ชาวบ้านเบรกEIAทีพีไอ ผวาโยงจะนะพันโจรใต้

ชาวบ้าน 3 ตำบลยื่นหนังสือถึง ศอ.บต. เบรก “ทีพีไอ” จัดอีไอเอในวันที่ 13 ธ.ค. พ่วงแก้ผังเมือง ชี้ต้องรอใบอนุญาตของกลุ่มชาวบ้านเรื่องโรงไฟฟ้าก่อน “บรรจง” เสนอ 7 ข้อผ่าทางตันวิกฤตจะนะ “อลงกรณ์” ผวาขาเสี้ยมปั่นผู้ชุมนุมอาจซ้ำรอย 6 ตุลา

เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ธ.ค. ยังคงมีความต่อเนื่องในโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จังหวัดสงขลา โดยกลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ อ.จะนะ กว่า 20 คน ได้มายื่นหนังสือถึงศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เพื่อขอให้ยกเลิกการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน (อีไอเอ) ของบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1-4 ที่จะเริ่มในวันที่ 13 ธ.ค. และระงับการแก้ไขผังเมืองของ อ.จะนะ ออกไปก่อนจนกว่ากลุ่มชุมชนต้นแบบจะได้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อย

ทั้งนี้ นายถาวร บุญศรี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. กระทรวงพลังงาน (พน.) ซึ่งรับหนังสือดังกล่าวระบุว่า เป็นข้อเสนอของพี่น้องในพื้นที่ 3 ตำบลคือ ต.นาทับ, ตลิ่งชัน และสะกอม ซึ่ง ศอ.บต.จะรับไปดำเนินการต่อ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนในกิจการที่เป็นประโยชน์กับพื้นที่

ด้านนายอาทิตย์ หมัดสะอิ รองนายกเทศมนตรี ต.นาทับ กล่าวว่า ได้มายื่นหนังสือให้กับตัวแทน ศอ.บต. เพื่อขอให้ยุติการทำ EIA ไว้ก่อน เพราะข้อเสนอของเราก่อนหน้านี้เรื่องขอใบอนุญาตโรงไฟฟ้ายังไม่คืบหน้า ซึ่งชาวบ้านไม่ค่อยพอใจกับเรื่องนี้มากนัก จึงได้มายื่นหนังสือเพื่อให้ ศอ.บต.ไปพิจารณาต่ออีกครั้งหนึ่ง ในส่วนระยะเวลาก็อยากให้เร็วๆ ถ้าช้าไป EIA มันจะล้มทุกเวที มันก็ไปไม่ได้ทั้งสองฝ่าย คิดว่า ศอ.บต.ต้องเร่งดำเนินการแล้วเรื่องนี้ เพราะชาวบ้านเขาก็ไม่พอใจแล้ว

ส่วนนายบรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย โพสต์เฟซบุ๊กถึงข้อเสนอแก้ปัญหาการดำเนินโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ 7 ข้อ ว่า 1.นายกรัฐมนตรีควรแสดงความจริงใจด้วยการออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2.เมื่อนายกฯ บอกว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งการให้สลายการชุมนุมในคืนวันที่ 6 ธ.ค. ก็ควรรีบตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง 3.ยุติการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข 4.รีบดำเนินการตามข้อเสนอของผู้ชุมนุมตามบันทึกข้อตกลงเมื่อวันที่ 15 ธ.ค.2563 ทันที 5.สั่งให้บริษัททีพีไอหยุดการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ทันที 6.นำเอาผลและข้อเสนอของกรรมาธิการรัฐสภา 3-4 คณะที่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ มีข้อเสนอให้นำไปปฏิบัติ รวมถึงข้อเสนอจากการยื่นญัตติทั้ง 5 ญัตติของรัฐสภามาออกมาตรการให้มีผลบังคับทันที และ 7.ถ้าคิดว่าปัญหานี้มันทำให้ปวดหัว สับสน ลืมหน้าลืมหลัง ก็ประกาศลาออกไปพักผ่อนเพื่อรักษาสุขภาพก่อนแย่ไปกว่านี้

“ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีทำใน 7 ข้อที่เสนอมา คิดว่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และเป็นทางออกของปัญหานี้ แต่ถ้าไม่ดำเนินการใดๆ ก็ตัวใครตัวมันนะครับ”นายบรรจงระบุ

ขณะที่นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ 6 ตุลา @จะนะ ระบุว่าเมื่อมีข่าวเขียนโยงกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น กับกลุ่มก่อการร้าย 3 จังหวัด ทำให้ไม่สบายใจอย่างยิ่ง และไม่เห็นด้วยกับการสร้างประเด็นใส่ร้ายแบบนี้ กรณีจะนะเป็นสิทธิของชาวบ้านที่จะคัดค้านหรือสนับสนุน แต่เราไม่ควรกระพือความขัดแย้งด้วยการโยงไปเกี่ยวกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน การใส่ร้ายป้ายสี และการปลุกระดมปลุกปั่นจะก่อให้เกิดความเกลียดชัง ตามมาด้วยความรุนแรงทั้งทางความคิดและการกระทำ จะเป็นวัฏจักรวนเวียนไม่รู้จบในบ้านเมืองของเรา

“ผมมีประสบการณ์ตรงกับเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ขณะนั้นเป็นนักศึกษาธรรมศาสตร์ ปี 2 นักศึกษาในธรรมศาสตร์ถูกล้อมฆ่าด้วยการป้ายสีว่าเป็นญวน เป็นคอมมิวนิสต์ จะล้มล้างชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ฯลฯ เช่นเดียวกับท่านชวน หลีกภัย รัฐมนตรีและ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ก็เผชิญกับการถูกใส่ร้ายป้ายสีเช่นเดียวกัน จนต้องหลบหนีความรุนแรงเพื่อเอาชีวิตรอด ทั้งที่รู้ว่าความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ขออย่าให้ 6 ตุลาเกิดขึ้นอีกที่จะนะ หรือที่ใดๆ บนผืนแผ่นดินไทยของเราอีกเลย” นายอลงกรณ์ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โสภณ' บี้นายกฯ เก็บเงิน 'ลาภกักตุน' 64,000 ล้านบาท จากผู้ค้าน้ำมัน คืนปชช.ทันที

นายโสภณ สุภาพงษ์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กรุงเทพมหานคร และอดีตผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วิถีคิด โดย โสภณ สุภาพงษ์ ระบุว่า นายกฯอนุทิน ประธานกพช. ต้องแก้การที่ปชช. ถูกโกงจากการสร้างวิกฤตน้ำมันเพิ่ม