อยู่ต่อ2ปีทำดีที่สุด ‘บิ๊กตู่’รับชัดสังกัดพรรค พท.คิดใหญ่!ค่าแรง600

“บิ๊กตู่” รับแล้วจะอยู่ไปถึงปี 2568 โดยใช้เวลา 2 ปีทำให้ดีที่สุดก่อนส่งไม้ต่อ “มิ่งขวัญ” เปิดใจย้ายมาซบอก “บิ๊กป้อม” เพราะไร้ชื่อ “ประยุทธ์” ใน พปชร.แล้ว ประกาศกลางเวทีเปิดตัวจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพราะเป็นเหตุผลที่เข้ามา  เล่นเอาสมาชิกพรรคถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก เพราะนึกว่าเป็นแค่สมาชิก “เพื่อไทย” เปิดแคมเปญใหม่ “คิดใหญ่ทำเป็น” ฟื้นนโยบายประชานิยมกลับมาอีกรอบ  ค่าแรงวันละ 600 บาท ปริญญาตรี 25,000 บาท ล้างหนี้! รถไฟความเร็วสูงถึงสิงคโปร์ ถมทะเลบางขุนเทียน-เงินดิจิทัล

เมื่อวันอังคารที่ 6 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายกฯ มีสีหน้าเรียบเฉย พร้อมยกมือทักทายสื่อมวลชน ขณะที่รัฐมนตรีใหม่ นายธนกร วังบุญคงชนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายสุนทร ปานแสงทอง รมช.เกษตรฯ เข้าร่วมประชุม ครม.นัดแรกหลังรับตำแหน่ง ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เดินทางเข้าประชุม ครม.ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และไม่ให้สัมภาษณ์ถึงการเปิดตัวนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย เข้าสังกัดพรรคพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดย พล.อ.ประวิตรเพียงแต่ยิ้ม

ภายหลังการประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายมิ่งขวัญเตรียมเป็นสมาชิกพรรค พปชร. ว่ายินดีด้วยแล้วกัน

เมื่อถามว่าถ้าจะยุบสภาจะด้วยเหตุผลอะไร พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ยังไม่มีๆ

และเมื่อถามย้ำว่า หลังเดินทางกลับจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรป สมัยพิเศษ ระหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค.จะมีความชัดเจนทางการเมืองเลยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบ

ถามกรณีกฎหมายลูก 2 ฉบับมาถึงรัฐบาลหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่เห็น แต่เดี๋ยวคงส่งมา ตอนนี้ยังไม่ได้ส่งมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้เท่ากับเดินหน้าไม่มีถอยหลังแล้วใช่หรือไม่ในทางการเมือง ตัดสินใจแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ หยุดมองแต่ไม่ตอบคำถาม เมื่อถามอีกว่านายกฯ ทำการเมืองในส่วนของตัวเองไปกี่เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่บอกว่าจะทำบน 3 แกนหลัก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ทำการเมืองทุกคนก็ต้องทำอยู่แล้ว คือทำอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นภาระในวันข้างหน้า นั่นคือสิ่งสำคัญ การจะพูดอะไรออกไปก็ต้องระมัดระวังที่สุด การจะทำโน่นให้โน่นให้นี่ต้องดูว่ารายได้เราเพียงพอหรือไม่ในการที่จะไปจ่ายในสิ่งเหล่านี้ ไม่เช่นนั้นจะทำให้ภาพรวมของสถานะการเงินการคลังล้มเหลว

เมื่อถามว่า นายกฯ ตั้งเป้าหมายการทำงานในปีหน้าอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็ผมก็อยู่ ถ้าสมมุติว่าต้องอยู่ ก็อยู่ได้แค่ปี 2568 นั่นแหละนะ" เมื่อถามว่าความตั้งใจของนายกฯ คือเดินต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ก็ถึงวันนี้ก็น่าจะพอรู้มั้ง" เมื่อถามย้ำว่า ก็พอจะเริ่มชัดเจนว่านายกฯ ไปต่อ แม้จะไปต่อได้แค่ 2 ปีก็จะไปต่อใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ก็ 2 ปี ก็จะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุด และจากนั้นต่อมาก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสม ที่ประชาชนยอมรับ และทำต่อแค่นั้นเอง"

นายกฯ รับสังกัดพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข่าวที่จะไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชัดเจนแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "ก็เดี๋ยว ผมยังไม่ได้พูดเท่านั้นเอง เดี๋ยวค่อยพูด" เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ารอเรื่องกฎหมายให้เรียบร้อยก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบ ย้ำถามว่าแสดงว่านายกฯ จะเข้าสังกัดพรรคการเมืองใช่หรือไม่ และเมื่อถามว่ามีความชัดเจนถึงขณะนี้แล้วขอให้พูดมาเถอะ นายกฯ พยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “เออๆ”

รายงานข่าวจาก ครม.แจ้งว่า ก่อนการประชุม พล.อ.ประยุทธ์ได้พูดคุยนอกรอบกับ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ซึ่งมีบรรดารัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลเดินเวียนเข้าไปพูดคุย ทำให้เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เดินเข้ามายังห้องประชุม ครม. ได้กล่าวกับทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องอย่างอารมณ์ดีว่า "ไม่ได้คุยกันเรื่องการเมืองนะ เห็นชอบไปพูดกันว่าเข้าห้องคุยเรื่องการเมือง ไม่มีๆ" ก่อนนั่งลงที่หัวโต๊ะและเปิดประชุม

โดยนายกฯ ได้แจ้งให้ที่ประชุม ครม.ทราบว่าในสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-สหภาพยุโรประหว่างวันที่ 12-15 ธ.ค. กรุงบรัสเซลส์ จึงมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตรทำหน้าที่เป็นประธานประชุม ครม.แทน และเมื่อประชุมไปได้สักระยะหนึ่ง จู่ๆ นายกฯ กล่าวติดตลกว่า "ผมเกือบลืมกล่าวต้อนรับรัฐมนตรีใหม่ 2 คน และก่อนที่นายกฯ จะแนะนำชื่อ ปรากฏว่านายธนกรได้ลุกขึ้นพรวด ก่อนจะยกมือไหว้ ครม.รอบห้อง พร้อมกล่าวแนะนำตัวเอง ทำให้ รมต.หลายคนนั่งอมยิ้ม ส่วนนายสุนทรก็ได้ลุกขึ้นแนะนำตัวเองเช่นกัน ก่อนที่นายกฯ จะหันมาหาทั้งสองคนและได้บอกว่า "ให้ศึกษาให้ดีว่าห้องนี้เขาต้องทำอะไรกันบ้าง"

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลประชุม ครม.ว่า ที่ประชุมมีมติรับทราบคำสั่งสำนักนายกฯ ที่ 307/2565 เรื่องมอบหมายและมอบอำนาจให้นายธนกรสั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกฯ ได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์ และมอบหมายให้กำกับรัฐวิสาหกิจ ได้แก่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รวมถึงมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่รองประธานกรรมการ และกรรมการในคณะกรรมการต่างๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 6 ธ.ค.2565 เป็นต้นไป

ด้าน พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงเหตุผลเลือกนายมิ่งขวัญเข้ามาสังกัดพรรค พปชร.ว่า ต้องไปถามนายมิ่งขวัญ ถามตนเองจะรู้ได้อย่างไร และเมื่อถามว่าเหตุใดจึงพิจารณาให้นั่งหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ พล.อ.ประวิตรย้อนถามว่าใคร ใครบอก ยังไม่ได้พูดอะไรเลย และเมื่อถามย้ำว่าในเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประวิตรไม่ตอบ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร.กล่าวในประเด็นนี้ว่า เป็นเรื่องการเมือง ต้องพัฒนาไปตามกฎหมาย หรืออนุวัตตามกฎหมาย เพราะสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหาร 100 ทำให้พรรคเล็กต้องควบรวมกัน ซึ่งนายมิ่งขวัญเป็นคนหนึ่งที่มองดูแล้วว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญจะต้องอนุวัตไปตามการเมือง ถึงได้ต้องมารวมกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะทำให้กลุ่มสามมิตรตัดสินใจอยู่กับ พปชร.ได้ง่ายขึ้นหรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า "มันก็มีอะไรดีขึ้นนั่นแหละ และเชื่อว่าจะมีพรรคเล็กอีกหลายๆ พรรคเข้ามาอยู่กับ พปชร. จะทำให้พรรคใหญ่เข้มแข็งขึ้น เพราะถ้ามีบุคลากรที่มีศักยภาพ จะทำให้เป็นการเติมเต็ม"

นายสุนทรตอบข้อถามที่ถูกมองว่าเข้ามาเป็นรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนของกลุ่มปากน้ำ ว่าเวลาทำงานพูดเสมอว่าเราต้องทำงานกันเป็นทีม ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นไปจนถึงระดับชาติ ถ้าถามว่ากลุ่มปากนํ้าหรือกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าจะไปทางไหน ก็ต้องบอกว่าขณะนี้เราเป็นพรรค พปชร. ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร  ต้องบอกว่าอนาคตคืออนาคต

ที่พรรค พปชร. ในช่วงบ่ายก่อนเปิดตัวนายมิ่งขวัญ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก แกนนำพรรคคนสำคัญต่างทยอยเดินทางเข้ามากันหลายคน และเมื่อ พล.อ.ประวิตรเดินทางมาถึงที่ทำการพรรคในเวลา 14.50 น. แกนนำต่างทยอยขึ้นไปพบที่ห้องทำงาน ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรและแกนนำพรรคจะลงจากห้องทำงานมาพร้อมกับนายมิ่งขวัญ โดยนายมิ่งขวัญได้สวมเสื้อพรรค พปชร.

‘เฮียมิ่ง’ เปิดใจย้ายซบ พปชร. 

จากนั้นเวลา 15.30 น. คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) และแกนนำพรรค นำโดย พล.อ.ประวิตร ร่วมกันแถลงเปิดตัวนายมิ่งขวัญ โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่พรรคได้ต้อนรับนายมิ่งขวัญเข้ามาอยู่ในพรรค และขอแสดงความยินดีกับนายมิ่งขวัญ และแสดงความยินดีกับตัวเองด้วย ที่จะเข้ามาช่วยกันทำงานให้ประชาชนอยู่ดีกินดีขึ้น

ด้านนายมิ่งขวัญกล่าวถึงเหตุผลในการมาร่วมกับ พปชร. ว่า ต้องให้เครดิต พล.อ.ประวิตร และขอบคุณ พล.อ.ประวิตรที่ให้เกียรติเชิญ จึงได้เปิดใจคุยกันว่า ถ้าหากมา พปชร.ที่มีคนอยู่มาก จะเอาตนเองไว้ตรงไหน พล.อ.ประวิตรบอกว่าให้มาช่วยเรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งคนทำเศรษฐกิจของพรรคเก่งอยู่แล้ว แต่เข้ามาเติมเต็ม เหตุผลที่สองคือ ไม่มี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในพรรคนี้แล้ว และความจริง พล.อ.ประยุทธ์ไม่เคยอยู่ เพียงแต่เป็นแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งข่าววันนี้ พล.อ.ประยุทธ์เพิ่งยืนยันว่าไม่ได้อยู่พรรคนี้แล้ว 

นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ขอย้ำว่าไม่ได้มีปัญหาหรือโกรธเคืองกับ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ตลอด 3 ปีครึ่งที่ผ่านมา ที่อภิปรายเพียงคนเดียว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์อาสาเข้ามาทำ แล้วทำไม่สำเร็จ ซึ่งรู้ดีว่าที่มาแถลงข่าวเทรนด์ทวิตเตอร์ขึ้นไปอันดับหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าจะมีอะไรสนุกไปกว่านี้หรือไม่ แต่หากไม่แถลงเปิดใจวันนี้ สื่อคงไม่รู้ว่าทำไมถึงพลิกกลับไปกลับมา และอาจคิดว่าไม่รักษาคำพูด คำว่าตระบัดสัตย์ และคำว่าไม่รักษาคำพูด อยากจะชี้แจงให้ชัด รวมทั้งตอนที่ลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ไม่ได้บอกว่าการลาออกต้องยุติบทบาททางการเมือง

นายมิ่งขวัญกล่าวว่า ขอยืนยันต่อหน้าสื่อและคนไทยทั้งประเทศ หลังจากได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร มายืนอยู่ตรงนี้ ได้สวมเสื้อ พปชร. ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลประโยชน์แน่นอน ไม่มีการเจรจาเรื่องเงินทองแม้แต่บาทเดียว ยืนยันว่าไม่ใช่คนแบบนั้น เหตุผลที่ตัดสินใจมาอยู่ พปชร. ประการแรก ต้องการมาช่วยประชาชนที่เดือดร้อน  ประการสอง การเข้ามาครั้งนี้จะไม่ขอเป็น กก.บห.พรรค แต่ที่เข้ามาเพราะถนัดเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ และประการที่สาม สำคัญที่สุดคือจะต้องได้ออกดีเบตในสงครามการเลือกตั้งที่จะมาถึงอีกไม่นานนี้ 

 “ผมได้ปรึกษากับ พล.อ.ประวิตร ซึ่ง พล.อ.ประวิตรบอกว่าถ้ามิ่งขวัญจะดีเบต คุณก็ต้องมีตำแหน่งที่จะออกไปดีเบต คือ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ดีเบต จึงเป็นประโยคสำคัญ โดย พล.อ.ประวิตรบอกว่าจะพิจารณาและนำเข้าวาระ กก.บห.ให้มิ่งขวัญเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร.” หลังพูดประโยคนี้เสร็จนายมิ่งขวัญได้ยกมือไหว้ พล.อ.ประวิตร พร้อมบอกว่า ขอบคุณท่าน พร้อมกับกล่าวอีกว่า นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประวิตรได้พูดไว้ ขอย้ำกับสื่อมวลชนว่า ตนเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ โดย พล.อ.ประวิตรจะนำเข้าในที่ประชุมพรรคเพื่อที่ตนจะเป็นตัวแทนในการที่จะมาดูแลปากท้องประชาชนและด้านเศรษฐกิจ 

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ตัดสินใจมา พปชร. เพราะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในพรรคแล้วนี้ใช่หรือไม่ นายมิ่งขวัญกล่าวว่า “ต้องฝากไปบอก พล.อ.ประยุทธ์ด้วยว่า ไม่สามารถร่วมอุดมการณ์กับท่านด้วยได้”

‘บิ๊กตู่’ ออกไปแล้ว

ต่อข้อถามว่า ที่ระบุว่าที่มาเพราะไม่มี พล.อ.ประยุทธ์อยู่ที่ พปชร. แต่ปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นแคนดิเดตนายกฯของ พปชร.อยู่ โดยนายมิ่งขวัญหันไปถาม พล.อ.ประวิตรว่า “ขอตอบคำถามแทนได้มั้ยครับ” โดย พล.อ.ประวิตรได้ตอบสื่อว่า “พล.อ.ประยุทธ์ไปแล้ว ออกไปแล้ว” ขณะที่นายมิ่งขวัญกล่าวซ้ำว่า ออกไปแล้ว เมื่อถามย้ำว่าหมายถึงชื่อของนายมิ่งขวัญจะมาแทน พล.อ.ประยุทธ์ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ อยู่ระหว่างพิจารณา ถ้าเพิ่งถ้า ยังไม่เกิด คนเดียวทำอะไรไม่ได้หรอก ตนก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งของ พปชร.เหมือนกัน ทำอะไรไม่ได้หรอก ต้องรอกรรมการบริหารพรรคพิจารณา

เมื่อถามว่า ถ้าสมาชิกพรรคไม่เห็นด้วยที่จะให้นายมิ่งขวัญเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ได้ประชุมอะไรกันเลย จะมาใช้คำว่าถ้าอย่างนู้น ถ้าอย่างนี้ไม่ได้ เมื่อถามว่าถ้าในอนาคตพรรค รทสช.จับมือกับ พปชร. นายมิ่งขวัญจะทำอย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า อันนี้ถ้าไม่ได้หรอก อย่าถามคำว่าถ้าเลย เพราะถ้าถามว่าถ้า มันถ้าได้หมด

หลังจากถูกสื่อมวลชนซักเรื่องแคนดิเดตนายกฯ หลายคำถาม ทำให้แกนนำพรรคที่อยู่ในวงแถลงต้องรีบตัดบทจบการแถลงข่าว ขณะที่ภายหลังแถลงข่าวเสร็จสิ้น ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม พล.อ.ประวิตรว่าจะเป็นแคนดิเดตนายกฯ ด้วยไม่หรือ โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ๆ แล้วแต่สมาชิกพรรค เมื่อถามว่าจะเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ครบ 3 คนใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้เลยว่าใครจะเป็น 

เมื่อถามว่า พล.อ.ประวิตรพร้อมเป็นเบอร์หนึ่งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รู้ ก็แล้วแต่เขา เมื่อถามย้ำว่าแล้วแต่ที่ประชุมพรรคใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรไม่ตอบคำถามดังกล่าวและเดินขึ้นลิฟต์ไปทันที

แหล่งข่าวจาก พปชร.เปิดเผยว่า กรณีนายมิ่งขวัญประกาศกลางวงแถลงข่าวว่า จะมาเป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร.นั้น สร้างความงุนงงให้กับ กก.บห.พรรคและสมาชิกพรรคจำนวนมาก เนื่องจากไม่รู้ว่าก่อน รู้เพียงว่านายมิ่งขวัญจะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค และพยายามขอเป็นแคนดิเดตนายกฯ กับ พล.อ.ประวิตรเท่านั้น ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ระบุแล้วว่า การเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ เป็นหน้าที่ของ กก.บห. ไม่ใช่การตัดสินใจเพียงคนเดียว ทั้งนี้ ก่อนการแถลงข่าวเปิดตัว นายมิ่งขวัญได้ขอเข้าพบกับ พล.อ.ประวิตรเป็นการส่วนตัว และพูดคุยกันประมาณ 15 นาที จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าการเปิดเผยเรื่องแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคในครั้งนี้ พล.อ.ประวิตรได้ทราบเรื่องมาก่อนการแถลงข่าวหรือไม่

นอกจากนี้ ยังมีรายงานข่าว พปชร. แจ้งว่า ภายหลัง พปชร.เปิดตัวนายมิ่งขวัญแล้ว ในสัปดาห์หน้าพรรคเตรียมเปิดตัวนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) ที่มีกระแสข่าวจะออกจาก สอท. เพื่อย้ายมาอยู่กับ พปชร. ขณะที่นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ อีกคนที่มีกระแสข่าวจะย้ายมาอยู่กับ พปชร.นั้น ปรากฏว่าในการแถลงข่าวเปิดตัวนายมิ่งขวัญครั้งนี้ นายอันวาร์ได้เดินทางมาด้วย

นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงความชัดเจนในเรื่องนี้ว่า "ยังๆ ตอนนี้กำลังคุยกันอยู่"

พท.ชู ‘คิดใหญ่ทำเป็น’

ส่วนพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้จัดประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2565 โดยมีคณะผู้บริหารพรรค แกนนำ ส.ส. และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุมอย่างครบครัน ซึ่ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย แสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่ศึกษาและทำวิจัย พบว่าประเทศถอยหลังไปมาก ทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ไร้ที่ยืนบนเวทีโลก จำเป็นต้องคิดใหญ่ หัวข้อในแคมเปญรณรงค์ต่อจากนี้จึงเปลี่ยนจากพรุ่งนี้เพื่อไทย เป็นคิดใหญ่ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน โดยในปี 2570 ภายใต้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยหากบริหารนาน 4 ปี คนไทยจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ดังนี้ 1.นโยบายเศรษฐกิจ จากปี 2566 จนถึงปี 2570 อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เติบโตอย่างต่ำเฉลี่ย 5% ต่อปี จะใช้ซอฟต์เพาเวอร์เป็นพลังขับเคลื่อน โดยดึงศักยภาพอย่างน้อย 1 คนในทุกครอบครัวให้ได้รับโอกาสในการอบรมบ่มเพาะ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จะทำให้มีรายได้คนละไม่ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปี ประเทศไทยมี 20 ล้านครอบครัว สามารถสร้างงานทักษะสูงได้ 20 ล้านตำแหน่ง และมีรายได้รวมกันถึงปีละ 4 ล้านล้านบาท และในปี 2570 คนไทยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำให้สมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนไทย คือ ไม่ต่ำกว่า 600 บาทต่อวัน เงินเดือนผู้จบการศึกษาระดับปริญญาตรี อยู่ที่ 25,000 บาทขึ้นไป

 “พรรคไม่ใช่แค่พักหนี้ แต่ล้างหนี้จนหมดสิ้น จะเปิดโอกาสให้คนที่ต้องการสร้างเนื้อสร้างตัว หรือวิสาหกิจชุมชนที่กำลังเติบโต สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้หลากหลายด้วยดอกเบี้ยต่ำ มีกองทุนหมู่บ้านที่ขยายบทบาทมากขึ้น” น.ส.แพทองธารระบุ

2.นโยบายด้านการเกษตร ในปี 2570 พรรคจะนำเทคโนโลยีทางการเกษตร หรือ Agritech มาและใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วย 3.นโยบายด้านการท่องเที่ยว ในปี 2570 มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไทย รายได้จากการท่องเที่ยวสูงถึง 3 ล้านล้านบาทต่อปี การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของไทย 4.นโยบายด้านนวัตกรรม พรรคจะสร้างโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ (บล็อกเชน) ของไทยเอง ในปี 2570 ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางด้านนวัตกรรมของอาเซียนมีการใช้เงินสกุลดิจิทัลที่ออกโดยธนาคาร สถานที่สาธารณะทุกแห่งมีไวไฟฟรี

5.นโยบายด้านสาธารณสุขในปี 2570 หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า หรือ 30 บาทรักษาทุกโรค ถูกอัปเกรดหรือยกระดับขึ้น สามารถรักษาได้ทั่วประเทศ ผู้ป่วยโรคทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า หรือโรคทางกายอื่นๆ ที่ต้องการขอคำปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางได้รับการรักษาที่ศูนย์สาธารณสุขหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน ไม่จำเป็นต้องเดินทางไกล ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยในระยะสุดท้ายของชีวิต ได้รับการดูแลจากผู้ช่วยพยาบาลทั้งที่บ้านและที่ศูนย์ชีวาภิบาล (Hospice) ของรัฐและเอกชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

รถไฟความเร็วสูงถึงสิงคโปร์

6.นโยบายด้านการศึกษา ในปี 2570 มีการกระจายอำนาจการศึกษาเหมือนในประเทศที่เจริญแล้ว มีโรงเรียน 2 ภาษาในทุกท้องถิ่น มีศูนย์การเรียนรู้แบบ TCDC และ TK Park ที่เริ่มต้นสมัยไทยรักไทย ให้ครบทุกจังหวัด 7.นโยบายด้านยาเสพติด  ยาเสพติดต้องหมดไป 8.นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง จะถูกแก้ไขทั้งระบบทั่วประเทศ จะป้องกันน้ำทะเลหนุนไม่ให้ท่วมกรุงเทพฯ ด้วยการถมทะเลด้านบางขุนเทียนจนถึงสมุทรปราการ สมุทรสาคร และเกิดแผ่นดินงอกจำนวนมาก ซึ่งนอกจากป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้แล้ว ยังลดความแออัด และยังเอาที่ดินงอกนี้มาทำเขตเศรษฐกิจพิเศษที่เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมดึงดูดรายได้

9.นโยบายด้านการคมนาคมและขนส่งมวลชน ในปี 2570 ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค มีการลงทุนในระบบรางครั้งใหญ่ รถไฟความเร็วสูงสร้างจากจีนลงมาถึงไทยแล้วต่อยาวไปถึงสิงคโปร์เกิดขึ้นแน่นอน รถไฟฟ้าสายต่างๆ ใน กทม.และปริมณฑลถูกจัดระเบียบใหม่ เพื่อใช้ระบบตั๋วร่วม 20 บาทตลอดสายได้ก่อนปี 2570 และ 10.นโยบายด้านพลังงาน โครงสร้างราคาพลังงาน ถูกปรับรื้อตั้งแต่ปี 2566 ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าไฟ ลดลงทันที

 “ในปี 2570 กติการัฐธรรมนูญจะเป็นประชาธิปไตยเต็มใบ จะมีการกระจายอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินจากส่วนกลางออกไปส่วนท้องถิ่นมากขึ้น จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดที่มีความพร้อม ในปี 2570 พรรคจะรับใช้ประชาชนด้วยการทำให้นโยบายทั้งหมดเป็นจริง ไม่มีการย้ายประเทศ มาพร้อมใจกันเปลี่ยนผู้นำง่ายกว่า ช่วงเวลา 4 ปีจากนี้เป็นช่วงเวลาแห่งการพลิกฟื้นประเทศให้กลับมามีเกียรติ มีศักดิ์ศรีอีกครั้ง” น.ส.แพทองธารกล่าว

ต่อมาพรรค พท.ได้เลือกตั้ง กก.บห.แทนตำแหน่งที่ว่าง พร้อมเปลี่ยนแปลงร่างข้อบังคับพรรค

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ว่าก็ต้องไปดูว่าทำได้จริงหรือเปล่า การจะเพิ่มค่าแรงก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องดูว่านักลงทุน ผู้ประกอบการรับไหวหรือไม่ เราต้องสนับสนุนให้ได้ค่าแรงตามขีดความสามารถตามความเป็นจริง

เมื่อถามว่า ผู้ที่จบปริญญาตรีจะได้รับเงินเดือน 25,000 บาท มีความเป็นไปได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องถามว่าเอาเงินมาจากที่ไหนล่ะ ถ้ามีเงินก็โอเคเท่าไหร่ก็ได้

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ หัวหน้าพรรคเทิดไท อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ กล่าวเรื่องนี้ว่า ต้องดูด้วยว่าจะทำได้จริงหรือไม่ หรือเพียงแค่ขายฝันเพ้อเจ้อหาคะแนนเสียงเท่านั้น อย่างกรณีการเพิ่มค่าแรง ก็ต้องผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการ 3 ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และก็ต้องดูว่านักลงทุน ผู้ประกอบการรับไหวหรือไม่ จะสร้างเงื่อนไขให้มีการย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยหรือไม่ จะพูดจะทำอะไรต้องรอบคอบ พรรคเทิดไทไม่เห็นด้วยกับนโยบายประชานิยมขายฝันที่ดีแต่พูดเพ้อเจ้อ ต้มตุ๋นหลอกลวงให้ประชาชนมาลงคะแนนให้ สุดท้ายก็ปฏิบัติไม่ได้ แล้วหาคนมารับผิดชอบได้หรือไม่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง