
ครม.ไฟเขียวเก็บค่าเหยียบแผ่นดินนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทางอากาศ 300 บาท ทางน้ำ-ทางบก 150 บาท เริ่ม 1 มิ.ย. ชี้ใช้เป็นทุนหมุนเวียนดูแลนักท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว นายกฯ เร่ง "บัตรลุงตู่” ให้โอนเงินถึงมือ ปชช. 1 มี.ค. กบง.หั่นค่าการตลาดน้ำมัน 2 บาท/ลิตร คาดลดเบนซินลง 0.90-1.20 บาท
ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ได้เห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่อง การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ พ.ศ.... ตามที่คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เสนอ
ทั้งนี้ ร่างประกาศฯ มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยกำหนดค่าธรรมเนียม 300 บาทต่อคนต่อครั้ง สำหรับผู้เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านช่องทางอากาศ และ 150 บาทต่อคนต่อครั้ง สำหรับผู้เดินทางเข้าช่องทางบกและช่องทางน้ำ โดยยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางเพื่อการทูต กงสุล หรือการปฏิบัติราชการ (Diplomatic or Official Passport) ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพในประเทศไทย (Work Permit) หรือหนังสืออนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในราชอาณาจักรเป็นการเฉพาะตามที่กระทรวงแรงงานกำหนด ผู้โดยสารผ่าน (Transit Passenger) ทารกและเด็กอายุไม่เกิน 2 ปี และบุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการ ท.ท.ช.กำหนด
พร้อมกันนี้ ครม.ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ดำเนินการปรับปรุงกฎกระทรวงกำหนด หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการตรวจลงตรา และกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่ออกตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 โดยกำหนดให้ใช้หลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นเอกสารประกอบการอนุญาตเข้าเมือง และให้ สตม.เป็นผู้ตรวจสอบหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตเข้าเมืองต่อไป
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า การออกประกาศ ท.ท.ช.ครั้งนี้ เป็นการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ.2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.นโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2562 ซึ่งให้ ท.ท.ช. สามารถเสนอต่อ ครม. ให้มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการท่องเที่ยวภายในประเทศของนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อใช้จ่ายในการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยว รวมทั้งใช้ในการจัดให้มีประกันภัยแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติในระหว่างเที่ยวภายในประเทศไทย
น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ดำเนินการศึกษาเชิงเปรียบเทียบแล้วพบว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศแรกที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปัจจุบันมีกว่า 40 ประเทศทั่วโลกที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ประเทศไทยเป็นประเทศแรกของโลกที่เก็บค่าธรรมเนียมแล้วมีสวัสดิการคืนแก่นักท่องเที่ยวผ่านประกันอุบัติเหตุ การเสียชีวิต และการส่งศพกลับประเทศ เพื่อดูแล ช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่่ยว ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
สำหรับการดำเนินการดังกล่าวนี้จะช่วยลดภาระงบประมาณในการดูแล เยียวยานักท่องเที่ยวและด้านสาธารณสุข จากการเก็บค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลไม่เต็มจำนวน มีความสูญเสียงบประมาณแผ่นดินปีละประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี รวมถึงงบประมาณสำหรับการดูแลแหล่งท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดความเสื่อมโทรมจากการท่องเที่ยว รวมทั้งงบประมาณสำหรับการดูแลพัฒนาสาธารณูปโภคที่จะสนับสนุนการท่องเที่ยวให้ปลอดภัย
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ร่างประกาศดังกล่าวจะมีผลหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน คาดว่าเริ่มวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ซึ่งการเก็บค่าเหยียบแผ่นดิน เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลนักท่องเที่ยว จากการเก็บข้อมูลในปี 60-62 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปใช้บริการในสถานพยาบาลของรัฐ ซึ่งรัฐต้องใช้งบดูแลมากถึง 300-400 ล้านบาท
ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ได้สั่งการในที่ประชุม ครม.ให้เร่งนำโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้า ครม. เพื่ออนุมัติ จะได้เริ่มโอนเงินให้ประชาชนได้ในวันที่ 1 มี.ค. และข้อมูลผู้มีสิทธิแต่ละคนจะได้รับการคุ้มครองข้อมูลภายใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตนได้เข้มงวดไปไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มีสิทธิ โดยผู้ลงทะเบียนต้องเข้าไปตรวจสอบชื่อตัวเอง จะไม่ประกาศชื่อในที่สาธารณะ
วันเดียวกัน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า กบง.มีมติเห็นชอบปรับค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหมาะสม โดยจะปรับค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงกลับสู่สภาวะปกติตามปี 2563 ทั้งกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว และกลุ่มน้ำมันเบนซินและน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เฉลี่ยอยู่ที่ 2.00 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีรายรับในส่วนของน้ำมันดีเซลลดลงเป็นประมาณ 37.23 ล้านบาทต่อวัน (หรือประมาณ 1,117 ล้านบาทต่อเดือน) ดังนั้นจะทำให้ราคาขายปลีกกลุ่มน้ำมันเบนซินปรับลดลง ประมาณ 0.90-1.20 บาทต่อลิตร โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.2566 เป็นต้นไป (ส่วนน้ำมันดีเซลลดอยู่แล้ว ตามมาตรการภาครัฐไม่เกิน 35 บาท/ลิตร).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ณัฐพงษ์ขู่เก็บทุกบิลไว้เชือด
“ณัฐพงษ์” รับยื่นซักฟอกสมัยประชุมหน้า เก็บทุกบิลไว้เชือด “พริษฐ์” กัดไม่ปล่อยปมเงิน 8.6 แสน “ปชป.” ตั้งทีมเอาผิด กกต.-ดีเอสไอ หากเป่าคดีฮั้ว สว. “สิทธิโชติ”
F16 บินประกบ เจ็ตนายกฯขับ! มอบ 5 นโยบาย
"อนุทิน" ขับเครื่องบินส่วนตัว Socata TBM 930 เข้าถ้ำพยัคฆ์กองบิน 1 โคราช ขณะ F-16 บินประกบภารกิจอารักขาบุคคลสำคัญ ก่อนมอบนโยบาย 5 ด้าน เพิ่มขีดความสามารถทัพฟ้า ขอรักษาจิตวิญญาณพิทักษ์อธิปไตย ปลื้มได้ "Patch F-16" นามเรียกขาน "มิกกี้"
ชัยชนะขอโทษ พร้อมให้ตรวจ ปชป.ขึงขังคุ้ย
ชัยชนะ” ขอโทษประชาชน ข่าวตบบ้องหูทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี ลั่นพร้อมร่วมมือให้ตรวจสอบ “ชวน” บอกทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
สั่ง3ฝ่ายสางคุมปืน! ‘หนู’ เชื่อมีทางออกปมตร.-นักกีฬา/ชวนกรีดกม.อยู่ในมือ
"นายกฯ" สั่ง 3 ฝ่ายสางปัญหานโยบายคุมเข้มอาวุธปืนกระทบนักกีฬา-ตำรวจ ชี้ผู้บังคับบัญชาออกแผนงานปฏิบัติ ตร.ออกตรวจตามหน้าที่ไร้ปัญหา
สอบเอ็มดีธกส.จบ 30 วัน คลังปัดแจกเงินเกษตรกร
“เอกนิติ” สั่งเร่งสอบปม 8 ข้อร้องเรียนผู้จัดการ ธ.ก.ส. ขีดเส้น 30 วันต้องได้ข้อสรุป ยืนยันต้องโปร่งใส-เป็นธรรม พร้อมปิดประตูใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาทแจกเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท
กกต.โบ้ย8.6แสนโยงเลือกสส.
“ไอติม” ทวงถามที่มาเส้นเงิน 8.6 แสนบาทจาก "นักการเมืองสีน้ำเงิน"

