีสุวรรณ” ยื่น กกต.ฟันกรณี “กรณ์”  ซบ “สุวัจน์” แล้วขู่ถึงขั้นยุบพรรคเพราะครอบงำ “เทวัญ”  ไม่สนเชื่อไร้ปัญหา อรรถวิชช์แจงจากกันด้วยดี

เมื่อวันที่ 5 กันยายน เวลา 09.51 น. นายนิพนธ์  บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาได้อธิบายมาโดยตลอด ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายถึงสาเหตุที่ไม่สามารถอนุมัติจ่ายเงินให้ผู้ชนะการประมูลในการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางฯ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)  สงขลาได้ เนื่องจากตรวจพบว่าผู้เข้าร่วมการประมูลและบริษัทคู่เทียบได้ทำการปลอมเอกสารและฮั้วประมูล เป็นเหตุให้ อบจ.สงขลาได้รับความเสียหาย บัดนี้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ก็ได้ออกหมายจับผู้เข้าร่วมประมูลทุกราย ซึ่งรวมถึงผู้ชนะการประมูลและบริษัทในเครือ อีกทั้งผู้ต้องหาส่วนใหญ่ก็ได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศเกือบทั้งหมดแล้ว ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ขณะหลบหนีนั้น อัยการได้ส่งฟ้องเป็นจำเลยต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 แล้ว

 “วันนี้ผมพร้อมสู้คดีในศาลเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การที่ผมไม่อนุมัติจ่ายเงินให้บริษัทที่ชนะการประมูลนั้น เป็นการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน มิใช่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ชกล่าวหาผมแต่อย่างใด และหากแม้จะย้อนเวลากลับไปได้ ผมก็ยังยืนยันที่จะไม่อนุมัติจ่ายเงินภาษีของประชาชนให้กับพวกทำผิดกฎหมายเช่นเดิม” นายนิพนธ์โพสต์

นายนิพนธ์โพสต์อีกว่า คดีได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลยุติธรรมแล้ว ไม่มีความประสงค์จะใช้ตำแหน่งรัฐมนตรี และเวลาราชการเพื่อต่อสู้คดีแต่อย่างใด  จึงได้ทำหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีขอลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 5 ก.ย.65 เป็นต้นไป ขอกราบขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้กำลังใจและคำแนะนำ รวมถึงสื่อมวลชนทุกสำนักที่ได้นำเสนอข่าวอย่างเป็นธรรมและต่อเนื่องตลอดมา และขอขอบคุณข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และผู้ร่วมงานทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันทำงานและผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตลอดระยะเวลากว่า 3 ปี

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนิพนธ์เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 กรณีไม่จ่ายเงินค่าซ่อมรถบำรุงทางอเนกประสงค์ วงเงิน 50 ล้านบาทขณะดำรงตำแหน่งนายก อบจ.สงขลา พร้อมขอให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ รมช.มหาดไทย

โดยนายนิพนธ์เดินทางมาแสดงตัวต่อศาลพร้อมนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ทนายความ โดยนายนิพนธ์กล่าวว่า เมื่อเช้านี้ได้กราบเรียนนายกฯ ว่าขอลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทย ไม่ประสงค์จะใช้ตำแหน่งหน้าที่ เวลาราชการมาสู้คดีนี้ การลาออกมีผลวันนี้ทันที แล้วจะใช้เวลามาต่อสู้คดีนี้เพราะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ซึ่งการลาออกครั้งนี้ไม่มีใครกดดัน เป็นความตั้งใจของตนเองเพื่อจะได้มีเวลาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

 “กราบเรียนนายกฯ เมื่อเช้า ท่านก็ชื่นชมให้กำลังใจให้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ไม่ได้มีแค่คดีนี้คดีเดียว ยังมีคดีที่ผมฟ้องเพิกถอนคำสั่งกระทรวงมหาดไทยและ ป.ป.ช. อยู่ในศาลปกครองกลาง” นายนิพนธ์ระบุ

ศาลพิเคราะห์คำฟ้องโจทก์และคำคัดค้านการฟ้องคดีของจำเลยแล้วเห็นว่า แม้ว่าคดีนี้เกิดขึ้นนอกเขตของศาลอาญาคดีทุจริตฯ และพยานหลักฐานส่วนใหญ่จะอยู่ที่จังหวัดสงขลา แต่ก็เป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และการติดต่อระหว่างศาลกับคู่ความหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีอาจกระทำโดยทางโทรสาร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อสารทางเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นได้ อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 มาตรา  5 วรรคสอง จึงให้ประทับรับฟ้องโจทก์เป็นคดีหมายเลขดำที่ อท.167/2565 และหมายขังจำเลย เว้นแต่มีประกันจำเลย ศาลสอบจำเลยแล้วแถลงยืนยันว่า ลาออกจากตำแหน่ง รมช.มหาดไทยแล้วตามเอกสารท้ายคำร้องจริง  ในชั้นนี้จึงไม่พิจารณาสั่งให้จำเลยหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามคำร้องของโจทก์

20 ต.ค.นัดพิจารณาคดี

สอบจำเลยแล้วแถลงว่าประสงค์ต่อสู้คดี โดยจะทำคำให้การปฏิเสธพร้อมรายละเอียดในนัดหน้า ให้กำหนดวันนัดพร้อมเพื่อกำหนดวันนัดพิจารณา ในวันที่ 20 ตุลาคม  2565 เวลา 09.30 น. เหตุที่นัดนานเนื่องจากจำเลยต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเอกสาร เพื่อแถลงให้ชัดเจนในข้อเท็จจริงว่ามีข้อเท็จจริงอะไรบ้างที่จะพอรับตามพยานหลักฐานโจทก์ และข้อเท็จจริงใดบ้างที่จะนำสืบต่อสู้คดี เพื่อไม่ให้การพิจารณาคดีซ้ำซ้อน

ต่อมานายวสันต์กล่าวว่า ศาลรับฟ้องแล้วและอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างการต่อสู้คดีวงเงิน 100,000 บาท โดยไม่มีเงื่อนไขอะไร

นายนิพนธ์กล่าวว่า คดีนี้ไม่มีปัญหาอะไร ยินดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตั้งแต่แรก และหลังจากนี้ก็จะเป็นการสู้คดีในศาล ซึ่งจะต้องมีการนำพยานหลักฐานมาสู้กัน ส่วนที่ศาลกำลังดำเนินคดีเป็นช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จะมีปัญหาอะไรหรือไม่นั้น ไม่น่ามีปัญหา สามารถใช้สิทธิ์ทางการเมืองได้ เพราะศาลยังไม่มีคำพิพากษาอะไร รวมถึงยังไม่มีข้อหาและไม่มีข้อห้ามใดๆ ในการดำเนินงานด้านการเมือง  ยังมีคุณสมบัติของการสมัครเป็น ส.ส.ครบถ้วน และไม่เคยที่จะใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.สู้ในชั้นศาล

ขณะที่นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวถึงการลาออกของนายนิพนธ์ว่า เป็นเรื่องของนายนิพนธ์เองไม่ได้เกี่ยวกับ ป.ป.ช. และไม่ส่งผลในการสู้คดีแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องกระบวนการพิจารณาของศาล  ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ศาลจะรับฟัง

“ไม่หนักใจ เพราะอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ศาลจะวินิจฉัยมากกว่า คงไม่เกี่ยวข้องว่าใครเป็นผู้ว่าคดีให้” นายนิวัติไชยกล่าวตอบข้อถาม กรณีอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นทนายให้นายนิพนธ์หนักใจหรือไม่

ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญเรียกประชุมนัดพิเศษในวันพฤหัสยดีที่ 8 ก.ย.นี้ โดยคาดว่าจะมีการหยิบยกคำร้องกล่าวหานายนิพนธ์ขึ้นมาพิจารณาด้วย ว่าต้องพิจารณาวินิจฉัยต่อหรือสั่งให้ยุติคดี เนื่องจากนายนิพนธ์ได้ยื่นลาออกตำแหน่ง รมช.มหาดไทยแล้ว

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ซึ่งปฏิบัติราชการอยู่ที่มองโกเลีย กล่าวเรื่องนี้ว่า  ขอเป็นกำลังใจให้นายนิพนธ์ เพราะถือว่าเป็นรัฐมนตรีคนหนึ่งของพรรคและของรัฐบาลชุดนี้ที่ทุ่มเท ทำงานหนัก ทำงานดี และมีผลงานเป็นที่ยอมรับมาตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง ส่วนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเบื้องต้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนคงต้องเริ่มจากการที่ต้องหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาเสียก่อน แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะพักการปฏิบัติหน้าที่ แต่ก็ต้องถือว่าเป็นนายกฯ  อยู่ และกระบวนการปรับ ครม.ก็ต้องเป็นอำนาจของคนที่เป็นนายกฯ ซึ่งหากเดินทางกลับไทยแล้วจะได้ถือโอกาสหารือในเรื่องนี้ต่อไป ส่วนในพรรค ปชป.นั้นไม่มีปัญหาอะไร เพราะพรรคมีระบบระเบียบ มีขั้นตอนกระบวนการในการดำเนินการอยู่แล้ว สมมติว่านายกฯ ส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับ ครม. พรรคก็ดำเนินการได้ไม่มีปัญหาอะไรเลย

ถามถึงความกังวลที่อาจมีการช่วงชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกันภายในพรรค นายจุรินทร์ระบุว่า นั่นคือวิถีประชาธิปไตยที่ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งไปชี้ เพราะว่า ปชป.ก็มีวิถีประชาธิปไตย สำหรับ ปชป.เรามีระบบระเบียบ ไม่ต้องห่วง และสุดท้ายก็มีข้อยุติ

เก้าอี้ รมช.มท.โควตาภาคใต้

ในช่วงบ่ายที่พรรค ปชป. ภายหลังการประชุม ส.ส.  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.พรรค และรองหัวหน้าพรรค ปชป. นำคณะ ส.ส.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พรรคมอบช่อดอกไม้และดอกกุหลาบให้กำลังใจนายนิพนธ์ โดยนายองอาจกล่าวว่า ขอเป็นตัวแทนชาว ปชป. วันนี้เราเข้าใจการตัดสินใจของนายนิพนธ์ และขอให้กำลังใจในการทำงานการเมืองอย่างมีคุณภาพ เพื่อพวกเราชาวพรรค ปชป. และประชาชนชาวไทย และประเทศชาติบ้านเมือง ขอให้กำลังใจต่อสู้เพื่อส่วนรวมต่อไป

ทั้งนี้ นายนิพนธ์ได้กล่าวขอบคุณทุกคน หลังจากรับช่อดอกไม้และดอกไม้จากบรรดาสมาชิกพรรค เจ้าหน้าที่พรรคที่มารอให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ขอชื่นชมในสปิริตของนายนิพนธ์ที่เป็นแบบอย่างของพรรค ส่วนขั้นตอนหาคนมาทดแทนตำแหน่งนายนิพนธ์ เป็นเรื่องของพรรคที่กรรมการบริหารพรรคต้องพิจารณาหาผู้ที่มีความเหมาะสมมา ซึ่งพรรคมีหลักการเรื่องนี้ชัดเจนไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงอะไร

 เมื่อถามว่า ตำแหน่งของนายนิพนธ์ถือเป็นโควตาภาคใต้หรือไม่ นายชินวรณ์กล่าวว่า เข้าใจว่าตอนนายนิพนธ์เป็นรัฐมนตรีสัดส่วนของภาคใต้ แต่กระบวนการสรรหาคนมาแทนต้องดำเนินการตามข้อบังคับของพรรค  ส่วนแคนดิเดตจะเป็นใครนั้นไม่ทราบ และไม่รู้จะมีการปรับ  ครม.หรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

ถามย้ำว่า จำเป็นหรือไม่ต้องเป็นโควตาของ จ.สงขลา  นายชินวรณ์กล่าวว่า คงไม่ถึงขั้นนั้น แต่เป็นโควตาของภาคใต้ที่นายนิพนธ์เคยเป็น

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า "เดี๋ยวดูก่อน ผมเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการไม่สามารถปรับ ครม.ได้ ต้องรอให้การตัดสินออกมาก่อน หากนายกฯ อยู่ต่อ นายกฯ ก็จะมาทำเอง"

เมื่อถามย้ำว่า จะมีการปรับในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า "ไม่ปรับๆ"

นายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล กล่าวเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เป็นของ ปชป. ถ้านายนิพนธ์ลาออก ปชป.ก็จะต้องทำเรื่องเสนอปรับเปลี่ยน ครม. แต่จะเสนอใครเป็นเรื่องของ ปชป. พรรค พปชร.จะไม่ก้าวล่วงกับโควตารัฐมนตรีของพรรคอื่น

ชพน.ไม่หวั่นร้อง กกต.

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​  (กกต.)​ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้ไต่สวนสอบสวนนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า ที่ร่วมกันแถลงข่าวจับมือทางการเมือง ซึ่งไม่ใช่การแถลงว่าเป็นการรวมพรรค​ โดยนายกรณ์จะเข้ามาเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของพรรค ชพน.และอาจเป็นหัวหน้าพรรคชาติพัฒนาในอนาคต ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายนายกรณ์ยังมีสถานะเป็นสมาชิกและหัวหน้าพรรคกล้าอยู่ ชี้ให้เห็นว่าพรรคชาติพัฒนาอาจเข้าข่ายยินยอม หรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํากิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ซึ่งหาก กกต.วินิจฉัยว่ามีความผิดจริง กกต.ต้องยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าว

นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ชพน. กล่าวเรื่องนี้ว่า ไม่กังวล เพราะขั้นตอนของพรรคเป็นไปตามกติกาและกฎหมายที่กำหนด ส่วนกรณีตั้งข้อสังเกตถึงการแถลงข่าวเมื่อวันที่  2 ก.ย. นายกรณ์ยังไม่ได้ลาออกจากสมาชิกพรรคกล้านั้น ขอให้ไปสอบถามรายละเอียดจากนายกรณ์

นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า กล่าวว่า นายกรณ์และพี่ๆ น้องๆ พรรคกล้ายังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่นายกรณ์เลือกทำอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย คือลาออกจากพรรคและไปสมัครพรรคใหม่ โดยมีนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าตามไปด้วย โดยขอยืนยันกับสมาชิกพรรคกล้าว่า เรายังมีอุดมการณ์เหมือนเดิม

“ยืนยันคุณกรณ์ไม่ใช่คนทิ้งเพื่อน และทุกการเปลี่ยนแปลงมีผลทั้งนั้น เรายืนยันตามความตั้งใจเดิม พวกเราเข้มแข็งขึ้นแน่นอน เราทำอย่างตรงไปตรงมา ตามทุกขั้นตอนของกฎหมาย สิ้นเดือนนี้จะชัดเจน” นายอรรถวิชช์กล่าว

ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย แถลงถึงกิจกรรมครอบครัวเพื่อไทยตอน สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ ในวันที่ 9-11 ก.ย. ที่ จ.เชียงใหม่ โดยจะเป็นครั้งแรกที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยและประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม จะลงพื้นที่ไปปฏิบัติภารกิจทางการเมืองที่  จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นบ้านเกิดของครอบครัวชินวัตร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอเปก’ออกผลแล้ว เกาหลีใต้ขอแรงงาน

ผลพวงเอเปก แรงงานไทยเนื้อหอม "สุชาติ" เผยเกาหลีใต้เพิ่มโควตาแรงงานไทย ทั้งสิ้น 15,000 คน ซึ่งจากเดิม 2,500 คน คิดเป็นกว่า 600 เปอร์เซ็นต์ อนาคตจะเพิ่มขึ้นอีก

ประชาธิปัตย์อึดอัด ‘จุรินทร์’ ถาม ‘บิ๊กตู่’ ส่งชื่อ ‘นริศ’ ปรับครม.7สัปดาห์ยังเงียบ

"จุรินทร์" เผยประชาธิปัตย์อึดอัด ส่งชื่อ "นริศ" ให้นายกฯ เพื่อปรับครม.เข้าสู่สัปดาห์ที่ 7 แล้วยังไม่เกิดอะไรขึ้น ลั่น! การเป็นรัฐบาลผสมต้องให้ความสำคัญกับทุกพรรค "พีระพันธุ์" เผยยังไม่ได้คุยกับ "บิ๊กตู่" เรื่องย้ายเข้ารวมไทยสร้างชาติ

‘ปิยบุตร’ ซัดก้าวไกล เล่นปาหี่! แก้ม.112

เกาเหลาอำมาตย์สามนิ้ว "ปิยบุตร" ยำเละพรรคก้าวไกล ไม่เอาจริงเสนอแก้ ม.112 ถามแค่หวังได้แต้มทางการเมืองหรือเปล่า ลากไส้ทำไปเพื่อรักษาคะแนนคนรุ่นใหม่ ให้ได้ชื่อว่า “กูทำแล้วนะ” เหน็บ ส.ส.ทำอะไรได้มากกว่าไปประกันตัว ไปสังเกตการณ์การชุมนุม ออกมารับหนังสือร้องเรียนแค่เป็นข่าว ขณะที่ "พิธา" ยันเดินหน้าแก้ ม.112 ต่อ โทษรัฐบาลปิดกั้น