
"บิ๊กตู่" หัวโต๊ะ "สมช." ไฟเขียวมาตรการรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินช่วงเอเปก วอนคนไทยร่วมทำบ้านเมืองปลอดภัย อย่าสร้างสถานการณ์ หวั่นทำไทยถอยหลัง "บิ๊กป้อม" รายงานยังไม่มีอะไรน่ากังวล สภากลาโหมตั้งศูนย์ปฏิบัติการ จับตากลุ่มเคยก่อเหตุรุนแรงทั้งในและนอกประเทศ
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 12.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ครั้งที่ 4/2565 ว่า ได้มีการหารือเรื่องการทำงานร่วมกันและแผนงานต่างๆ ที่ต้องรับความเห็นชอบ รวมทั้งสถานการณ์รอบบ้านสถานการณ์ในภูมิภาค และสถานการณ์ในประเทศอื่นที่มีความเกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อความมั่นคงของไทย ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการย้ำเตือนและการปรึกษาหารือกันในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในช่วงการประชุมความร่วมมือในภูมิภาคทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก 2022) ซึ่งเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร ต้องทำงานประสานกันอย่างดียิ่ง สิ่งสำคัญที่สุดต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
“ขอเถอะครับ ขอให้บ้านเมืองเราปลอดภัย อย่าสร้างปัญหาอะไรให้เกิดขึ้นเลย ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ประเทศต้องเดินหน้า ซึ่งเรากำหนดธีมไว้แล้วในเรื่องการเปิดกว้าง เชื่อมโยง และสมดุล 3 ตัวนี้ คือสิ่งสำคัญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจและไปจนถึงความมั่นคงด้านอื่นๆ อีกด้วย" พล.อ.ประยุทธ์ระบุ
ทั้งนี้ ได้สั่งการย้ำเตือนในหลายเรื่องด้วยกัน พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากบรรดาสมาชิกสภากลาโหม อันเป็นประโยชน์เพื่อปรับปรุงแก้ไข ขอว่าวันนี้เป็นย่างก้าวที่สำคัญของประเทศไทยในการได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ ในเรื่องการค้าการลงทุนและการท่องเที่ยว และด้านอื่นๆ อีกมากมายที่เป็นผลจากการประชุมครั้งนี้ที่เราจะได้รับ
"ผมขอร้องอีกครั้ง ขอให้ทุกคนช่วยกันดูแลประเทศของเราให้ปลอดภัยด้วยแล้วกัน อย่าสร้างสถานการณ์ให้เกิดขึ้นที่มีผลกระทบ มันจะทำให้ทุกอย่างถอยหลังกลับไปไม่รู้อีกเท่าไหร่ ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น ขอร้อง ขอความร่วมมือทุกคน มีข่าวสารอะไรชี้แจงก็แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ" นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าขณะนี้มีการข่าวรายงานเข้ามาใช่หรือไม่ จึงได้ประกาศขอร้อง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปฏิเสธว่า ยังไม่มีอะไรทั้งสิ้น แต่เป็นการเตรียมการและเตรียมความพร้อมวางแผนรักษาความปลอดภัย ยังไม่มีอะไรทั้งนั้น
เมื่อถามถึงกรณีนายคเณศพิศณุเทพ จักรภพมหาเดชา หรือ “เค ร้อยล้าน” บุกเข้าล็อกคอนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า พร้อมขู่ว่ามีระเบิดในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 27 ที่จัดขึ้นศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดประชุมเอเปกนั้น เป็นการเข้าข่ายการก่อการร้ายหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณากฎหมาย มีข้อพิจารณาอยู่แล้ว ขออย่าขยายอะไรที่เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความขัดแย้งก็แล้วกัน ขอร้องสื่อเท่านั้น
ด้าน พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ แถลงว่า ในที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ช่องแคบไต้หวัน และสถานการณ์ในประเทศเมียนมา โดยไทยมีท่าทีอย่างชัดเจนในการสนับสนุนการแก้ปัญหาด้วยการเจรจาและสันติวิธี การให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเต็มที่ และยึดถือตามกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ
โดยที่ประชุมรับทราบสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมเอเปก ซึ่งได้มีการเตรียมการมาอย่างต่อเนื่อง โดยคณะอนุกรรมการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รายงานว่ายังไม่มีสถานการณ์ที่น่ากังวล แต่ได้เน้นย้ำให้ดำเนินการให้รัดกุมและละเอียดรอบคอบ ทั้งในด้านการควบคุมสถานการณ์ในภาพรวม การรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และแผนเผชิญเหตุเพื่อรองรับสถานการณ์ในระดับต่างๆ ซึ่งได้รายงานให้ทราบถึงขั้นตอนการเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ต่างๆ ให้ทราบแล้ว นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบแผน มาตรการในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นในห้วงการประชุมเอเปก
จากนั้นเวลา 14.00 น. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมสภากลาโหม ครั้งที่ 10/2565 โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพที่ได้รับการตำแหน่งใหม่เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงเป็นนัดแรก ประกอบด้วย พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.), พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.), พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สตช.), พล.อ.สนิทชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม
พ.อ.จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงผลการประชุมสภากลาโหมว่า รมว.กลาโหมกำขับหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) ให้การสนับสนุนกระทรวง
การต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมความพร้อมสําหรับการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก ทั้งในด้านการต้อนรับ การจัดกองทหารเกียรติยศ การดูแลรักษาความปลอดภัย และการอารักขาบุคคลสําคัญ ซึ่งจะต้องกําหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับบุคคล เอกสาร และสถานที่อย่างเข้มงวดและรัดกุม รวมทั้งฝึกซ้อมแผนการปฏิบัติและการแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ให้พร้อมรองรับกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนทั่วไป ได้รับทราบและเข้าใจถึงความสําคัญของการจัดการ ประชุมฯ และร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในการประชุมด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภากลาโหม หน่วยงานด้านการข่าวได้สรุปกลุ่มเฝ้าระวัง กลุ่มที่เคลื่อนไหวอาจจะกระทบภาพลักษณ์ประเทศ เป็นกลุ่มที่ต้องจับตา รวมถึงกลุ่มที่เคยก่อความรุนแรงทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่ต้องจับตาด้วยเช่นกัน ในการประชุมเอเปก ทั้งนี้ จะมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการข่าวส่วนหน้า โดยมีสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) เป็นแกนหลัก กองบัญชาการตำรวจสันติบาล หน่วยข่าวกรองทางทหาร (ขกท.) และศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมแผนรักษาความปลอดภัย โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ 1.เส้นทาง 2.สถานที่ และ 3.ผู้นำ อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์ในภาพรวมยังไม่พบการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เฮศาลไฟเขียว ลต.บอร์ดสปส. 27ก.ย.ตามเดิม
"ษัษฐรัมย์" นำทีมก้าวหน้าเฮ! ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งชะลอเลือกตั้ง "บอร์ดประกันสังคม"
ทูลเกล้าฯหมอสรณพ้นปธ.กสทช.
นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ ให้ “นพ.สรณ” พ้นประธาน กสทช.แล้ว
รบ.เน้นเอกภาพดับไฟใต้ ยังไม่เปลี่ยนเลขาฯสมช.
“อนุทิน” แจงยังไม่คิดเปลี่ยนตัว “เลขาฯ สมช.” ขณะที่ “ฉัตรชัย” ไม่กั๊ก
8แสนโยงเลือกสส.‘กกต.’ปัดฮั้วสว.
“นายกฯ” เตรียมประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา 31 ส.ค.-1 ก.ย.69 ถกปัญหา 5 จว.ใต้ หวังกระตุ้น ศก.-แก้ปัญหาผังเมือง
ห้ามพกปืน100% หนูสั่งรื้อกม.เข้มโทษหนัก ฉลองนอนคุก/เซฟโซนรร.
“อนุทิน” ร่ายยาวคุมอาวุธปืนใหม่ จ่อเปิดช่องส่งมอบปืนเถื่อน
‘หนู’ไม่รู้งูเขียวซบน้ำเงิน ส้มนัดทุบกำแพงโสโครก
"อนุทิน" แจงโพสต์ “วิ่งหัวชนกำแพง” แค่ “สอนตัวเอง เตือนตัวเอง”

