
“บิ๊กป้อม” เรียกถกเตรียมพร้อมด้านความปลอดภัยประชุมเอเปก กำชับต้องดูแลตั้งแต่ต้นจนจบตามมาตรฐานสากล ไทยเตรียมใช้โควิด-19 ปลุก “เขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก: FTAAP” บนเวที ดันออกแถลงการณ์ร่วมแผน 4 ปีวางโครงสร้าง
เมื่อวันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อเตรียมความพร้อมจัดประชุมผู้นำความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยได้กำชับให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยและการจราจร ประสานการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด ย้ำเฝ้าระวังไม่ประมาท ปฏิบัติการทุกขั้นตอนให้เป็นไปตามหลักสากล ตั้งแต่ขั้นเตรียมการต่อเนื่องไปจนจบการประชุมและเดินทางกลับ และให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานด้านการข่าวและการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชนให้มากขึ้น
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรยังสั่งการให้คุมเข้มรักษาความปลอดภัยทั้งบุคคลและสถานที่ รวมทั้งเส้นทางในทุกกลุ่มที่เข้าร่วมประชุม โดยให้มีมาตรการเชิงรุกป้องปรามการก่อเหตุรุนแรงและแผนเผชิญเหตุรองรับในทุกเหตุการณ์ ที่อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศและความปลอดภัยของการประชุมในภาพรวม และขอให้มีการซักซ้อมความเข้าใจและการปฏิบัติร่วมกันเพื่อให้ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมขอให้ทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อร่วมกันเป็นเจ้าภาพสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศในโอกาสสำคัญนี้
ด้านนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับรัฐมนตรีและระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ระหว่างวันที่ 17-19 พ.ย. ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญที่ไทยจะผลักดันคือ การนำเสนอแผนงานการขับเคลื่อนเอเปกสู่การจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTAAP) เพื่อให้ที่ประชุมเห็นชอบแผนงานระยะ 4 ปี ระหว่างปี 2566-2569 และเป็นหนึ่งในแถลงการณ์ที่จะประกาศในการประชุมครั้งนี้
สำหรับรายละเอียดแผนงาน FTAAP ประกอบไปด้วย การรวบรวมประเด็นที่สมาชิกเอเปกมีความสนใจร่วมกัน ทั้งด้านการค้าดั้งเดิม การค้าใหม่ และการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังจากเกิดวิกฤต ผ่านกลไกการแลกเปลี่ยนข้อมูล และแนวปฏิบัติที่ดีระหว่างสมาชิกเอเปก เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการจัดทำ FTAAP และมุ่งสู่เป้าหมายผลลัพธ์สำคัญของ FTAAP เช่น การขยายการค้าการลงทุนภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก, การลดอุปสรรคการค้าการลงทุนที่ไม่จำเป็น, การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของสมาชิกเอเปก และการลดช่องว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน
“สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ การเอา 21 เขตเศรษฐกิจที่หลากหลายมาอยู่จุดนี้ได้เป็นจุดตั้งต้นที่ดี เพราะแนวคิดการทำ FTAAP เกิดมากว่า 10 ปีแล้ว ถ้า 21 เขตเศรษฐกิจเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็จะคุยกันอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากการทำตามแผนงาน 4 ปี และในระหว่างที่ดำเนินการสามารถปรับปรุงแก้ไขกิจกรรมได้ตลอดเวลา หากมีประเด็นสำคัญที่เห็นควรที่จะต้องเพิ่มเข้าไป และเมื่อครบ 4 ปีแล้วสมาชิกก็จะมาตกลงกันว่าจะไปต่อยังไง จะไปสู่ FTAAP แบบไหน เพื่อให้การทำ FTAAP สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งด้านการค้า การลงทุน นวัตกรรม การเข้าสู่ยุคดิจิทัล และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีความเข้มแข็ง สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุม” นางอรมนกล่าว
ทั้งนี้ แนวคิดการจัดทำ FTAAP เกิดจากข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาทางธุรกิจเอเปกต่อผู้นำเอเปกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน แต่การผลักดันไม่คืบหน้ามากนัก และผลกระทบของโควิด-19 ทำให้ทุกฝ่ายเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจเพื่อเปิดเสรี ลดอุปสรรคการค้าการลงทุน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อและอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ โดยในการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปกกับสภาที่ปรึกษาเมื่อวันที่ 21 พ.ค.65 ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานที่ประชุม จึงเห็นพ้องว่าเขตเศรษฐกิจเอเปกจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนการจัดทำ FTAAP ให้เกิดขึ้นโดยเร็ว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งศูนย์ส่วนหน้าดับไฟเหนือ สภารุมสวดรบ.แก้ฝุ่นเหลว
นายกฯ ให้อำนาจผู้ว่าฯ ประกาศภัยพิบัติหรือไม่ หลังค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งหนัก
เคาะค่าไฟ3.95บาท คัดเข้มขึ้นบัตรคนจน
กกพ.เคาะค่าไฟงวดใหม่ พ.ค.-ส.ค.69 อยู่ที่ 3.95 บาท/หน่วย เพิ่มขึ้นน้อยสุด 7 สตางค์
ถอด‘พิพัฒน์’ส่ง‘เอกนิติ’คุมแทน
นายกฯ จ่อตั้ง “เอกนิติ” คุม "ศบก.-พลังงาน" แทน “พิพัฒน์” อ้างเปลี่ยนตัวตามเสียงเรียกร้อง ปชช. ไม่เกี่ยวมีผลประโยชน์ทับซ้อน
ขู่ไร้ผลงานปรับออก ‘อนุทิน’บี้ครม.ใหม่ลุยทันที พรรคส้มสู้ยิบตาคดี44สส.
"อนุทิน” ดินเนอร์ “เนวิน” ร้านประจำ หลังโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่
สั่งบังคับใช้กม.เข้มข้น ปิดป่าแก้วิกฤตฝุ่นเหนือ
นายกฯ ส่ง "สุชาติ-ปลัด มท." ขึ้นเหนือแก้ไฟป่า ลั่นต้องเฉียบขาด อย่าจับปูใส่กระด้ง
เร่งชง‘ไทยช่วยไทยพลัส’อุ้มปชช.
ศบก.ยกระดับวิกฤตน้ำมันเข้าสู่ระยะที่ 2.2 การจัดหามีความยากขึ้น

