
“บิ๊กตู่” ขอบคุณทุกภาคส่วนในภารกิจ 477 วันที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ย้ำยังต้องใส่หน้ากาก รณรงค์ฉีดวัคซีนต่อ “กรมควบคุมโรค” ปรับรายงานตัวเลขเป็นสัปดาห์เริ่ม 3 ต.ค. หมอโสภณเคาะ 8 จังหวัดนำร่องเกาะติดโควิดต่อเนื่อง
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่จากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงคมนาคม หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนจิตอาสาทุกๆ คน ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติงานให้บริการกระจายวัคซีนให้ประชาชน 3.3 ล้านคน รวมวัคซีนกว่า 6.5 ล้านโดส ตลอดเวลา 477 วันที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ ซึ่งได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 30 ก.ย.
“นายกฯ ชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกคนจากทุกหน่วยงานที่ได้เข้ามาร่วมกันปฏิบัติงานที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ เพราะเป็นหน่วยที่กระจายวัคซีนให้ประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นศูนย์วัคซีนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และทำให้ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ประชาชนได้รับวัคซีนครอบคลุม เกิดภูมิต้านทานอย่างทั่วถึง สามารถผ่านพ้นวิกฤต ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิต ธุรกิจกลับมาประกอบการได้เข้าใกล้ภาวะปกติ” น.ส.ไตรศุลีกล่าว
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่รัฐบาลได้ประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง และมาตรการทางสังคมต่างๆ ผ่อนคลายมากขึ้น แต่ยังแนะนำประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และใช้แอลกอฮอล์ล้างมือบ่อยๆ รวมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนเข้ารับวัคซีน โดยเฉพาะผู้ที่ยังไม่เคยรับวัคซีน และผู้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ก็ขอให้เข้ารับเข็มกระตุ้น โดยจุดบริการวัคซีนนั้นสามารถติดต่อรับวัคซีนในสถานบริการใกล้บ้าน ซึ่ง สธ.ได้กระจายวัคซีนไปยังโรงพยาบาล สถานพยาบาลเครือข่ายทุกจังหวัด โดยประชาชนเข้ารับวัคซีนได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมกันนี้ สถาบันโรคผิวหนังยังได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนสำหรับบุคคลอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทั้งรูปแบบจองคิวฉีดล่วงหน้าได้ที่ https://covid19.iod.go.th/vaccine และลงทะเบียน ณ จุดฉีด (Walk in) ณ ห้องประชุมชั้น 20 สถาบันโรคผิวหนัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โดยให้บริการในวันเสาร์ ที่ 1, 8, 29 ต.ค.65 เวลา 09.00-15.00 น. (ยกเว้นวันเสาร์ที่ 15 และ 22 ต.ค. งดบริการเนื่องจากเป็นวันหยุดยาว)
ขณะที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ประกาศผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ที่โรคโควิด-19 ปรับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งกำหนดให้มีการรายงานโรคเป็นรายสัปดาห์ โดยเริ่มรายงานครั้งแรกวันที่ 3 ต.ค.2565
ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงการติดตามสถานการณ์โรคโควิด-19 หลังลดระดับเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังว่า จะทำมาตรการเฝ้าระวังโรคโควิด-19 ในประชากรเสี่ยง และสถานที่เสี่ยง โดยจะติดตามข้อมูลในจังหวัดท่องเที่ยว จังหวัดที่เสี่ยงโรคจะแพร่ระบาด จังหวัดที่มีชุมชนแรงงานต่างด้าว เบื้องต้นเลือกออกมาได้ 8 จังหวัด เช่น กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆ ในภูมิภาคละ 2 จังหวัด แต่อาจมีการติดตามข้อมูลในจังหวัดอื่นๆ ที่มีความพร้อม หรือจังหวัดที่เห็นความสำคัญอาจทำคู่ขนานกันไป คาดว่าอาจเก็บข้อมูลเข้มข้นไปจนถึงปลายปี 2565 เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป
นพ.โสภณยืนยันว่า มาตรการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนแน่นอน โดยระบบเฝ้าระวังที่ สธ.กำหนดไว้เดิม 3 ระบบที่ทุกจังหวัดต้องมี คือ 1.ติดตามผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาล 2.การระบาดในชุมชน และ 3.เฝ้าระวังสายพันธุ์ แต่ส่วนนี้ก็จะเพิ่มเป็นระบบที่ 4 เพื่อให้ระบบที่มีเข้มข้นมากขึ้น
"8 จังหวัดนี้จะเป็นเหมือนสัญญาณเตือน หากมีโอกาสเกิดการระบาดในระยะข้างหน้า รวมถึงเฝ้าระวังเชื้อว่าจะเป็นสายพันธุ์เดิมหรือสายพันธุ์ใหม่ เพื่อให้ระบบเฝ้าระวังสมบูรณ์มากขึ้น โดยการติดตามข้อมูลโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังจะสรุปข้อมูลเป็นรายสัปดาห์ และหากมีการติดเชื้อในเปอร์เซ็นต์ที่สูงก็อาจยกระดับมาตรการได้” นพ.โสภณกล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' บอกไม่สบายใจดัชนีคอร์รัปชันไทยสอบตก!
'อนุทิน' รับไม่สบายใจค่าคะแนน CPI ไทยต่ำ 33 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศอยู่ในเกณฑ์สอบตก กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส 'บวรศักดิ์' แนะ 5 ข้อ รบ.ชุดหน้าต้องทำ
นายกฯ นำ ขรก.มหาดไทยร่วมพิธีมงคลสมัย 9 ปีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช
นายกฯ นำ ขรก.มหาดไทยร่วมพิธี 'สมเด็จพระสังฆราช' ทรงตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป ถวายพระกุศล 'สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า-ในหลวง -พระราชินี' ‘เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี แห่งพระราชพิธีสถาปนาฯ
รัฐบาลแนะให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยของขวัญวาเลนไทน์
รัฐบาลแนะทางเลือกของขวัญช่วงเทศกาลแห่งความรัก 14 ก.พ. ด้วยผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยคุณภาพ ภายใต้แนวคิด 'ให้รัก ดูแลใจ ใส่ใจสุขภาพ' ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควบคู่การสนับสนุนภูมิปัญญาไทย
‘ครม.หนู2’หล่อขึ้น อนุทินอุบนั่งควบกลาโหม/ปชน.จ่อโละยกชุดดัน‘ไอติม’
"อนุทิน" ยันหน้าตา ครม.ใหม่ดีกว่าเดิม อุบควบเก้าอี้กลาโหม ชี้สูตรจัดตั้งรัฐบาลรอ กกต.รับรองครบถ้วนก่อน
กราดยิงหาดใหญ่ โจ๋18คลั่ง!บุกรร. ‘ผอ.หญิง’สาหัส
เกิดเหตุสะเทือนขวัญกลางเมืองหาดใหญ่ หนุ่มวัย 18 คลั่งยานรก บุกโรงเรียนกราดยิงครู-นร.เจ็บ 3 ราย ผอ.รร.อาการสาหัส ก่อนตำรวจเข้าชาร์จจับกุมตัว
ยึดทรัพย์สแกมเมอร์1.3หมื่นล้าน
มีเราไม่มีเทาของจริง! ปปง.ชงอัยการยึดทรัพย์ “เฉิน จื้อ” 345 ล้านบาท รวมก๊วน "ก๊ก อาน-เบน สมิธ-ยิม เลียก" รวมกว่า 13,074 ล้าน

