“สมศักดิ์” นั่งหัวโต๊ะ กบฉ. เคาะต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จว.ชายแดนใต้ 3 เดือน พร้อมปรับลด 3 อำเภอ “กรงปินัง-ทุ่งยางแดง-ยี่งอ” เหลือแค่ พ.ร.บ.มั่นคง แต่ปรับ อ.ศรีสาคร กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หลังเหตุเพิ่มขึ้น จ่อชง ครม.ไฟเขียว 16 ต.ค.นี้ "สุทิน" รับลูก อ้างทางฝ่ายปฏิบัติเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องคงไว้
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน (กบฉ.) เป็นประธานการประชุม กบฉ. ครั้งที่ 4/2566 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
จากนั้นนายสมศักดิ์แถลงผลการประชุม กบฉ.ว่า หลังจากระยะเวลา 1 เดือนที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแลเรื่องการพิจารณาเรื่องประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้มีการพิจารณาถี่ถ้วน และได้ให้ส่วนราชการ ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย ไปรับฟังความเห็นประชาชน รวมถึงนำข้อมูลและความเห็นจาก สมช. และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มาประกอบการพิจารณา ทั้งนี้ สถิติตั้งแต่ปี 50 จนถึงปัจจุบัน พบว่าความรุนแรงของสถานการณ์ลดลง โดยในอดีตมีบางปีมีเหตุการณ์สูงกว่า 100 ครั้ง แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 สถิติลดลงเหลือประมาณกว่า 70 ครั้ง ส่วนปี 66 นี้มีแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำคือประมาณกว่า 100 ครั้ง จึงนำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการพิจารณา
ที่ประชุม กบฉ.จึงมีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 เดือน ระหว่างวันที่ 20 ต.ค.66-19 ม.ค.67 แต่มีมติให้ปรับลด 3 อำเภอ ที่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงแทน ได้แก่ อ.กรงปินัง จ.ยะลา อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี และ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รวมถึงมีมติปรับให้ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส กลับมาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกครั้ง เนื่องจากสถิติความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วง 5 ปีหลังมานี้ โดยจะมีการนำมติ กบฉ.เข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 16 ต.ค.นี้
นายสมศักดิ์กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สมช.แทนผู้ที่เกษียณไปนั้น ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เพราะนายกฯยังไม่ได้มีการมอบหมายว่าจะให้รองนายกฯ คนใดดูแลกำกับของ สมช. และการแต่งตั้งเลขาธิการ สมช. ต้องรอนายกฯ ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติเรียกประชุมก่อน
ด้านนายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยอมรับว่า ขณะนี้ในพื้นที่มีความเห็นแตกต่างกันหลากหลาย ทั้งในส่วนประชาชนที่เป็นมุสลิมก็ต้องการให้ยกเลิก แต่คนไทยพุทธก็ต้องการให้คงเอาไว้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ต้องการใช้เป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน ส่วนผู้ตัดสินใจก็จะเป็นรัฐบาล เพราะทางกระทรวงกลาโหมเป็นฝ่ายปฏิบัติ ซึ่งตามความเห็นของฝ่ายปฏิบัติ รัฐบาลตัดสินอย่างไร ก็พร้อมปฏิบัติตามนั้น
“แต่ทางฝ่ายปฏิบัติเห็นว่ายังมีความจำเป็นต้องคงไว้ ซึ่งขณะนี้ข้อมูลที่กองทัพภาคที่ 4 ได้ทำข้อดี-ข้อเสียของการมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ได้มาถึงมือของผมแล้ว ซึ่งมีการฟังประชาชนหลายฝ่ายและวิเคราะห์สถานการณ์ของผู้ปฏิบัติงานแล้ว ยังอยากให้คงไว้” รมว.กลาโหมกล่าว
ที่รัฐสภา นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส โฆษกพรรคประชาชาติ แถลงว่า พรรคประชาชาติยืนยันมาตลอดว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือกฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึกที่ใช้บังคับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงเวลาแล้วที่ต้องยกเลิกแล้วนำกฎหมายปกติมาบังคับใช้ ส่วนจะยกเลิกในคราวเดียว ยกเลิกบางอำเภอ หรือทีละอำเภอ ก็แล้วแต่ทางประธาน กบฉ.จะพิจารณาเสนอต่อ ครม. ถือว่าเป็นนิมิตหมายในทางบวก เพราะเป็นครั้งแรกที่ประธานกบฉ.มาพบ สส. ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชน เป็นครั้งแรกที่ กบฉ.ได้มาหารือกับ สส. เพราะปกติจะเชิญเพียงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่มาพูดคุยเท่านั้น
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ลดจำนวนด่านตรวจให้น้อยลง เพราะเกินความจำเป็น อีกทั้งเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี และทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงว่าเปลี่ยนรัฐบาลใหม่แล้ว บรรยากาศก็น่าจะดีขึ้น
เมื่อถามถึงญัตติเพื่อขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาและเสนอแนวทางกระบวนการสร้างสันติภาพเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามที่พรรคประชาชาติเสนอในครั้งนี้ จะมีสัญญาณในแง่บวกมากกว่าในอดีตที่ผ่านมาหรือไม่ นายกมลศักดิ์ตอบว่า ทุกยุคสมัย สภามีการตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณามาตลอด แต่พิจารณาในภาพรวม รอบนี้จะมีการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยจะนำกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่เคยดำเนินการมา 3 ครั้งแต่ไม่สำเร็จ ให้สภาพิจารณาศึกษาเป็นครั้งแรก
ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่จะนำมาศึกษาในสภา เพราะปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาขัดแย้งยืดเยื้อ ตนมองว่าเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ จึงต้องให้คนทั้งประเทศรับทราบ เพื่อให้เข้าใจปัญหามากกว่าเดิม ส่วนสภาจะเห็นชอบหรือไม่นั้น ตนทราบมาว่าทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านเห็นชอบที่จะมีการตั้ง กมธ.วิสามัญขึ้นมาพิจารณา.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฟ้อง2พ่อลูกฮุนฆ่าคนไทย เกียรติยศจักรดาวร.ท.บุ๊ค
"อนุทิน" ยันชายแดนไทย-กัมพูชายังปกติ มั่นใจไม่มีสัญญาณปะทะรอบ 3
ตีปี๊บไทยดึงดูด ลงทุน5แสนล. คลังปรับจีดีพี
นายกฯ ฟุ้งผลประชุม World Economic Forum ไทยยืนบนเวทีโลกอย่างสง่างาม
โปรดเกล้าฯพระพิธีธรรม18วัด
"ในหลวง" โปรดเกล้าฯ พระพิธีธรรม 18 พระอารามหลวงส่วนภูมิภาค
โยนศาลชี้ปมสุภัทร ปฏิรูปสปส.ลดเดือด
“รมว.สธ.” ย้ำมติปลด “หมอสุภัทร” เป็นไปตามขั้นตอน อ.ก.พ. ไร้วาระซ่อนเร้นการเมือง
น้ำเงินปลุกเลือกข้าง โค้งท้ายขวาง‘เขามาแน่’ ‘มาร์ค’นำโด่งเมืองคอน
แม่ทัพ กทม.พรรคภูมิใจไทยตีปี๊บ “ไม่เลือกเรา เขามาแน่” ย้ำตอนนี้มีแค่ฝั่งซ้ายและขวา
‘สุภัทร’โดนเตะตัดขา ‘รมต.ภท.’ลงมติชี้ขาด4:3ปลดออก/สธ.ยันทำตามขั้นตอน
นายกฯ ยันปมปลด “หมอสุภัทร” ไม่มีกลั่นแกล้ง โยนเป็นเรื่องภายใน สธ.

