โวจ่ายชดเชยชาวนาแล้ว ชงสกัดพ่อค้าคนกลาง

“จุรินทร์” แจงกระทู้สดราคาข้าวขึ้นอยู่กับความชื้น ยันโอนเงินชดเชยเข้ากระเป๋าชาวนาแล้ว 2 งวด ปัดขัดแย้ง "สันติ" ชี้ประกันรายได้คือนโยบายรัฐบาล "โฆษก รบ." ย้ำ "บิ๊กตู่" สั่งช่วยเหลือชาวนาอย่างเหมาะสม ไม่บิดเบือนกลไกตลาด "หญิงหน่อย" ซัดนโยบายประกันราคาข้าวแก้ข้าวเปลือก กก. 5 บาทไม่ได้ ชงแผน 3 ระยะให้ รบ.ดำเนินการ "เลขาฯ ครป." เสนอรัฐรับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาสกัดพ่อค้าคนกลาง

ที่รัฐสภา วันที่ 11 พ.ย. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม หลังเปิดให้สมาชิกหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่แล้ว ได้เข้าสู่การพิจารณาวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา โดยนายชวนแจ้งว่า วันนี้มีกระทู้ถามสดด้วยวาจาจำนวน 3 กระทู้ และมีรัฐมนตรีมาตอบครบทั้ง 3 กระทู้

ทั้งนี้ ในกระทู้เรื่องที่ 2 นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล ได้ถามปัญหาราคาข้าวต่อนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ว่าขณะนี้ราคาข้าวตกต่ำ จึงอยากทราบว่าเงินประกันรายได้ของชาวนาจะจ่ายได้เมื่อไหร่ จะได้วงเงินเท่าใด จะมีมาตรการระยะกลางและระยะยาวอย่างไร การที่รัฐบาลอ้างเรื่องข้าวชื้นทำให้ราคาข้าวตกต่ำ ถ้ารัฐบาลยังบริหารจัดการน้ำเช่นนี้แล้วโยนความผิดให้ชาวนาถือว่าไม่ยุติธรรม

นายจุรินทร์ชี้แจงว่า ต้องอธิบายเกี่ยวกับราคาข้าวที่มีความชื้นกับราคาข้าวแห้งที่ไม่มีความชื้นก่อน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าชาวนาจะผลิตข้าวที่มีความชื้นเท่าไหร่มาขายในราคาเท่าข้าวแห้งก็ได้ ซึ่งก็จะทำให้ไม่มีมาตรฐาน จะเอาราคาข้าวที่มีความชื้นมาเทียบกับราคาข้าวแห้งไม่ได้ ส่วนเรื่องเงินประกันรายได้ของชาวนาจะจ่ายให้ทั้งหมด 33 งวด โดยโอนเงินตรงเข้าบัญชีธนาคารของชาวนา ขณะนี้เงินงวดที่ 1 และ 2 จ่ายไปแล้ว เมื่อวันที่ 9-10 พ.ย.ที่ผ่านมา วงเงิน 13,000 ล้านบาท เกษตรกรส่วนใหญ่ได้เงินชดเชยเรียบร้อยและได้เงินส่วนต่างจำนวนมาก ส่วนการจ่ายเงินชดเชยงวดต่อๆ ไปจะจ่ายสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง แต่จะจ่ายเท่าใดขึ้นอยู่กับราคาข้าวที่เป็นจริงในขณะนั้นยังไม่สามารถระบุได้ในขณะนี้

“เป้าหมายในระยะกลางและยาวเราวางยุทธศาสตร์ว่าจะลดต้นทุนการทำนาของเกษตรกรจาก 6,000 บาทต่อไร่ เหลือ 3,000 บาทต่อไร่ ภายใน 5 ปี พร้อมพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ได้มาตรฐาน เตี้ย สั้น ดก ดี เพื่อให้ชาวนาได้มีรายได้สูงขึ้น จะใช้ยุทธศาสตร์การตลาดนำ อย่างช้าในปี 2567 จะต้องมีข้าวพันธุ์ใหม่เกิดขึ้น 12 พันธุ์ และวางเป้าหมายเพิ่มผลผลิตต่อไร่ จาก 465 กิโลกรัม เป็น 500 กิโลกรัม”นายจุรินทร์กล่าว

รมว.พาณิชย์กล่าวว่า ในส่วนที่นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.การคลัง ระบุโครงการประกันรายได้ทำให้เป็นภาระของรัฐบาลจนกระเป๋าฉีกนั้น ขอยืนยันไม่ได้มีปัญหาอะไรกับนายสันติ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องทำงานอยู่ร่วมกันในรัฐบาล นโยบายประกันรายได้ของพรรคประชาธิปัตย์เป็นนโยบายที่มีการตกลงจะดำเนินการตั้งแต่ก่อนเข้าร่วมรัฐบาล และเมื่อเข้าร่วมรัฐบาลก็เห็นพ้องกันให้ดำเนินการ โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะไม่ดำเนินการ

ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันดูแลพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ โดยเร่งให้กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ หารือวิเคราะห์แนวโน้มราคาพืชผลทางการเกษตร หามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรให้เหมาะสม ต้องดูเรื่องความเป็นไปได้ของงบประมาณ ไม่บิดเบือนกลไกตลาด เพื่อให้เป็นไปตามวินัยการเงินการคลัง โดยคำนึงถึงความจำเป็นเร่งด่วนและกรอบวงเงินงบประมาณอย่างรอบคอบและรัดกุม ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวอย่างเป็นระบบ ให้ไทยมีพันธุ์ข้าวใหม่ๆ เป้าหมายสำคัญ คือ เกษตรกรได้ประโยชน์ รัฐบาลสามารถลดภาระด้านงบประมาณ และงบประมาณประเทศถูกใช้อย่างคุ้มค่า

นายธนกรกล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้มีมาตรการประกันราคาสินค้าเกษตร 5 ชนิด ทั้งข้าว ปาล์ม มันสำปะหลัง ยางพารา ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยในรอบ 3 ปี (พ.ศ.2562-2564) ที่วาระการขออนุมัติผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบงบประมาณ อุดหนุนประกันรายได้ จ่ายส่วนต่างราคาสินค้าเกษตร 5 ชนิด รวมยอด 276,193 ล้านบาท ประกอบด้วย ข้าว 190,311 ล้านบาท, ยางพารา 37,821 ล้านบาท, ปาล์ม 22,186 ล้านบาท, มันสำปะหลัง 20,372 ล้านบาท, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 5,503 ล้านบาท นายกฯ ยังเร่งรัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่เข้าสำรวจและดูแลเกษตรกรผู้เพาะปลูก เพื่อวางแผนตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการผลิต-การจัดจำหน่าย และการตลาดในประเทศและต่างประเทศ

“นายกฯ เห็นใจพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าวได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการประกันราคาข้าว รวมทั้งยังมีมาตรการคู่ขนาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอินทรีย์ชุมชนและโรงสีข้าวอินทรีย์ของเครือข่าย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุนราคาให้ข้าวไทยสามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ” โฆษกรัฐบาลระบุ

ส่วน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวถึงการช่วยเหลือกรณีราคาปุ๋ยสูงขึ้นว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจในการช่วยเหลือ ได้ดำเนินการแก้ปัญหาทั้งแบบเร่งและแผนระยะยาว โดยตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำโครงการพาณิชย์ลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร มีปุ๋ยเคมีเข้าร่วมโครงการ 84 สูตร รวม 4.5 ล้านกระสอบ มีการสั่งซื้อจากสถาบันเกษตรกรกว่า 2.2 ล้านกระสอบแล้ว สำหรับแผนระยะยาว คือการส่งเสริมเกษตรกรให้ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน (ปุ๋ยสั่งตัด) เป็นการผสมแม่ปุ๋ยให้ตรงกับสภาพดิน

ด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า ได้รับร้องเรียนจากชาวนาเรื่องราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำมากกว่าปีที่แล้ว เหลือ กก.ละแค่ 5-6 บาทเท่านั้น ปัญหานี้เป็นความทุกข์ซ้ำซากของชาวนา

อีกทั้งปีนี้ยังถูกซ้ำเติมด้วยราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ราคาปัจจัยการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากปุ๋ยราคาลูกละ 600 บาท กลายเป็น 1,200 บาท ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก นโยบายประกันราคาข้าวที่มีอยู่ตอนนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะระบบราคากลางได้เปิดช่องให้พ่อค้าคนกลางกดราคาข้าวถูกลงไปอีกเงินที่ได้รับชดเชยก็ไม่คุ้ม

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาโดยสรุปไว้ 3 ระยะ คือ ระยะสั้นที่ข้าวกำลังเก็บเกี่ยวแล้วรัฐบาลต้องดึงข้าวออกจากระบบให้มากที่สุด รวมถึงการให้สินเชื่อกับโรงสีที่ซื้อข้าวกับชาวนาในราคาที่เป็นธรรม และควรรับซื้อข้าวเปลือกโดยตรงจากชาวนา รวมทั้งต้องเร่งเจรจากับประเทศผู้รับซื้อข้าวรายใหญ่ของโลกเพื่อเร่งระบายสต๊อกข้าวที่ล้นเกินในประเทศไทยให้เร็ว ส่วนระยะกลางต้องมีความตั้งใจจริงที่จะลดต้นทุนปัจจัยการผลิต และระยะยาวต้องเร่งจัดสรรงบประมาณในการปรับปรุงวิจัยพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น

นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ขอเสนอให้แก้ปัญหาทางโครงสร้างและยุติบทบาทพ่อค้าคนกลางลงไม่ให้มีอิทธิพลในตลาด ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจโรงสีขนาดใหญ่และพ่อค้าผู้กำหนดราคาซื้อขายข้าวสาร และเป็นตัวการสำคัญที่โรงสีนำมาคำนวณกลับเป็นราคาข้าวเปลือก ทำไมไม่ส่งเสริมให้หน่วยงานราชการต่างๆ ทั่วประเทศซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงในราคาที่เป็นธรรม ไม่ใช่ไปซื้อจากร้านเจ้าสัวหรือ 5 เสือพ่อค้าข้าวแทน รวมทั้งควรตั้งโรงสีชาวนาตำบลละ 1 แห่งทั่วประเทศ เป็นโรงสีขนาดใหญ่ประจำตำบลที่สามารถสีข้าวเมล็ดเรียวได้ไม่แตกหัก โดยอาจทำเป็นระบบสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนทุกตำบล พร้อมตั้งยุ้งฉางตำบลแทนโกดังข้าวของนายทุน ขจัดพ่อค้าคนกลาง โดยให้รัฐจัดตั้งองค์กรกลางจัดสรรการตลาดและการจัดซื้อให้แทนพ่อค้าคนกลางที่ขูดรีด โดยส่งเสริมการขายตรงต่อผู้บริโภคกับชุมชนชาวนาหรือวิสาหกิจชุมชน และควรส่งเสริมชาวนาทำเกษตรแปรรูปตามความถนัดของแต่ละพื้นที่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชป.จี้กลาโหม! กล้าหาญถูกทาง ทบทวน‘ฟริเกต’

“พงศกร” จี้รัฐบาล-กลาโหม ใช้ความกล้าในทางที่ถูกทบทวนประมูลเรือฟริเกต 17,000 ล้าน ที่ไร้การแข่งขัน งัดระเบียบกระทรวงการคลัง หากการคัดเลือกเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียว เปิดช่องให้ยกเลิกการประมูลและเปิดประมูลใหม่ได้

ศาลสั่งจำ คุก6เดือน 2แก๊งกู้ชาติปัตตานี

ศาลนราธิวาสสั่งจำคุก 6 เดือน สองหนุ่มสมาชิก “ขบวนการกู้ชาติรัฐปัตตานี” รับสารภาพคดีอั้งยี่ เอี่ยวเหตุระเบิดปั๊มน้ำมัน ปตท.ตันหยงมัส เมื่อต้นปี ศาลอุทธรณ์ให้ประกันตัวติด EM

ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3

วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ

วุฒิสัญจรสู้ฮั้วสว. เต็มสูบ!สภาสูงขนกมธ.ไปตราดตอบทุกเรื่องที่สงสัย

“กมธ.วุฒิสภา” เปิดเวทีโชว์ผลงาน ด้าน “พิสิษฐ์” ยันคดี "ฮั้ว สว." ไม่กระทบ เดินหน้าทำงาน ลุยหน้าที่เต็มสูบจนกว่าศาลสั่ง “ธณัชญ์พงศ์” มอง “กอ.รมน.” ยังจำเป็น ไปต่อ

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน