47%ให้โอกาส‘เสี่ยนิด’4ปี ‘วารินทร์’ปูดมีคนคัมแบ็ก

ประชาชนให้โอกาสเศรษฐา! 46.7% บอกให้ทำงานจนครบ 4 ปี “โหรวารินทร์” โผล่ทำนายดวงเมือง บอกเตรียมเจอผลกระทบสงคราม-ภัยธรรมชาติ แต่ไทยโชคดีมีบารมีสะสมมา แย้มมีผู้มีหน้าที่จะกลับมา ส่วนผู้ทำร้ายประเทศจะถึงเวลาเช็กบิล

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 สำนักวิจัยซูเปอร์โพลได้เผยผลสำรวจเรื่อง  กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กับรัฐบาล   กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,210 ตัวอย่าง โดยเมื่อถามถึงระยะเวลาที่ให้โอกาสรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทำงานต่อไป พบว่า 46.7% ระบุให้โอกาสรัฐบาลนายเศรษฐาทำงานต่อไปจนครบวาระ ในขณะที่ 6.7% ระบุ 2-3 ปี,  3.3% ระบุ 1-2 ปี, 23.3% ระบุ 6 เดือน ถึง 1 ปี และ 20% ระบุไม่เกิน 6 เดือน

วันเดียวกัน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เป็นประธานปิดการอบรมสัมมนาตัวแทนสาขาพรรค รทสช. ภายใต้หัวข้อสถานียุติธรรม (ศูนย์ประสานงานรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน) โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า พรรคได้ สส.เขต และ สส.บัญชีรายชื่อรวม 36 คน วันนี้จึงเป็นโอกาสที่พรรคจะเดินหน้าสานต่อภารกิจที่ต้องการทำงานเพื่อเป็นประโยชน์กับประเทศชาติ โดยได้ย้ำกับรัฐมนตรีทุกคนที่ไปทำหน้าที่อยู่ฝ่ายการเมือง ไม่ให้หลงละเลิงกับอำนาจ เพราะอาชีพสำคัญหลักของของทุกคนไม่ใช่ข้าราชการ แต่คือนักการเมือง ต้องภูมิใจในความเป็นนักการเมืองน้ำดี เมื่อเข้ากระทรวงไปแล้วต้องดูแลผลประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นหลัก

 “การทำงานการเมืองไม่จำเป็นจะต้องคิดแต่เรื่องใหญ่ หรือแค่เรื่องสร้างกระแสเท่านั้น แม้แต่งานเล็กๆ งานน้อยๆ ในการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน การฟังปัญหา คำติชม คำแนะนำจากสมาชิกถือเป็นงานสำคัญ ถ้าทุกคนช่วยกันขับเคลื่อนแบบมีพลัง ก็จะสามารถทำงานได้สำเร็จ”

อาจารย์วารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ ประธานมูลนิธิอาจารย์วารินทร์ฯ และมูลนิธิข่วงพระเจ้าล้านนา หรือโหร คมช. ได้กล่าวหลังจากทำพิธีบุญใหญ่ถวายกฐินประจำปีว่า ประเทศไทยจะเกิดการเปลี่ยนในทางที่ดีขึ้น แต่ยังต้องเผชิญกับภัยต่างๆ ในระยะนี้ ประการแรกคือภัยธรรมชาติ ประการที่สองคือภัยจากสงครามความไม่สงบที่เกิดขึ้น แล้วจะมีผู้ที่มีหน้าที่จะมาดูแลบ้านเมืองให้ดีขึ้น  เพราะว่าบ้านเมืองที่ผ่านมาจากอดีตถึงปัจจุบันที่ดีแล้วก็คือช่วงที่ผ่านมาที่เรามีทุกอย่างเพียบพร้อม ทั้งทุนสำรอง ความเข้มแข็ง มิตรภาพทุกอย่าง ซึ่งผู้บริหารชุดที่แล้วทำมาดีแล้ว ต่อจากนี้ไปเหตุการณ์ต่างๆ มันจะเกิด ทั้งภัยธรรมชาติ ภัยจากสงคราม จะเริ่มลุกลามไปตามประเทศต่างๆ แต่ไม่ใช่เป็นลักษณะของสงครามโลก ส่วนภัยธรรมชาติก็จะเริ่มแรงขึ้นตามลำดับ แต่ด้วยอำนาจบารมีความดีที่พวกเราสะสมกันมาตั้งแต่บรรพกาลจนถึงปัจจุบัน เรามีชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และมีศาสนาพุทธอันที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ก็จะได้ช่วยกันเป็นบารมีในการที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองของเราผ่อนคลายในเรื่องของวิบากกรรม ส่วนผู้ที่จะตามมาก็คือผู้ที่มีหน้าที่หลังจากนี้ ก็จะเริ่มปรากฏออกมา ตามที่หน้าที่ยังมีอยู่ และตามที่ผู้คนได้เรียกร้องความถูกต้อง ซึ่งทุกคนล้วนแต่เห็นแล้วว่า สัจธรรมออกมาแล้ว ของจริงคืออะไร ของปลอมคืออะไร เราก็จะได้รับทราบ

ต่อคำถามว่า การเปลี่ยนแปลงที่ว่าจะมีการปฏิวัติอีกหรือไม่ อ.วารินทร์กล่าวว่า ไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนในการดำเนินในงานของชาติบ้านเมือง ผู้ที่ยังมีหน้าที่จะเป็นผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่โดยชอบธรรม โดยที่ทุกคนยอมรับได้ในตรงนี้ ไม่ขอบอกว่าเป็นใครผู้ใด แต่ขอสำทับว่า เป็นผู้ที่ยังมีหน้าที่ ซึ่งเดี๋ยวคงเห็นกันแล้วไม่นานนี้ จะเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คนที่สร้างกรรมสร้างเวรให้กับชาติบ้านเมือง คนที่มีจิตไม่บริสุทธิ์ คนที่ทำร้ายบ้านเมือง คนที่กอบโกยผลประโยชน์ของส่วนรวมในบ้านเมือง พวกเหล่านั้นล้วนแล้วแต่ล้มหายตายจากหรือสิ้นไป หมดซึ่งเวลาของเขาเหล่านั้น จากนั้นจะเป็นยุคของชาวศิวิไลซ์ที่แท้จริง ผ่านพ้นจากปีนี้ทุกอย่างจะเริ่มมีเค้าโครงเกี่ยวกับเรื่องของสิ่งที่พูดมาทั้งหมด

“ผู้ที่ทำร้ายประเทศชาตินับรวมตั้งแต่อดีตมา ก็จะถึงกาลเวลาของเขา ผู้ที่เคยทำร้ายชาติบ้านเมืองอย่างไรก็จะต้องรับกรรมของเขาเหล่านั้นไป ไม่ว่าใครก็ตาม อันนี้จะไม่ระบุ แต่ทุกอย่างจะประจักษ์หลังจากนี้เป็นต้นไป ส่วนที่บอกว่า ผู้ที่ทำหน้าที่ในอดีตจะกลับมา หมายถึงทุกคนที่มีหน้าที่จะต้องกลับมา ขอใช้คำนี้ จะไม่ระบุถึงใคร ไม่เชิงจะเป็นรัฐบาลแห่งชาติ แต่เป็นการที่ทุกคนเห็นพ้องกับผู้ที่มีหน้าที่ในการเดินไปในทางที่ถูกต้อง”

อ.วารินทร์ยังกล่าวเตือนสติพี่น้องคนไทยว่า ต่อจากนี้ทุกคนต้องใช้สติในการพิจารณา ในการเสพข่าว ดูกลุ่มต่างๆ ที่ขับเคลื่อนออกมา ที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในชาติบ้านเมือง ผลสุดท้ายคนที่ถูกปลุกระดมต้องโทษแต่คนที่เป็นหัวโจกไม่รู้หายไปไหน เราสังเกตดู เราก็จะรู้แล้วก็พวกเรานั้นที่สุดก็ต้องรับกรรมไม่มีแม้กระทั่งที่จะอยู่ ส่วนที่บอกว่าเป็นยุคที่ผู้หญิงจะมีบทบาทมากขึ้น คือการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนของพุทธองค์ตลอดถึงประเพณีจริยธรรมศีลธรรมของชาติบ้านเมืองของเราก็จะเริ่มกลับมา ทุกอย่างก็จะเริ่มฟื้นขึ้นมา สังเกตจากนี้ต่อไป ขอให้คอยดูตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีบอกว่าจะไม่กลับมา อาจารย์วารินทร์ก็ย้ำว่า  ไม่ได้กล่าวถึงท่านประยุทธ์เลยนะครับ  พูดถึงผู้มีหน้าที่จะต้องกลับมา

ขณะเดียวกัน จากกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ 174/2562 หมายเลขแดงที่ 485/2563 มีนายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายมาโนช เสนพงศ์ อดีตนายก อบจ.นครศรีธรรมราช จำเลยที่ 1 และนายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พี่ชายนายมาโนช จำเลยที่ 2 คดีกระทำผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้ง ทุจริตเลือกตั้งนายก อบจ.นครศรีธรรมราช เมื่อปี 2557 ซึ่งศาลฎีกาได้พิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี และตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปีนั้น

ล่าสุด นายครรชิต เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท ระบุว่า หลังจากนายเทพไท และนายมาโนชได้ถูกจำคุกมาเป็นเวลา 16 เดือน ได้เข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษหลังถูกจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ซึ่งตนเองและญาติๆ ได้รับแจ้งจากกรมราชทัณฑ์ว่า ในวันที่ 6 พ.ย. เวลา 09.00 น. ทางเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชจะปล่อยตัวนายเทพไทและนายมาโนช โดยมีเงื่อนไขต้องใส่กำไล EM ที่ข้อเท้าเป็นเวลา 8 เดือน ซึ่งข่าวดังกล่าวสร้างความดีใจให้ญาติๆ คนในครอบครัวในตระกูลเสนพงศ์เป็นอย่างมาก รวมทั้งพรรคพวกเพื่อนฝูงต่างดีใจที่นายมาโนชและนายเทพไทได้รับการพักโทษในครั้งนี้

“พรุ่งนี้ทางญาติๆ และกองเชียร์และชาวบ้านจำนวนมากจะเดินทางไปรับนายมาโนชและนายเทพไทออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชด้วยความคึกคักแน่นอน เพราะนายเทพไทมีคนที่รักใคร่จำนวนมาก และทราบจากนายเทพไทว่าหลังจากเสร็จขั้นตอนใส่กำลัง EM และออกจากเรือนจำแล้ว นายเทพไทและนายมาโนชจะวิ่งออกจากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชมุ่งหน้าสู่บ้านพักที่สี่แยกหัวถนนศาลามีชัย ระยะทาง 10 กม. เพื่อแก้บนอีกด้วย และอาจจะมีกองเชียร์วิ่งตามด้วยก็ได้” นายครรชิตกล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง